29
Kei
290c6cdce5d709a09d527b6837fcbd8dfc6d98420112adf79381a56121a3c5cd

นัด Thon103

วันเสาร์ที่ 23 พย

19.00น.

ร้านคุณ @Taabio นาริตะ อิซากายะ

จรัญ 78

(โลเคชั่นในคอมเมนต์)

หรือใครเสนอวันเวลาอื่นได้นะครับ

BTC Meetup for Thonburian

THON103

Nov 23rd Saturday

19.00

at Narita Izakaya

(location link in comment)

มากันเยอะๆ นะครับ

ลิ้งก์กลุ่มไลน์ ไว้ในเมนต์นะครับ

Line open group THON

#siamstr

#THON103

#freewriting day 30

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ชายคนหนึ่งมองหาบ่อน้ำท่ามกลางความแห้งแล้ง

ชายอีกคนบอกว่า ใต้นี้มีตาน้ำ ขุดลงไปสิ

เชื่อตามคำพูด ขุดลึกลงไป ตั้งแต่เช้าจนค่ำ

ก็ยังไม่เจอ

ตะโกนถามชายที่อยู่ด้านบน ต้องลึกแค่ไหน

ลึกอีก ตอบกลับมา

จึงขุดลึกลงไปอีก ตั้งแต่เช้ายันค่ำ

ก็ยังไม่เจอ

ตะโกนถามขึ้นมาอีกครั้ง ว่าลึกแค่ไหน

ชายด้านบนตอบ ลึกลงไปอีก

ชายคนนั้นก็เลย ขุดลึกลงไป ตั้งแต่เช้ายันค่ำ

ก็ยังไม่เจอ

จึงตะโกนถามกลับขึ้นมาอีก

...

แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบ

#freewriting day 29

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

" The bigger the why

the easier the how "

Dan Martell

ได้ดูคลิปนึง มีน้องคนนึงวัยประมาณ ม.ต้น ม.ปลาย ถาม Dan Martell ว่า จะรักษาความสม่ำเสมอได้อย่างไร

เฮียเลยถามกลับ อยากสม่ำเสมอในเรื่องอะไร

"ฮอกกี้ครับ"

แล้วมีจุดหมายมั้ย ทำไมถึงเล่นฮอกกี้

"อยากจะเก่งขึ้น"

มีแผนชัดเจนมั้ยว่าจะเข้าทีมไหนใน NHL

"ไม่มีครับ"

เฮียก็เล่าว่า

"สิ่งที่ผมค้นพบคือ ถ้าจุดมุ่งหมายไม่ชัด ทำไมผมถึงทำสิ่งที่ผมทำอยู่ มันยากมากที่จะกระตุ้นตัวเองให้ทำต่อไป

เวลาที่พบว่า ตัวเองเริ่มไม่สม่ำเสมอ จะกลับไปดู 3 อย่าง

100% clarity อยากเข้าทีมไหน"

"Vancouver Canucks"

"Boom! ตอนนี้มีความชัดละ

ทีนี้ อยากให้ 100% belief และ 100% of the time

และนั่นเป็นวิธีสร้างอนาคต แต่คนส่วนใหญ่ไม่มี ถ้าเรามีก็จะสม่ำเสมอได้มากกว่า

The bigger the why, the easier the how "

ตอนที่เพิ่งดูคลิปเสร็จ ก็โล่งเลย เหมือนได้ค้นพบความลับจักรวาลอีกอย่าง

แถมได้ประโยคเท่ๆ ให้จำไปใช้อีก 2 ประโยค

แต่ระหว่างที่เขียน ก็ทำให้เอะใจบางอย่าง

มันก็มีเหมือนกันนะ คนที่บอกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่า ปลายทางจะเป็นยังไง แต่ทำแล้วมีความสุข และก็อยากพัฒนาไปเรื่อยๆ และก็ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

แต่วิธีแบบเฮียเค้า ก็น่าจะช่วยกระตุ้น คนธรรมดาอย่างเราที่ไม่ได้มีความสุขกับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ตลอด และก็ยังเห็นด้วยว่า ความชัดเจนกับความเชื่อ นำไปสู่การกระทำ

ส่วนอีกอย่างที่ เอ๊ะ ก็คือ ถ้าจุดมุ่งหมายยิ่งใหญ่มาก มันคือความอยากที่มาก ช่างฝืนกับทางพุทธ คุมความอยากสิ แล้วชีวิตก็จะเรียบง่าย

หรือมันมีสิ่งที่ไปกันได้ มหาบุรุษที่นับถือพุทธก็ไม่น้อย

"ทำไม ที่ยิ่งใหญ่ อย่างไร ก็ยิ่งง่าย" อาจไม่ได้แปลว่า ไม่ลำบาก เพียงแต่ยินดีที่จะฟันฝ่า ทุกอย่างก็จะดูง่ายขึ้น

ทางพุทธ ถ้ามีความอยากน้อยก็ทุกข์น้อย ทำแต่พอดี ก็อาจไปด้วยกันได้นะ

มุ่งมั่น อาจจะเป็นการอยากน้อยก็ได้ เพราะอยากอย่างเดียว ชีวิตก็อาจจะไม่ได้สบาย แต่อาจจะเรียบง่ายกว่า

ไม่ค่อยมีเรื่อง อยากเล็กๆ มาให้กวนใจ

วันก่อนเพิ่งเขียนเรื่องภาพปลายทาง ซึ่งเราไม่เคยสนใจ เพราะรู้สึกลอยๆ และไม่น่าสนใจ

แต่พอเขียนไป ก็พบว่า คนที่อยู่ปลายทางกับคนร่วมทาง เป็นสิ่งที่ทำให้จุดหมายน่าสนใจ ทำให้ชีวิตมีความหมาย

ถ้าภาพที่ปลายทาง เป็นกลุ่มคน จะยังเรียกว่า ชัด อยู่มั้ย

ของเราเป็นกลุ่มคนเลยนะ bigger why แน่นอน

เหมือนโดนคณะปฏิวัติปรับทัศนคติ 555

#freewriting day 28

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

"The only real test of intelligence is

if you get what you want in life."

Noval Ravikant

ฉลาดแค่ไหน

ตอนเด็กอยู่แค่ในบ้าน พ่อมักจะชมเสมอว่า เป็นคนฉลาด และตอนอนุบาล ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เชื่อเสมอว่าตัวเองฉลาด

ตอนประถม ก็ได้เรียนห้องควีน และในห้องก็เป็นอันดับกลางๆ จึงรู้มากขึ้นว่า ไม่ได้ฉลาดมากขนาดนั้น

ม.ปลาย มหาลัย ทำงาน ยิ่งโตยิ่งรู้เลยว่า เรานั้นไม่ได้ใกล้เคียงคำว่า ฉลาด เลย รู้จักอะไรเยอะ รู้จักคนเยอะ ยิ่งชัดเจนมาก

ตั้งแต่เด็ก อยากเป็นอัจฉริยะมากและคิดว่า ถ้ามี IQ สูง จะแก้ปัญหาได้เก่งและมีชีวิตที่ดี ชอบเกมปริศนา โจทย์คณิต และปัญหาเชาวน์

ในความเป็นจริง โลกมีหลายมิติ ความฉลาดมีอีกหลายด้าน ความสัมพันธ์ ควบคุมอารมณ์ การใช้ร่างกาย และด้านอื่นๆ

วันนี้มาสะดุดกับคลิปของ Dan Koe "บททดสอบที่แท้จริงของความฉลาด คือ คุณสามารถคว้าสิ่งที่ต้องการในชีวิตได้หรือไม่" อ้างอิงคำกล่าวของ Naval Ravikant

เห็นด้วยเลย มีหลายสิ่งที่อยากได้ อยากไปให้ถึงแต่ยังไม่ได้

หลายครั้งเสียพลังกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเป็นอุปสรรคเดิมๆ ซ้ำๆ ที่ไม่เคยหาวิธีแก้ไขอย่างจริงจัง ราวกับว่า การยกระดับชีวิตตนเองเป็นเพียงเรื่องเล่นๆ

ความผิดพลาดซ้ำๆ ที่แก้ไขไม่ได้ หรือไม่ใส่ใจในการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

กลับไปหาแผลเดิมอย่างไม่มีตัวช่วยหรือสิ่งป้องกัน

ไปได้ไกลแค่ไหน ฉลาดแค่ไหน จึงอาจไม่ใช่การสอบเข้าหรือวัดผลที่ไหน แต่ชีวิตพัฒนาไปแค่ไหน วัดความฉลาดจากการแก้ปัญหาเดิมของเรา

จะแก้ปัญหาเหล่านั้นต้องใช้ความฉลาดหลายด้านประกอบเข้าด้วยกัน เป็นความฉลาดที่แท้จริงของตนเอง แก้ปัญหาเฉพาะตน

ปัญหาชีวิตเป็นเรื่องเฉพาะตน ไม่มีใครมีปัญหาเหมือนเรา และมีแต่เราเท่านั้นที่เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง

หลังๆ เริ่มเห็นความสวยงามของปัญหา มันเกิดมาเพื่อเราเท่านั้น มันทำให้เรามีค่า แต่ยังไม่มีความฉลาดมากพอจะแก้ไขได้ทั้งหมด

Replying to Avatar SandRock46

สรุป Hivetalk จากพี่ต้น 12/11/24

-Nostr ที่เราใช้ปัจจุบันไม่เวิร์คเท่าไหร่ Dev รุ่นใหม่ควรพัฒนาโดยศึกษาจากเหตุการณ์ในอดีตเรื่อง Cyber Security War

Nostr ควรมี Privacy มากกว่านี้

-AI ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ปัจจุบันเป็นแค่ Tools ไว้ให้เราใช้ LLMs ไม่ได้ฉลาดมากยังไม่สามารถสรุปความแบบมนุษย์ได้

-Bitcoin คือ psychohistory ประมาณว่า ซาโตชิ กับ คนที่ใช้ศาสตร์นี้ในเรื่อง Foudation มีมุมมองแบบเดียวกันกับบิทคอยน์ คือคิดคำนวณไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไร (คล้ายๆ Technical Analysis)

-Android vs IOS ไม่มีอะไรดีกว่า ความเสี่ยงมีเหมือนกันไม่มีอะไรปลอดภัย 100% ขนาดไลน์หรือแอปแชท ข้อมูลของเราก็ไม่ได้มี Privacy

-สุดท้ายฝากถึงคนรุ่นใหม่ Stay Humble อย่าอหังการ ควรไปศึกษาเรื่อง cyberpunk เพื่อเปิดมุมมองให้เข้าใจว่าอำนาจรัฐฯ จริงแล้วยิ่งใหญ่แค่ไหน จะได้ Safe ตัวเองและอยู่รอดได้

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยล่วงหน้าครับ 🙏🏻

#siamstr #hivetalk

น่าจะหมายถึง cypherpunk รึเปล่าครับ

#freewriting day 27

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ทางที่ดี กับความหมายของปลายทาง

ได้ออกกำลังจนหมดหลอด แม้เหนื่อยแต่เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

ได้เห็นคนที่พละกำลังมหาศาล จากการฝึกกล้ามเนื้อและท่าทางที่สั่งสมมานาน

ชื่นชมคนเหล่านี้ เปรียบเทียบแบบนี้ ไม่มีความรู้สึกทำร้ายในใจ

เปรียบเทียบที่ดี เป็นแรงบันดาลใจ

ต่างกับการพัฒนาไปเรื่อยๆ ตัวคนเดียว เป็นไปอย่างเชื่องช้า และไม่มีภาพปลายทาง

ปลายทางอาจไม่จำเป็น ถ้ามีความสุขกับการพัฒนาในทุกวัน

หรือจะเสียเวลาและพลังกับการไม่รู้ทิศ

ปลายทางที่คาดหวังไว้ อาจไม่เหมาะกับเรา ได้แค่ลองชิมจากการลองทำ

เดินไปในทางที่มีความสุขก็พอ?

ไม่รู้ความสุขที่ปลายทาง แต่บรรยากาศ ผู้คนที่ปลายทาง คนที่ร่วมทาง น่าสนใจยิ่งกว่า

คน ทำให้ปลายทางมีความหมาย ภาพที่อยากไปจึงไม่ใช่คนเดียว

แต่เป็นกลุ่มคน

#freewriting day 26

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

แรงเฉื่อย

พยายามคงสภาวะเดิม แม้ไม่รู้ว่า ดีหรือไม่ดีก็ตาม

รักสบาย ศัตรูของความยืดหยุ่น ตรงข้ามกับความเครียด

เปลี่ยนทิศเมื่อมีสิ่งมากระทบ กระทำ

กระทบบ่อยกระทบแรง ก็เปลี่ยนเร็ว

กระทบตลอดเวลาทั้งนอกและใน เปลี่ยนตลอดเวลา ทั้งมากน้อย

อำนาจในการเลือกอยู่ที่ใคร

เลือกสิ่งที่จะกระทบ

เปลี่ยนอยู่ดี เปลี่ยนที่ต้องการหรือไม่

ไม่ใช่ใครแต่เพราะอะไร

ยังไม่เข้าใจ

#freewriting day 25

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ความน่าเบื่อของความสุข

น่าหมั่นไส้ หลายคนไม่มีโอกาสมีความสุขด้วยซ้ำ กล้าขนาดบอกว่า ความสุขนั้นน่าเบื่อเลยหรือ

ช่วงที่ไม่มีความสุขก็มี

แต่ความสุขวันนี้หาได้ไม่ยาก ยิ่งอยู่ในสังคม อยู่กับคนที่เราเลือกจะอยู่ด้วยแล้ว ยิ่งมีความสุขได้ง่าย

แต่ความสุขนั้นจะหายไปตอนไหน ก็ไม่ได้รู้สึกกังวลแต่อย่างใด

วันนึงมันก็ต้องหายไป

หมดวันอาทิตย์ ก็คือเช้าวันจันทร์

ชีวิตคือความน่าเบื่อและมีความสุขโดยแท้

ไม่อยากทำก็ต้องทำ ไม่อยากทุกข์ก็ต้องมีความสุข

ไม่สุขไม่ทุกข์ ก็น่าเบื่อ

ความน่าเบื่อของความสุข

ไม่เลือกวันที่จะทำให้เรามีความสุข แล้วก็ไม่เลือกวันที่สุขจะหายไป

ใช่ความกลัวความว่างเปล่าหรือไม่ จึงต้องขวนขวายหาความสุขใส่ตัวอยู่ตลอด

อยู่เฉยๆ ก็ต้องดูมือถือ ดูทีวีก็ต้องหาขนมกิน เบื่ออยู่บ้านก็ต้องออกไปเที่ยว ออกไปเที่ยวก็ต้องหาที่สวยๆ หาของอร่อย

กลัวชีวิตไม่มีความหมาย ก็ต้องออกไปหาความหมาย

รู้สึกไร้ค่า ก็ต้องออกไปสร้างคุณค่า

กลับมาจากเที่ยวก็เฉยๆ

ได้พบความหมาย ก็สบายใจ หาความหมายอื่นต่อไป

สร้างคุณค่าก็ภูมิใจ สร้างคุณค่าอื่นต่อไป

แล้วก็ไม่มีความสุข ไม่พบความหมาย ไม่มีคุณค่า

แต่ก็ยังต้องหามาใหม่

เหมือนเป็นชะตากรรม เหมือนเป็นวงจรที่ต้องอยู่

มันน่าเบื่อ แต่มันก็ยังสนุกอยู่

Replying to Avatar Panai Lawasut

#GM

เมื่อวานไปทานข้าววันเกิดพี่สาวฉันมา

เป็นอีเว้นท์รวมตัวครอบครัว ก็จะมีบรรดาหลานๆเยอะหน่อย

ลูกชายฉันนางสนุกมาก วิ่งไปวิ่งมาตลอดเวลา จนคุณย่าฉันเริ่มเวียนหัว

คุณย่าเลยออกกฏเล่นๆว่า “ใครลุกจากที่นั่ง โดนปรับ 10 บาท”

ปั๊งปั๊ง ลูกชายฉันผู้เป็นเหมือนหัวหน้าเด็กในวันนั้น แอบอึ้งและหยุดคิดนิดหน่อย แล้วหันไปบอกกับย่าของนางว่า “แต่ปั๊งไม่มีตังค์..”

คุณย่าเลยยื่นแบงค์ 20 ให้ 1 ใบ คงกะจะลองดูว่านางจะทำไง จะยอมจ่ายค่าปรับแล้วไปเล่นต่อ หรือจะเก็บไว้แล้วนั่งอยู่กับที่

ทุกคนก็หันมาให้ความสนใจเล็กๆว่าหลานชายจะทำไง และคงแอบหวังว่านางจะช่วยพาน้องๆนั่งอยู่กับที่

นางรับเงิน 20 บาท จากคุณย่ามา มาและหันมาส่งให้ฉันทันที แล้วบอกว่า

“พ่อ…เอาไปทำเป็นบิทคอยน์ ให้ปั๊งหน่อย”

ทุกคนทั้งอึ้งทั้งตลกทั้งตกใจ ทุกคนนี่รวมถึงฉันด้วยนะ

นางยืนควบคุมฉันโอนเข้า wallet ของนางจนเสร็จ แล้วนางก็ไปเล่นต่อ 555555555

อ้อยเข้าปากช้าง หมูเข้าปากหมา หรือจะอะไรก็แล้วแต่ เมื่อ regulator ออกกฏได้ แต่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ มันก็เป็นงี้แหละ

ทุกคนบนโต๊ะตลกกันเบาๆ ถือเป็นโมเม้นท์เล็กๆในครอบครัว แต่สำหรับฉันนั้นค่อนข้างประทับใจมาก

ฉันคิดว่าฉันใกล้จะสร้าง native bitcoiner ได้สำเร็จแล้ว

ดูกันยาวๆ

#siamstr

อยากมี exchange ประจำตัวแบบนี้บ้างครับ 5555

gm ครับ

ติดตามผลงานอยู่นะครับ

ไว้หาโอกาส ปรึกษา อยากทำได้บ้าง

#freewriting day 24

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ความจริงในใจกับการรอคอย

ระหว่างที่รอคอย มักจะหงุดหงิด ไม่สร้างประโยชน์ ไม่มีความคืบหน้าไปไหนเลย ยิ่งรีบ หิว อ่อนล้า ยิ่งไม่พอใจ

แต่วันนี้แปลกไป อาจเพราะได้นอนเต็มอิ่ม ไม่รู้สึกหิว อยู่กับคนที่เรารัก ไม่ได้รีบ การรอคอย ไม่มีความไม่พอใจแม้เสี้ยว

กายใจที่ไม่ขาดพร่อง มั่นคงต่อปัญหาจากภายนอก

การรอในเวลาที่กายใจแหว่งเหวี่ยง หวั่นไหวต่อความไม่ได้ดั่งใจ

หรือเพราะทนไม่ได้ที่เห็นความจริงในใจที่ไม่น่าดู อยากออกจากความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นให้เร็ว เพราะคาดว่า เมื่อได้สิ่งที่ต้องรอจะพ้นทุกข์เสียที

หรือเมื่อหวั่นไหวยิ่งสะใจเมื่อได้พัดกระพือความคุกรุ่นของใจที่ไม่ปกติ

หรือไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น การได้สิ่งที่รอเท่านั้น จึงจะช่วยเยียวยา

หลายครั้งที่ไม่ได้เป็นอย่างวันนี้ วันที่ผ่านไปด้วยดี ปัญหาจากภายนอกไม่กระทบต่อภายในที่ตื่นเต็ม

การที่ต้องรอจึงไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำร้ายตัวเรา

แต่จะทำอย่างไร ให้ผ่านไปด้วยดี เช่นวันนี้

การรอก็จะเกิดขึ้นอีก อยู่แบบนั้น แต่วันที่กายใจสมบูรณ์ ก็แข็งแกร่ง แต่วันที่ขาดพร่อง ก็อ่อนแอ

วันที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นไม่ได้ทุกวัน

หรือต้องปล่อยให้มันเป็นไป

#freewriting day 23

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ในความมืดมิด ในป่าใหญ่ เสียงพุ่มไม้ไหวๆ เงาตะคุ่มๆ ไม่รู้ว่าคืออะไร จะโผล่มาตอนไหนและไม่รู้จะทำร้ายเรารึเปล่า

ปัญหาและงานต่างๆ หลบอยู่ในหลืบความคิดความจำ ไม่รู้จะโผล่มาให้เผชิญตอนไหน

ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะต้องตระเตรียมอยู่ตลอด

เครียด

แหวกหญ้า ถางป่า ส่องไฟ ปีนขึ้นที่สูง

การได้เขียน ได้แผ่ปัญหาและงานออกมา ช่วยคลายความกังวล มองเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น

ได้จดจ่อกับปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ช่วยให้เห็นรายละเอียดของปัญหาและงานนั้นๆ

ความมืดมิดก็กลับมา เสียงแปลกๆ เงาไหวๆ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ทั้งหมดนั้น ไม่รู้จบ เราพร้อมจะสร้างความเครียดให้ตัวเองตลอดเวลา

และปัญหากับงานก็ต้องมีอยู่ตลอดเวลา

การคาดการณ์ ความกังวลใจ

กลับไปกลับมา ความสว่างก็เช่นกัน รู้แล้วว่ามันคืออะไร

ยามที่ได้สะสางปัญหาบางอย่างออกไป สิ่งที่เคยกังวลที่สุด กลับคลี่คลายด้วยตัวมันเอง ความสบายใจก็กลับมา ความเครียดก็หายไปในชั่วขณะหนึ่ง

เครียดอาจเพราะมีปัญหา แต่ที่เครียดไม่จบอาจเพราะไม่ชัดเจน

แต่โลกเราก็ไม่มีสิ่งใดชัดเจนตลอดเวลา

การไม่มีความเครียด อาจจะดูฝืนธรรมชาติเกินไป

ชอบคำที่ผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่งสอนมาวันก่อน

"ทำเต็มที่แต่ไม่ซีเรียส"

#freewriting day 22

#เขียนขีดอิสระ

#siamstr

ความอดทนกับการอ่านหนังสือ

ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือ แต่อ่านเพราะชอบสังคมของหนอนหนังสือ

สังคมแบ่งปันความรู้ ทำให้อยากรู้จักหนังสือที่เค้ากล่าวบ้าง

ลืมไปนานแล้วว่า หนังสือให้ความรู้สึกลึกซึ้งซับซ้อนที่สื่ออื่นให้ไม่ได้

การใช้ถ้อยคำและจินตนาการที่วิจิตรพิสดารและมีช่องว่างให้แต่งเติมภาพแบบของเรา

หรือแม้กระทั่งการใช้คำที่เรียบง่าย แต่เฉียบคม มีพลัง เก็บคำบางคำไปคิดได้เป็นวันๆ

หนังสือเล่มหนึ่ง เราใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะอ่านจบ เป็นคนอ่านช้าและรู้สึกต้องอดทนจึงจะอ่านจบ

ต่างกับบางคนที่ชอบอ่านหนังสือ อ่านเพราะเพลิดเพลินที่จะอ่าน ไม่ได้อยากรีบอ่านให้จบ เวลาได้ยินแบบนี้ทำให้เรียนรู้ที่จะเอาอย่าง อ่านเพื่ออ่าน

หนังสือเชื่อมความคิด เหมือนพูดคุยกับผู้เขียน เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้

เป็นคนชอบถามและฟัง ประโยคนี้ทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น เป็นโอกาสในการคุยกับคนที่เราไม่สามารถพบเจอได้

เวลาได้ฟังสัมภาษณ์นักเขียน พอไปอ่านก็อ่านง่ายขึ้น เพราะเข้าใจสำนวนและจังหวะในการพูด รวมถึงแก่นความคิด

อ่านหนังสือบ่อยขึ้น ไม่แน่ใจว่าฉลาดขึ้น แต่แน่ใจว่า อดทนขึ้น และคลังคำเยอะขึ้น ให้เวลากับหนังสือมากขึ้น

เป็นสื่อที่ต้องการเวลา รู้สึกเหมือนการทำความรู้จักใครสักคน

บางเล่มก็ไม่ได้น่าสนใจ แต่ปกและสไตล์ไม่ได้บอกทั้งหมด บางครั้งการอ่านจนจบก็ให้รางวัลที่ควรค่า

แต่กับคน เมื่อได้เริ่มฟังเรื่องราว เรากลับรู้สึกน่าสนใจเสมอ

อยากอ่านหนังสือเยอะขึ้น อยากมีเวลาอ่านมากขึ้น

#freewriting day 21

#เขียนขีดอิสระ วันที่ 21

#siamstr

เรามักเผลอคิดว่า ความคิดเป็นเราคิด ทั้งๆ ที่คาดเดาไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ความคิดอะไรจะโผล่มาเป็นลำดับต่อไป

แถมแต่ละความคิด ไม่ได้ถูกใจเรา หรือก่อนจะสื่อสารอะไรออกไป ก็ต้องเลือกก่อน ป้องกันการสื่อความหมายผิด หรืออีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

จะคุยกับตัวเองก็ยังต้องกรองอีกว่า สิ่งที่คิดใช่สิ่งที่เราเชื่อ หรือเราจะบอกตัวเองแบบนั้นจริงรึเปล่า

มองดูความคิดเป็นเรื่องสนุก แต่ยากที่จะแยกออกมาเป็นคนมอง เผลอเข้าไปเพลินคิดตามไปเรื่อยเป็นประจำ

เวลาเขียนหรือพิมพ์ช่วยให้แผ่กระจายความคิดออกมาได้ดี

คล้ายกับเวลาพูดคุยกับคนอื่น อยู่ๆ เรื่องที่เขียนหรือคุยก็ได้ตกตะกอน หรือปิ๊งขึ้นมา

ทุกครั้งที่ได้แผ่ความคิดออก ได้เห็นภาพรวมและได้ทบทวน ทำให้ได้ปัญญาใหม่

การไม่คิด ก็ทำให้ได้พัก ไม่คิดแล้วสบาย ไม่คิดแล้วได้ฟังใจ ใจไม่ได้พูดอะไร แต่ความนิ่งนั้น เห็นความคิดในเวลาถัดมา ว่าใช่สิ่งที่เราต้องการหรือไม่

ฟังใจแล้วทำให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ตอบไม่ได้ว่า แล้วคิดไหนใช่ไม่ใช่ แต่ฟังใจบ่อยๆ แล้วรู้ง่ายขึ้น กรองได้ดีขึ้น ว่าสิ่งที่คิด ใช่สิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคนอื่นและกับตัวเองหรือไม่

ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคนรุ่นถัดไปได้ คงจะเป็นความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ปัญหาที่ผ่านมาบอกเราว่า การเข้าใจตัวเองผิด เป็นเรื่องที่ไม่มีใครแก้ให้ได้ เข้าใจตัวเองให้มาก ฟังตัวเองให้ดี

สิ่งที่แสดงออกต่อคนภายนอก ก็จะตรงกับสิ่งที่เราเป็นสิ่งที่ใจเราต้องการ ตัวเราจะชัด และผู้คนก็ตอบสนองได้ตรงกับสภาพที่เราเป็น

การดำเนินชีวิตก็จะเรียบง่ายมากขึ้น ซับซ้อนน้อยลง สับสนน้อยลง

#freewriting day 20

#เขียนขีดอิสระ วันที่ 20

#siamstr

ในการแข่งขัน ปรามาส เท่ากับ ประมาท เมื่อใดที่มองว่าคู่แข่งด้อยกว่า ความตั้งใจลดลง ความมุ่งมั่นลดลง แล้วความจริงก็มากระแทกเข้าตรงหน้า เมื่อพ่ายแพ้ เมื่อนั้นสติถึงกลับมา ย้ำเตือนความโง่ของตัวตน ความหลงผิด

มักจะเผลอเปรียบเทียบเสมอ อาจจะเป็นนิสัย นิสัยที่ชอบใช้ผู้คนเป็นมาตรวัด ตัวเองอยู่ในจุดไหนของสังคม กลางๆ ก็โอเค สูงกว่าก็ยิ่งดี ไม่มีใครชอบความด้อยกว่า

แต่ลืมไป ลืมว่า เป็นแค่จุดของเวลา จุดที่วันนี้ใครเก่งกว่า

ใครดีกว่ากัน เกิดขึ้นเมื่อได้วัด เหมือนแมวชโรดิงเยอร์ เวลาที่ไม่มีการวัด ไม่ได้มีใครดีกว่าใคร ไม่เคยเดินตามถนนแล้วเปรียบเทียบได้ว่า ใครดีกว่าใคร

และเราก็ไม่ใส่ใจในการหามาตรวัดตัวเอง เลยไม่รู้ว่า ตัวเองดีกว่าตัวเองรึยัง

การแข่งขันวัดทักษะ ไม่ได้วัดตัวตน ไม่ใช่ตัวเราที่เก่งขึ้น แต่เป็นทักษะที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝน ใครที่สั่งสมทักษะมาน้อยกว่าก็เป็นผู้แพ้