Avatar
Destiney.TH
283c1584b8fb3c8fbca6576e0c41e456476798f450008a20ead201a44a1c0509
ใช้ NIP-05 ID 2 ตัวนะครับ destineyth@siamstr.com ใช้กับ PC เวลาจะลงรูปภาพพร้อมบทความยาวๆ destineydamus@zaps.lol ใช้กับมือถือ

สวัสดีครับ

Replying to Avatar netkung

เคยเล่นกันไหม? เกม Wolfenstein 3D (1992)

https://video.nostr.build/8abe6b0e307417687483d1791b81b26988c7d17080a86fd9b7c5b15826ab70ad.mp4

เกม FPS แรกๆที่เคยเล่นบน PC สมัยที่ยังรันบน DOS (บ่งบอกอายุกันเลยทีเดียว) สมัยก่อนทั้งชอบ ทั้งติดมาก แต่ไม่รู้เนื้อเรื่องมาก่อน วันนี้เลยอยากจะมาแชร์กัน

ผู้เล่นรับบทเป็น B.J. Blazkowicz เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษของฝ่ายพันธมิตร (Allied Forces) ที่ถูกจับเป็นเชลยในปราสาท Wolfenstein ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนาซีในเยอรมนี เป้าหมายหลักของเกมคือการหลบหนีจากปราสาท ขัดขวางแผนการของนาซี และโค่นล้มผู้นำที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับต่าง ๆ

เนื้อเรื่องแบ่งเป็นตอน

1. Episode 1: Escape from Castle Wolfenstein

เริ่มต้นด้วยการที่ B.J. พยายามหลบหนีจากคุกใต้ดินในปราสาท Wolfenstein โดยต้องต่อสู้กับทหารนาซีและสุนัขเฝ้ายาม

ตอนนี้จบลงด้วยการต่อสู้กับบอส Hans Grosse ผู้บัญชาการหน่วยรักษาความปลอดภัย

2. Episode 2: Operation: Eisenfaust

B.J. สืบทราบว่า ดร. Schabbs กำลังทดลองสร้างทหารซอมบี้ (Mutants) จากเชลยสงคราม

ภารกิจของเขาคือการทำลายแล็บลับและกำจัดดร. Schabbs

3. Episode 3: Die, Führer, Die!

เป้าหมายสูงสุดของ B.J. คือการลอบสังหาร Adolf Hitler ซึ่งปรากฏตัวในชุดเกราะ Mecha-Suit พร้อมปืนกล

หลังจากกำจัดฮิตเลอร์สำเร็จ โลกได้รับชัยชนะครั้งใหญ่

Episodes เสริม (ในเวอร์ชันเต็ม)

4. Episode 4: A Dark Secret

เล่าถึงการเริ่มต้นของโครงการ Eisenfaust

5. Episode 5: Trail of the Madman

การตามล่า General Fettgesicht

6. Episode 6: Confrontation

ตอนจบที่ B.J. ต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังสุดท้ายของนาซี

ความสำคัญของเกม

Wolfenstein 3D ถือเป็นหนึ่งในเกมแรก ๆ ที่บุกเบิกแนวเกม FPS และมีอิทธิพลต่อเกมในยุคต่อมา เช่น Doom และ Quake นอกจากนี้ เกมยังมีการนำเสนอเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างสงครามและเทคโนโลยีเหนือจริง ซึ่งสร้างความน่าจดจำให้กับผู้เล่นในยุคนั้นเป็นอย่างมาก

Cr. https://www.instagram.com/reel/DC7G-nVxRGn/

#siamstr #gamestr #nostalgia

เคยเล่นตอนเด็กครับ แต่เล่นไปพักนึงมีอาการมึนหัว ไม่เคยเล่นจบเลยทั้งเกมนี้และ Doom

เหมือนว่าผมจะเซฟมาไม่ได้ละเอียดมาก ดูใน PC พอรู้เรื่อง แต่ในมือถือนี่เบลอมาก

ผมหาต้นโพสไม่เจอนะครับ ถ้าเจอจะมาอัพเดตอีกทีนึงครับ

รูปนี้ผมจำไม่ได้ว่าของใครแล้วนะครับ เซฟจากในทุ่งม่วงนี่แหละ ทำไว้ดีมากเลย

Replying to Avatar Jakk Goodday

## **40**

ย่างเข้าสู่วัยเลขสี่... บางทีอาจเรียกได้ว่าพ้นวัยคะนอง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเอ่ยคำว่าแก่ได้เต็มปากนัก เป็นช่วงวัยที่ชีวิตเริ่มตกตะกอน มองเห็นสัจธรรมแห่งกาลเวลาชัดเจนขึ้น

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวัยนี้มีมากมายเหลือเกิน.. หากจะขีดเขียนก็คงไม่หมดสิ้น แต่จะขอจารึกไว้เพียงบางส่วน เผื่อจะเป็นเครื่องเตือนใจตนเอง และเป็นบทสะท้อนที่เป็นประโยชน์ได้บ้าง

- เวลา คือ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุด มิอาจย้อนคืนหรือหยุดนิ่ง เราจึงใช้มันอย่างรู้คุณค่า มุ่งมั่นกับสิ่งที่สำคัญ ละทิ้งสิ่งไร้สาระ

- สุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่แจ่มใส คือรากฐานของชีวิต ยิ่งนานวัน ยิ่งตระหนักถึงความสำคัญ ดูแลเอาใจใส่ เสมือนเป็นสมบัติล้ำค่า

ความสัมพันธ์ มิใช่ทุกคนจะร่วมทางไปกับเรา บางคนผ่านมาเพื่อมอบบทเรียน บางคนจะอยู่เคียงข้างเพื่อเติมเต็ม เราเลือกได้ที่จะรักษา ทะนุถนอม และปล่อยวาง ตามแต่เหตุและปัจจัย

- ตัวตน ยอมรับในสิ่งที่เราเป็น ทั้งด้านสว่างและด้านมืด อยู่กับความจริง ไม่หลอกตัวเองหรือปรุงแต่ง นั่นคือหนทางสู่ความสงบภายใน

- ความแตกต่าง มนุษย์ทุกคนล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความคิด ความเชื่อ วิถีชีวิต ย่อมแตกต่างกันไป ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด เพียงยอมรับในความแตกต่าง โลกก็จะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก

- การแข่งขัน คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด คือ ตัวเราเองในอดีต พัฒนาตนเอง ก้าวข้ามขีดจำกัด เป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น นั่นคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

- การเงิน วางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อวันข้างหน้าที่มั่นคง รู้จักออม รู้จักใช้ รู้จักความเสี่ยง รู้จักลงทุน เพื่อสร้างหลักประกันให้กับชีวิตและรุ่นถัดไป

- การให้ ความสุขที่แท้จริงมิได้เกิดจากการรับเพียงฝ่ายเดียว การให้ การแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น ล้วนนำมาซึ่งความอิ่มเอมใจ ยากจะหาสิ่งใดเทียบ

- การเรียนรู้ โลกหมุนไป ความรู้ก็ก้าวหน้าไม่มีวันสิ้นสุด เปิดใจ เปิดรับ เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ ชีวิตจะได้ไม่หยุดนิ่ง

- การปล่อยวาง สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ก็ปล่อยให้เป็นไป อย่าไปยึดติด ชีวิตจะเบาสบายมากขึ้นเยอะ

- ครอบครัว คนที่เรารัก คือ ของขวัญอันล้ำค่า ใช้เวลากับพวกเขาให้มาก สร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกัน

- ความสุข แสวงหาจากภายใน มิใช่จากวัตถุภายนอก พอใจในสิ่งที่ตนมี ชีวิตก็เป็นสุขได้

- สภาพแวดล้อม เปรียบเสมือนปัจจัยภายนอกที่หล่อหลอมให้เราเติบโต ดังนั้น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เอื้อต่อการบรรลุเป้าหมาย ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าการมุ่งมั่นฝ่าฟันแต่เพียงลำพัง

ฯลฯ #Siamstr

Happy Birthday ครับ

Replying to Avatar MissPoriuz

ลองเปิดไปอ่านดูแล้วค่ะแบบดูแค่หัวข้อนะ เค้าตั้งชื่อบทไว้ว่าเรื่องราวที่ไม่รู้จบ แล้วก็พารากราฟแรกพูดถึง จอห์น ดี ร็อคกี้เฟลเลอร์ เหมือนเค้าจะโปรยบทนำของบทพิเศษไว้ว่า คนเนี่ยเค้าซื้ออะไรหลายหลายอย่างตอนเขายังมีชีวิตอยู่ได้แต่มีหลายสิ่งที่โลกไม่ได้สร้างขึ้นตอนช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ แล้วเค้าก็ยกตัวอย่างพวกนวัตกรรมที่มันเกิดหลังจากช่วงเวลาที่คนเนี่ยเค้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว อย่างเช่นการเดินทางโดยเครื่องบินในยุคที่คนนี้เค้ายังมีชีวิตอยู่มันยังไม่มีในเวลานั้น

เหมือนจะสื่อว่าโลกมันไม่เคยหยุดนิ่งน่ะ

ขอบคุณครับ

Replying to Avatar MissPoriuz

#PsychologyOfMoney

#BookJourney

16.11.2024

ช่วงนี้อ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ ไอ้เราไม่เคยเข้าใจเทคนิคและการอธิบายกราฟทางการเงินหรอก แต่เข้าใจคำว่าจิตวิทยา

อ่านวันนี้ชอบบทที่ตั้งชื่อว่า “อิสรภาพ” มากๆ มันคือความสามารถในการควบคุมเวลาว่าเราอยากทำอะไรไม่อยากทำอะไร จะได้มีเวลาตัดสินใจอย่างเต็มที่ เช่น ถ้าเราควบคุมเวลาเราได้ เรามีเงินเก็บฉุกเฉิน เวลาเราไปทำงานที่ทำงาน เราจะไม่ต้องกังวลว่าหากทำไม่ถูกใจนายจ้าง แล้วเราต้องลาออก/ตกงาน เราจะเอาอะไรกินหลังจากนั้น มันมาควบคู่กับการคิดวางแผนในวันที่เราจะล้มเหลวหรือตกต่ำลงอย่างสุดขีด เป็นการมองอะไรๆ ในระยะยาว

นอกจากนี้ จากการอ่านวันนี้ มีอีกจุดที่น่าสนใจคือ การที่บริษัทไหนจะมีมูลค่าในระยะยาว ส่วนขับเคลื่อนองค์กรในช่วงปกติธรรมดา ยังสามารถทำงานที่ปกติได้ในเวลาที่ทุกคนกำลังบ้าคลั่ง (เรื่องการลงทุน) หรือก็คือมนุษย์ทำงาน พนักงานในองค์กรมีความสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้เกิดการทำงานในระยะยาว เนื่องจากระยะเวลาที่นานพอกับการสร้างมูลค่าแบบนี้ คือการทำให้เงินมันงอกเงยได้ ในฐานะที่ฉันเองก็ทำการตลาดให้แบรนด์ในช่วงเกิดใหม่ การปั้นแบรนด์ใหม่เสียเวลาเป็นอย่างมาก หลายทีต้องเสียเงินในการลงทุนสิ่งใหม่อีกหลายอย่าง กว่าคนจะรับรู้แบรนด์ ฯลฯ การเฟ้นหาตัวหุ้นส่วนก่อตั้งที่มีอะไรมาบ้าง เลยช่วยประหยัดต้นทุนเวลาเหล่านั้นได้ เพราะเหมือนไม่ได้เริ่มต้นจาก 0 หรือติดลบขนาดนั้น

ไม่ว่าอย่างไรก็ดี ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เน้นย้ำถึงความสามารถในการใจเย็นที่จะอดทนรอคอยในระยะยาว ในระหว่างที่หลายคนเองรอไม่ได้

ฉันเองก็เคยตั้งคำถามนะ การซื้อในกองทุนหรือสกุลเงินที่คนนั้นเขาว่าดี คนนี้เขาว่าแจ่ม แต่ไม่เคยมานั่งถามใจตัวเองว่า ทำไมเราจะต้องแลกมันมา หากเราไม่ได้ใช้ มันจะมีความจำเป็นอะไรขนาดนั้น เมื่อเร็วๆ นี้เหมือนเกิดการตกผลึกบางอย่าง ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ได้เขียนถึงความสามารถในการตระหนักรู้ในตนเอง (Intrapersonal Intelligence) แม้ไม่ใช่ศัพท์คำนี้ แต่ฉันเข้าใจว่ามันคือสิ่งนี้การเข้าใจว่าตัวเองต้องการอะไร มีเป้าหมายอะไร และปรับเงินให้เข้าหาสิ่งนั้น

เช่น ถ้าคุณชอบญี่ปุ่นมาก อยากไปตามรอยซีรีส์เรื่องที่ชอบ คุณแค่แลกเงินเยน เพื่อไปเที่ยว เอาประสบการณ์ และเรียนรู้

ถ้าคุณชอบมากอีกระดับ อาจมองในเรื่องการไปทำงานที่นั่นด้วย แน่นอนว่าจำเป็นต้องแลกเงินสกุลนี้มากขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าตอนไปเที่ยว

ฉันยกตัวอย่างที่มันเรียบง่ายมากๆ เลย แถมไอ้เจ้าความต้องการ/เป้าหมาย เนี่ย เราสามารถปรับได้เรื่อยๆ รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน รายปี ราย 3 ปี เรียกว่ามัน Reframe ได้ ถ้าเรายืดหยุ่นพอ (Resilience) มันก็จะปรับไปตามจังหวะชีวิตของเรา

อ่านแค่ไม่กี่บทจบ เหมือนเห็นความต่อเนื่องของสิ่งที่ฉันมีความฝันอยากเห็น อยากเห็นประเทศไทยมีคนเก่งๆ ในสายอาชีพตัวเองประหนึ่งลิซ่าที่จริงจังจนติดระดับโลก มันกลับมาที่ความเรียบง่ายเล็กน้อยที่สามารถยืนระยะ ยืนหยัด ไม่ย่อท้อ การรักษาใจเอาไว้ไม่ให้ burn out ก็สำคัญใช่ย่อย ฉันอาจไม่ใช่คนที่ทำมันเองทั้งหมด แต่ฉันแค่อยากเห็นก่อนจะตายละมั้ง ตอกย้ำว่าสิ่งที่ฉันไปเรียนตอนนี้สำคัญแค่ไหน อย่างไรบ้าง

สัปดาห์หน้าจะเปิดเทอมที่รามฯ อีกแล้ว การได้คุยกับหนังสือที่เราสนใจในลักษณะนี้ก็ดีนะ เป็นการเติมแรงบันดาลใจนี่แหละ

.

#MissPorJourney

#siamstr #wherostr

ผมมีเวอร์ชั่นแรกที่เป็นปกเขียว อยากรู้จังว่ามีอะไรเพิ่มเติมในเวอร์ชั่นนี้บ้าง

สิ่งที่จำได้ดีจากหนังสือเล่มนี้ เป็นข้อความประมาณว่า ความร่ำรวยวัดได้จากการใช้จ่าย แต่ความมั่งคั่งวัดได้จากการเก็บรักษาสินทรัพย์ ทำให้ผม Low time preference ได้ก่อนจะรู้จักกับคำนี้ซะอีก

ใน Tradingview ผมใช้อยู่เป็นของ Pinnacle_Investor

ถ้าลองตั้งค่าตาม https://chatgpt.com/share/67376a42-17a4-8011-9af1-83524a6aa36f

จะได้ประมาณนี้

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr ที่โรงงานมีการซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ เป็นการฝึกซ้อมไว้ถ้าเกิดเหตุจริงทุกคนต้องมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง เป็นการลดความเสียหายได้เมื่อเกิดเหตุการณ์จริง🙂.... ชีวิตเราก็เช่นกัน ให้คิดเสมอว่า ถ้าเราจากไปวันนี้เราจะทำให้คนที่อยู่ข้างหลังเราเดือดร้อนไหม 1ในทางที่จะไม่ให้คนหลังเราเดือดร้อนคือ เก็บเงินในสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าได้ นั่นคือ “Bitcoin”….ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันอังคาร ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ❤️

“ประวัติศาสตร์คือการศึกษาความเปลี่ยนแปลงในอดีต ที่มันถูกใช้เป็นแผนที่เพื่อนำทางไปสู่อนาคต”…. The Psychology of Money Book https://video.nostr.build/bf67b512b43ca13c08935c8fd9b8f970155407fcf9c2a28547bc46bcc4c1d8a3.mp4

GM ครับ

บางเรื่องผมเพิ่งมารู้อย่างห้ามเอาน้ำไปดับกระทะที่ไฟลุกอยู่ มันจะระเบิดเป็นวงกว้าง

เป็นความรู้ที่สำคัญมากๆ มันควรเป็นความรู้ประจำบ้าน แต่หลายคนเพิ่งจะมารู้ตอนซ้อมดับเพลิง

ออม BTC อย่างเดียวครับ เก็บออมได้แค่อย่างเดียว ทองกับที่ดินไม่ไหว

การลงทุนอย่างอื่นเอาไว้เล่นตอนที่เก็บสะสมจน 10-20% ของจำนวนที่ออมมันมากพอ

ลงทุนทั้งทีต้องเกิดกำไรโตๆหน่อย ไม่ใช่ได้เศษเงิน มันไม่คุ้มกับ Risk & Reward ratio ไม่คุ้มเวลาชีวิตที่เสียไปด้วย

Replying to Avatar ZacKNOWbody

ผมใช้เวลาคิดเรื่องนี้อยู่นาน จึงอยากแบ่งปันเป็นไอเดียสำหรับทุกคนที่อยู่ในชุมชน Bitcoin หรือกำลังคิดที่จะเข้ามา

.

คำถามที่ 1 "เราจะใช้ Bitcoin ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มั้ย?"

.

ผมขบคิดเรื่องนี้มาสักพักแล้วและคิดว่ามันอาจเป็นไปได้...แต่ไม่ง่ายนัก เพราะหากเราจะนำ Bitcoin (ซึ่งหมายถึง การใช้ Satoshi ผ่าน lightning network) มาซื้อของกินของใช้ เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนของสิ่งเหล่านี้ยังอยู่ภายใต้อำนาจของเงิน fiat ที่เฟ้อขึ้นเรื่อย ๆ เราต้องไม่ลืมว่าต้นทุนมันปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเราไม่สามารถควบคุมมันได้

.

ดังนั้น ผู้ใช้ Bitcoin จะเจอกับความผันผวน 2 อย่างในเวลาเดียวกัน นั่นคือ ราคาขึ้นลงของ Bitcoin และราคาขึ้นลงของต้นทุนราคาสินค้าในตลาด

.

ยกตัวอย่างเช่น แม่ค้าขายน้ำส้ม ขวดละ 20 บาท หากจะรับ Satoshi แทนเงินสด เวลาจะแลกเปลี่ยนค่าเงินกลับไปกลับมาก็ต้องคำนึงถึงทั้งค่าธรรมเนียมและความผันผวนอื่น ๆ อีก

.

ผมจึงคิดว่ามันค่อนข้างยากนะครับที่พ่อค้าแม่ค้าจะรับความเสี่ยงนี้ได้ ที่สำคัญ...พ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจไม่ได้มีทุนหนา สายป่านก็ไม่ได้ยาว กว่าจะแลกเปลี่ยน Bitcoin กลับมาเป็นเงินไทยเพื่อใช้จ่าย ก็อาจจะโดนค่าธรรมเนียมบวกกับความผันผวนเล่นงานจนมีโอกาสขาดทุนได้

.

มาถึง...

คำถามที่ 2 "ถ้าจะใช้ Bitcoin ในตอนนี้จริง ๆ เราจะใช้กับอะไรดีล่ะ?"

.

โดยส่วนตัวผมเองคิดว่า หากเราจะขายหรือซื้ออะไรกันด้วย Bitcoin มันจะต้องเป็นสิ่งที่เป็น "ผลงานสร้างสรรค์" เป็นผลงานศิลปะ ของหายาก ของสะสมหรือของที่คิดมาอย่างดีแล้ว โดยอาจไม่มีต้นทุนหรือควบคุมต้นทุนเองได้ คุณอาจทำน้อยชิ้นหรืออาจมีชิ้นเดียวในโลกไปเลยก็ได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่างาน Craft นั่นเอง เพราะผลงานพวกนี้ "ต้นทุน" ก็คือไอเดียและความทุ่มเทของเราที่ใส่ลงไปในผลงานชิ้นนั้น ยิ่งเราให้คุณค่าและมูลค่ากับสิ่ง ๆ นั้นมากเท่าไร มันก็ยิ่งมีค่ามากพอที่ผู้คนจะยอมจ่ายให้กับมัน

.

ดังนั้น จากคำถามทั้ง 2 ข้อที่กล่าวมา ผมจึงได้ข้อสรุปที่อยากจะขออนุญาตแนะนำทุกคนในคอมมูนิตี้ที่อยากจะใช้จ่ายกันผ่าน Lightning network ว่า "เราต้องสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพเท่านั้น" ความรุ่งเรื่องจึงจะบังเกิด

.

เปรียบได้กับความรุ่งเรื่องของผลงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ ในยุค Gold standard ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว เพียงแต่ในครั้งนี้เรากำลังจะสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าใหม่ ๆ ให้เหมาะสมกับยุค Bitcoin standard ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

.

ผมหวังว่าไอเดียนี้จะเป็นประโยชน์และถูกนำไปทดลองปฏิบัติร่วมกันนะครับ

.

#siamstr #bitcoin #rightshift #นครสวรรค์ #แอดิเลด #Adelaide

คำถามที่ 1 "เราจะใช้ Bitcoin ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มั้ย?"

- ได้ ผมคิดว่าคนที่จะใช้งานบิทคอยเค้าแยกส่วนที่จะใช้ออกมาจากส่วนที่จะเก็บอยู่แล้ว ทุกคนน่าจะหวงบิทคอยของตัวเองตามธรรมชาติ และแบ่ง 1-10% มาใช้ ซึ่ง 1-10% ของแต่ละคนจะเยอะจะน้อยต่างกัน ใครมีน้อยก็ใช้น้อย เดี๋ยวมีเยอะขึ้นเขาก็อยากใช้เอง ยิ่งเทคโนโลยี Layer2 อย่าง Lightning ก็ยิ่งทำให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นไปอีก จะเหมือนเราใช้แอฟธนาคารจนชินมือนั่นแหละ

คำถามที่ 2 "ถ้าจะใช้ Bitcoin ในตอนนี้จริง ๆ เราจะใช้กับอะไรดีล่ะ?"

- ในฝั่งคนซื้อคืออะไรก็ได้ที่เราอยากได้และราคานั้นคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

ปัญหาส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฝั่งผู้ขายมากกว่า

เท่าที่เห็นตอนนี้ ร้านที่รับชำระด้วยบิทคอยเค้าไม่ได้รับ Lightning only เค้าจะรับทั้งเงิน Fiat และ Lightning

ถ้าเกิดความผันผวนก็สลับใช้ไปมาได้ หรือจะตั้งราคา Lightning ให้เปลี่ยนตามมูลค่าเงิน Fiat ก็ได้ ทางผู้ซื้อจะเลือกเองว่าจะจ่ายแบบไหนดี คล้ายๆค่าเงินต่างประเทศ ที่คนจะเลือกไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินถูก หรือการเก็บเงินเยนตอนที่ค่าเงินถูกเพื่อเอาไว้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในอนาคตเมื่อมีเวลา

ในเรื่องโดนค่าธรรมเนียมการแลกกลับเป็นเงิน Fiat และความผันผวนของราคาที่ส่งผลต่อกิจการ ถ้าสามารถ P2P กันเองเพื่อใช้จ่ายประจำวันได้ ก็จะตัดเรื่องค่าธรรมเนียมออกไปได้เยอะเลย เหลือแค่ความผันผวนของต้นทุนที่ทางฝั่งผู้ขายต้องบริหารจัดการกันต่อไป ตรงนี้อาจจะต้องดูชุมชนที่กำลังเริ่มใช้บิทคอยกันว่าเค้าจัดการตรงนี้ยังไง เพราะถ้ามองในมุมที่มีแค่เราคนเดียวที่มีบิทคอยแต่คนรอบข้างเรายังไม่เก็ต การใช้งานมันจะจำกัดมากๆ เราจะมองความเป็นไปได้ไม่ออกครับ