Avatar
บิดแล้วคอย
2639db2bee9b35f0f7a3dd4d6d15a1277b3e334442e1890ada14081c59420386
Facebook บิดแล้วคอย
Replying to Avatar U

ถ้ายังอยู่กับโลก

เราเองก็ต้องบาลานซ์เข้ากับโลกด้วย

ถ้ามุ่งปฏิบัติแล้วเข้าป่าเลย ง่ายกว่า ปฏิบัติบนโลกมาก

ถ้าเราด่าต้นไม้ด้วยความโกรธสุดขีด ต้นไม้จะรับความโกรธของเราไว้ และ โยนทิ้งทันที มันไม่มีความรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อน ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น มันทำให้เราวางและสงบลงได้ง่าย

แต่กับโลกมันคนละด้าน

บางทีแค่พูดออกไปเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร คนฟัง ฟังแล้วคิด โกรธเรา ด่าเรา โมโหเรา เขาไม่เหมือนต้นไม้ เราก็มีอารมณ์ขึ้นมา

พอไม่พูดอะไร เพราะไม่อยากให้ใคร รัก โลภ โกรธ ชอบ ก็กลายเป็นคนน่าเบื่อในโลกไปอีก

และไอ้การบาลานซ์ตัวเองเข้ากับโลกที่บิดเบี้ยวไปแล้วนี่แหละ ที่โคตรยาก

ช่ายยย

“คนที่ปฏิบัติธรรมภาวนาจริงๆ จะอยู่คนเดียว”

คนที่ภาวนาจริงๆแล้วจะไม่อยากสุงสิงกับใคร

อยากจะอยู่คนเดียว เพราะเวลาอยู่คนเดียว

แล้วก็มีสถานที่แบบนี้ จะไม่มีอะไรไปทำให้จิตใจกระเพื่อม

เพราะจิตใจเปรียบเหมือนกับสระน้ำ

ถ้ามีคนลงไปอาบ ไปตัก ไปเล่น น้ำก็ขุ่นน้ำก็ไม่นิ่ง

จิตของเราถ้าต้องสัมผัสกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะต่างๆ

ก็จะต้องกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลา เวลากระเพื่อมก็จะไม่สงบ ไม่นิ่ง

จะไม่เห็นความสุขความประเสริฐ ของความสงบ

ความอิ่มเอิบใจ ความพอใจ ที่เกิดจากการบำเพ็ญจิตตภาวนา

คนที่ภาวนาเป็นแล้ว จะรู้ว่าต้องการสถานที่แบบไหน

เขาจะไม่ต้องการพวกแสงสีเสียง ไม่ต้องการเพื่อน

ไม่ต้องการคนนั้นคนนี้มาแก้เหงาด้วยการคุยกัน

เพราะจิตที่ได้เข้าสู่ความสงบแล้ว จะไม่ค่อยคิดถึงอะไร

เพราะไม่ค่อยได้ปรุงแต่งกับเรื่องอะไร แต่จิตที่ยังไม่สงบ

ก็จะคิดไปเรื่อยเปื่อย คิดเรื่องนั้นคิดเรื่องนี้ แล้วก็เกิดอารมณ์ต่างๆขึ้นมา

คิดในเรื่องที่เคยทำให้มีความสุข ในขณะที่ไม่มีความสุขนั้นแล้ว

ก็จะทำให้เศร้าสร้อยหงอยเหงา อยากจะหวนกลับไปหาความสุขแบบนั้นอีก

ถ้าเคยมีความสุขกับเพื่อนกับฝูง กับการทำกิจกรรมต่างๆ

พอต้องมาฝึกจิตอยู่คนเดียวในป่า ก็จะอดคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยสัมผัสมาไม่ได้

อดที่จะคิดถึงเพื่อนคนนั้นเพื่อนคนนี้ กิจกรรมนั้นกิจกรรมนี้ไม่ได้

ก็เลยเกิดอารมณ์ว้าเหว่เปล่าเปลี่ยวขึ้นมา จึงทนอยู่ไม่ได้

ต้องกลับไปหาเพื่อนหาฝูง หากิจกรรมต่างๆ

แต่ถ้าเคยได้ฝึกจิตมาก่อน แล้วสามารถทำจิตให้สงบได้

เวลามาอยู่สถานที่แบบนี้ จะไม่ค่อยคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น

เพราะมีงานทำ รู้หน้าที่ของตน รู้ว่าต้องทำอะไร คือคอยควบคุมสังขารความคิดปรุงนี้เอง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

#siamstr

#nostr https://nostrcheck.me/media/2639db2bee9b35f0f7a3dd4d6d15a1277b3e334442e1890ada14081c59420386/5be1f000ed9ed3763e4ab5a654df2fe59a54256493a7eb542c099ac0cb7904a0.webp

ภาพของใครไม่รู้ 🥹

ได้งั้นเดี๋ยวถ่ายให้นะ

สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (ธรรม ทั้งปวง ไม่ควร เพื่อยึดมั่น) นี้ อธิบายว่า ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ชื่อว่า ธรรมทั้งปวง ธรรมแม้ทั้งหมดเหล่านั้น ไม่ควร คือ ไม่เพียงพอ ไม่สามารถ ไม่สมควรเพื่อความยึดมั่นด้วยอำนาจแห่งตัณหา และทิฏฐิ เพราะเหตุไร เพราะไม่ดำรงอยู่โดยอาการที่บุคคลจะถือเอาได้. จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายมีขันธ์ ๕ เป็นต้นนั้น แม้จะถือว่าเป็นของเที่ยง ความไม่เที่ยงเท่านั้นย่อมเกิดขึ้น แม้จะถือว่าเป็นสุข ความทุกข์เท่านั้น ย่อมถึงพร้อม แม้จะถือว่าเป็นอัตตา อนัตตาเท่านั้นย่อมปรากฏ เพราะฉะนั้น บุคคลจึงไม่ควรเพื่อยึดมั่น.

#siamstr

#nostr