Avatar
AdminWaw
25f27b93c82e8f0fe481cd4434e3b1e9905f25b44d3ce17b60d5cf72d544f2a6
| STAY HUMBLE AND STACK SATS | RUN WITH BITCOIN |

Users เก่าน่าจะไม่กระทบอะไรมั้งครับ ใหม่ก็ไม่น่าจะกระทบเช่นกันครับ แค่ Users ใหม่ต้องทักไปขอ Invite code ไม่ก็ติด Hashtag #getAlby เดี๋ยวเขาจะช่วยหาให้ครับ ส่วนที่มีผลกระทบน่าจะเป็นคนที่อยากลองใช้ Alby Hub จะคิดค่าบริการก็ต่อเมื่อไป Upgrade Membership 3 เดือนแรกมีค่าบริการรายเดือน 10500 sats ลด 50% จาก 21000 sats ครับ แต่ถ้าใครลองใช้ Alby Hub แล้วไม่พอใจ สามารถขอคืนเงินได้ภายใน 30 วันครับ มีอะไรเสริมได้นะครับ #Siamstr

https://guides.getalby.com/user-guide/v/alby-account-and-browser-extension/alby-hub/getting-started

nostr:nevent1qvzqqqqqqypzqqm59ss9edkgmpsrrjfmcj5m85vysnpjepjk8lqwyxy3pgkln2jaqyv8wumn8ghj7un9d3shjtnwda6x7umgdyh8w6tw9uq3samnwvaz7tmjv4kxz7fwwd5kzmtnw3ezucm0d5hsqgpu36nwnhg0q0tg0xg64fm7er2wxh9g8a35ajpjaghf9sdkr7hfrc44r7ax

ผมใช้แบบปิดตาเอาครับ

มันมีทุกที่จริงๆ หนีจากที่อื่นยังมาเจอที่นี้ แต่ดีหน่อยเราเลือกเสพได้ #Siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

## **ทุนที่มองไม่เห็น..**

ในระหว่างคลาสเรียนเศรษฐศาสตร์แม่งต้องง่ายของพี่ชิตเมื่อวันก่อน มีเรื่องนึงที่ทำให้ผมสนใจมาก คือเรื่อง Capital (ทุน) ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมองว่ามันคือ เงิน (Money) อย่างเดียว แต่เอาจริงๆ แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะ ทั้ง Capital goods และอื่นๆ อีกเพียบ

ที่ผมสะดุดใจสุดๆ คือ เรื่องการสะสมทุนที่เป็น **Reputation** เพราะผมรู้สึกว่าแทบไม่ค่อยมีใครเคยใส่ใจเรื่องนี้อย่างจริงๆ จังๆ ไม่เกิดขึ้นบน Philopsophy หรือ Practical ideology ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดี ฉาบฉวย ชื่อเสียงยอดไลก์ปลอมๆ หรือการแสวงหาชื่อเสียงเพื่อตัวเองเพียงอย่างเดียว

ไม่ได้เป็นการค้นหาคุณค่าที่แท้จริงในชีวิต สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับตนเองและผู้อื่น เป็นการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และเป็นการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น เพื่อการเติบโตของเน็ตเวิร์ค

แกเล่าให้ฟังว่า.. แกมองตัวเองเป็นคนตัวเล็ก ๆ ในสังคม ต้นทุนชีวิตก็ไม่ได้ดีอะไร การจะไปสู้กับบิ๊กหรือรใหญ่มันเป็นเรื่องยาก แกเลยเลือกที่จะยึดแนวทางตามหลักการ Decentralized network สร้างคอมมูนิตี้แบบกระจายศูนย์ที่ยั่งยืน มองการณ์ไกล Low time preference

สร้างทีมงานที่แข็งแกร่งและมีคุณภาพ เน้นที่การทำงานร่วมกัน การสร้างสรรค์ แบ่งปันคุณค่า (Value for Value) เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการสร้าง Reputation ที่ยั่งยืน ไม่แปลกที่ผมกับพี่ชิตแม้จะคุยกันน้อยแต่ก็มีบางอย่างที่ touch กันอยู่ตลอดเวลาอย่างน่าประหลาดใจ

ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียน Reputation สามารถถูกพิจารณาว่าเป็น “ทุน”ได้ (แม้จะไม่ได้ระบุ Reputation ไว้ชัดเจนว่าเป็นทุนประเภทหนึ่ง แต่แนวคิดและหลักการของสำนักออสเตรียนสามารถนำมาปรับใช้กับ Reputation ได้ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจและบริหารจัดการ Reputation ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น) เนื่องจากมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องทุนของสำนักออสเตรียนหลายประการ

สิ่งนี้สะสมได้จากการกระทำและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในระยะเวลาหนึ่ง คล้ายกับการสะสมทุนทางกายภาพหรือเงินทุน

การสร้างและรักษา Reputation ต้องใช้ความพยายามและทรัพยากร ซึ่งถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง

Reputation ที่ดีสามารถนำมาซึ่งผลตอบแทนในอนาคต เช่น โอกาสทางธุรกิจที่ดีขึ้น ความน่าเชื่อถือที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

Reputation สามารถเสื่อมค่าลงได้หากไม่ดูแลรักษา หรือหากมีการกระทำที่ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์

ผมปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ถ้าเราเอาแนวคิด Value for Value มาผสมกับหลักการสร้างชื่อเสียงและเครือข่ายตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์สำนักออสเตรียนสำหรับ Entrepreneur สำหรับ Creator มันจะออกมาเป็นแบบใดได้บ้าง

มันจะไม่ใช่แค่การแชร์ความรู้หรือประสบการณ์ แต่เราต้องสร้างคุณค่าบางอย่างที่จับต้องได้จริง ๆ อาจจะเป็นสินค้า บริการ หรือคอนเทนต์ที่โดนใจกลุ่มเป้าหมายของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องสะท้อนความเป็นตัวเราและความเชี่ยวชาญของเราออกมาให้ชัดเจน

ที่สำคัญคือต้องสื่อสารให้คนเข้าใจว่าสิ่งที่เรานำเสนอให้นั้นมีคุณค่ากับพวกเขาอย่างไร เหมือนที่พี่ชิตบอกว่า "ราคา" มันคือการสะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งนั้น

สร้างระบบแลกเปลี่ยนคุณค่า ทำให้มันง่ายที่สุดสำหรับคนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ ไม่ใช่แค่การขายของแล้วจบกัน แต่เราต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและผู้สนับสนุนของเรา คุยกับพวกเขาบ่อย ๆ ฟังความคิดเห็นของพวกเขา และปรับปรุงสิ่งที่เราทำอยู่เสมอ เพื่อให้มันตอบโจทย์พวกเขาได้มากที่สุด

โลกมันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราไม่ควรหยุดพัฒนาตัวเอง เรียนรู้จากสิ่งที่เราทำ และเติบโตไปพร้อม ๆ กับคนที่เชื่อมั่นในตัวเรา

การลงทุนใน Reputation ของเรา เป็นทุนที่สำคัญไม่แพ้เงินทองเลยทีเดียว มันคือสิ่งที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในระยะยาว และสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้ได้..

ผมอาจขยายความเรื่องนี้ได้ไม่ดีพอ เอาไว้ดูย้อนตอนพี่ชิตลงให้ก็แล้วกัน

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับพี่ nostr:nprofile1qqsxcs68s0mk6q26y6cmq75ughzj2p3fn4kcefe8pt9l4twr0lzj5tcprpmhxue69uhhyetvv9ujumn0w3hhx6rf9emkjm305vjvsz

#Siamstr #Value4Value #ReputationCapital

Capital ในความเข้าใจผมมันคือ เวลา ส่วน Reputation มันคือ ประสบการณ์ ไม่รู้ว่าผมเข้าใจถูกไหม 55555

คุณค่าที่คุณคู่ควร.

Nostr : ช่วยลดความตระหนี่ถี่เหนียว เพราะ จุดเริ่มต้นของการให้ทาน คือ การ Zaps! #Siamstr

ทำไมคนเราต้องใช้เงินซื้อของ? มาย้อนรอยปัญหาที่ทำให้เกิดเงินขึ้นมากัน!

หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมเราถึงต้องใช้เงินในการซื้อหรือขายของ? ทำไมไม่แลกเปลี่ยนกันตรงๆ ไปเลย? จริงๆ แล้ว การใช้ชีวิตแบบไม่ใช้เงินนั้น มีข้อจำกัดหลายอย่างมากๆ ในอดีต มนุษย์เราเคยเจอกับปัญหามากมายในการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน จนนำไปสู่การคิดค้น "เงิน" ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา ซึ่งปัญหาหลักๆ มีดังนี้

1. หาคนแลกของด้วยยาก (ปัญหาความต้องการไม่ตรงกัน) : สมมติว่าเรามีไข่ไก่เยอะมาก อยากเอาไปแลกผ้าห่มอุ่นๆ สักผืน แต่หาเท่าไหร่ก็เจอแต่คนที่อยากแลกผ้าห่มกับข้าวสาร ไม่ใช่ไข่ไก่สักที แบบนี้ก็แลกกันไม่ได้ การหาคนที่ "อยากได้" สิ่งที่เรา "มี" และ "มี" สิ่งที่เรา "อยากได้" นั้น ยากมากกกกก!

2. ตกลงกันไม่ได้ (ปัญหาการวัดมูลค่า) : ต่อให้เจอคนที่อยากแลกผ้าห่มกับไข่ไก่แล้ว แต่ "ไข่ไก่กี่ฟอง" ถึงจะแลกกับ "ผ้าห่มหนึ่งผืน" ได้ล่ะ? ของแต่ละอย่างก็มีค่าไม่เท่ากัน บางทีผ้าห่มผืนนี้อาจทอจากวัสดุพิเศษ ใช้เวลาทำนาน ทำให้ไม่รู้จะแลกไข่ไก่กี่ฟองดีถึงจะคุ้ม กว่าจะตกลงกันได้คงเสียเวลาไม่น้อย

3. แบ่งไม่ได้ (ปัญหาการแบ่งสินค้าเป็นหน่วยย่อยๆไม่ได้) : บางอย่างก็แบ่งครึ่งไม่ได้ เช่น เราเลี้ยงวัวไว้ 1 ตัว อยากแลกกับข้าวสาร แต่มูลค่าของวัวมันเยอะกว่าข้าวสารที่เราต้องการ จะผ่าครึ่งตัวก็กะลำบาก แถมน้องวัวก็ไม่น่าจะมีความสุข

4. เก็บยาก พกพาลำบาก (ปัญหาการเก็บรักษาและการขนย้าย) : สมมุติว่าเราเลี้ยงแกะไว้เยอะมาก คิดว่าจะใช้แกะนี่แหละเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ปัญหาคือ เราจะขนแกะทั้งฝูงไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลาได้ยังไง? แล้วถ้าแกะป่วย หรือโดนขโมยไปล่ะ? จะทำยังไง?

ด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ มนุษย์จึงคิดค้น "เงิน" ขึ้นมา! เริ่มจากของมีค่าที่ทุกคนยอมรับกัน เช่น เปลือกหอย เกลือ หรือทองคำ มาเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน พัฒนามาเป็นเหรียญ และธนบัตรอย่างที่เราเห็นในทุกวันนี้เอง

#Siamstr

รู้สึกคุยกับพี่แล้วมันมันส์ดีย์ครับ ไม่อยากนึกภาพว่าถ้าไปเจอพี่ชิตจะขนาดไหน ขอบคุณจริงๆครับพี่

ถ้าเป็นเป้าหมายปกติพี่พูดถูกครับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างทางแต่ละช่วงอายุ ผมก็เปลี่ยนมันเสมอครับ แต่เป้าหมายสุดท้ายของผมอาจจะมีน้อยคนที่อยากจะทำมัน คือ การสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่มีครับ 55555 อาจจะฟังดูบ้าบอหน่อยนะครับ

Replying to Avatar Naphat09

ฟังพี่ซุปพูดเรื่องป่าในสภายาส้มล่าสุดแล้ว ผมนึกถึงตอนที่ผมอ่านหนังสือชื่อ the last hero ที่เป็นประวัติชีวิตของคุณสืบ นาคะเสถียร ผมขออนุญาตสปอยตอนจบของหนังสือ และตอนจบของชีวิตคุณสืบ

ป่าที่คุณสืบปกป้องไว้ด้วยการยิงตัวเอง เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้เกิดกระแสอนุรักษ์ป่า มีการลักลอบตัดไม้ ที่ได้รับอนุญาตแบบลับๆจากผู้อิทธิพลใหญ่ซึ่งในหนังสือแอบชี้ว่าเป็นคนๆเดียวกันกับคนที่มาพระราชทานเพลิงศพคุณสืบ(ความจริงเป็นเช่นไรยังไม่มีการยืนยัน)

สุดท้ายแล้วมันวนกลับมาที่ปัญหาอำนาจรัฐล้นเกินเหมือนเดิม ปัญหาการขออนุญาตรัฐ license hell เหมือนเดิม

ซึ่งหนังสือเล่มมันสะเทือนใจมากตอนที่อ่านผมสัมผัสถึงความรู้สึกรักป่าไม้ของคุณสืบได้จริงๆ แต่เราจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรหากเราไปขอให้ตัวปัญหาแก้ไขปัญหา

#siamstr https://nostrcheck.me/media/8b2ff7ceb4a1ea558bb929ce0d3513dfeca2cab712fd149551a961c822ace218/831cb95a13e5d3c3ed455f3ad74043ddfccce98982ea7b8f41f4d79fde7c2f26.webp

ขอบคุณมากครับพี่ หลังจากที่ผมพยายามหยุดทุกอย่างเพื่อมาคิดตลอดระยะเวลาเกือบๆ 2 ปี ว่าชีวิตผมนั้นต้องการอะไรกันแน่ ผมก็พอจะเห็นทางที่จะไปละครับ เป้าหมายผมมีไว้ชัดเจนพอ แต่ต้องหารอยต่อให้เชื่อมไปถึงตรงนั้นครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

# Trouble is a Friend

ถึงแอดมินวาวผู้กล้า,

น้อยคนนักจะกล้าท้าทายพี่ด้วยคำขอ แต่เมื่อใจเอ่ยถึง พี่ก็พร้อมจะสนอง...

ทว่า.. สิ่งที่พี่ให้อาจไม่ใช่สิ่งที่นายคาดหวัง เพราะพี่เองก็มีวิถีที่ต้องยึดมั่น เมื่อใดที่พี่ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน พี่จะรู้สึกเหมือนหลุดจากแก่นแท้ของตัวเอง (พี่ก็ซีเรียสไปบางที 55)

I just want to be me.

ในโลกของพี่ "ความผิดพลาด" ไม่เคยมีอยู่จริง มันเป็นเพียงบททดสอบที่หล่อหลอมให้เราแข็งแกร่งขึ้น เติบโตขึ้นในทุกย่างก้าว

ทุกสิ่งที่เราเผชิญ ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด ล้วนเป็นดั่งบันไดที่นำเราไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มันคือกระบวนการ "กลั่นกรอง" (Rule out) สิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อให้เหลือเพียงแก่นแท้แห่งปัญญา

ดังเช่นคำกล่าวของ Jakk Goodday ที่พึ่งคิดได้เมื่อกี้ว่า..

"ความผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด คือการปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาด"

"The greatest mistake is to rule out the possibility of making one."

และอีกหนึ่งความจริงที่พี่ค้นพบ..

"จงอย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะความกลัวคืออุปสรรคเดียวที่ขวางกั้นการเรียนรู้" (Rule out nothing but fear.)

ยิ่งพี่รู้มากเท่าไหร่ ยิ่งตระหนักว่าพี่ได้ผ่านบททดสอบแห่งความล้มเหลว (**Proof of Failure**) มามากเพียงใด และเมื่อมันมากมายจนเกินจะจดจำ สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ **"แก่นแท้ของบทเรียน"**

เหมือนดังข้อสอบ.. เมื่อเราเห็นคำตอบที่ถูกต้อง เราก็จะเข้าใจว่าทำไมตัวเลือกอื่นจึงผิดพลาด ในทางกลับกัน ตัวเลือกที่ผิดก็คือคำอธิบายว่าทำไมตัวเลือกนั้นจึงถูกต้อง

นี่คือสิ่งที่พี่ต้องการจะสื่อ เข้าใจใช่ไหม?

(พี่เชื่อว่านายเข้าใจ สมมุติว่าเข้าใจละกันนะ)

บางคนอาจมองว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต คือความล้มเหลวที่ไม่อาจลืมเลือน บาดแผลที่ไม่มีวันจางหาย แต่สำหรับพี่ ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลับเป็น **"การไม่ยอมให้ตัวเองผิดพลาด"** ต่างหากล่ะ

> **เพราะเมื่อใดที่เราปิดกั้นตัวเองจากความผิดพลาด นั่นหมายถึงเราปิดกั้นโอกาสที่จะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กัน**

มันก็เหมือนต้นไม้ที่ไม่เคยเผชิญกับพายุ มันอาจเติบโตอย่างสง่างาม แต่เมื่อเผชิญกับลมแรงเพียงเล็กน้อย ก็อาจโค่นล้มลงได้ง่ายๆ

ในทางกลับกัน.. ต้นไม้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านพายุและฝนมาอย่างโชกโชน จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีรากที่หยั่งลึก สามารถต้านทานทุกแรงปะทะได้อย่างมั่นคง

ชีวิตก็เช่นกัน..

ความผิดพลาดเปรียบเสมือนพายุที่เข้ามาทดสอบความแข็งแกร่งของเรา หากเราเปิดใจยอมรับและเรียนรู้จากมัน เราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีภูมิคุ้มกันต่อความล้มเหลว และพร้อมเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า (Learn from your errors and evolve.)

ดังนั้น.. จงอย่ากลัวที่จะผิดพลาด จงโอบกอดมันไว้ แล้วเปลี่ยนมันให้เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตของเรา

นายอาจจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ที่พี่ไม่ยอมเขียนถึงเรื่องราวของตัวเอง แต่พี่ก็อยากให้นายเข้าใจว่า บางครั้งการไม่บอกเล่าเรื่องราวโดยตรง อาจเปิดพื้นที่ให้เกิด **การตีความและเรียนรู้** ได้มากกว่า

ภาพวาดที่ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด อาจจะปลุกเร้าความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของผู้ชมได้อย่างหลากหลาย

พี่เชื่อว่าทุกคนล้วนมี **"ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด"** เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ที่ไม่สมหวัง หรือการตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีต

แต่พื้นที่เพียง 1 ลองฟอร์ม มันไม่ยาวพอจะเขียนเรื่องราวของพี่ออกมาครับ

ยังไงก็จำไว้ว่า **"การไม่ยอมให้ตัวเองผิดพลาด"** มักจะกลายเป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่นายจะพบเจอได้ หากนายยอมให้มันเกิดขึ้นกับตัวเอง (ลองไปถามวินหวีดูว่าใช่ไหม)

..เอาไปคิดต่อกันเอง

เอ้า!! เพลงมา 🎶

https://youtu.be/QHpvlr_kG6U?si=IgAQiFBNnf7MUQFz

#siamstr

nostr:nevent1qqszjs0xywmly7exrekuqe5g33ecs25df90smlac4r9xcnw7djuyakqpramhxue69uhkummnw3ez6vpn9ejx7unpveskxar0wfujummjvuhsygp97fae8jpw3u87fqwdgs6w8v0fjp0jtdzd8nshkcx4eaed238j5cpsgqqqqqqsyna9hx

เรื่องราวในชีวิตส่วนใหญ่ของผม ถ้าให้คิดย้อนกลับไปหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง มันเป็นการตัดสินใจที่พลาด การตัดสินใจช่วงรอยต่อระหว่างชีวิตคือไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ผมไม่รู้ตัวตนตัวเองจริงๆ ว่าชอบอะไร ไม่ได้ไปลองหาอะไรที่แปลกๆใหม่ๆทำเพราะความกลัว ทำให้ไม่ได้ลองค้นหาตัวเองว่าที่จริงแล้ว เราอยากทำอะไร จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเคว้งอยู่ แต่พยายามจะเปิดรับโอกาสใหม่ๆที่เข้ามาเสมอ ผมเลยอยากให้บทเรียนของการที่ ผมหาตัวตนไม่เจอนี้ มาเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงว่า ถ้าตัวคุณรู้สึกอยากทำอะไร คุณก็ลงมือทำมันไปเลย ไม่ต้องกลัว มันดีกว่าคุณกลับมาคิดแล้วเสียดายโอกาสที่ไม่ได้ทำมัน ถ้าคุณลองแล้วมันใช่ คุณก็จะได้รู้แล้วว่าคุณชอบอะไร แต่ถ้ามันไม่ใช่อย่างน้อย คุณก็รู้ว่าสิ่งนี้ไม่เหมาะกับเรา เราก็ไม่ควรไปเสียเวลาที่ต้องทนทำอะไรแบบนั้นต่อ มันก็จะช่วยประหยัดเวลาในชีวิตไปเยอะ ถ้าถามว่าระบบปัจจุบันมีส่วนที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ไหม มันก็มีแหละ แต่จะให้ไปโทษมัน สำหรับผมเอง ผมคิดว่ามันไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ ถ้าจะให้โทษใครสักคน ผมก็จะโทษตัวผมเองเนี้ยแหละ เพราะผมถือว่าระบบ มันไม่ได้มีอิทธิพลพอที่จะตัดสินใจแทนผมได้ ถ้าใจของผมนั้น มันไม่อ่อนแอไปซะเอง ( ผมคงตอบพี่ได้เต็มปากว่า ผมไม่เข้าใจบทความของพี่เลย 55555 หยอกๆ อันนี้ผมเขียนไว้สักพักล่ะ บังเอิญมาเจออะไรที่คล้ายๆสิ่งที่พี่อย่างสื่อ เลยเอามาใช้เป็นคำตอบ แทน คำว่า ผมเข้าใจความหมายที่พี่จะสื่อครับ สุดท้ายนี้ต้องขอ ขอบพระคุณที่รับคำท้าครับ แม้บทความอาจจะไม่ได้ตรงใจ แต่ก็มีคุณค่าและมีความหมายไปอีกแบบครับ ขอบคุณครับ )

Replying to Avatar Jakk Goodday

สุดยอดเลยที่อยากฝึกเขียน! ✌️

ผมเองก็ไม่ได้เก่งอะไรมากนะ ผมแค่ชอบเขียน / แล้วผมก็พยายามฝึกฝนตัวเองมาเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าใครๆ ก็สามารถเขียนได้ ถ้ามีความตั้งใจและลงมือทำอย่างจริงจังน่ะ

สำหรับมือใหม่ ผมแนะนำให้เริ่มจาก 3 อย่างนี้ก่อนเลยละกัน

เริ่มจากหา "**สิ่งที่ชอบ**" แล้ว "**เขียนมันออกมา**" ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ ไม่ต้องกังวลเรื่องถูกผิด แค่เขียนในสิ่งที่เราชอบ, สนใจหรืออยากเล่า อาจจะเป็นเรื่องดนตรี, หนัง, เกม, อาหาร, การ์ตูน หรืออะไรก็ได้

สิ่งสำคัญคือการ "**ปลดปล่อย**" ความคิด, ความรู้สึกออกมาเป็นตัวหนังสือ ไม่ต้องกลัวว่าจะออกมาดีหรือไม่ดี แค่ลงมือเขียน ฝึกฝนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ดีเอง (เพราะคำว่า "**ดี**" มันไม่เกิดขึ้นได้ทันที มันต้องผ่านประสบการณ์ การฝึกฝน และการขัดเกลามาก่อนครับ)

จากนั้นก็ "**อ่านเยอะๆ**" เพราะการอ่านเป็นเหมือน "**อาหารสมอง**" ยิ่งเราอ่านมาก เรายิ่งได้เรียนรู้ ทั้งเรื่องภาษา, สำนวน, แนวคิด และการเล่าเรื่องจากนักเขียนเก่งๆ (ครูพักลักจำ) ลองอ่านงานเขียนหลากหลายแนวหลากหลายสไตล์ เพื่อเปิดโลกทัศน์ และหาแรงบันดาลใจในการเขียนให้กับตัวเอง (ซึ่งสุดท้ายเราก็จำเป็นต้องบูรณาการออกมาในแบบของตัวเอง /ข้อนี้สำคัญ)

และอย่าลืมที่จะ "**ฝึกฝนสม่ำเสมอ**" มันก็เหมือนกับการออกกำลังกาย ที่เรายิ่งฝึกบ่อย เราก็ยิ่งแข็งแรง การเขียน.. ถ้าเราเขียนทุกวัน เขียนวันละนิดละหน่อยก็ได้ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก ขอแค่เขียนให้ตัวเองสนุก เพราะมันสำคัญที่สุด!

ตอนเริ่มต้น.. ไม่ต้องไปกังวลเรื่องเทคนิค, วิธีการ อะไรมากมาย แค่ต้อง "**ลงมือทำ**"

มันสำคัญที่ต้องหัดเขียนไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะค่อยๆ ค้นพบสไตล์ และพัฒนาฝีมือการเขียนของตัวเอง (รู้ไหมว่าผมเขียนมาหลายร้อยบทความแล้ว ผมเองก็ไม่ก็ได้คล่องในทันที ต้องผ่าน POW มาเหมือนกัน มันไม่มีทางลัด)

ผมเองก็เริ่มต้นจากการเขียน "**ไดอารี่**" ธรรมดาๆ นี่แหละ ตามสไตล์วัยรุ่น 90's ที่สมัยนั้นไม่มีเน็ตไม่มีบล็อกให้เล่น เขียนระบายความรู้สึกออกมา เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ตอนนั้นผมก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเอาไปให้ใครอ่าน แต่การเขียนแบบนี้มันก็ช่วยให้ผม "**คุ้นเคย**" กับการเรียบเรียงความคิด และฝึกใช้ภาษา นำเสนอออกไปผ่านตัวอักษร

นอกจากนี้ การ "**อ่าน**" ที่แนะนำไปข้างต้นก็ช่วยผมได้เยอะมาก ผมชอบอ่านหนังสือ บทความ นิยาย หลากหลายแนว ผมอ่านเยอะมากจนกระทั่งทุกวันนี้เพียงแค่ผมไม่เคยมานั่งบอกใครว่าอ่านเยอะ แล้วผมก็พยายาม "**สังเกต**" ว่านักเขียนแต่ละคนใช้ "**เทคนิค**" อะไร "**ภาษา**" แบบไหนในการเล่าเรื่อง แล้วมันส่งผลต่อคนอ่านยังไง แบบไหนดี/ไม่ดี แบบไหนเราชอบ/ไม่ชอบ

ผมอ่านหนังสือในแง่มุมแบบนั้น ไม่ได้เน้นอ่านเอาตาย หรือเอาไปสอบ ไปท่องแข่งกับใคร อ่านเพื่อให้ได้หรือเข้าใจบางอย่างแบบที่เราต้องการเท่านั้นเอง

การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอก็สำคัญ (น่าจะพอสังเกตุได้) ผมพยายามเขียนอะไรสักอย่างทุกวัน แม้จะเป็นแค่โน๊ตสั้นๆ บนโซเชียลมีเดียก็ตาม เพราะการเขียนบ่อยๆ จะช่วยให้เรา "**คล่อง**" ขึ้น และพัฒนา "**สำนวนภาษา**" ของตัวเอง (ยอดยุทธ์ต้องหมั่นฝึกฝนกระบี่)

ท้ายสุดคือทำตามที่โน๊ตล่าสุดพึ่งแนะนำไป คือทบทวน รีวิว และหาจุดที่จะพัฒนาตัวเอง มันไม่มีใครมานั่งช่วยเรา นอกจาก้ราจะพยายามด้วยตัวเอง

ทั้งหมดก็เพราะเรามีเป้าหมาย ที่ไม่ใช่แค่อยากเขียน แต่เราอยากเขียนให้ดี เป้าหมายที่ต่างกันก็นำมาซึ่งกระบวนการที่แตกต่างเช่นกัน

แล้วถ้ามีคำถาม หรืออยากให้ช่วยดูงานเขียน บอกผมได้เลยนะ ยินดีช่วยเต็มที่

ขอให้สนุกกับการเขียน และพัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ นะครับ! เป็นกำลังใจให้!

#siamstr

ผมชอบ Note นี้เพราะ มันเหมือนมีพลังบางอย่างที่เมื่อได้อ่านแล้ว มันรู้สึกอยากที่จะลองเขียนบทความดูครับ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้ลองออกจากกรอบความสามารถของตัวเอง เพราะปกติลำพังแค่พูด ผมก็พูดไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่แล้ว นี่จะมาเขียนบทความ ตายห่ากันพอดี! ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมก็พยายามฝึกเขียนอยู่ตลอดครับ ไอ่ที่เขียนส่วนใหญ่ก็จะ เขียนๆ ลบๆ ไม่ก็ฆ่าทิ้ง สมุดที่เขียนก็เป็นเหมือนเรียงความที่เขียนไม่จบสักที อารมณ์มันจะประมาณ พอเขียนไปได้สักพักแล้วกลับมาอ่าน มันอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง เขียนไปเขียนมาเหมือนมันแยกเป็นคนละส่วนกัน ที่นี่ไอ่เราก็กลัวเสียกระดาษไปฟรีๆ ผมก็เลยแก้ไขปัญหาโดยการไปให้ AI ช่วย ป้อนโครงเรื่องให้กับมันแล้วค่อยพยายามมาแก้คำบางคำ หรือบางประโยค ให้มันพออ่านแล้วคนเข้าใจ มันก็เลยไม่แปลกที่ผลงานของผมดูเหมือน AI เขียนครับ 55555 #Siamstr

ส่วนอยากให้พี่เขียนอะไรนั้น ผมอยากให้พี่เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวความผิดพลาดที่พี่คิดว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ผ่านมา แล้วพี่ได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์หรือสถาณการณ์นั้นบ้าง ผมรออ่านอยู่นะครับ ขอบคุณครับ

Replying to Avatar Jakk Goodday

## **Come out of the Rat Race**

นักศึกษาคนหนึ่งได้เกรดเฉลี่ย 3.8 แต่กลับไม่มีความสุข เพราะเพื่อนของเขาได้ 4.0

นักศึกษาที่ได้ 4.0 กลับไม่มีความสุข เพราะเขาไม่ได้งานในบริษัทดัง

https://image.nostr.build/91b0985d23ba4280d38aa854b1cdc05b841283059719e19e807b0f65af899343.jp

นักศึกษาที่ได้งานในบริษัทดัง กลับไม่มีความสุข เพราะเพื่อนร่วมงานได้เงินเดือนมากกว่าเขา

คนที่ได้เงินเดือนสูงสุดในบริษัท กลับไม่มีความสุข เพราะไม่มีเวลาใช้ชีวิตกับเพื่อนและครอบครัวของเขา

นี่แหละ... **วังวนแห่งการแข่งขันที่ไม่มีวันสิ้นสุด** เราไล่ล่าความสำเร็จ แต่ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมี..

มองไปรอบตัว ชื่นชมสิ่งเล็กๆ และขอบคุณในชีวิตที่เรามี บางที ความสุขที่แท้จริง อาจไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง แต่อยู่ระหว่างทางก็เป็นได้...

ปลดปล่อยตัวเองจากวังวน แล้วก้าวออกมาสู่อิสระภาพ

GD #siamstr

https://rightshift.to/2022/jakkrapan/3220/

เรายอมเป็น"ทาส"เพื่อรับใช้คนอื่น แต่ทำไมกัน? เราถึงไม่ยอมเป็น"ทาส"เพื่อรับใช้ตัวเอง

Replying to Avatar Jakk Goodday

## **8 เดือน 8 วัน นับจากวันแรกแห่งการริเริ่ม**

ผมรู้สึกว่า "ตุ๊กตาปิรันย่า" ที่ยอมเสียไปมันคุ้มค่า..

"เราขาดการพบปะกันแบบ physical" ผมจำไม่ได้ว่าพูดประโยคนี้กับใคร แต่จำได้แม่นว่าผมเคยจินตนการอะไรไว้

ความคิดที่ค่อนข้างเป็นปฏิปักษ์ต่อหลักการของบิตคอยเนอร์ที่ควรจะปกปิดตัวตน ทำตัว Anonymous เอาไว้นั้น ถูกผมนำเสนอแบบเสร่อๆ ไปในวันที่ 22/08/2023

"ถ้ามีคนบิตคอยน์ให้ได้เสวนากันเรื่อยๆ แถวบ้านเราเลยจะดีไหม?"

ใช่.. สรุปว่ามันดี

มันดีมากๆ มันทำให้เกิดพัฒนาการแบบก้าวกระโดดในเชิงความสัมพันธ์ภายในคอมมูนิตี้ ไม่มีใครคิดว่าผมจะมองไกลถึงระดับ "โปรโตคอล"

แต่ผมคิด.. ผมคิดตั้งแต่ต้น ผมพูดเป้าหมายกับทุกคนใน nostr:nprofile1qqsvefl02swmsd5fgy7ewhz0dg67fmrnj9dzt9k8wpqjmy5xuuerzaspr9mhxue69uhkymmnw3ezumr9vd682unfveujumn9wsq32amnwvaz7tmwdaehgu3dwfjkccte9eshquqpzemhxue69uhkvun9deejumn0wd68yvfwvdhk6vyaxy6 กับ nostr:nprofile1qqsvtqpjnh60ruxludgjr92l7e3kvq0hsr6psnw7yphlx0a4p59k0jcpz4mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduhszxrhwden5te0wfjkccte9eekjctdwd68ytnrdakj7qgcwaehxw309aex2mrp0yhxumm5daeks6fwwa5kutc0k7g9s, กับพี่ nostr:nprofile1qqsfwl44pcxpjemklvn6jqnsa3z9nduq4sn7984s68fn2kupnnyn3ucpr9mhxue69uhhyetvv9ujuumwdae8gtnnda3kjctv9uq3wamnwvaz7tmxwfjkuuewdehhxarjxyhxxmmd9uq3samnwvaz7tmjv4kxz7fwwd5kzmtnw3ezucm0d5hsepugdm, nostr:nprofile1qqsdwfln5z7vwels5kqj6cxexk9y6a7td4z8d5pj8f35k59jns8p3kspr3mhxue69uhkummnw3ezucnfw33k76twv4ezuum0vd5kzmqpzemhxue69uhhguewwfjkcctewvh8wmmjd3jz7qglwaehxw309ahx7um5wghx26tww4hxg7nhv9h856t89eehqctrv5gkln8j ฯลฯ

"ต่อให้มีแค่คนเดียวเราก็ต้องทำให้มันเกิดขึ้น"

นั่นคือความตั้งใจของผมในการจัดมีตอัพโปรโตคอลครั้งแรก แม่โบเข้าใจว่าผมคิดอะไร อ.ทั้งสองสนับสนุนผมอย่างเต็มที่

มันตามมาด้วยธรรมเนียมการรีวิวมีตอัพ เหมือนเป็นสิ่งที่ "คุณต้องทำ" เพื่อส่งต่อคุณค่าและเรื่องราว ผมพูดภารกิจนี้ออกมาในตอนที่สติสตังเริ่มไม่ค่อยมีแล้ว

"พวกมึงต้องกลับไปเขียน.. บรรยายเรื่องราวและความรู้สึกออกมา บอกทุกคนว่าการมาเจอมันตัวเป็นๆ มันดียังไง เราได้รับประสบการณ์อะไร.. นี่คือข้อบังคับ"

nostr:nprofile1qqsp40zqckd36g5rz39043r9ns7mhlq6rvn94w0vuu52pg2vdntqusgpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduq3wamnwvaz7tmjv4kxz7fwvd5x7mn5d96zuamfdcq3vamnwvaz7tmxwfjkuuewdehhxarjxyhxxmmd6lpjq9 (เอ็ม ชลทิศ) และวินหวี ซึ่งแทบไม่ถนัดการเขียนในตอนนั้น คงจะรับรู้ได้ถึงความคาดหวังอันสุดลิ่มทิ่มประตูของผม ภารกิจที่หนักอึ้ง แต่ในที่สุดพวกเขาก็ทำ.. ทุกคนทำ

ตั้งแต่โคราช ชลบุรี เชียงใหม่ นครพนม ฉะเชิงเทรา และล่าสุดวนมาบรรจบที่โคราชอีกครั้ง

ผู้ชายเด๋อๆ ด๋าๆ ทำตัวไม่ค่อยถูก ท่าทางตื่นเต้นในวันนั้น กลายมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดงานขึ้นในวันนี้

คุณเชื่อในพลังแห่งมิตรภาพไหม?

ดูสิ่งที่เกิดขึ้นสิ.. แม้แต่ผมในตอนแรกก็จินตนาการมันไม่ออกหรอกว่าจะเป็นแบบนี้ นี่คือคำอธิบายของคำว่า "Protocol" และ "Organic growth" มันชัดใช่ไหม..?

ผมมักจะมีแผนการสำหรับทุกคำพูดของตัวเองเสมอ แต่วาบานได้เลยว่าเรื่อง "มีตอัพโปรโตคอล" นี้ ผมคิดไว้แค่หลวมๆ คร่าวๆ เท่านั้น

รายละเอียดปลีกย่อยและสิ่งต่างๆ มันล้วนเกิดขึ้นเอง เกิดตามธรรมชาติ เป็นผลรวมของธรรมชาติจากทุกๆ คน.. เป็นงานศิลปะที่อาศัยผู่กันของคนหลายสิบคนในการแต่งเติมสีสัน

#siamstr ..พวกเรามาไกลแค่ไหน?

ผมคิดว่าเราไม่ควรคิดถึงเรื่องนั้น..

มันสำคัญด้วยเหรอว่าเราได้เดินกันไปแล้วกี่ก้าว ผ่านมาแล้วกี่เมตร?

## มันสำคัญที่เราได้เดิน และเดินไปด้วยกันต่างหากล่ะ

เมื่อ 4 ปีก่อนผมเคยพูดกับพี่เป็ดเอาไว้ว่า..

"ผมฝันว่าวันหนึ่ง.. ผมจะได้นั่งอยู่สนามหน้าหลังบ้าน จิบกาแฟและมองดูสิ่งที่ตัวเองเริ่มไว้อย่างมีความสุข.."

ตัดภาพไปอีกที่หนึ่ง ณ เวลาประมาณตี 3

*"เป้าหมายของตั้มคืออะไร?"*

พี่ป้ำถามคำถามที่ค่อนข้างกว้าง แต่ก็ตรงประเด็นดี

"สังคมที่ดีกว่าของคนรุ่นถัดไป.."

"เป้าหมายของผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบิตคอยน์ บิตคอยน์เป็นแค่เครื่องมือ เป็นกุศโลบาย แต่เป้าหมายจริงๆ ของผมมันคือ 'คน' "

"ความหวัง.. และความสุข.."

ผมรออ่านรีวิวความสุขของผู้คน..

อย่าทำให้ผมผิดหวังนะ #Korat102

การพัฒนาที่ล้ำค่า "คือการพัฒนาคน"

ขอบคุณครับผม

nostr-relay-tray โหลดแล้ว ใช้งานได้เลยไหมครับ (Ver.ปัจจุบัน) หรือต้องทำอะไรเพิ่มเติมไหมครับ