นิทาน ๆ ๆ ครับพี่ 🧡🫣
สวัสดีตอนเช้า #Siamstr 🌅
🙋♂️วันนี้ผมมีนิทานมาเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านกันนะครับ 😊
.
‼️สมมุติว่าฉันเป็นนักศึกษาจบใหม่พึ่งเริ่มทำงานด้วยเงินเดือน 20,000 บาท 🙏
✅ ฉันตั้งใจโดยแน่วแน่แล้วว่าจะเก็บเงินทุกเดือน ๆ เดือนละ 3,000 บาท (1 ปีก็จะมี 36,000 บาท, 5 ปีก็จะมี 180,000 บาท สวย ๆ สบาย ๆ) 👍
.
❗️หลังจากฉันเริ่มทำงานไปได้ประมาณ 1️⃣ ปี.. ฉันก็งงว่าทำไมฉันถึงเก็บเงินได้ไม่ถึง 3,000 บาทแล้วนะ ?🤔
➡️ อ๋ออ.. หากว่าฉันต้องเก็บเงินให้ได้ 3,000 บาทต่อเดือน ,, ฉันก็ต้องใช้ชีวิตให้ประหยัดมากขึ้น จากเดิมที่ฉันกินอาหารตามสั่งทุกวัน.. ฉันก็ต้องกลับมากินมาม่าบ้างเป็นบางวัน ,, ฉันไม่อยากทำแบบนั้นมันเสียสุขภาพ ฉันจำเป็นต้องจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อดำรงชีวิตเท่าเดิม ✅
.
❗️หลังจากผ่านไป 2️⃣ ปี.. ฉันก็งงว่าเงินเดือนฉันก็ขึ้นตั้ง 3% ตอนนี้ฉันรับเงินเดือน 21,218 บาทแล้ว แต่ทำไมฉันเหลือเงินเก็บแค่ประมาณ 1,500 บาทเอง..🥲
➡️ อ๋อ.. ก็คงเป็นเพราะค่าน้ำค่าไฟ ค่าเช่าหอมันขึ้น ,, งั้นฉันก็คงต้องเปลี่ยนหอใหม่ จากมีห้องแอร์คงต้องเหลือห้องพัดลม ,, ฉันทำใจยอมรับไม่ได้ขออยู่แบบเดิมก็แล้วกัน✅
.
❗️ผ่านไป 3️⃣ ปี.. ฉันยิ่งงงไปใหญ่ว่าทำไมเงินเก็บของฉันมันเหลือแค่ 7-8 ร้อยบาทต่อเดือนเอง ,, นี่ฉันจะขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้เลยนะนิ 🥺
.
❗️ผ่านไป 4️⃣ ปี.. เอ้าา.. เงินเดือนฉันหมดเฉย ,, ตอนนี้กำลังใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน 🥹.. แต่ไม่เป็นไรฉันมีเงินเก็บ.. เดี๋ยวขอเอาออกมาใช้สักหน่อย✅
.
❗️ผ่านไป 5️⃣ 6️⃣ 7️⃣ ปี... เงินเดือนฉันตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 24,500 บาทแล้วนะ ,, แต่ฉันยังต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนอยู่แล้ย ,, อีกอย่าง.. เงินเก็บออมของฉันเหลือแค่ไม่กี่ร้อยบาท 😖
.
➡️ ตลอดระยะเวลา 7 ปีตั้งแต่เริ่มทำงาน .. ฉันใช้ชีวิตประหยัดอดออมมากสุด ๆ ของใช้ใหม่ ๆ ก็ไม่ได้ซื้อ .. ไปเที่ยวไหนก็ไม่ได้ไป ,, แต่เงินเก็บของฉันหมดไปแล้ว 😫😭
⁉️ ฉันจะทำยังไงดีเนี่ยย .. มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของฉันเนี่ย ???? 😰
.
‼️หลังจากนั้น.. ฉันก็กลายเป็นคนที่ต้องกู้หนี้ยืมสินผู้คนรอบตัวตลอดมา และต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเพราะว่ากลัวเจ้าหนี้จะตามมาเจอ 😨
…ชีวิตที่แสนดีของฉัน.. จบสิ้นลงในปีที่ 8 หลังจากเริ่มต้นทำงาน..❌

นิทานเรื่องนี้จบลงด้วยประการฉะนี้ 🙏
.
ป.ล.หวังว่านิทานเรื่องนี้ไม่ได้สร้างมาจากเรื่องจริงนะ 🫣
ป.ล.2 หวังว่าจะมีคนอ่านแล้วเกิดความ ‘เอ๊ะ!‘ ขึ้นมาในใจบ้างนะ 🧡😊
#ความจริงมันช้า
#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์
#Siamstr
ข้อมูลกราฟครับ : https://drive.google.com/file/d/1y7xRamLDpRCLmLJYETOXosr5LugW7X67/view?usp=drivesdk
จริง ๆ ก็ไม่ต่างกันครับ ,, ในทางเทคนิคอล P2PKH ยังปลอดภัยเพียงพอ 👍
เพียงแต่ตอนโอนออกจ่ายค่าฟีแพงกว่า BIP84 ครับ 😊
‼️ข้างใน Bitcoin Wallet ของเรา… มันมีอะไรบ้างนะ ? 🤔
.
🙋♂️สำหรับใครที่เก็บบิตคอยน์ใน Hardware Wallet แล้วมีคำถามหรือมีข้อสงสัยว่า..
➡️ ทำไม Address ที่ใช้รับบิตคอยน์มันเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย ๆ เลย ?
➡️ ใช้ Address เดิมรับบิตคอยน์ซ้ำได้มั้ย ?
➡️ เวลาโอนออกทำไมค่าฟีไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่ใส่เลขเดียวกัน เช่น กำหนดไว้ที่ 5 sats/vB แต่บางครั้งก็จ่ายเยอะ บางครั้งก็จ่ายน้อย ?
✅ งั้นเราลองมาดูโครงสร้างกระเป๋าแบบง่าย ๆ กันดีกว่าเนาะ 😊
.
❗️ในระบบกระเป๋าบิตคอยน์แบบ HD Wallet.. หรือกระเป๋าบิตคอยน์แบบที่เราต้องจดบันทึก ‘Seedphrase' ไว้เป็น Backup นั่นแหละ ,, เค้ามีโครงสร้างแตกย่อยไปอีกเยอะแยะมากมาย 👍 (มองให้เป็นต้นไม้ ,, ที่แตกแยกย่อยเป็นกิ่งใหญ่, กิ่งเล็ก และแต่ละกิ่งก็แยกเป็นใบหรือเป็นดอกเป็นผล.. จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น😊)
➡️ ยกตัวอย่าง 'Seedphrase 1 ชุด' ไม่ว่าจะเป็นแบบ 12 คำหรือ 24 คำก็ตาม ,, มันจะสร้างกระเป๋าได้หลายแบบ เช่น Legacy, Segwit, Native Segwit หรือ Taproot (แต่ยังไม่ต้องไปสนใจมันหรอกนะ..) เอาเป็นว่า…
‼️ โดยทั่วไปเราจะได้ใช้กระเป๋าแบบ Native Segwit (BIP-84) หรือเวลาที่เราสร้าง Address เพื่อรับบิตคอยน์ ,, เราจะได้ Address ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย bc1q.... นั่นแหละฮะ
➡️ ในกระเป๋าแต่ละแบบนั้น.. เราก็ยังแยกย่อยได้อีกเป็นหลาย ๆ Account (เหมือนบัญชีธนาคารแหละ .. ถ้าเราอยากมีบัญชีธนาคารหลาย ๆ เล่ม เราก็ทำได้ไม่มีใครห้าม ,, แต่เวลาจะโอนหรือถอนเงินก็ต้องนำสมุดบัญชีเล่มนั้น ๆ ไป) 👍
➡️ จากนั้นในแต่ละ Account ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มของ Address สำหรับใช้เพื่อ 'รับบิตคอยน์' และ Address สำหรับใช้เพื่อรับ 'เงินทอน' ,, ซึ่งสามารถสร้าง Address ได้อีก 'จำนวนมากมายมหาศาล' ชนิดที่เรียกได้ว่าใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด 🧐
✅ โดยเมื่อนำมาเขียนเรียงกันจะได้ประมาณนี้ [m/84'/0'/0'/0/0] ,, ซึ่งสิ่งนี้เองที่เราเรียกว่า 'Derivation Path' 🧡👍
งงป่ะ ? งั้นดูตามภาพประกอบเลยแล้วกัน 😅
.
1️⃣ Receive Addresses หรือรายการ Address สำหรับ 'รับโอน' บิตคอยน์ ,, ซึ่งหากเราใช้ Address ใดในการโอนเข้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัว Software wallet จะเลือก Address 'ลำดับถัดไป' ให้เราโดยอัตโนมัติ เช่น … ครั้งแรกเราโอนไปยัง Address ลำดับ 0 [m/84'/0'/0'/0/0] ,, จากนั้นการโอนครั้งถัดไปมันจะเลือก Address ลำดับ 1 [m/84'/0'/0'/0/1] และลำดับ 2 [m/84'/0'/0'/0/2] … ต่อไปเรื่อย ๆ
✅ สำหรับการโอนบิตคอยน์ไปยัง ’Address เดิม‘ ที่ถูกใช้งานแล้ว.. สามารถโอนไปได้ปกตินะครับ ไม่ได้มีผลต่อการใช้งานใด ๆ เลย 👍 ,, เพียงแต่ว่ามันจะ 'ลดความเป็นส่วนตัวลง' ,, เพราะจะทำให้คนอื่น ๆ สามารถรู้ได้ว่าเรามีบิตคอยน์เยอะหรือน้อยแค่ไหน ,, โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยโอนไปยัง Address ใหม่ ๆ เลยยิ่งมีความเสี่ยงครับ
❗️กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ใช้ Address เดิมซ้ำ ๆ ก็จะเป็น Exchange หรือกระเป๋ากองทุน เพื่อให้ง่ายในการบริหารจัดการหรือตรวจสอบ ✅
2️⃣ Change Addresses หรือรายการ Address สำหรับรับ 'เงินทอน' ,,❗️เวลาเราโอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋า.. เช่น เรามี UTXO ขนาด 1,000,000 sats และต้องการโอนไป Address ปลายทางเพียงแค่ 300,000 sats ,, ส่วนที่เหลืออีก 700,000 sats นั่นแหละจะถูกโอนกลับมายัง Address เหล่านี้ ,, ซึ่งการใช้ Change Addresses ก็จะไล่ลำดับไปเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยเริ่มจาก Change Address ลำดับ 0 [m/84'/0'/0'/1/0] ... และต่อไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่เราโอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋า 😘
3️⃣ ส่วนนี้เรียกว่า UTXO หรือชื่อเต็ม ๆ คือ Unspent Transaction Outputs หรือแปลเป็นไทยก็คือ 'บิตคอยน์ที่ยังไม่ถูกใช้' 🧡 ,, ซึ่งจำนวน UTXO จะขึ้นอยู่กับ ’จำนวนครั้ง‘ ที่เรารับโอนบิตคอยน์มาเก็บ เช่น เราโอนบิตคอยน์ออกจาก Exchange มายัง Address ลำดับ 0 ก็จะมี UTXO จำนวน 1 อัน ,, และวันต่อมาเรารับโอนบิตคอยน์จากเพื่อนเข้าที่ Address ลำดับ 0 (Address เหมือนเดิม) ก็จะมี UTXO เพิ่มมาอีก 1 อัน ,, สรุปตอนนี้กระเป๋าของเราจะมี UTXO จำนวน 2 อัน แต่อยู่บน Address เดียวกันทั้ง 2 อัน
‼️งงมั้ยนะ 🥺 ,, ลองคิดภาพง่าย ๆ ก็คือ ทุกครั้งที่เรารับบิตคอยน์เข้ากระเป๋า เราจะได้แบงค์ที่มีจำนวน Satoshi เท่ากับจำนวนที่เราโอนเข้ามา ,, ถ้าโอน 2 ครั้งก็จะมีแบงค์ 2 ใบ ,, ถ้าโอน 10 ครั้งก็จะมีแบงค์ 10 ใบ โดยที่ไม่สนใจว่าจะโอนไป Address เดียวกันหรือคนละ Address กันก็ตาม ✅
อ้ออ.. แต่หลังจากเรามีการโอนบิตคอยน์ออกจาก UTXO แล้ว.. มันจะถูกทำลายและสร้างเป็น UTXO ใหม่ก็คือ ’เงินทอน‘ (ถ้ามี) ✅
4️⃣ ในกรณีใช้ซอฟต์แวร์ Sparrow Wallet จะสามารถ ‘เลือก’ UTXO ที่ต้องการโอนออกได้เลย (ถ้าเราไม่เลือก.. โปรแกรมก็จะเลือกให้เองแหละ แต่บางครั้งมันก็อาจจะไม่ถูกใจเราไง)
‼️สมมุติเราจะโอน UTXO สีเขียว ,, เราก็สามารถที่จะเลือก UTXO นั้น และคลิกที่ Send Selected ได้เลย ,,
โดยที่เราจะส่งบิตคอยน์ได้ ‘ไม่เกิน’ จำนวน satoshi ที่มีใน UTXO นั้นนะ ❌😅
✅ ในกรณีเราต้องการโอนบิตคอยน์เกินขนาด UTXO เช่น ต้องการโอนจำนวน 4,000,000 satoshi ,, เราจำเป็นต้องโอนออกจาก UTXO สีเขียว และ UTXO สีม่วง ’รวมกัน‘ (เพื่อให้มีจำนวนมากกว่า Output ที่ต้องการ) 👍
➡️ ซึ่งกรณีที่มี Input มากกว่า 1 UTXO เนี่ยแหละ.. มันทำให้ Transaction ของเรามีข้อมูล ’เพิ่มขึ้น‘ และทำให้ ‘ค่าธรรมเนียม’ ที่ต้องจ่าย ’มากขึ้น’ ตามลำดับ❗️(ยิ่งมีหลาย UTXO ก็ยิ่งต้องจ่ายค่าฟีแพงขึ้น) ,, อาจารย์จึงแนะนำว่า 1 UTXO ไม่ควรมีขนาดเล็กเกินไป ,, ถ้าจะให้ดีควรมีมากกว่า 1,000,000 sats (โหดอยู่) 😂🙏
.
‼️สำหรับท่านที่ใช้งานเฉพาะ Application ที่มากับเจ้าตัว HW เช่น Trezor Suite ก็อาจจะไม่เคยเห็นโครงสร้างละเอียดแบบนี้ ,, แต่โดยหลักการแล้วทำงานเหมือนกัน 🧡
และเพื่อให้ใช้บิตคอยน์ได้สนุกขึ้นจึงอยากให้ลองศึกษาการใช้งาน HW ร่วมกับซอฟต์แวร์ Sparrow Wallet ดูครับ 👍✅
.
ป.ล. ผมกำลังเขียนบทความสอนใช้งาน Sparrow Bitcoin Wallet อยู่นะฮะ.. แต่น่าจะอีกสักพักใหญ่ ๆ 😅
#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์
#bitcoinselfcustody
#Siamstr


ถ้าชอบสายเทคนิคอล เดี๋ยวผมสอน multisig ให้ครับ 5555
สนุกสนานสุด ๆ
จริง ๆ แล้วมันค่อนข้างลึกเกินสำหรับการใช้งานทั่ว ๆ ไปอยู่ครับ 5555
และโดยพื้นฐานของ HW เค้าจะไม่ได้ให้เราเลือกเอง แต่จะเป็นค่า Default หรือ Derivation path แรกสุดเลยครับ
ส่วน Fingerprint ไม่กรอกก็เข้าถึงกระเป๋าได้ปกติ ,, แต่ถ้ามีก็จะเป็นการคอนเฟิร์มได้ว่าถูกต้องแน่นอน 😉
เข้าใจมาตลอดว่า มีแค่12,24คำคือจบแล้ว...ความรู้ข้าช่างน้อยนัก รบกวนท่าน nostr:npub1r27yp3vmr53gx9z2ltzxt8pah07p5xext2u7eeeg5zs5cmxkpeqst2hxu8 ขยายความเพิ่มเติม กรณีเราจะซ้อมเอา 12คำนี้ไปเปิดหาโดย Sparrow หน่อยครับ nostr:note1qqq9ag3gm77egpnrlf2eudak33te3crkzh9ferakj75qz9rqkldqvsxwky
จริง ๆ แล้วไม่แนะนำให้กรอก seedphrase ใน Sparrow Wallet โดยตรงนะครับ ,, ถ้ามี HW ให้ต่อผ่าน USB หรือ Import เป็น Watch-only Wallet จะปลอดภัยกว่า
หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ ต้องใช้ Tails OS เพื่อรันระบบที่ไม่บันทึกข้อมูล แล้วค่อยรัน Sparrow บน Tails OS ครับ
สำหรับการกรอก seedphrase บน Sparrow ก็กรอกได้ตามนี้เลยครับ

‼️เราจะรู้ได้ไงนะว่า 'บิตคอยน์' ที่เราพึ่งโอนออกจาก Exchange .. เป็นของเราจริง ๆ หรือป่าว ? 🤭
.
➡️ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่าระบบ 'บิตคอยน์' ทำงานแบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่มีความเป็นส่วนตัวสูงมากกก ,, งงล่ะสิ 5555
..คืองี้นะ 🧡😇
➡️ ระบบบิตคอยน์สามารถตรวจสอบข้อมูลธุรกรรม 'ทุกอย่าง' ได้หมด ,, ไม่ว่าจะเป็น.. การตรวจสอบจาก Bitcoin Address หรือการตรวจสอบจาก Transaction ID
❗️วิธีการก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ,, เพียงแค่เราเข้าไปในเว็บไซต์ Bitcoin Explorer ต่าง ๆ (ซึ่งมีหลายเว็บนะ) ➡️ แล้วก็นำ Address ของบิตคอยน์ หรือ Transaction ID (ที่เป็นข้อมูลยาว ๆ ๆ อ่านไม่รู้เรื่องนั่นแหละ) ไปใส่ในช่อง 'ค้นหา' แล้วก็เคาะ Enter สักทีนึง
✅ เราก็จะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin Address นั้น หรือเลขที่ทำธุรกรรมนั้น ๆ มาทั้งหมด!!
.
➡️ สมมุติว่า.. เราค้นหาด้วย Transaction ID เราก็จะได้ข้อมูลตามในรูปประกอบเลย ,, ขออธิบายสั้น ๆ เท่าที่จำเป็นต้องรู้ดังนี้นะ 😘
1️⃣ หมายเลข 1. ช่องที่เราสามารถนำ Bitcoin Address หรือ Tx ID ไปวางแล้วค้นหาได้
2️⃣ หมายเลข 2. ข้อมูลธุรกรรมนี้โดยสรุป เช่น หมายเลขธุรกรรม, จำนวนบิตคอยน์ที่ใช้ทำธุรกรรม รวมถึงค่าธรรมเนียมในการโอน และก็สถานะของธุรกรรมนี้ว่าได้รับการ 'ยืนยัน' แล้วหรือยัง ? โดยถ้าธุรกรรมได้รับการยืนยันแล้วหมายความว่า...
✅ ข้อมูลทั้งหมดนี้ถูกบันทึกลงบน Bitcoin Blockchain เป็นที่เรียบร้อยแล้ว .. ไม่สามารถ 'ยกเลิก' หรือ 'ย้อนกลับ' ได้แล้ว และหากเราโอนผิด.. นั่นหมายถึงเราสูญเสียบิตคอยน์นั้นไปถาวร (ยกเว้นว่ารู้เจ้าของ Bitcoin Address ที่โอนไปผิด,, ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้เลย 5555) ‼️🥹
3️⃣ หมายเลข 3. ถ้าเพื่อนโอนบิตคอยน์ให้เรา .. เราสามารถดูตรงนี้เพื่อเป็นการยืนยันได้ว่า 'บิตคอยน์' นี้เป็นของเราโดยสมบูรณ์ (ยิ่งจำนวน Block Confirmation เยอะ ๆ ยิ่งย้อนกลับยาก ,, จริง ๆ แค่ 1 Confirmation ก็ถือว่าโอนสมบูรณ์แล้ว) 😇
4️⃣ หมายเลข 4. ข้อมูลส่วนนี้เป็นฝั่ง Input หรือฝั่งโอนออก โดยในตัวอย่างเป็นการโอนออกจาก Address เดียว ,, ซึ่งถ้าเป็นการรวมบิตคอยน์จากหลาย ๆ Address เป็นบิตคอยน์ก้อนใหญ่อันเดียว (เรียกว่า Consolidation) ก็จะมีจำนวน Input Address ได้เยอะกว่านี้
5️⃣ หมายเลข 5. ข้อมูลฝั่งของผู้รับ หรือ Output โดยมีจำนวน Address ได้จำนวนมาก ๆ ได้เช่นเดียวกัน (เช่น การโอนบิตคอยน์ไปให้เพื่อนหลาย ๆ คนในครั้งเดียว) ,, โดยฝั่ง Output จะมีความน่าสนใจอีกอย่างก็คือ...
✅ ถ้าการโอนบิตคอยน์ครั้งนี้แล้วเหลือเศษ .. เราจะได้บิตคอยน์คืนกลับมาในกระเป๋าของผู้โอนเอง ซึ่งเรียกว่าเป็น Bitcoin Change Address หรือมีลักษณะเหมือนเงินทอน
‼️ถ้านึกภาพไม่ออก.. สมมุติเรามีแบงค์ 100 บาทอยู่ 1 ใบ และใช้ซื้อของราคา 50 บาท ,, เราก็จะจ่ายแบงค์ 100 บาทนั้นให้ร้านค้า และรับเงินทอนจำนวน 50 บาทกลับคืนมา ,, พอเข้าใจมั้ยนะ ? 🧡😇
...ส่วนข้อมูลอื่น ๆ มัน Nice to knows นะ .. ถ้าสนใจเรียนรู้ก็ดี แต่ก็มองว่าไม่จำเป็นขนาดนั้น😘
.
🧡 สุดท้ายนี้... พอเห็นมั้ยครับว่า เราสามารถรู้ได้หมดเลยว่า Bitcoin Address ไหน.. ถูกโอนไปไหนบ้าง? จำนวนเท่าไหร่บ้าง? 😊✌️
แต่!!! เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า Address ไหนเป็นของใคร‼️
มันจึงเป็นที่มาของคำว่า 'Bitcoin is Pseudonymous' ✅🙏
ป.ล.การยืนยันว่าเราได้รับบิตคอยน์ ‘จริง ๆ’ ก็คือ การตรวจสอบใน Bitcoin Blockchain Explorer แล้ว.. มี ‘satoshi’ อยู่ใน Address ของเรานั่นเอง 😊🧡✅
#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์
#bitcoinselfcustody
#Siamstr

GM from WNK #Siamstr 🧡
Feels Like 14 องศา ,, อากาศดี ๆ เหมาะแก่การจัด #korat103 🫣
 
✅ลมแรง, เด็กวิ่งว่าวได้ 👍
 
✅มีลานหญ้าสำหรับ Bitcoiner
 
✅มีอาคารเปิดโล่ง จัดปิ้งย่างได้ชิลๆ
 
✅ห้องน้ำสะอาดมาก เพราะเป็นที่พักใหม่ 555
 
..น่าสนใจดีแหะ 🤭
ภาพไม่ชัดแหะ ,, ภาพต้นฉบับในลิ้งก์นี้นะครับ
https://drive.google.com/file/d/1Cv8qBj5eqopjbsNsw-8PVvBHnCBY8eQs/view?usp=sharing
‼️กระเป๋าเก็บ 'บิตคอยน์' เป็นเพียงแค่ตัวเลขโง่ ๆ แต่วิธีการที่ได้มันมา...ไม่โง่นะฮะ 🧡😇
.
➡️ ท่านที่เริ่มคุ้นเคยกับการเก็บรักษา 'บิตคอยน์' ด้วยตนเอง หรือที่เราเรียกกันแบบหล่อ ๆ ว่า 'Self-Custody' นั้น.. มันจะมีคำศัพท์เฉพาะจำนวน 12 หรือ 24 คำ ที่เราห้ามทำหายหรือลืมโดยเด็ดขาด 🥹
❗️แต่รู้มั้ยว่า.. ที่มาของคำเหล่านั้นคืออะไรกันนะ? ,, ถ้าท่านใดที่อยากรู้ .. (รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม) ก็จงตามข้าพเจ้ามา 😘
.
✅ Seedphrase หรือคำศัพท์ที่เราใช้ในการ 'เข้าถึง' แม่กุญแจ (Master Private Key) ของกระเป๋าบิตคอยน์นั้น ,, เกิดจากตัวเลข Binary (หรือเลขฐานสอง) จำนวน 128 หรือ 256 ตัว (ถ้าเป็นแบบ 12 คำ จะเกิดจากไบนารีจำนวน 128 บิต และแบบ 24 คำ จะเกิดจากไบนารีจำนวน 256 บิต)
🧡 ซึ่งการได้มาซึ่งตัวเลขไบนารีจำนวนทั้ง 256 ตัวนั้น (เราเรียกว่า Entropy หรือตัวเลขที่เกิดจากการสุ่ม) สามารถทำได้จากหลายวิธี เช่น
1️⃣ การโยนเหรียญหัวก้อย หรือการโยนเหรียญบาทโง่ ๆ นี่แหละ แล้วกำหนดให้มันเป็น 0 หรือ 1 ,, เช่น ออกหัวกำหนดให้เป็น 0 และออกก้อยให้เป็น 1 โดยเราจะโยนทีละ 1 เหรียญจนครบ หรือโยนทีละ 10 เหรียญ หรือโยนทีละ 100 เหรียญก็ตามสะดวก ,, แล้วก็นำตัวเลข 0,1 ที่สุ่มได้มาคำนวนต่อ (คุณภาพการสุ่มดีที่สุด คือ การสุ่ม 1 ครั้ง ได้ผลลัพท์ 1 บิต)
2️⃣ การโยนลูกเต๋าแบบธรรมดาที่ออกเลข 1-6 ก็พอใช้ได้ แต่ไม่ดีเท่าแบบโยนเหรียญ
3️⃣ การสรรหาลูกเต๋าแบบพิเศษที่มี 16 หน้า หรือมีชื่อเรียกว่า 'D16 HEX dice' ก็จะเยี่ยมสุด ๆ เลย ,, ซึ่งจะให้คุณภาพของการสุ่มอยู่ที่ 100% เท่ากับแบบโยนเหรียญเช่นเดียวกัน (คือ สุ่ม 1 ครั้ง ได้ผลลัพท์ 16 บิต ,, โยนทั้งหมด 64 ครั้ง จะได้ 256 บิตพอดี)
❗️หรือแม้แต่การสับไพ่! ก็สามารถนำมาใช้สุ่ม Entropy ได้เช่นกันนะ (แต่ไม่ค่อยเวิร์คหรอก)
.
✅ เมื่อเราได้ Entropy ครบทั้ง 256 บิตเรียบร้อยแล้ว ,, เราก็จะนำตัวเลขมาแบ่งเป็นชุด ๆ ,, ชุดละ 11 ตัว ซึ่งมันจะแบ่งได้จำนวน 23 ชุด และเหลือไบนารี 3 ตัวสุดท้ายเป็นเศษ ,, เราจะมีวิธีการคำนวนพิเศษ (ขอไม่กล่าวถึง มันค่อนข้างวุ่นวายนิดนึง) เพื่อที่จะได้ตัวเลขไบนารีอีก 8 ตัว และนำมาใช้ประกอบร่างกับตัวเศษ ซึ่งเรียกว่า 'Binary Checksum' ,, และสิ่งนี้ก็จะทำให้เราได้เลขไบนารีจำนวน 11 ตัว ทั้งหมด 24 ชุด
➡️จากนั้นเราแปลงเลขฐานสอง↔️เลขฐานสิบ และนำค่าที่ได้ไปบวก 1 เพื่อเทียบกับคำศัพท์ในตาราง BIP39 Wordlist (หาได้จาก google)
‼️สุดท้ายเราก็จะได้คำศัพท์เฉพาะจำนวน 24 คำ และสามารถนำไป Recovery ใน Hardware Wallet หรือ Software Wallet ทุกตัวบนโลกนี้และใช้งานได้เลย ✅
.
❗️เห็นมั้ยว่ากระเป๋า 'บิตคอยน์' เป็นแค่ตัวเลข 0 และ 1 โง่ ๆ จำนวน 256 ตัวเท่านั้นเอง ,, แต่โอกาสที่คนบนโลกนี้จะสุ่มตัวเลข 0 และ 1 ตรงกันทุกตำแหน่งทั้ง 256 ตัว.. มันไม่ใช่เรื่องโง่ ๆ นะฮะ
‼️ใครไม่เชื่อ.. ลองโยนเหรียญบาทสัก 10 ครั้ง (จำลองการสุ่มไบนารีขนาด 10 บิต) และลองโยนซ้ำใหม่เรื่อย ๆ เพื่อให้ได้เลข 0 และ 1 ตรงกัน 'ทุกตำแหน่ง' อีกสักครั้งหนึ่ง 😊✌️
🧡 แล้วท่านก็จะรู้ว่า.. กระเป๋า 'บิตคอยน์' ที่เกิดจากตัวเลขโง่ ๆ นั้น ,, มันโคตรแข็งแกร่งเลยแหละ ✅🙏
.
ป.ล.ท่านใดที่จะสุ่ม Entropy เพื่อสร้าง seedphrase ด้วยตนเอง ต้องทำบนอุปกรณ์ HW ที่มีโหมดเหล่านี้มาให้นะครับ เช่น COLDCARD หรือไม่ก็ต้องรันเว็บ Mnemonic Code Converter บนระบบที่ Offline เช่น Tails OS เท่านั้น!! ,, ทั้งนี้ "ห้าม" ทำบนคอมพิวเตอร์ทั่ว ๆ ไปแล้วนำ Seedphrase ไปใช้งานโดยเด็ดขาด‼️
ป.ล.2 ใครจำได้บ้างว่า Seephrase คำที่ 24 ต้องประกอบด้วยไบนารี 8 ตัวที่ได้จากการ 'คำนวณ' ซึ่งสิ่งนี้มันจึงเรียกว่าเป็น Seedphrase "Checksum" และเจ้าคำที่ 24 นี้แหละที่ทำให้ HW รู้ว่าเรากรอก Seedphrase ถูกหรือผิด
#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์
#bitcoinselfcustody
#Siamstr 
อย่าลืมเคลือบพลาสติกไว้ด้วยนะครับ ,, เดี๋ยวโดนน้ำ 😅
ดีกว่าแน่นอนครับ ,, แต่แผ่นเหล็กมันตอกข้อความยากจัง 5555 😅
‼️แนะนำการส่งมอบทรัพย์สินมูลค่า 2 แสนล้านบาทให้แก่ลูกหลานในอนาคตด้วยกระดาษ A4 แผ่นเดียว 😇
.
✅ อย่างที่ท่านบิตคอยเนอร์มือเก่าหรือมือเก๋าเรารู้กันก็คือ.. 'บิตคอยน์' สามารถเข้าถึงและโอนออกได้ด้วย 'คำศัพท์' จำนวนเพียง 12 หรือ 24 คำ (เรียกว่า Seedphrase)
❗️ซึ่งคลังคำศัพท์ที่ใช้งานเป็น Seedphrase นั้น ,, จะมีอยู่ทั้งสิ้น 2,048 คำ และแต่ละคำก็จะเป็นคำที่มีความหมาย เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการจดหรือการจำ 📝👍
.
แต่... มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นชะทีเดียวนะฮะ เราสามารถเพิ่มลูกเล่นให้ Seedphrase ของเราได้ 😎
➡️ โดยใน Seed Phrase แต่ละชุดนั้น.. สามารถแยกออกเป็น Account ได้อีกจำนวนมาก และแต่ละ Account ก็สามารถสร้าง Address ได้อีกจำนวนมากเช่นเดียวกัน
‼️ซึ่ง.. ถ้าเราโอน 'บิตคอยน์' ไปเก็บไว้ที่ Account ลำดับอื่น ๆ จะช่วย 'เพิ่ม' ความยากในการสุ่มเจอบิตคอยน์ในกระเป๋าขึ้นอีก 'พอสมควร' และในขณะเดียวกันก็จะ 'ลดโอกาส' ที่ลูกหลานจะเข้าถึงบิตคอยน์ให้น้อยลงไปด้วย 555 😅
.
🙋♂️ยกตัวอย่าง 'Bitcoin wallet Backup' ตามรูปที่แนบ ซึ่งประกอบไปด้วย Seedphrase จำนวน 24 คำ

❗️หากเรานำไป Recovery ใน Software wallet หรือ Hardware Wallet เราจะได้ Account ลำดับ #0 ของกระเป๋าใบนี้ (ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานของตัวซอฟต์แวร์และอุปกรณ์) ,, และแน่นอนว่าเราจะ ‘ไม่เจอ' บิตคอยน์ที่เราโอนไปเก็บไว้ใน Account ลำดับ #5 อย่างแน่นอน 🥲
✅ ดังนั้น หากเราต้องการเขียน 'พินัยกรรม' เพื่อส่งมอบข้อมูลมรดกมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทนี้ให้ลูกให้หลานในอนาคต ,, ในนั้นควรต้องมีข้อมูลตามในภาพนี้เป็นอย่างน้อย หรือสรุปง่าย ๆ ก็คือ
1️⃣ ต้องมี Seedphrase จำนวน 12 หรือ 24 คำตามที่เราทำ
2️⃣ ต้องมี Derivation Path เพื่อบอกประเภทและลำดับ Account ของกระเป๋า
3️⃣ ต้องมี Fingerprint เพื่อยืนยันว่า Seedphrase ถูกต้อง
✅ และต้องมี Note ที่จำเป็นต้องการให้ลูกหลานของเรารู้ เช่น Passphrase หรือข้อความต่าง ๆ อาทิ ..
"Seedphrase นี้เป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋า Multisig 2-of-2 โดย Seedphrase อีกส่วนจะอยู่ที่พี่ชายของแก.. จงไปคืนดีกันชะ❗️" เป็นต้น 😅
เพื่อให้มั่นใจได้ว่า.. พินัยกรรมของเราไม่มีข้อมูลที่ตกหล่น 🎉
.
🧡 เพิ่มเติมข้อมูลให้สำหรับมือใหม่นะฮะ 🧡

✅ ตามทฤษฎี BIP32 เรื่องของ Hierarchical Deterministic Wallets นั้น ,, Seedphrase จำนวน 1 ชุด สามารถสร้าง Account ได้สูงสุด 2^31 หรือประมาณ 2.1 พันล้าน Account และแต่ละ Account สามารถสร้าง Address ได้สูงสุด 2^31 หรือประมาณ 2.1 พันล้าน Address ‼️
ทั้งนี้.. มันจะติดด้วยข้อจำกัดของตัว Software Wallet จึงทำให้เราไม่สามารถไปใช้งาน Account หรือ Address ลำดับไกล ๆ ได้ ,, แต่มันก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานแล้วนะ 5555 😂

.
ป.ล.ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด 'Bitcoin wallet Backup' Template สำหรับปริ้นและใช้งานกันได้นะครับ (https://drive.google.com/file/d/1AdLnNRFu_v8CTBI43sCKmEJW2Y8xKXWP/view?usp=sharing) แต่อย่าลืมเรื่องพื้นฐานความปลอดภัยในการใช้งาน Seedphrase เป็นอันขาด ขอให้ปริ้นออกมาแล้วเขียนด้วยปากกานะฮะ [It's strongly NOT recommended to store your recovery phrase digitally (in an email, online service, screenshot, photo or any other type of computer file).] ‼️
ป.ล.2 ถ้ากระดาษที่จดข้อมูล 'ครบถ้วน' แผ่นนี้หลุดออกไป.. ทรัพย์สินของตาทวดเอ็มกว่า 2 แสนล้านก็จะหายไปทั้งหมดได้นะฮะ 😇
#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์
#bitcoinselfcustody
#Siamstr
แต่ละเรื่อง 😱