"โลกแห่งอำนาจคือสนามข้อมูล
ใครควบคุมการไหลของข่าว คือผู้ถือปุ่มเปิดสงคราม"
ความลับของรัฐไม่ได้มีไว้ปกป้องประชาชน...แต่ไว้ปิดบังอำนาจที่ใช้อย่างมิชอบ
เหมือนกับ Fiat ที่ไม่โปร่งใส — ความจริงต้องถูกแฉเสมอในระบบที่ดี
#bitcoin
#Cryptocurrency
#BTC
#BitcoinIsFreedom
#BitcoinRevolution
#BitcoinForTheFuture
#DecentralizedFinance
#HODL
#SoundMoney
#BitcoinMining
#SatoshiNakamoto
#BitcoinAdoption
#BitcoinCommunity
#DigitalGold
#BTCPrice
#BitcoinStandard
เงินเฟ้อทำให้โลกร้อน: ระบบเงินเฟียตคือรากเหง้าของปัญหา
เงินเฟ้อทำให้โลกร้อน—ไม่ใช่แค่คำพูดลอย ๆ แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงของระบบเงินเฟียตที่ถูกออกแบบมาให้ลดค่าลงเรื่อย ๆ เพื่อเอื้อต่อกลุ่มอำนาจทางการเงินและรัฐบาลที่ต้องการควบคุมประชาชนผ่านนโยบายเศรษฐกิจที่หลอกลวง ระบบนี้ไม่ได้เพียงแค่ขโมยความมั่งคั่งจากประชาชนอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น แต่ยังผลักดันโลกไปสู่การบริโภคเกินจำเป็น การผลิตที่ไร้ขีดจำกัด และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างบ้าคลั่งโดยไม่มีความรับผิดชอบ
Bitcoiners เข้าใจดีว่าเงินเฟียตไม่ใช่แค่เครื่องมือแลกเปลี่ยนทั่วไป แต่มันคืออาวุธของรัฐที่ใช้ควบคุมประชาชนผ่านการขยายตัวของหนี้ การใช้จ่ายที่ไม่มีขีดจำกัด และการสร้างวัฏจักรเงินเฟ้อที่ไม่มีวันจบสิ้น ทุกครั้งที่รัฐบาลพิมพ์เงินใหม่ โลกของเราถูกทำลายไปอีกขั้น
---
1. เงินเฟ้อ: การขโมยที่ถูกกฎหมายและต้นเหตุของการทำลายสิ่งแวดล้อม
เงินเฟ้อไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ แต่มันเป็นผลลัพธ์โดยตรงของระบบเงินเฟียตที่ควบคุมโดยธนาคารกลางและรัฐบาล พวกเขาพิมพ์เงินได้ไม่จำกัด ขณะที่ประชาชนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินที่มูลค่าลดลงเรื่อย ๆ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ แรงกดดันให้ใช้จ่ายและลงทุนทันที เพราะการเก็บเงินไว้เฉย ๆ เท่ากับการสูญเสียมูลค่า
นี่คือจุดที่เงินเฟ้อทำลายสิ่งแวดล้อม:
การบริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยความกลัว – เมื่อเงินที่ถืออยู่สูญเสียมูลค่าทุกปี คนจึงต้องใช้มันเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลลัพธ์คือการซื้อของเกินจำเป็น การผลิตสินค้าเกินความต้องการ และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสนองความต้องการชั่วคราว
การลงทุนเก็งกำไรแทนที่จะเป็นการเติบโตที่ยั่งยืน – แทนที่จะลงทุนในธุรกิจที่มีความยั่งยืนระยะยาว คนหันไปเก็งกำไรในตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงเพราะต้องหนีจากการถูกลดค่าของเงิน สิ่งนี้กระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
รัฐบาลและบริษัทขนาดใหญ่ผลาญทรัพยากรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง – รัฐบาลสามารถกู้เงินได้ไม่จำกัดเพราะมีอำนาจควบคุมการพิมพ์เงิน และพวกเขาใช้เงินนี้ไปกับโครงการที่ไม่จำเป็น สงคราม หรือการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเกินความจำเป็น สิ่งนี้นำไปสู่การทำลายป่า การขุดเหมือง การเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
---
2. เงินเฟียต: ระบบที่สร้างความเหลื่อมล้ำและการสูญเสียทรัพยากร
ระบบเงินเฟียตไม่ได้แค่ทำลายสิ่งแวดล้อม แต่มันยังสร้างความเหลื่อมล้ำอย่างมหาศาล มันเป็นระบบที่ให้ประโยชน์กับผู้ที่อยู่ใกล้แหล่งเงิน (เช่น ธนาคาร รัฐบาล และกลุ่มทุนขนาดใหญ่) ในขณะที่คนทั่วไปต้องรับภาระจากเงินเฟ้อโดยตรง
เงินเฟ้อเป็นภาษีที่ซ่อนอยู่ – เมื่อรัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มขึ้น มูลค่าของเงินที่ประชาชนถืออยู่จะลดลง สิ่งนี้เป็นการขโมยทรัพย์สินจากคนทำงานหนักไปให้กับผู้ที่สามารถเข้าถึงเงินใหม่ได้ก่อน เช่น ธนาคารและบริษัทขนาดใหญ่
การกระตุ้นเศรษฐกิจแบบไร้ขีดจำกัด = หายนะด้านสิ่งแวดล้อม – ธนาคารกลางและรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตอยู่เสมอ แม้ว่าจะไม่มีความจำเป็นทางกายภาพก็ตาม นี่คือเหตุผลที่อุตสาหกรรมต้องผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกมาตลอดเวลา แม้ว่าเราจะมีสิ่งของเพียงพอแล้ว
ทุนนิยมแบบบิดเบี้ยวที่ขับเคลื่อนด้วยเครดิตและหนี้ – ระบบเงินเฟียตกระตุ้นให้คนกู้เงินมาใช้จ่ายแทนที่จะออมเงิน มันสร้างแรงกดดันให้บริษัทต้องขยายตัวและแข่งขันกันใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเพียงเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ในขณะที่ระบบเงินเฟียตส่งเสริมการบริโภคเกินจำเป็น Bitcoiners มองว่าเงินที่ดีควรเป็น Store of Value หรือที่เก็บมูลค่าได้ในระยะยาว ซึ่งช่วยให้ผู้คนสามารถวางแผนทางการเงินโดยไม่ต้องกังวลว่าเงินจะสูญเสียมูลค่าและผลักดันให้ต้องรีบใช้
---
3. Bitcoin: ระบบเงินที่ต่อต้านเงินเฟ้อและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงเงินดิจิทัล แต่มันคือ ทางออกจากวงจรเงินเฟียตที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะมันถูกออกแบบให้มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ ไม่มีการพิมพ์เงินเพิ่ม และไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐบาลที่สามารถแทรกแซงได้
ข้อดีของ Bitcoin ต่อสิ่งแวดล้อม:
ลดแรงกดดันในการบริโภคเกินความจำเป็น – เมื่อไม่มีเงินเฟ้อ คนไม่ต้องรีบใช้เงินและสามารถตัดสินใจทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานของความต้องการจริง
ขจัดระบบที่ต้องเติบโตแบบไม่มีที่สิ้นสุด – Bitcoiners ไม่ต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตเพียงเพื่อไล่ตามเงินเฟ้อ แต่ต้องการระบบที่มั่นคงและยั่งยืน
ผลักดันการใช้พลังงานหมุนเวียน – การขุด Bitcoin ถูกวิจารณ์ว่าใช้พลังงานมาก แต่ในความเป็นจริง Bitcoin mining กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยใช้พลังงานส่วนเกินที่ไม่ได้ถูกใช้งาน เช่น พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม
---
4. สรุป: เงินเฟียตคือต้นเหตุของปัญหา Bitcoin คือคำตอบ
เงินเฟ้อไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ลดค่าของเงิน แต่เป็นกลไกที่บิดเบือนพฤติกรรมทางเศรษฐกิจและทำลายสิ่งแวดล้อม ระบบเงินเฟียตที่ถูกควบคุมโดยรัฐและธนาคารกลางคือรากเหง้าของปัญหาโลกร้อน มันกระตุ้นให้เกิดการบริโภคเกินความจำเป็น การขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบไร้ขีดจำกัด และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร้สำนึก
Bitcoin เป็นทางเลือกที่ให้ความมั่นคงทางการเงินโดยไม่ต้องพึ่งพาการพิมพ์เงินหรือการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันช่วยให้เราหลุดพ้นจากวัฏจักรเงินเฟ้อและสามารถสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกว่าเดิม
หากเราไม่ต้องการให้โลกร้อนขึ้นเพราะการบริโภคและการใช้พลังงานเกินขนาด สิ่งที่เราต้องทำคือเลิกใช้เงินเฟียตและหันมาใช้ระบบเงินที่ยุติธรรมและไม่สามารถถูกลดค่าลงได้—Bitcoin #siamstr #nostr
#bitcoin
#Cryptocurrency
#BTC
#BitcoinIsFreedom
#BitcoinRevolution
#BitcoinForTheFuture
#DecentralizedFinance
#HODL
#SoundMoney
#BitcoinMining
#SatoshiNakamoto
#BitcoinAdoption
#BitcoinCommunity
#DigitalGold
#BTCPrice
#BitcoinStandard
ไทเทเนียมเกรด TC4 (Grade 5) ขนาด 100 * 100 มิลลิเมตร ความหนา 2 มิล จาก app สีส้มในออนไลน์ กับเหล็กต่ออักษรและตัวเลข อาจจะต้องตัดให้เล็กลงเพื่อทำเป็นที่จด seed. เศษที่เหลือของเอาไปทั้งจี้ห้อยคอยแฟน #siamstr 
พยายามลองหา nostr iot. การเชื่อมต่อ nostr กับ ESP 32 และใช้ เขียนโปรแกรมบนอาดูโน่. หา reference ยากมากที่มีอยู่ก็มีปัญหากับ ide 2.0 กำลังดาวน์เกรดไปใช้เวอร์ชั่นเก่าถ้าพี่ๆท่านใดมีแนวทางช่วยชี้แนะด้วยครับ #Siamstr
ลอง boot force ดูครับเผื่อจะเจอข้อความนั้นในอีก 2 พันล้านปีข้างหน้า
GMครับ #siamtr
#m=image%2Fjpeg&dim=864x1920&blurhash=%5BUGI%24M-%3BoJoJ%7EpofM%7BayM_M%7BWBofRjWC%25Lt7xuxut7WBxuj%5BRjRjoeRjM%7CfkozWCa%23t7ofWCaza%7D&x=762ce8a5deea520b99a94797cd819fd47f6b167ee1091a1f05c6a6cf3a415284
หากใครไม่ใช่คนดีแบบที่รัฐนิยาม พวกเขาก็จะถูกปราบปรามด้วยอำนาจเงิน #ร้ายชิบ #siamstr
Verifying my Nostr Nests identity: DkCh0YwXa8sO2Xydfu1H924ZMBcYqLCzovO1Rc_NOAg
Verifying my Nostr Nests identity: DkCh0YwXa8sO2Xydfu1H924ZMBcYqLCzovO1Rc_NOAg
จากเวียดนาม ครับ

ทดสอบพิมพ์ข้อความครั้งแรก

#m=image%2Fjpeg&dim=1180x820&blurhash=r2EfTh00W%3F_3x%5DofV%40IoIT00%7Eq%7EqX9tRt7V%40sl4o00R%2BIo%25M%252t7NGD%25-%3B00-%3BV%3F%25LIUWAt7ozt800R*-%3B4T%252WBD*%7EqIo00009GofM%7BofxvIU%3FH&x=c7684b066f2b724118fface1e52218b40c12572304855f9e31b8fccc81899e48
#m=image%2Fjpeg&dim=1180x820&blurhash=r7DJhjI%3A9%40%7EWxHj%5DNa9Z%24*L%7E%23S-%3BtmpIbHR5VYMx005QxGM_s9j%5BSOxbSN4.-%3BNGMxRPoLxutRt700%5E%2BNGMxM%7BoL%252tRt7019%5BRiITnNjsXSx%5DkW&x=f1d813d0f876e25d98434373984fd43b0379856ad2b393df18b1aa64a0ecc040
#m=image%2Fjpeg&dim=1180x820&blurhash=r0EyY%2CMw%24x%5E*%3D%7C%7EW%25N_NXU00%3FvW--%3D_3fi4o9FWB00yYEQtlW%3FozoeMx-o00oa%7EqRORPaexux%5D4-00Dh%7EqI9IAWAx%5DyD4n00%25%249utR9ZbI-%3BM%7B%3FG&x=66f386a39208e70a741a56c1ece80a54e9266da95fa121375f018e6a3f5b8597
#m=image%2Fjpeg&dim=1180x820&blurhash=r2Eo%5BI_Nax-%3Bof%25MofoKog00_34n%3FbM%7Bt7%25M9G-%3B00Rj%25Mt7IUj%5DxuNGM%7BD%2400_3Rjt7ayRjt7D*00IUWBxuayRjozRixu009F_3D%25xuWCMx%25MD%25&x=42cd7ddd2cf7ea2c736e468e8cd47884a742a57720506fae29ff6d2f078904fd
#m=image%2Fjpeg&dim=640x480&blurhash=%23jI64gNxt7oeXSogo0kVX9P%3Bk%3FaKe.W%3Daxj%5BW.WVF%7CW.oejFs%3AWAj%5DjFn%25-qn4V%40slnikCWBn%25ofahVsofbbR*ozaebGS4vhn4ozS%24j%5Be.bIkCj%40nQnikCW%3Bo2bHW%3BWVj%3F&x=61a95322a3932277ce1e8637eba752c8db984060b01890c4da3138095b9c04c0