ความจริงเเล้ว จิตใจของเรา ไม่มีทุกข์
มันอยู่ของมัน นิ่งๆ เฉยๆ
อันนี้เเหละพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า นิพพาน
คือ จิตใจเป็นอุเบกขา คำว่า " อุเบกขา " นี้
หมายถึง วางเฉย ทำการทำงานไปตามหน้าที่
จิตเป็นอุเบกขานี่เอง ที่เป็นเหมือนลูกตุ้ม
หรือ สมอเรือ หรือ เบรครถที่จะคอยถ่วงเอาไว้
ให้ภาวะจิตของเราอยู่อย่างสมดุล อยู่ตลอดเวลา
ไม่เอียงหรือหมุนไป ตามกระเเสของทุกข์หรือสุข
เเละจิตใจเช่นนี้เเหละคือ จิตใจที่อยู่เหนือทุกข์เหนือสุข
ไม่ติดอยู่กับดีหรือชั่ว อันนี้เเหละที่เรียกว่าอัพยากตาธรรม
หรือ นิพพาน ดังนั้น นิพพานนั้นจึงอยู่ที่จิตใจของคน
พระธรรมเทศนา หลวงพ่อ เทียน จิตฺตสุโภ
ภาพ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าพระประธานภายในพระอุโบสถวัดพญาภู น่าน
#siamstr
#nostr 
## Bitcoin: ความสัมพันธ์กับการพัฒนา Software และ Hardware
Bitcoin เป็นระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (decentralized digital currency) ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบันทึกรายการธุรกรรม เครือข่าย Bitcoin ทำงานโดยอาศัยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ specialized ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและใช้งาน Bitcoin
**การพัฒนา Software**
* **ซอฟต์แวร์ Bitcoin Core:** เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ทำหน้าที่เป็นโหนดเต็มรูปแบบ (full node) บนเครือข่าย Bitcoin ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบธุรกรรม บล็อก และข้อมูลอื่นๆ บนเครือข่าย Bitcoin ได้
* **Lightning Network:** เป็นโซลูชันเลเยอร์สอง (layer-two solution) ที่ช่วยเพิ่ม scalability ของเครือข่าย Bitcoin ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรม Bitcoin ได้รวดเร็วและราคาถูก
* **Bitcoin Wallets:** เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เก็บ Bitcoin ได้อย่างปลอดภัย มีทั้งแบบ custodial wallets และ non-custodial wallets
**การพัฒนา Hardware**
* **ASIC Miners:** เป็นอุปกรณ์ specialized ที่ใช้สำหรับการขุด Bitcoin (mining) ASIC Miners มีประสิทธิภาพมากกว่า CPU และ GPU มาก
* **Hardware Wallets:** เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ (offline storage) ที่ใช้สำหรับเก็บ Bitcoin
**แนวโน้ม**
* **การพัฒนาซอฟต์แวร์:** คาดว่าจะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Bitcoin Core อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย Lightning Network คาดว่าจะมีการใช้งานมากขึ้น
* **การพัฒนาฮาร์ดแวร์:** คาดว่าจะมีการพัฒนา ASIC Miners ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Hardware Wallets คาดว่าจะมีการใช้งานมากขึ้น
**ผลกระทบ**
* **การพัฒนา Software และ Hardware:** ส่งผลดีต่อ Bitcoin ช่วยให้ Bitcoin มี scalability มากขึ้น ปลอดภัย ใช้งานง่าย
* **แนวโน้ม:** Bitcoin มีแนวโน้มที่จะเติบโต ใช้งานแพร่หลาย
**หมายเหตุ:**
* ข้อมูลนี้อ้างอิงจากวันที่ 30 มีนาคม 2024
* เทคโนโลยี Bitcoin มีการพัฒนาอยู่เสมอ ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง
**แหล่งข้อมูล:**
* Bitcoin Core: [https://bitcoincore.org/](https://bitcoincore.org/)
* Lightning Network: [https://lightning.network/](https://lightning.network/)
* ASIC Miners
* Hardware Wallets: [https://www.ledger.com/](https://www.ledger.com/)
#siamstr
#nostr 
"Bitcoin would be a convenient solution in situations where traditional financial systems fail." - Satoshi Nakamoto
#Bitcoin ##
Bitcoin: ทางเลือกที่สะดวกในยามที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว
**คำพูดของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายและเชื่อถือได้** โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมประสบปัญหา
**บทความนี้มุ่งขยายความคิดของ Nakamoto เกี่ยวกับประโยชน์ของ Bitcoin ในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้:**
**1. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ:**
* Bitcoin เสนอทางเลือกนอกเหนือจากสกุลเงิน fiat ที่อาจสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
* ด้วยจำนวน Bitcoin ที่จำกัด (21 ล้านเหรียญ) ทำให้ Bitcoin มีคุณสมบัติคล้ายทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ที่หายากและสามารถรักษามูลค่าได้
* ระบบ Bitcoin ทำงานแบบกระจายอำนาจ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง ช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเองได้
**2. การควบคุมเงินทุน:**
* รัฐบาลบางประเทศอาจจำกัดการโอนเงินหรืออายัดบัญชีธนาคาร Bitcoin เสนอทางเลือกที่ไร้พรมแดนและตรวจสอบได้ยาก
* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อส่งเงินไปยังครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง
* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถปกป้องเงินออมของพวกเขาจากการยึดหรืออายัดโดยรัฐบาล
**3. ภัยธรรมชาติ:**
* โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินแบบดั้งเดิมอาจถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ Bitcoin สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้
* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ
* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
**4. การเซ็นเซอร์:**
* รัฐบาลบางประเทศอาจจำกัดการเข้าถึงข้อมูลหรือปิดกั้นบริการทางการเงิน Bitcoin เสนอทางเลือกที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้
* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการทางการเงินที่ถูกจำกัด
* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นและติดต่อสื่อสารกันได้อย่างอิสระ
สถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว:
วิกฤตเศรษฐกิจ: ในช่วงวิกฤต เศรษฐกิจ เงินสกุล fiat มักสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ตัวอย่างเช่น วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 ส่งผลให้เงินสกุลต่างๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ สูญเสียมูลค่าอย่างมาก
การควบคุมเงินทุน: รัฐบาลบางประเทศอาจควบคุมการไหลเวียนของเงินทุน จำกัดการถอนเงินหรือโอนเงินต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนมีการควบคุมเงินทุนอย่างเข้มงวด ทำให้ประชาชนโอนเงินออกนอกประเทศได้ยาก
ความไม่เสถียรทางการเมือง: ในประเทศที่มีความไม่เสถียรทางการเมือง ระบบการเงินอาจถูกคุกคาม ธนาคารอาจปิดทำการ ประชาชนอาจเข้าถึงเงินฝากของตนไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ในช่วงสงครามกลางเมืองในซีเรีย ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากของตนในธนาคารได้
**สรุป:**
Bitcoin เสนอทางเลือกที่สะดวกและเชื่อถือได้ในสถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเอง ปกป้องเงินออม และเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างอิสระ
**แหล่งข้อมูล:**
* Bitcoin Whitepaper: [https://bitcoin.org/bitcoin.pdf](https://bitcoin.org/bitcoin.pdf)
* Satoshi Nakamoto's forum posts
* Wikipedia article on Bitcoin: [https://th.wikipedia.org/wiki/Bitcoin](https://th.wikipedia.org/wiki/Bitcoin)
#siamstr
#nostr 
Giovanni Spertini (Pavia, 1821 - Milan, 1895) was an Italian sculptor.
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr
#bitcoin 
“#Bitcoin buys you time, saves you time and is worth your time.” -natbrunell
## เวลาและเงิน: สองสิ่งล้ำค่าที่ถูกกัดกินโดยเงินเฟ้อ
**เวลา** เปรียบเสมือนทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์ ชีวิตของเรามีจำกัด เต็มไปด้วยภารกิจ ความรับผิดชอบ และความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ แต่ละวินาทีที่ผ่านไป หมายถึงโอกาสที่สูญเสียไป
**เงิน** เครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าถึงสิ่งจำเป็นและความต้องการในชีวิต สะสมความมั่นคง และเติมเต็มความปรารถนา แต่เงินก็เปราะบาง อ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ **เงินเฟ้อ**
**เงินเฟ้อ** ภัยร้ายเงียบที่ค่อยๆ กัดกิน **เงินออม** และ **เวลา** ของเรา
**เงินออม** ผลลัพธ์จากการอุทิศ **เวลา** แรงกายแรงใจ ทำงาน เก็บหอมรอมริบ เพื่ออนาคตที่มั่นคง แต่เงินเฟ้อ กลับลดทอนมูลค่าของเงินออม
**ตัวอย่าง**
* เงิน 100 บาท ในวันนี้ ซื้อของได้มากกว่า 100 บาท ใน 10 ปีข้างหน้า
* เงินออม 1 ล้านบาท ในวันนี้ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการเกษียณอายุ ในอีก 20 ปีข้างหน้า
**เงินเฟ้อ** กัดกิน **เวลา** ของเราอย่างไร?
* **เวลา** ที่ต้องทุ่มเททำงานหนักมากขึ้น เพื่อหารายได้เพิ่มเติม
* **เวลา** ที่ต้องกังวล วางแผน และจัดการเงินออม
* **เวลา** ที่สูญเสียไปกับความเครียด กังวล เกี่ยวกับอนาคต
**แล้วเราจะเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างไร?**
* **ลงทุน** : กระจายความเสี่ยง ลงทุนในสินทรัพย์ที่มี่โอกาสเติบโต
* **พัฒนาทักษะ** : เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพิ่มศักยภาพในการหารายได้
* **ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด** : วางแผน จัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
**การเอาชนะเงินเฟ้อ** หมายถึงการรักษา **เวลา** และ **เงิน** ของเรา
**เวลา** ที่มีคุณค่า
**เงิน** ที่มั่นคง
**เพื่ออนาคตที่สดใส**
**การต่อสู้กับเงินเฟ้อ** เป็นภารกิจของทุกคน
**ร่วมกัน** หาวิธี **เอาชนะ** ภัยร้ายเงียบนี้
**เพื่ออนาคตที่มั่นคง** ของเรา
**และคนที่เรารัก**
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr
🤫🤫🤫😶 
#siamstr
#nostr 
## ไขปริศนา Bitcoin: ไร้ค่าแท้จริงหรืออนาคตแห่งการเงิน?
**15 ปีแห่งการเติบโต**
Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ถือกำเนิดในปี 2009 สร้างความฮือฮาให้กับโลกการเงินด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากราคาเริ่มต้นที่แทบไม่มีค่า พุ่งสูงแตะ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 หลายคนต่างตั้งคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin และมันมี "ค่าแท้จริง" หรือไม่?
**กราฟหนี้สินล้นโลก**
กราฟแสดงการเติบโตของหนี้สินภาครัฐทั่วโลก พุ่งสูงขึ้น 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหลังการระบาดของโควิด-19 และเพิ่มขึ้น 50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2008 สถานการณ์นี้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก
**Bitcoin ทางเลือกใหม่?**
ผู้สนับสนุน Bitcoin มองว่า Bitcoin นั้นเปรียบเสมือน "ทองคำดิจิทัล" ที่มีความหายาก จำกัดจำนวนไว้เพียง 21 ล้านเหรียญ ต่างจากสกุลเงิน Fiat ทั่วไปที่รัฐบาลสามารถพิมพ์ออกมาได้ไม่จำกัด Bitcoin จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการเก็บรักษามูลค่า ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ
**อนาคตที่ยังไม่แน่นอน**
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามถึง "ค่าแท้จริง" ของ Bitcoin มองว่า Bitcoin นั้นไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ต่างจากทองคำที่มีมูลค่ามาช้านาน มูลค่าของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับความเชื่อและการเก็งกำไร
**แหล่งข้อมูล:**
* [https://bitcoin.org/](https://bitcoin.org/)
* [https://en.wikipedia.org/wiki/Global_debt](https://en.wikipedia.org/wiki/Global_debt)
**คำศัพท์:**
* Bitcoin: สกุลเงินดิจิทัล
* Intrinsic value: ค่าแท้จริง
* Fiat currency: สกุลเงินที่รัฐบาลออก
* ทองคำดิจิทัล: สกุลเงินดิจิทัลที่มีความหายาก จำกัดจำนวน
* เงินเฟ้อ: ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น
* ฟองสบู่: ภาวะที่ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้นเกินจริง
#siamstr
#nostr 
What happened?
#siamstr
#nostr
Seed oils🌽🍕🍟
Greed 💰
Collectivism 🗣️
Complex Sugars 🍬
Woke Mind Virus 🦠
🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫 
## ประโยชน์และโทษของ CBDC ของรัฐบาล
**ประโยชน์:**
* **การชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ:** CBDC ช่วยให้การชำระเงินรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง เช่น ธนาคาร
* **การเข้าถึงทางการเงินที่มากขึ้น:** CBDC ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร
* **การส่งเสริมการรวมเข้ากันทางการเงิน:** CBDC ช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศง่ายขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น
* **การกระตุ้นเศรษฐกิจ:** รัฐบาลสามารถใช้ CBDC เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โดยการแจก CBDC ให้กับประชาชน
* **การติดตามการใช้จ่าย:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้จ่ายของประชาชนได้ง่ายขึ้น
**โทษ:**
* **การสูญเสียความเป็นส่วนตัว:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้จ่ายของประชาชนได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความเป็นส่วนตัว
* **ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย:** CBDC อาจถูกแฮ็กหรือถูกขโมย
* **การพึ่งพาเทคโนโลยี:** CBDC ทำให้ผู้คนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี
* **การสูญเสียการควบคุมของธนาคารกลาง:** ธนาคารกลางอาจสูญเสียการควบคุมนโยบายการเงิน
## ระดับการควบคุม CBDC ของรัฐบาล
รัฐบาลสามารถควบคุม CBDC ได้หลายระดับ ตัวอย่างเช่น:
* **การออก CBDC:** รัฐบาลสามารถควบคุมจำนวน CBDC ที่ออก
* **การกำหนดอัตราดอกเบี้ย:** รัฐบาลสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับ CBDC
* **การจำกัดการใช้ CBDC:** รัฐบาลสามารถจำกัดการใช้ CBDC สำหรับบางธุรกรรมหรือบางบุคคล
* **การติดตามการใช้ CBDC:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้ CBDC ของประชาชน
## การควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชน
รัฐบาลสามารถใช้ CBDC เพื่อควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น:
* **การให้รางวัลแก่พฤติกรรมที่ต้องการ:** รัฐบาลสามารถให้ CBDC แก่ประชาชนสำหรับพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น การไปฉีดวัคซีน
* **การลงโทษพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ:** รัฐบาลสามารถปรับ CBDC ของประชาชนสำหรับพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ เช่น การไม่จ่ายภาษี
* **การจำกัดการเข้าถึง CBDC:** รัฐบาลสามารถจำกัดการเข้าถึง CBDC ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่รัฐบาลไม่ต้องการ
อย่างไรก็ตาม ความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนผ่าน CBDC นั้นมีจำกัด ประชาชนสามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงการควบคุมของรัฐบาลได้ ตัวอย่างเช่น:
* **การใช้เงินสด:** ประชาชนสามารถใช้เงินสดแทน CBDC
* **การใช้ cryptocurrency:** ประชาชนสามารถใช้ cryptocurrency แทน CBDC
* **การใช้ตลาดมืด:** ประชาชนสามารถใช้ตลาดมืดเพื่อซื้อสินค้าและบริการโดยไม่ต้องใช้ CBDC
## สรุป
CBDC มีทั้งประโยชน์และโทษ รัฐบาลสามารถควบคุม CBDC ได้หลายระดับ แต่ความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนผ่าน CBDC นั้นมีจำกัด
## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
* CBDC ของธนาคารกลาง: โอกาสและความท้าทาย
* CBDC: อนาคตของเงิน: [https://www.bis.org/publ/othp43.htm](https://www.bis.org/publ/othp43.htm)
#siamstr
#nostr
#fiat 
#siamstr
#nostr 
ภาพแสดงกราฟการเปลี่ยนแปลงราคาบ้านใน 30 เมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เปรียบเทียบระหว่างปี 1991 และ 2022 โดยแสดงค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลง
**เมืองที่มีราคาบ้านเพิ่มสูงสุด:**
1. ออสติน (Austin) เพิ่มขึ้น 576%
2. เดนเวอร์ (Denver) เพิ่มขึ้น 513%
3. พอร์ตแลนด์ (Portland) เพิ่มขึ้น 491%
4. ซีแอตเทิล (Seattle) เพิ่มขึ้น 491%
5. ไมอามี่ (Miami) เพิ่มขึ้น 425%
6. ฟีนิกซ์ (Phoenix) เพิ่มขึ้น 422%
**เมืองที่มีราคาบ้านเพิ่มต่ำสุด:**
1. ดีทรอยต์ (Detroit) เพิ่มขึ้น 130%
2. คลีฟแลนด์ (Cleveland) เพิ่มขึ้น 135%
3. ชิคาโก (Chicago) เพิ่มขึ้น 163%
4. เซนต์หลุยส์ (St. Louis) เพิ่มขึ้น 163%
5. บัลติมอร์ (Baltimore) เพิ่มขึ้น 182%
**ปัจจัยที่ทำให้ราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้น:**
* **ภาวะเงินเฟ้อ:** เงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 7.5% ในเดือนมกราคม 2566 ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาบ้าน
* **นโยบายการเงิน:** ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและพิมพ์เงินจำนวนมหาศาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นโยบายเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น
* **อุปสงค์และอุปทาน:** อุปสงค์บ้านในสหรัฐอเมริกามีสูงมาก แต่จำนวนบ้านที่มีอยู่นั้นจำกัด ส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น
* **การลงทุน:** นักลงทุนจำนวนมากทุ่มเงินซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร ทำให้ราคาบ้านสูงขึ้น
**ผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน:**
* **ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านมากขึ้น:** ประชาชนต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อซื้อบ้าน ส่งผลให้ภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น
* **ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม:** ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีโอกาสซื้อบ้านน้อยลง ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมรุนแรงขึ้น
* **ปัญหาเศรษฐกิจ:** การเพิ่มขึ้นของราคาบ้านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว
**แนวโน้มของราคาบ้านในอนาคต:**
* **ราคาบ้านมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อไป:** ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวขึ้น แต่คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่ราคาบ้านจะเริ่มปรับตัวลดลง
* **ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยง:** นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
**แหล่งข้อมูล:**
Cantillon-Effect:
ปรากฏการณ์ Cantillon เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เช่น การพิมพ์เงินจำนวนมาก
โดยทั่วไปแล้ว ผลกระทบเหล่านี้จะส่งผลดีต่อผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และทองคำ
แต่จะส่งผลเสียต่อผู้ที่มีรายได้คงที่ เช่น ผู้สูงอายุและคนงาน
สาเหตุคือ การพิมพ์เงินจำนวนมากทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
เงินเฟ้อจะกัดกินกำลังซื้อของเงินที่มีอยู่
ผู้ที่มีสินทรัพย์จะได้รับประโยชน์จากราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
แต่ผู้ที่มีรายได้คงที่จะต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ยกตัวอย่าง
สมมติว่ารัฐบาลพิมพ์เงินจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เงินจำนวนนี้จะไหลเข้าสู่ระบบการเงิน
ผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และทองคำ จะสามารถซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมได้
ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้น
แต่ผู้ที่มีรายได้คงที่ เช่น ผู้สูงอายุและคนงาน จะต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
พวกเขาจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับอาหาร ที่อยู่อาศัย และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ
#siamstr
#nostr 
#siamstr
#nostr 

