Avatar
บิดแล้วคอย
2639db2bee9b35f0f7a3dd4d6d15a1277b3e334442e1890ada14081c59420386
Facebook บิดแล้วคอย

ความจริงเเล้ว จิตใจของเรา ไม่มีทุกข์

มันอยู่ของมัน นิ่งๆ เฉยๆ

อันนี้เเหละพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่า นิพพาน

คือ จิตใจเป็นอุเบกขา คำว่า " อุเบกขา " นี้

หมายถึง วางเฉย ทำการทำงานไปตามหน้าที่

จิตเป็นอุเบกขานี่เอง ที่เป็นเหมือนลูกตุ้ม

หรือ สมอเรือ หรือ เบรครถที่จะคอยถ่วงเอาไว้

ให้ภาวะจิตของเราอยู่อย่างสมดุล อยู่ตลอดเวลา

ไม่เอียงหรือหมุนไป ตามกระเเสของทุกข์หรือสุข

เเละจิตใจเช่นนี้เเหละคือ จิตใจที่อยู่เหนือทุกข์เหนือสุข

ไม่ติดอยู่กับดีหรือชั่ว อันนี้เเหละที่เรียกว่าอัพยากตาธรรม

หรือ นิพพาน ดังนั้น นิพพานนั้นจึงอยู่ที่จิตใจของคน

พระธรรมเทศนา หลวงพ่อ เทียน จิตฺตสุโภ

ภาพ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสน หน้าพระประธานภายในพระอุโบสถวัดพญาภู น่าน

#siamstr

#nostr

## Bitcoin: ความสัมพันธ์กับการพัฒนา Software และ Hardware

Bitcoin เป็นระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจ (decentralized digital currency) ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการบันทึกรายการธุรกรรม เครือข่าย Bitcoin ทำงานโดยอาศัยซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ specialized ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและใช้งาน Bitcoin

**การพัฒนา Software**

* **ซอฟต์แวร์ Bitcoin Core:** เป็นซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ทำหน้าที่เป็นโหนดเต็มรูปแบบ (full node) บนเครือข่าย Bitcoin ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบธุรกรรม บล็อก และข้อมูลอื่นๆ บนเครือข่าย Bitcoin ได้

* **Lightning Network:** เป็นโซลูชันเลเยอร์สอง (layer-two solution) ที่ช่วยเพิ่ม scalability ของเครือข่าย Bitcoin ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำธุรกรรม Bitcoin ได้รวดเร็วและราคาถูก

* **Bitcoin Wallets:** เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้เก็บ Bitcoin ได้อย่างปลอดภัย มีทั้งแบบ custodial wallets และ non-custodial wallets

**การพัฒนา Hardware**

* **ASIC Miners:** เป็นอุปกรณ์ specialized ที่ใช้สำหรับการขุด Bitcoin (mining) ASIC Miners มีประสิทธิภาพมากกว่า CPU และ GPU มาก

* **Hardware Wallets:** เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบออฟไลน์ (offline storage) ที่ใช้สำหรับเก็บ Bitcoin

**แนวโน้ม**

* **การพัฒนาซอฟต์แวร์:** คาดว่าจะมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Bitcoin Core อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย Lightning Network คาดว่าจะมีการใช้งานมากขึ้น

* **การพัฒนาฮาร์ดแวร์:** คาดว่าจะมีการพัฒนา ASIC Miners ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น Hardware Wallets คาดว่าจะมีการใช้งานมากขึ้น

**ผลกระทบ**

* **การพัฒนา Software และ Hardware:** ส่งผลดีต่อ Bitcoin ช่วยให้ Bitcoin มี scalability มากขึ้น ปลอดภัย ใช้งานง่าย

* **แนวโน้ม:** Bitcoin มีแนวโน้มที่จะเติบโต ใช้งานแพร่หลาย

**หมายเหตุ:**

* ข้อมูลนี้อ้างอิงจากวันที่ 30 มีนาคม 2024

* เทคโนโลยี Bitcoin มีการพัฒนาอยู่เสมอ ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง

**แหล่งข้อมูล:**

* Bitcoin Core: [https://bitcoincore.org/](https://bitcoincore.org/)

* Lightning Network: [https://lightning.network/](https://lightning.network/)

* ASIC Miners

* Hardware Wallets: [https://www.ledger.com/](https://www.ledger.com/)

#siamstr

#nostr

"Bitcoin would be a convenient solution in situations where traditional financial systems fail." - Satoshi Nakamoto

#Bitcoin   ##

Bitcoin: ทางเลือกที่สะดวกในยามที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว

**คำพูดของ Satoshi Nakamoto ผู้สร้าง Bitcoin สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ Bitcoin ในฐานะเครื่องมือทางการเงินที่เข้าถึงได้ง่ายและเชื่อถือได้** โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมประสบปัญหา

**บทความนี้มุ่งขยายความคิดของ Nakamoto เกี่ยวกับประโยชน์ของ Bitcoin ในสถานการณ์ต่างๆ ดังนี้:**

**1. ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ:**

* Bitcoin เสนอทางเลือกนอกเหนือจากสกุลเงิน fiat ที่อาจสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

* ด้วยจำนวน Bitcoin ที่จำกัด (21 ล้านเหรียญ) ทำให้ Bitcoin มีคุณสมบัติคล้ายทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ที่หายากและสามารถรักษามูลค่าได้

* ระบบ Bitcoin ทำงานแบบกระจายอำนาจ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลหรือธนาคารกลาง ช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเองได้

**2. การควบคุมเงินทุน:**

* รัฐบาลบางประเทศอาจจำกัดการโอนเงินหรืออายัดบัญชีธนาคาร Bitcoin เสนอทางเลือกที่ไร้พรมแดนและตรวจสอบได้ยาก

* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อส่งเงินไปยังครอบครัวหรือเพื่อนฝูงในต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถปกป้องเงินออมของพวกเขาจากการยึดหรืออายัดโดยรัฐบาล

**3. ภัยธรรมชาติ:**

* โครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงินแบบดั้งเดิมอาจถูกทำลายจากภัยธรรมชาติ Bitcoin สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้

* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ

* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

**4. การเซ็นเซอร์:**

* รัฐบาลบางประเทศอาจจำกัดการเข้าถึงข้อมูลหรือปิดกั้นบริการทางการเงิน Bitcoin เสนอทางเลือกที่เปิดกว้างและตรวจสอบได้

* ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin เพื่อเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบริการทางการเงินที่ถูกจำกัด

* Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถแสดงความคิดเห็นและติดต่อสื่อสารกันได้อย่างอิสระ

สถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว:

วิกฤตเศรษฐกิจ: ในช่วงวิกฤต เศรษฐกิจ เงินสกุล fiat มักสูญเสียมูลค่าอย่างรวดเร็ว ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบการเงิน ตัวอย่างเช่น วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2008 ส่งผลให้เงินสกุลต่างๆ เช่น ดอลลาร์สหรัฐ สูญเสียมูลค่าอย่างมาก

การควบคุมเงินทุน: รัฐบาลบางประเทศอาจควบคุมการไหลเวียนของเงินทุน จำกัดการถอนเงินหรือโอนเงินต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ประเทศจีนมีการควบคุมเงินทุนอย่างเข้มงวด ทำให้ประชาชนโอนเงินออกนอกประเทศได้ยาก

ความไม่เสถียรทางการเมือง: ในประเทศที่มีความไม่เสถียรทางการเมือง ระบบการเงินอาจถูกคุกคาม ธนาคารอาจปิดทำการ ประชาชนอาจเข้าถึงเงินฝากของตนไม่ได้ ตัวอย่างเช่น ในช่วงสงครามกลางเมืองในซีเรีย ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงเงินฝากของตนในธนาคารได้

**สรุป:**

Bitcoin เสนอทางเลือกที่สะดวกและเชื่อถือได้ในสถานการณ์ที่ระบบการเงินแบบดั้งเดิมล้มเหลว Bitcoin ช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมเงินของตัวเอง ปกป้องเงินออม และเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างอิสระ

**แหล่งข้อมูล:**

* Bitcoin Whitepaper: [https://bitcoin.org/bitcoin.pdf](https://bitcoin.org/bitcoin.pdf)

* Satoshi Nakamoto's forum posts

* Wikipedia article on Bitcoin: [https://th.wikipedia.org/wiki/Bitcoin](https://th.wikipedia.org/wiki/Bitcoin)

#siamstr

#nostr

Giovanni Spertini (Pavia, 1821 - Milan, 1895) was an Italian sculptor.

#siamstr

#nostr

“#Bitcoin    buys you time, saves you time and is worth your time.” -natbrunell

## เวลาและเงิน: สองสิ่งล้ำค่าที่ถูกกัดกินโดยเงินเฟ้อ

**เวลา** เปรียบเสมือนทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของมนุษย์ ชีวิตของเรามีจำกัด เต็มไปด้วยภารกิจ ความรับผิดชอบ และความฝันที่อยากทำให้สำเร็จ แต่ละวินาทีที่ผ่านไป หมายถึงโอกาสที่สูญเสียไป

**เงิน** เครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าถึงสิ่งจำเป็นและความต้องการในชีวิต สะสมความมั่นคง และเติมเต็มความปรารถนา แต่เงินก็เปราะบาง อ่อนไหวต่อสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ **เงินเฟ้อ**

**เงินเฟ้อ** ภัยร้ายเงียบที่ค่อยๆ กัดกิน **เงินออม** และ **เวลา** ของเรา

**เงินออม** ผลลัพธ์จากการอุทิศ **เวลา** แรงกายแรงใจ ทำงาน เก็บหอมรอมริบ เพื่ออนาคตที่มั่นคง แต่เงินเฟ้อ กลับลดทอนมูลค่าของเงินออม

**ตัวอย่าง**

* เงิน 100 บาท ในวันนี้ ซื้อของได้มากกว่า 100 บาท ใน 10 ปีข้างหน้า

* เงินออม 1 ล้านบาท ในวันนี้ อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการเกษียณอายุ ในอีก 20 ปีข้างหน้า

**เงินเฟ้อ** กัดกิน **เวลา** ของเราอย่างไร?

* **เวลา** ที่ต้องทุ่มเททำงานหนักมากขึ้น เพื่อหารายได้เพิ่มเติม

* **เวลา** ที่ต้องกังวล วางแผน และจัดการเงินออม

* **เวลา** ที่สูญเสียไปกับความเครียด กังวล เกี่ยวกับอนาคต

**แล้วเราจะเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างไร?**

* **ลงทุน** : กระจายความเสี่ยง ลงทุนในสินทรัพย์ที่มี่โอกาสเติบโต

* **พัฒนาทักษะ** : เพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ เพิ่มศักยภาพในการหารายได้

* **ใช้จ่ายอย่างชาญฉลาด** : วางแผน จัดการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

**การเอาชนะเงินเฟ้อ** หมายถึงการรักษา **เวลา** และ **เงิน** ของเรา

**เวลา** ที่มีคุณค่า

**เงิน** ที่มั่นคง

**เพื่ออนาคตที่สดใส**

**การต่อสู้กับเงินเฟ้อ** เป็นภารกิจของทุกคน

**ร่วมกัน** หาวิธี **เอาชนะ** ภัยร้ายเงียบนี้

**เพื่ออนาคตที่มั่นคง** ของเรา

**และคนที่เรารัก**

#siamstr

#nostr

#siamstr

#nostr

🤫🤫🤫😶

## ไขปริศนา Bitcoin: ไร้ค่าแท้จริงหรืออนาคตแห่งการเงิน?

**15 ปีแห่งการเติบโต**

Bitcoin สกุลเงินดิจิทัลที่ถือกำเนิดในปี 2009 สร้างความฮือฮาให้กับโลกการเงินด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากราคาเริ่มต้นที่แทบไม่มีค่า พุ่งสูงแตะ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2021 หลายคนต่างตั้งคำถามว่า อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin และมันมี "ค่าแท้จริง" หรือไม่?

**กราฟหนี้สินล้นโลก**

กราฟแสดงการเติบโตของหนี้สินภาครัฐทั่วโลก พุ่งสูงขึ้น 20 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐหลังการระบาดของโควิด-19 และเพิ่มขึ้น 50 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2008 สถานการณ์นี้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก

**Bitcoin ทางเลือกใหม่?**

ผู้สนับสนุน Bitcoin มองว่า Bitcoin นั้นเปรียบเสมือน "ทองคำดิจิทัล" ที่มีความหายาก จำกัดจำนวนไว้เพียง 21 ล้านเหรียญ ต่างจากสกุลเงิน Fiat ทั่วไปที่รัฐบาลสามารถพิมพ์ออกมาได้ไม่จำกัด Bitcoin จึงเป็นทางเลือกใหม่ในการเก็บรักษามูลค่า ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของระบบเศรษฐกิจ

**อนาคตที่ยังไม่แน่นอน**

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามถึง "ค่าแท้จริง" ของ Bitcoin มองว่า Bitcoin นั้นไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง ต่างจากทองคำที่มีมูลค่ามาช้านาน มูลค่าของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับความเชื่อและการเก็งกำไร

**แหล่งข้อมูล:**

* [https://bitcoin.org/](https://bitcoin.org/)

* [https://en.wikipedia.org/wiki/Global_debt](https://en.wikipedia.org/wiki/Global_debt)

**คำศัพท์:**

* Bitcoin: สกุลเงินดิจิทัล

* Intrinsic value: ค่าแท้จริง

* Fiat currency: สกุลเงินที่รัฐบาลออก

* ทองคำดิจิทัล: สกุลเงินดิจิทัลที่มีความหายาก จำกัดจำนวน

* เงินเฟ้อ: ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น

* ฟองสบู่: ภาวะที่ราคาสินทรัพย์พุ่งสูงขึ้นเกินจริง

#siamstr

#nostr

What happened?

#siamstr

#nostr

Seed oils🌽🍕🍟

Greed 💰

Collectivism 🗣️

Complex Sugars 🍬

Woke Mind Virus 🦠

🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫🤫

https://youtu.be/Fec15rqGMBI?si=bGWo0B4KQfFlv-Yu

#musicoftheday

ฟังทั้งวัน 😅🥴

#siamstr

#nostt

## ประโยชน์และโทษของ CBDC ของรัฐบาล

**ประโยชน์:**

* **การชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ:** CBDC ช่วยให้การชำระเงินรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง เช่น ธนาคาร

* **การเข้าถึงทางการเงินที่มากขึ้น:** CBDC ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคาร

* **การส่งเสริมการรวมเข้ากันทางการเงิน:** CBDC ช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศง่ายขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้น

* **การกระตุ้นเศรษฐกิจ:** รัฐบาลสามารถใช้ CBDC เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โดยการแจก CBDC ให้กับประชาชน

* **การติดตามการใช้จ่าย:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้จ่ายของประชาชนได้ง่ายขึ้น

**โทษ:**

* **การสูญเสียความเป็นส่วนตัว:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้จ่ายของประชาชนได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความเป็นส่วนตัว

* **ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย:** CBDC อาจถูกแฮ็กหรือถูกขโมย

* **การพึ่งพาเทคโนโลยี:** CBDC ทำให้ผู้คนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

* **การสูญเสียการควบคุมของธนาคารกลาง:** ธนาคารกลางอาจสูญเสียการควบคุมนโยบายการเงิน

## ระดับการควบคุม CBDC ของรัฐบาล

รัฐบาลสามารถควบคุม CBDC ได้หลายระดับ ตัวอย่างเช่น:

* **การออก CBDC:** รัฐบาลสามารถควบคุมจำนวน CBDC ที่ออก

* **การกำหนดอัตราดอกเบี้ย:** รัฐบาลสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับ CBDC

* **การจำกัดการใช้ CBDC:** รัฐบาลสามารถจำกัดการใช้ CBDC สำหรับบางธุรกรรมหรือบางบุคคล

* **การติดตามการใช้ CBDC:** รัฐบาลสามารถติดตามการใช้ CBDC ของประชาชน

## การควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชน

รัฐบาลสามารถใช้ CBDC เพื่อควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น:

* **การให้รางวัลแก่พฤติกรรมที่ต้องการ:** รัฐบาลสามารถให้ CBDC แก่ประชาชนสำหรับพฤติกรรมที่ต้องการ เช่น การไปฉีดวัคซีน

* **การลงโทษพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ:** รัฐบาลสามารถปรับ CBDC ของประชาชนสำหรับพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ เช่น การไม่จ่ายภาษี

* **การจำกัดการเข้าถึง CBDC:** รัฐบาลสามารถจำกัดการเข้าถึง CBDC ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่รัฐบาลไม่ต้องการ

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนผ่าน CBDC นั้นมีจำกัด ประชาชนสามารถหาวิธีหลีกเลี่ยงการควบคุมของรัฐบาลได้ ตัวอย่างเช่น:

* **การใช้เงินสด:** ประชาชนสามารถใช้เงินสดแทน CBDC

* **การใช้ cryptocurrency:** ประชาชนสามารถใช้ cryptocurrency แทน CBDC

* **การใช้ตลาดมืด:** ประชาชนสามารถใช้ตลาดมืดเพื่อซื้อสินค้าและบริการโดยไม่ต้องใช้ CBDC

## สรุป

CBDC มีทั้งประโยชน์และโทษ รัฐบาลสามารถควบคุม CBDC ได้หลายระดับ แต่ความสามารถของรัฐบาลในการควบคุมความคิดและการกระทำของประชาชนผ่าน CBDC นั้นมีจำกัด

## แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

* CBDC ของธนาคารกลาง: โอกาสและความท้าทาย

* CBDC: อนาคตของเงิน: [https://www.bis.org/publ/othp43.htm](https://www.bis.org/publ/othp43.htm)

#siamstr

#nostr

#fiat

#siamstr

#nostr

ภาพแสดงกราฟการเปลี่ยนแปลงราคาบ้านใน 30 เมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เปรียบเทียบระหว่างปี 1991 และ 2022 โดยแสดงค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลง

**เมืองที่มีราคาบ้านเพิ่มสูงสุด:**

1. ออสติน (Austin) เพิ่มขึ้น 576%

2. เดนเวอร์ (Denver) เพิ่มขึ้น 513%

3. พอร์ตแลนด์ (Portland) เพิ่มขึ้น 491%

4. ซีแอตเทิล (Seattle) เพิ่มขึ้น 491%

5. ไมอามี่ (Miami) เพิ่มขึ้น 425%

6. ฟีนิกซ์ (Phoenix) เพิ่มขึ้น 422%

**เมืองที่มีราคาบ้านเพิ่มต่ำสุด:**

1. ดีทรอยต์ (Detroit) เพิ่มขึ้น 130%

2. คลีฟแลนด์ (Cleveland) เพิ่มขึ้น 135%

3. ชิคาโก (Chicago) เพิ่มขึ้น 163%

4. เซนต์หลุยส์ (St. Louis) เพิ่มขึ้น 163%

5. บัลติมอร์ (Baltimore) เพิ่มขึ้น 182%

**ปัจจัยที่ทำให้ราคาบ้านเพิ่มสูงขึ้น:**

* **ภาวะเงินเฟ้อ:** เงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 7.5% ในเดือนมกราคม 2566 ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาบ้าน

* **นโยบายการเงิน:** ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยและพิมพ์เงินจำนวนมหาศาล เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นโยบายเหล่านี้ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

* **อุปสงค์และอุปทาน:** อุปสงค์บ้านในสหรัฐอเมริกามีสูงมาก แต่จำนวนบ้านที่มีอยู่นั้นจำกัด ส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น

* **การลงทุน:** นักลงทุนจำนวนมากทุ่มเงินซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร ทำให้ราคาบ้านสูงขึ้น

**ผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน:**

* **ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านมากขึ้น:** ประชาชนต้องกู้ยืมเงินจำนวนมากเพื่อซื้อบ้าน ส่งผลให้ภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น

* **ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม:** ประชาชนที่มีรายได้น้อยมีโอกาสซื้อบ้านน้อยลง ส่งผลให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมรุนแรงขึ้น

* **ปัญหาเศรษฐกิจ:** การเพิ่มขึ้นของราคาบ้านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

**แนวโน้มของราคาบ้านในอนาคต:**

* **ราคาบ้านมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อไป:** ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มปรับนโยบายการเงินให้ตึงตัวขึ้น แต่คาดว่าจะใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งกว่าที่ราคาบ้านจะเริ่มปรับตัวลดลง

* **ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยง:** นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

**แหล่งข้อมูล:**

* [https://www.statista.com/statistics/199358/purchase-only-house-price-index-for-the-us-since-1991/](https://www.statista.com/statistics/199358/purchase-only-house-price-index-for-the-us-since-1991/)

* [https://www.cnbc.com/2023/02/13/us-cities-where-home-prices-growing-fastest.html](https://www.cnbc.com/2023/02/13/us-cities-where-home-prices-growing-fastest.html)

Cantillon-Effect:

ปรากฏการณ์ Cantillon เกี่ยวข้องกับผลกระทบทางเศรษฐกิจของนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย เช่น การพิมพ์เงินจำนวนมาก

โดยทั่วไปแล้ว ผลกระทบเหล่านี้จะส่งผลดีต่อผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และทองคำ

แต่จะส่งผลเสียต่อผู้ที่มีรายได้คงที่ เช่น ผู้สูงอายุและคนงาน

สาเหตุคือ การพิมพ์เงินจำนวนมากทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

เงินเฟ้อจะกัดกินกำลังซื้อของเงินที่มีอยู่

ผู้ที่มีสินทรัพย์จะได้รับประโยชน์จากราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

แต่ผู้ที่มีรายได้คงที่จะต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

ยกตัวอย่าง

สมมติว่ารัฐบาลพิมพ์เงินจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

เงินจำนวนนี้จะไหลเข้าสู่ระบบการเงิน

ผู้ที่มีสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และทองคำ จะสามารถซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมได้

ราคาของสินทรัพย์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้น

แต่ผู้ที่มีรายได้คงที่ เช่น ผู้สูงอายุและคนงาน จะต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

พวกเขาจะต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับอาหาร ที่อยู่อาศัย และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ

#siamstr

#nostr