Avatar
Candy-Bright
fee9d792995fb17ba4e62b6005c1a9448b641b6afd1b02d5ccd53c61a387332f
Replying to Avatar Sats and Sound

บทความนี้เขียนเพื่อเตือนสติตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าใครมาอ่านแล้วได้ประโยชน์ผมก็ดีใจมากครับ

วันนี้ในกลุ่ม Siamese bitcoiner มีโพสบอกว่า "ทุกวันนี้เปลี่ยนหน่วยมองเป็น Sats เเล้วครับ เพราะเก็บช้าไป"

ฟิลลิ่งเหมือนราคา ต่อหนึ่ง BTC มันแพงมากจนต้องเก็บเป็นหน่วยย่อยแทนแล้ว (3.5m THB / 1BTC)

ผมว่าข้อนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนเข้ามาทีหลังคิดอยู่ในใจ เมื่อเรามองย้อนไปจะรู้สึกเสียดายโอกาส และ เสียดายว่าทำไมเราถึงรู้ช้าไป

ผมเองก็รู้สึกอย่างนั้น แต่ความเป็นจริงคือ เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้

สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้คือ วางแผนและมองภาพในอนาคตครับ

ลองคิดมุมกลับดูว่า ถ้าหากวันนี้ 1 BTC ซื้อลำบาก ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า 0.1 BTC ก็อาจจะซื้อได้ลำบากเหมือนกันเพราะเกิดการพิมพ์เงินมหาศาล ย้อนอดีตไม่ได้ก็ต้องเริ่มต้นวางแผนและออมอย่างมีวินัยตั้งแต่วันนี้ครับ

ชอบคำอาจารย์พิริยะมาก แกบอกว่า การออมในวันนี้คือการจ่ายเงินให้ตัวเราเองในอนาคตนั่นแหละ

สิ่งที่ผมใช้บอกตัวเองเวลารู้สึกเสียดายโอกาสซื้อในอดีตคือ ไม่ว่าเราจะออมใน BTC ตอนไหน เงินเราจะไม่เสื่อมค่าลงครับ

ยกตัวอย่างเช่น วันนี้ 3.5m THB ซื้อได้ 1BTC

แต่เราซื้อ 1000 บาท เงิน 1000 บาทของเรานั้นไม่ว่าเวลามันจะผ่านไปนานแค่ไหนมูลค่ามันจะไม่ลดลง ต่างจากการเก็บไว้ในเงิน fiat ที่การพิมพ์เงินทำให้มูลค่าลดลงครึ่งหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไป 7-10 ปี

(การออมและการลงทุนต้องแยกจากกันอย่างชัดเจน)

อีกอย่าง BTC ที่ออมเป้าหมายผมก็คือการออมจำนวน BTC เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่กลับไปเทียบเป็นหน่วย fiat ครับ

คนที่เขาเข้ามาก่อนแสดงว่าเขาก็รู้ก่อนและเจอความเสี่ยงมากกว่านี้ และในอนาคตผมเชื่อว่าเราจะสามารถออม หรือ ลงทุนใน BTC ได้ง่ายขึ้นเพราะคนเริ่มเข้าใจ และ มีความเชื่อมั่นมากขึ้น

การมองเป็นหน่วย sat ก็ทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นนะ เช่น

ฉันมีแค่ 0.01 BTC เอง เปลี่ยนเป็น ฉันมีตั้ง 1 ล้าน sats เลยนะ

ถึงค่าจะเท่ากันแต่สำหรับผมว่ามันมีผลต่อจิตวิทยาในการหาเงินมาออมเพิ่มได้ อีกอย่างในตอนนี้เรายังอยู่ใน early state

ของ bitcoin adoption อยู่เลยครับ ยังมีคนส่วนมากที่ออกมาด่าและโจมตี BTC แบบผิดๆอยู่เลย

เก็บตอนนี้ยังทันครับ เหมือนคอมเม้นในคอมมูที่บอกว่า ถ้าเก็บตอน milli sats อันนั้นแหละช้า

สรุปสั้นๆคือ

1.เก็บ BTC ตอนไหนก็ทันเพราะเงินเราไม่เสื่อมค่าลง ยิ่งถือนานมูลค่ายิ่งเพิ่ม

2.เราแก้ไขอดีต ความรู้งี้ต่างๆไม่ได้ แต่เราวางแผนเพื่อทำในอนาคตได้

3.อย่าพยายามไปเทียบเป็นหน่วย fiat มองแค่หน่วย sat ก็ไม่แย่นะ ดีเสียอีกในมุมจิตวิทยา

4.ถือไว้เองอุ่นใจครับ เหมือนกับที่หลายๆคนในคอมมูบอกว่า พวกเราอ่ะ รอดแล้ว ต่างจากคนส่วนใหญ่ในสังคมที่จะใช้ชีวิตลำบากขึ้นอีกจากการพิมพ์เงินมหาศาลต่อจากนี้ โดยที่พวกเรายังไม่รู้ความเลวร้ายของระบบเงิน fiat เลย

5.เวลามีค่าศึกษา bitcoin อย่าเพิ่งท้อ เรายังอยู่ในช่วง early state อยู่เลย

#siamstr #btc #bitcoin #rightshift

ฟังพอทแคชครึ่งชั่วโมงได้ประมาณ 20 sat

เอากล่องขวดเก่าไปขายอย่างเยอะได้ 20 บาท อาจจะดูน้อยไม่คุ้มเหนื่อย

แต่พอแปลงบาทไปซื้อ sat จะได้ 588 sat

ทำให้อยากเก็บเล็กผสมน้อยขึ้นเยอะเลย

588 sat จะดูง่ายกว่า 0.00000588 btc

หุ้น OR ราคาหุ้นละ 347 sat

ถ้าเป็น 0.00000347 btc ดูยากมาก

เหมือนใน Trading View ยังไม่มีหน่วยเป็น sat (หรือมี แต่เราไม่รู้) เวลาเทียบราคาต้องมาแปลงเป็น sat กลับมาอีกรอบ

ขอบคุณครับ ไม่งั้นผมก็ยังคงงงอยู่ต่อไป

ดูเหมือนว่าหุ้น CEP หุ้นชื่อในอนาคต XXI ดูน่าสนใจกว่า

ผมคิดว่า บทสนทนาใน chatGPT มีข้อมูลไม่ถูกต้อง เมื่อผมลองคำนวณเองจากข้อมูลในเว็บบริษัทฯ (ไม่แน่ใจว่าถูกต้องด้วยหรือไม่)

Market Cap: 103,991,000,000 $

MSTR Price : 372.27 $

ปัจจุบันน่ามีจำนวนหุ้นอยู่ 279,342,950 หุ้น (ซึ่งเดิม ChatGPT บอกว่ามี 16,600,000 หุ้น)

Bitcoin Count: 580,955 btc

ถ้านำมาหารตรงๆโง่เลย

หุ้น MSTR 1 หุ้น จะมีมูลค่า 0.00207972 btc (207,972 sat)

ปัจจุบันซื้อขายกันที่ 0.003522 btc (352,200 sat)

ดังนั้น จริงๆแล้วตอนนี้เหมือนเราซื้อหุ้น MSTR ในราคาพรีเมียมหรือราคาคาดหวังที่มันจะเติบโต ตามที่เค้าพูดๆกันครับ

Note :

หุ้น MSTR จำนวน 1 หุ้น หลัง dilute แล้วมีมูลค่าประมาณ 0.0135 btc (1,350,000 sat) หลังปี 203 ปัจจุบันมีมูลค่า 0.0035 btc (350,000 sat) แต่มีความเสี่ยงหลายด้านที่ต้องพิจารณา *วิเคราะห์จากบทสนทนาใน chat GPT

หลายวันก่อนชมคลิปให้สัมภาษณ์คุณทิว ปกป้อง ใน https://www.youtube.com/live/1vbZq5dKy0Y?si=06ddbsa61-OsM52A

ซึ่งเกี่ยวกับหุ้น Microstrategy (MSTR) และอุปกรณ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น STRK STRF ของบริษัท Strategy

ดูแล้วเป็นเรื่องใหม่ น่าสนใจ น่าศึกษา แต่ซับซ้อนมากด้วยเช่นกัน

----------------------------------------------------

ส่วนตัวเลยสนใจอยากเรียนรู้ศึกษาหุ้น MSTR และอุปกรณ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องนี้ ประกอบกับมองว่า

- หุ้น MSTR เป็นหุ้นที่ไม่สามารถวิเคราะห์ผ่านเลนส์วิเคราะห์หุ้นปกติ อย่างน้อยต้องมีความรู้ด้าน Bitcoin หรือเศรษฐศาสตร์ออสเตรียน

- วิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทแบบปกติแล้ว ประเมินฯมูลค่าหุ้นไม่สมเหตุสมผลกับราคา

- ราคาหุ้น MSTR ดูขึ้นสูงไปแล้ว มีโอกาสขาดทุนสูง

- ราคาหุ้น MSTR สวิงมากเกินไป

- รายย่อยอาจมองว่าหุ้น MSTR เป็นหุ้นเกร็งกำไร และมีการแนะนำว่าให้ถือแค่ระยะสั้น-ปานกลาง (ไม่แนะนำให้ถือยาว)

- คิดว่าไม่นานราคา bitcoin จะร่วงตาม cycle แล้วราคาหุ้น MSYR ก็จะร่วงตาม หรือไม่ก็บริษัทฯเจ๊งในเร็ววัน

- เหมือนในโซเชียลในไทยยังไม่ค่อยมีแนะนำ เชียร์ เล่นข่าว หรือเป็นที่รู้จักหุ้น MSTR มากนัก

- พวกกองทุนเข้าลงทุนหุ้น MSTR หรือ bitcoin แล้ว มันคือจุดสูงสุดไปแล้ว

- ความเสี่ยงที่ในอนาคตบริษัทฯไม่ได้มี bitcoin หรือ อาจสูญเสีย bitcoin ที่บริษัทเก็บไว้ เช่น การแฮ็กกระเป๋า bitcoin

- มองว่าบริษัทฯ ทำวิธีการเสี่ยงมากจนเกินไป ใช้เงินกู้ไปซื้อ bitcoin

- หุ้น MSTR จะมีมูลค่าลดลงจากการถูก Dilute หุ้น ด้วยวิธีต่างๆ ที่บริษัทฯ จะทำเพื่อให้ได้เงินไปซื้อ bitcoin

- เศรษฐกิจโลกตอนนี้ไม่แน่นอน เช่น ภาษีทรัม ดอกเบี้ย เงินเฟ้อที่สูงขึ้น

ภาวะว่างงาน/คนไม่มีงานทำ/ตกงาน

- สงคราม ที่มีอยู่ และที่อาจจะกำลังเกิดขึ้นใหม่

- ยังมีหุ้นอีกหลายบริษัทที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า มีความน่าเชื่อถือมากกว่า วิเคราะห์ย้อนหลังได้หลายปี คาดการณ์ได้ง่ายกว่า

- มีบุคคลที่มีอิทธิพลด้านความคิดในการลงทุนอีกหลายคน เสมือนชี้นำว่า bitcoin คือสิ่งจอมปลอมหลอกลวง ไม่ควรไปยุ่ง เช่น วอเรน บัฟเฟต เป็นต้น

- มีเหรียญคริปโตอีกเยอะ อีกหลากหลายเหรียญ

- หุ้นในกลุ่ม Nasdaq อยู่สูงไปแล้ว เลี่ยงดีกว่า

- คนที่มีความรู้ด้าน bitcoin น้อย คนที่ไม่เข้าใจ/ไม่สนใจมีมากกว่า

- คนน่าจะยังสับสนงุ่นงง ความไม่แน่นอนกับนโยบายของทรัมว่าจะยังไงกันแน่

_________________________________

ด้วยเหตุผลด้านลบที่มีต่อหุ้น MSTR ต่อบริษัทฯ หรือตลาดหุ้น ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของเรา เลยคิดว่ามันต้องมีโอกาสอะไรบางอย่างอยู่ในหุ้น MSTR นี้บ้าง อย่างน้อยก็ความรู้

เราเลยหาวิธีซื้อหุ้น MSTR เพื่อให้เราได้มีพลังในการศึกษาหาความรู้ที่เกี่ยวกับหุ้น MSTR & bitcoin ก่อน

เห็นว่าแอพ Dime น่าสนใจ เลยเปิดบัญชีซื้อหุ้นสหรัฐไป

*บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ (KKP Dime) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากสำนักงาน ก.ล.ต.

ซึ่งหุ้น MSTR 1 หุ้น ราคาประมาณ 370$ หรือประมาณ 12,000 บาท

(31/5/2025)

แน่นอนเราไม่อยากซื้อเยอะขนาดนั้น

แต่แอพ Dime สามารถซื้อขั้นต่ำที่ 50 บาทได้ เลยซื้อเสี้ยวหุ้น MSTR ไป

(ต้องหาข้อมูลแอพ Dime ต่อว่าถือหุ้นเรายังไง) ถ้าสนใจเข้าไปดูได้ https://link.dime.co.th/eEQ9fuat (รหัสชวนเพื่อน N7N4WCMN)

หากเรามีความรู้ความเข้าใจในหุ้นนี้แล้ว พร้อมโยนเงินทิ้งน้ำแล้ว ก็อาจจะลงทุนหุ้น MSTR หรืออุปกรณ์ทางการเงินอื่นที่เกี่ยวข้องต่อ

-------------------------------------------------------

คำถาม

1.ช่วยแนะนำ กลุ่ม/ช่องทาง ศึกษาหาความรู้เรื่องหุ้น MSTR หรือที่เกี่ยวข้อง สไตล์ bitcoiner ให้หน่อยครับ

เราดูข้อมูลใน https://www.strategy.com/ ก็งงพอสมควร และเผื่อได้หลักคิดใหม่/ถูกต้องด้วย

2.เพื่อนๆสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นได้เลยนะครับ

3.ขอบคุณเพื่อนๆชาว bitcoiner ชาว #siamstr

ทุกคนที่เข้ามาอ่านจนจบนะคะรับ

------------------------------------------------------

Replying to Vesper

มีใครเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม?

เรารู้สึกว่าเราหมกมุ่นกับเรื่อง #bitcoin มากเกินไป แล้วแต่ละคนมีวิธีจัดการยังไงกันบ้าง มาแชร์กันหน่อย

ตั้งแต่หลงเข้าไปใน “หลุมกระต่าย” ของ Bitcoin

ก็เอาแต่หมกมุ่นกับมันตลอด ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็อ่านหนังสือ ติดตามข่าว ฟังพอดแคสต์ ดู YouTube เข้า Facebook กลุ่ม Siamese Bitcoiners

จนเริ่มรู้สึกว่าควรใช้เวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่น หาทักษะใหม่ ๆ หรือทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์มากขึ้น

แต่พอมีเวลาว่างทีไร ก็วนกลับมาอยู่ในลูปเดิมทุกที

ตอนนี้เราอายุประมาณ30กลางๆ

มี Bitcoin มากสมควรแล้ว คิดว่าอีก 15-20 ปีน่าจะเกษียณได้สบายๆ

เข้าใจหลักการแล้วก็รันโหนดแล้ว ทำ multisig เรียบร้อยแล้ว

แต่ก็ยังรู้สึกหมกมุ่นอยู่ดี

#siamstr

ศึกษาถึง 4-5 ปียัง

เพราะข้อมูลค่อนข้างเยอะพอสมควร

อัดเยอะๆ ก็อาจไม่แปลก

ทั้งเชิงปรัชญา เทคนิค

พอเราเข้าใจแต่ละท่านแล้วก็ยิ่งฟังอีก

เช่น อ.ตั๊ม ดร.ชิต คุณลุงโฉลก คุณท็อป คุณปกป้อง อ.ขิง คุณอาม ดีเจต้า ทีม right shift ที่ไม่ได้เอยชื่อ ฯลฯ

แต่ก็น่าจะเบาลงได้ หลังๆ สนใจทีม right shift เชิงเทคนิค ค่อนข้างยากพอสมควร

ส่วนที่ผ่านมาป้ายยาใครได้บ้างไม่ได้บ้างก็สุดแท้แต่แล้ว

หลังๆ เน้นทำงาน เก็บออม วางแผนถ้าตายจะให้ใครยังไงดี ถ้าป่วย... แต่ก็ยังศึกษาต่อ ลดความหมกหมนไปเยอะ ถ้าอยากลดจริงๆ ก็นั่งสมาธิรู้ลมหายใจตัวเอง ถ้าต้องไปจริงๆ เราก็ต้องวางอยู่ดี

Get plenty of rest.

#siamstr

ที่ผมเคยเป็น ไอน่าจะเป็นเดือน (พูดแล้วก็ไอ)

-จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ

-งดน้ำแข็ง

-งดของที่เป็นน้ำมัน เช่น ของทอด

-ให้แพทย์จัดยาแก้ไขให้ หรือที่เป็นเม็ดกินหลังอาหาร

-เวลาไออมยาแก้ไขขะขาบ กำกิ๊กเผี่ยง

งดไอ พยายามฝืนไอ ต้านการไอบ้าง เป็นช่วงๆ ถ้าไปไหวก็ปล่อย ถ้านึกได้ก็ฝืน (บางทีเหมือนสมองมันสั่งการให้ไอเฉยๆ)

-ทำทั้งหมดแบบจริงจัง 2-4 สัปดาห์

*เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ หากมีทางเลือก ควรปรึกษาแพทย์น่าจะดีที่สุดครับ

จริงๆแล้วผมแค่ป่วย หรือ แค่ผมเป็นคนไม่เอาใหน ?

ณ ขณะที่ผมเขียนข้อความนี้ เป็นเช้าของวันจันทร์ที่ 24 มีนาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งวันที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความวิตกกังวล และกับหน้าที่อีกหลายอย่างอีกต้องจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว หรือเรื่องการงานที่จะต้องหาเงินมาจุนเจือครอบครัว บางครั้งผมก็อยากจะระบายความรู้สึกที่ผมมีอยู่ในใจให้ใครบางคนได้ฟัง แต่คนที่ผมอยากให้เขาได้รับฟัง อยากให้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนในครอบครัว คนรู้จัก เพื่อนสนิท หรือคนที่ผมจะต้องคอยดูแลเขา เนื่องจากไม่ต้องการให้เขาเหล่านั้นต้องคอยมาเป็นห่วงว่าผมกำลังตกอยู่ในทะเลทุกข์ เพื่อให้คนที่ผมรักต้องคิดว่าพวกเขาเป็นภาระ สำหรับผมแล้วพวกเขาไม่เคยเป็นภาระ เป็นหน้าที่ๆ ผมเต็มใจทำ

ผม ณ ตอนนี้ อายุ 34 ปี มีลูกสาวที่อยู่ในวัยกำลังน่ารัก อายุ 2 ขวบ ผมกับลูกสาวยังอาศัยอยู่กับ พ่อ แม่ ของ ผม ส่วนภรรยาขอผมทำงานอยู่ต่างจังหวัด ในหนึ่งอาทิตย์ ภรรยาของผมจะได้กลับบ้านมา หนึ่งถึงสองวัน พ่อผมตอนนี้อายุ 75 ปี ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม ความจำหลงๆ ลืม ๆ และมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ ส่วนแม่ของผมอายุ 72 มีโรคประจำตัวแค่โรคความดัน กับไขมันในเลือดสูง แต่ปัจจุบันตอนนี้รักษาสามารถควบคุมระดับไขมัน และความดันอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว

ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณช่วงปี 2561 เรียนจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ และฝึกงานเป็นเสมียนทนายความ จนกระทั่ง ปี 2563 สามารถสอบผ่านได้รับอนุญาตให้เป็นทนายความ ชีวิตตั้งแต่เรียนจบจนได้เป็นทนายความรู้สึกเป็นช่วงชีวิตที่มีความสุขได้ทำตามความฝันและผมก็สามารถไปได้ถึงฝั่งฝัน จนกระทั่งเมื่อเริ่มเป็นทนายความเต็มตัวผมก็เริ่มประกอบอาชีพมีความสุขในการทำงานรู้สึกท้าทายและคิดว่าถ้าได้ฝึกอีกสัก ห้า หก ปี ผมคงเป็นทนายความที่เก่ง แต่ ขณะเดียวกันนั้นอาการของพ่อก็เริ่มหนักขึ้นไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์ตนเองได้ มักจะมีอารมณ์ ฉุนเฉียว และกล่าวหาว่าแม่ขโมยของ ๆ พ่อ หากแม่ออกไปจับจ่ายซื้อของในตลาดพ่อก็คิดว่าแม่มีชู้ ถึงขั้นลงมือทำร้าย สาเหตุที่พ่อมีอาการดังกล่าวเนื่องจากผู้ป่วยที่มีอาการสมองเสื่อม มักจะมีอาการของโรคจิตเวชตามควบคู่มาด้วย และประกอบกับ ณ ขณะนั้นผมยังไม่ได้ดูแลพ่อให้ดี ไม่ได้จัดยาให้ท่านทานเพียงแค่ถามว่าท่านทานยาหรือยัง มุ่งแต่ที่จะทำงานหาเงินแต่กลับไม่ได้กลับมามองคนในครบครัวว่าเป็นอยู่อย่างไร

เมื่ออาการของพ่อเป็นหนักมากขึ้น ทำให้ผมไม่มีสมาธิในการทำงานมีแต่ความวิตกกังวลไม่ว่าจะขณะไปว่าความ หรือขณะกลับมาพักอาศัยอยู่บ้านก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวงกลัวว่าพ่อจะใช้กำลังทำร้ายแม่ และยิ่งถ้าหากในขณะผมทำงานอยู่นอกบ้าน หรือขณะไปทำธุระต่าง ๆ ถ้าหากแม่โทรศัพท์มาแค่เห็นว่าเป็นเบอร์แม่มือก็เริ่มสั่นกลัวว่าแม่จะโทรมาบอกว่าพ่อคลุ้มคลั่งอาระวาด แต่ใน ณ ตอนนั้น ผมก็คิดเสมอว่าคนเก่งอย่างผมต้องจัดการได้แน่นอนไม่ว่าจะเรื่องอาการป่วยของพ่อ และเรื่องงาน เชื่อว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือได้ แต่เมื่ออยู่ในสภาวะแบบนี้นานวันเข้า ถึงแม่ร่างกายจะดูแข็งแรงน้ำหนักเพิ่มขึ้นดูอ้วนถ้วนสมบูรณ์มีอันจะกิน แต่สภาพภายในจิตใจเต็มไปด้วยความหวาดระแวงไม่กล้าออกไปใหน ถ้าหากถามว่าทำไมวิตกกังวลขนาดนี้แต่ยังรับประทานอาหารได้มาก ก็เพราะผมคิดว่ามีเพียงการกินเท่านั้นที่จะสร้างความสุขให้ผมได้

สุดท้ายก็ทนไม่ไหวออกจากสำนักงานมาเป็น rider grab ในคืนที่ตัดสินใจหยุดทำงานทนายความ นอนฟังเพลง ความเชื่อ ของ bodyslam น้ำตาอาบหน้าต่อให้เพลงมันปลุกใจขนาดใหนแต่ใจของเรามันป่วยไปแล้ว “ ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่ มันจะไปจบที่ตรงไหน แต่จะยังไงก็ต้องไปให้ถึง ที่สุดถ้ามันจะไม่คุ้มแต่มันก็ดีที่อย่างน้อยได้จดจำว่าครั้งหนึ่งเคยก้าวไป ” ความรู้สึกคือ มันไม่ไหวแล้วต้องเลือกระหว่างความฝันกับครอบครัว ไม่เคยโทษว่าพ่อหรือแม่ผิด ท่านป่วยเราก็ต้องดูแล ผมเลือกพ่อแม่ ไม่ใช่เพราะความกตัญญูที่ทำให้ผมตัดสินใจแบบนี้แต่เป็นเพราะ ความรัก การเลี้ยงดู ที่พ่อ และแม่มีให้ผมในขณะที่ผมยังเป็นเด็ก ทำให้ผมรักท่านทั้งสองยอมทิ้งความฝันของตัวเอง คงสงสัยกันว่าทำไมถึงไม่สามารถจัดการชีวิตให้สามารถทำงานทนายความต่อไปได้ พ่อของผมเมื่อท่านอาระวาดไม่มีใครคนใหนสามารถคุยให้ท่านใจเย็นลงได้นอกจากผม อย่างเช่น ก๊าซหุงต้ม หมดผมก็ต้องเป็นคนนำถังก๊าซไปเติมซื้อเอง เคยสั่งให้ร้านนำก๊าซมาส่ง พ่อก็โวยวายว่าคนส่งก๊าซขโมยของ ยังมีมากมายอีกหลายเรื่องเกินกว่าที่จะเล่าให้ฟังได้ หลังจากตัดสินใจมา เป็น rider ทุกเช้าที่ตื่นมาทำงานถามตัวเองเสมอ ผมคือคนไม่เอาใหนใช่มั้ย ? ผมจะดูแลครบครัวรอดมั้ย ? แต่การเป็น rider มันก็มีข้อดีของเรื่องความสะดวกในการทำงาน จะทำเวลาให้ก็ได้ เมื่อได้ดูแลเรื่องการกินยาขอพ่อ ดูแลจิปาถะ อาการของพ่อก็ดีขึ้น แต่เกิดคำถามกับตัวเองจริงๆ แล้วผมคือคนไม่เอาใหนคนขี้เกียจที่เกาะภรรยาเอาอาการป่วยของพ่อมาอ้าง ? แต่ผมโชคดีที่มีคู่ชีวิตที่เขาเข้าใจผม เคารพในการตัดสินในของผม แม้การหยุดทำงานทนายความของผมจะทำให้เขาต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูผมกับลูก เขาก็เข้าใจ

จริงๆแล้วชีวิตมันก็ไม่ได้แย่เสมอไป เปรียบเสมือนการที่เรานั่งรอรถเมล์ ทั้งๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วรถเมล์มันก็ไม่ได้มาช้าไปสะทุกวัน แต่เรากลับเลือกจะจำแต่วันที่รถเมล์มาช้าเสมอ ชีวิตมันก็ยังมีด้านดีเสมออย่างมองหาแต่เรื่องร้ายๆ และเรื่องบางเรื่องเราก็ต้องรู้จักปลง ปล่อยวาง เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้ทุกอย่าง

ถ้าไม่มีเทคโนโลยีอย่าง nostr ผมคงไม่กล้าระบายเรื่องนี้ให้ใครฟัง

#siamstr #stayhumble #ซึมเศร้ารักษาได้ #ชีวิตไม่ได้แล้วร้ายเสมอ

กอดๆ ครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดีครับ

เนื้อๆเน้นๆทั้งนั้นเลยนะครับ

Replying to Avatar WiW Misuno Jo

สวัสดีครับ ชื่อวิวครับ อายุ 23 ขออนุญาตมาฝากเนื้อฝากตัวกับชาว Nostr

ผมเพิ่งกระโดดลงหลุมกระต่ายมาได้ประมาณปีนึงครับ ผ่าน video ของทั้งคุณลุง และอาจารย์ตั๊ม ผ่าน YouTube แล้วก็เริ่มศึกษา bitcoin มาก็ขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็ stack sats มาเรื่อยๆ จนตอนนี้ชวนพ่อกับแม่มา stack sats ด้วยกันได้แล้วครับ

ผมเป็นคนชัยภูมิ อำเภอภูเขียว ที่บ้านทำเขียงเนื้อมาตั้งแต่สมัยปู่ จนตอนนี้ร้านก็เปิดมาเกือบ 30 ปีแล้วครับ

ตอนนี้ผมอายุ 23 กลับมาช่วยที่บ้านเต็มตัว แล้วก็พยายามเล่าเรื่องเกี่ยวกับ bitcoin ให้คนรู้จักในอำเภอ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มาซื้อเนื้อบ้านเรา หวังว่าสักวัน เค้าจะลองเปิดใจมาให้ bitcoin บ้าง

หลังจากตาสว่างเพราะ bitcoin ผมก็เห็นมุมของสังคมที่เป็นอยู่ว่า ในสังคม fiat มันทำให้สังคมชนบท ที่มักจะพึ่งพาอาศัยกัน อยู่กันแบบพี่น้อย ภาพแบบนี้ค่อยๆหายไป อยู่ห่างกันมากขึ้น แล้วถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป คิดว่ารอยยิ้ม การพึ่งพาอาศัยกัน การอยู่กันแบบพี่น้องในสังคมชนบท ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โคตรจะสวยงามของสังคมไทยจะหายไป ตอนนี้เลยตั้งใจ อยากจะสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ bitcoin ในสังคมรอบๆตัวของผมให้มากขึ้น เพื่อรักษาภาพที่น่ารัก การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบบนี้ให้อยู่ต่อไป

และสุดท้าย ใครผ่านมาแถว ภูเขียว ชัยภูมิ แวะเวียนมาได้นะครับ เดี๋ยวผมทำลาบให้ทาน

https://www.openlink.co/aood.butchershop

#siamstr #foodstr

ยินดีต้อนรับครับ

เปลี่ยนขวดน้ำเปล่าไปเป็น SAT

พอมองแบบนี้แล้วรู้สึกอยากทำขึ้นมาทันทีเลย

วันนี้เก็บได้ 325 SAT เลยนะ