เอาเเค่ล้างกระเจี๊ยวตอนตีหม้อเสร็จ ก็เยอะแล้วน้าาาา
ความหวังในแต่ละวัน เริ่มต้นด้วยลมหายใจที่ยังคงอยู่ ในทุกๆเช้าวันใหม่
สงครามที่สหรัฐสร้างขึ้นมา และ ใช้เป็นข้ออ้างในการพิมพ์เงินแต่ละครั้งนั้น ใช้น้ำไปเท่าไหร่กันนะ
น้ำตาที่มิอาจประเมินความสูญเสียได้
เลือดเนื้อและชีวิตมนุษย์ คงเป็นความปกติ หรือที่เรียกว่าความชอบธรรม ของพวกรักษ์โลกอย่างคุณสินะ
หลายอย่างอาจจะจาง แต่ไม่ใช่ ปริมาณ แอลกอฮอร์ในเลือดเเน่นๆ
ไม่อยากให้คุณเห็นไข่
ไม่อยากให้ใครมาเห็นไข่คุณ
ประสบการณ์เลวร้ายสุดบัดซบในการนำเศษกระดาษที่เรียกขานว่าเงิน...หยอดตู้ จำนวน60,000 บาท
บันทึกไว้ให้จดจำความระยำของคนถือกฎหมาย
1 ธันวาคม 2566 เวลา 19.00 โดยประมาณ
กฎหมายคือ มึงต้องหยอดเงินสดผ่านตู้ได้ไม่เกิน
30,000 บาทต่อครั้ง ทุกครั้งมึงต้องได้กรอกบัตรประชาชนใส่เบอร์โทรศัพท์ รับotpทุกครั้งเพื่อ...
ยยตต.(ยืนยันตัวตน) และวันนึงมึงหยอดตังค์ได้ไม่เกิน99,000บาท..... ขอบคุณมากที่พวกมึงคิดกฎเหี้ยๆแบบนี้ขึ้นมาเพราะเหตุผลโง่ๆ ที่พวกมึงไม่มีปัญญาจัดการพวกที่ฟอกเงินจริงๆ พวกเหี้ยที่สร้างปัญหาขึ้นมาจริงมันจะเดือดร้อนมั้ย พวกมึงก็ตอบไม่ได้ด้วยซ้ำ ...ประชาชน ที่ต้องใช้งานแบบนี้ประจำ พ่อค้า แม่ขายรอคิวกันยาวเหยียด บางคนต้องเอาเงินสดเข้าตู้ส่งให้ลูกๆ ใช้ บ้างเอาเงินจากการเก็บลูกค้าฝากเข้าบริษัท ถ้าวันนั้นกูเก็บลูกค้าได้150,000 กูจะทำยังไง บริษัทจะว่ากูโกงมั้ย แล้วไอ้ตู้เหี้ยพวกนี้ บทมันจะหยุดทำงานก็ไม่มีปี่มีขลุ่ย เพราะมันคือวินโดว์เอ็กซ์พีง่อยๆ ที่เราใช้กันนี่แหละ
ขอบคุณพวกมึงมากๆที่มาทำให้การใช้ชีวิตบัดซบของพวกกูยากยิ่งขึ้นไปอีก
กูละเคารพพวกท่านจริงๆ ไอ่สัสสสสสสสสส
ปล. มึงเอาทั้งเบอร์โทรศัพท์ เลขบัตรพวกกู ไปขายแดกเหมือนเดิม เหี้ยยยยยย
ก้อไม่เชิงนะครับเพราะผมว่านิวเคลียร์น่ารักก้อมี
ครบรอบ 1 ปี บทความตำนาน | nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 เมื่อครั้งเริ่มผลักดัน Bitcoin Lightning ผสานไปกับพี่เดชา เทพเมฆาอัคคีแห่ง LATES

"พวกแกทำยังไงก็ได้ เขียนยังไงก็ได้ ให้ใครก็ตามที่แม้จะหัวกลวงก็สามารถเริ่มต้นใช้งาน Lightning ได้ !!"
ผมสาดเป้าหมายเข้าไปในทอล์ค Discord ของทีม Right Shift ที่ทุกคนยังใหม่กับการเขียนบาความ โดยเฉพาะ LN ยังเป็นเรื่องใหม่ของคอมมูนิตี้ไทยในขณะนั้นด้วยแล้ว...
ทุกคนคงจะทำสีหน้ากันเลิ่กลั่ก..
ผมเห็นเพนพ้อยขนาดมหึมา ที่พี่เดชาบ่นอุบว่าทำไมพวกเราไม่เข้าใจมัน มันก็เพราะพวกเรายังไม่ถูกแนะนำให้เข้าถึงมันได้ง่าย ๆ ผมรู้ทันทีว่าโซลูชั่นสำหรับปัญหานี้ มันคือ How to
ถ้าตัดตัวผมออกไป มันจะมีชายคนหนึ่งที่คร่ำหวอดกับงานเขียนมากกว่าใครในตอนนั้น ผมอยากหยิบยื่นโอกาสนั้นให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง
" nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk ไปเขียนมาหน่อยสิ"
"โห... พี่ ผมแม่งโคตร Normad เลยนะ ผมนี่อย่างโง่เทค"
"ก็นั่นแหละคือเหตุผลที่แกต้องเขียน!"
บทความนี้สร้างอิมแพคระดับ Paradigm shift ให้กับคอมมูไทย ประกอบการการปรากฏตัวของพี่เดชา พวกเราผลักดันเรื่องนี้กันสุดฤทธิ์ ไม่แยแสใครจะว่ายังไง
เพราะทุกคนรู้ดีว่า LN คืออนาคต..
ถ้าผู้ชายอ่อนเทคยังเขียนบทความแบบนี้ให้คนอีกหลายพันคนเริ่มต้นกับ Lightning ได้ มันก็ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นทั่วกันแล้วว่า Bitcoin คือเงินสร้างยากที่ใช้งานง่ายที่สุดในโลก
มีใครบ้างที่เคยอ่านบทความนี้ ใครบ้างที่เริ่มชีวิตใหม่เพราะบทความนี้ ครบรอบ 1 ปี เรามาร่วมรำลึกถึงบทบาทของมันกันเถอะครับ !
#siamstr #siamstrog
หาเมียดีดีที่รักบิทคอยน์ให้บก.โจ้ผมด้วยนะครับ
## ตัวหรือใจ ใครกันแน่ที่แพ้? (ภาค 2)
อันดับแรกขอเป็นกำลังใจให้คุณ nostr:npub133a0udwmuw9mq4de72erjpusae40lgjkg49at5dhcrf2nwwmfmtsuz4r0r ก่อนเลยนะครับ รวมไปถึงท่านอื่นๆ ใน #Siamstr ด้วย | ชีวิตเรามันจะมีปัญหาให้เราต้องคอยขบคิดอยู่ตลอดเวลาแหละ.. จนกระทั่งถึงวันที่เราพบว่า ต้นตอ ของปัญหาเกือบทุกอย่าง มันเกิดมาจาก ใจ ของเราเอง..
https://v.nostr.build/GJMe.mp4
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องทนทุกข์อยู่กับ "ตัว" หรือบริบทรอบกายที่เรานั้นอาจไม่ชอบมันเท่าไหร่นัก เอาเฉพาะงานประจำที่ทำกับองค์กรล่าสุดนี้ ก็ปาเข้าไป 15 ปีแล้ว (เกือบจะครึ่งชีวิต) ที่ผมนั้นกล้าพูดได้เลยว่า.. ไม่มีแง่ง่ามไหนในงานนี้เลย ไม่แม้แต่เรื่องเดียวที่ตรงจริตผม
คำถามก็คือ.. ผมอยู่มาได้ยังไงตั้งเกือบครึ่งชีวิต?
"ใจ" ของเราไม่ได้อยู่ที่นี่ เรามีฝัน มีแรงปราถนาบางอย่างที่คอยผลักดันเราไปในที่ ๆ อยู่กันคนละบริบทกับ "ตัว" ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
ผมเคยทรมาน.. เคยฝืนที่จะออกโบยบิน.. เคยละเลยความเป็นจริง เพื่อเติมเต็ม "ใจ" ของตัวเองให้ชุ่มฉ่ำ
แต่ทุกครั้งที่ฝืน.. ทุกครั้งที่พยายามจนเกินความจำเป็น ผมกลับพบว่าตัวเองต้องนอนแผ่หลาอยู่ก้นทะเลใจในสภาพกำลังหมดสิ้นเรี่ยวแรง..
เมื่อต้องจมอยู่ก้นทะเลบ่อยเข้า ๆ ..ผมมีสภาพไม่ต่างอะไรกับบัวที่ซุกใต้ตม
ผมคงไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งเวทนาสภาพแบบนั้นไปเรื่อยๆ ผมเริ่มตั้งสติกลับมานั่งทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ทบทวนตัวผมเอง ค้นหาสาเหตุแห่งทุกข์ทั้งหมด ผลแห่งการกระทำ อะไรนำพาสิ่งต่าง ๆ ให้เวียนเข้ามาพานพบกับตัวเรา
สำหรับกรณีของผม.. ผมพบว่าผม "ปฏิเสธ" ที่จะยอมรับและอยู่ร่วมกับ "ความเป็นจริง" เพราะเมื่อผมไม่ชอบสิ่งใด ผมจะเกลียดทุกอย่างที่เป็นสิ่งนั้น..
ในอดีตนั้น.. ผมเลือกที่จะไม่พยายามมองหาข้อดีใด ๆ ทั้งสิ้นในสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ ผมเอาแต่คิดว่าปรารถนาของผมคือสิ่งที่ประเสริฐและคู่ควรกับตัวผมเองมากที่สุด
ผมนี่แหละ..
ผมเองนี่แหละ ที่คอย "ถ่าง" ให้ตัวกับใจไกลออกไปจากกัน
ผมไม่พยายามหาจุดบรรจบของสองสิ่งนี้ เหมือนคน 2 กลุ่มที่กำลังพยายามเล่นชักเย่อกัน ด้วยแรงทั้งหมดที่ตัวเองมี จุดจบของเรื่องนี้มันกฟ้คือต้องมีฝั่งหนึ่งที่กลายเป็นผู้แพ้ ในขณะที่ผู้ชนะก็แทบจะหมดแรง มือไม้แสบร้อน พุพองไปหมด หรือจะพูดให้เข้าใจได้ง่ายกว่านั้นก็คือ..
ไม่มีวันที่ ตัวกับใจ จะหากันจนเจอ
วันที่ผมเข้าใจสัจธรรมในข้อนี้.. ผมเริ่มค่อย ๆ หันเหรียญอีกด้านเข้าหาตัวเอง หมุนมันมาปะทะกับสายตาและเพ่งพินิจพิจารณามันอย่างพิถีพิถัน..
เหรียญมันมีสองด้าน เราเองที่ปฏิเสธด้านสว่างของมันมานาน วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่เราจะลองค้นหาและลองสัมผัสกับแง่บวกจากสิ่งที่เราขยะแขยงมันมาตลอด
งานที่ผมเบื่อหน่าย.. ในอีกด้านหนึ่งมันก็มอบบทเรียนและประสบการณ์อันล้ำค่าให้กับผม
ผมเรียนรู้ใน "สิ่งที่ไม่ถูกต้อง"
เพื่อจะเข้าใจว่าอะไรจะพาเราไปยัง "สิ่งที่ถูก"
ผมได้เห็น "ความเละเทะของระบบ"
หรือก็คืออีกด้านหนึ่งผมกำลังได้เห็น "ระบบที่ควรเป็น" (ซึ่งคงจะอยู่กันคนละด้านกับระบบที่ผมเห็น)
ผมได้เรียนรู้และทำความรู้จักกับ "คนที่ไม่น่าคบ"
นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่า "คนน่าคบ" ควรจะมีหน้าตาเป็นยังไง
ยังมีอีกหลายแง่มุมที่เราจะเรียนรู้จาก "ตัว" ได้ เพียงแค่เราลองเปิดใจและไม่พยายามจะปฏิเสธมันตั้งแต่แรก
เพราะเมื่อเราเติบใหญ่เราจะเข้าใจได้เองว่า เรากำหนดทุกอย่างรอบตัวไม่ได้ เรามีชีวิตในแบบของเราเอง ยังไงมันก็ไม่มีทางจะเหมือนคนอื่น ที่ชีวิตเราต้องเป็นแบบนี้มันก็ย่อมมีเหตุและผลของมัน เข้าใจมันให้ได้ และท้ายที่สุด..
...อยู่กับมันให้ได้
หลังจากนั้น.. ผมพยายามคิดวิเคราะห์ว่าผมจะพา "ตัวกับใจ" ของผมมาเจอกันได้อย่างไร?
ซึ่งผมรู้ดี.. รู้อยู่เสมอว่าเมื่อไหร่ที่เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น จุดที่ทั้งสองอย่างเริ่มสมดุลกัน ผมจะมีความสุข
ผมเริ่มเรียนรู้ว่า.. แทนที่ผมจะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงหลังเลิกงานไปกับการนอนคิดคร่ำครวญ โทษดิน โทษฟ้า (โทษแม่งทุกอย่าง นอกจากตัวเอง) หรือแค่ใช้เวลาที่มีค่าไปกับการสบถและตัดพ้อ ถ่มถุยชีวิตตัวเองไปวันๆ ซึ่งก็มักจะให้โทษกับตัว ให้พลังลบมากกว่าพลังบวก
ผมควรเอาเวลาพวกนั้นมาสร้างบันได ที่จะพาผมไปสู่สิ่งที่ใจผมปราถนาได้..
เรียนรู้ ค้นคว้า ฝึกตน เพื่อเพิ่มพูนทักษะที่ผมคิดว่า มันจำเป็นต่อการทำให้เกิดสิ่งนั้น ตามหาผู้คนที่จะเข้าร่วมกับเราในเส้นทางฝัน ควบคู่ไปกับการที่ผมยังคงทำงานประจำไปด้วยอย่างตระหนักรู้ ยอมรับสิ่งรอบตัวและเลิกพยายามตอบคำถามบางอย่าง ที่แม่งพอได้คำตอบไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร
ผมไม่หนี ผมไม่ดิ้น ผมไม่ขัดขืน ..แต่ผมเริ่มร่ายรำ
ผมเริ่มวางแผนบริหารจัดการเวลาและแรงกายของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ที่อยู่นอกเหนือจากเวลาของงานประจำ) เริ่มเตือนตัวเองว่าสิ่งที่กำลังพยายามทำเพิ่มอยู่นี้ วันหนึ่งมันจะพาเราไปสู่เหตุการณ์อะไร เหตุการณ์ที่ใจเราไขว่คว้ามาตลอดนั่นแหละ
ถ้าผมไม่เคยพยายามเอาเวลาไปศึกษาเรื่องการลงทุน ไม่พยายามศึกษาประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การบริหารจัดการทรัพยากร บริหารคน จิตวิทยา ความเป็นผู้นำ การเจรจาต่อรอง เทคนิคการพูด การจับใจความ การเขียน การนำเสนอ การตลาด บัญชี ภาษี กฏหมาย หุ้น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ บทเรียนของคนที่ประสบความสำเร็จกับคนที่ล้มเหลว วรรณกรรมสามก๊ก เรียนคอร์สผู้ประกอบการ เรียนต่อวิทยาการคอมพิวเตอร์ หัดพัฒนาโปรแกรม วิเคราะห์ระบบ ออกแบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ คุมโปรเจคอิมพลีเม้นท์ซอฟแวร์ในองค์กรระดับพันคน ทำโปรเจคสตาร์ทอัพนับสิบ เสนอโปรเจคต่อหน้านักลงทุนหลายร้อยคน เป็นที่ปรึกษาให้กิจการต่างๆ เปิดร้านกาแฟเอง เปิดกิจการส่วนตัวนั่นนี่ ฯลฯ
ยังมีอีกหลากร้อยสารพัดเรื่องราวที่ผมเรียนรู้เอง ศึกษาเอง ครูพักลักจำมา ลองผิดลองถูกเอง ผิดบ้าง สำเร็จบ้าง ฝันค้างบ้าง ประสบมาทุกรูปแบบ โหด มันส์ ฮา ครบรส ผ่านผู้คนมาก็มาก ทั้งดี ทั้งแย่..
ถ้าผมไม่เอาเวลาที่เหลือในแต่ละวันตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาไปเก็บประสบการณ์ในเรื่องพวกนี้ คำถามคือ..
วันนี้ผมจะเป็น Jakk Goodday
เป็นคนที่ อ.พิริยะ เลือกจะลองให้โอกาสได้ไหม?
ทั้งหมดที่ผมทำ ผมได้ทำเพื่อความฝัน เพื่อตามหา "ใจ" ในขณะที่ยังคงอยู่กับ "ตัว" ใช่หรือเปล่า?
และถ้าผมท้อแท้ สิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยากมาตั้งแต่ต้น.. ผมจะมีพลังส่งมากพอที่จะพาตัวเองมาถึงตรงนี้ไหม?
ลองดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับผม สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผม และย้อนกลับไปดูเรื่องราวของผมในอดีต ผมมีต้นทุนชีวิต และบริบทรอบตัวที่ไม่น่าจะเอื้อให้เกิดสิ่งเหบ่านี้เลยใช่ไหม?
"วัยแห่งความฝัน" มันมีอยู่เพื่อบอกกับเราว่า.. วันที่เราฝัน ตัวเรานั้นเป็นเช่นไร ฝันของเราคืออะไร เพราะถ้าฝันนั้นเป็นจริงตั้งแต่ต้น เราจะไม่เรียกมันว่า "วัยแห่งความฝัน" มันควรจะถูกเรียกในชื่ออื่น..
คุณค่าแห่งวัย คือ ประสบการณ์ที่จะผ่านเข้ามา
จงเรียนรู้ที่จะอยู่เพียงให้ "ตัวกับใจ" เป็นมิตรแท้ของกันและกันไปตลอดกาล..
"ลิขิตฟ้า" มิอาจหาญกล้าสู้ "มานะตน" | มานะ ไม่เกิดตราบใดที่เราไม่ยอมปล่อยวางและเริ่มตระหนักรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เพื่อจะละทิ้งมันและพาตัวเองก้าวไปข้างหน้า
ชีวิตไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย
ต่อให้เกิดภายในวัง ชีวิตของคุณก็จะไม่ง่าย
ผมเป็นกำลังใจให้ฟอดใหญ่ๆ เลยนะครับ
https://youtu.be/KyA3IaUlUdM?si=lf0BMysuSecxiwCw
หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข.....
นี่ผมดื่มไม่เป็นนะยังเห็นแล้ว ส่มแข่วววว
เณรป๊อกแปด พระป๊อกเก้า
2 เด้งด้วยยย
สยองงงงงงงง
เมื่อไม่นานมานี้ผมเห็นมากับตาตัวเอง พระกินเณร ต่อหน้าต่อตา
ขาดวิตามินซีแบบเฉียบพลันตอนเที่ยงคืน


