รัฐสวัสดิการคือทางออกของคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน?

อาจจะใช่ ถ้าเราวัดผลมันแค่ปีสองปี เพราะมันจะดีแค่ระยะสั้นเท่านั้น และระยะยาวมันจะนำพามาซึ่งปัญหาใหญ่
.
ค่าใช้จ่ายมันไม่มีวันพอ ถ้าประชาชนไม่ร่วมแรงร่วมใจกันลุกขึ้นมาสร้างรายได้
.
ผลพวงจากระบบเฟียตที่ครองโลกมายาวนาน ทำให้ความมั่งคั่งของประชาชนถูกผ่องถ่ายไปออกไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว ผู้คนจะค่อยๆ พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถอยู่รอดถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก "ฮีโร่"
ประชาชนจะไม่มีทางเลือกนอกจากรอรับการช่วยเหลือไปเรื่อยๆ และรัฐก็ไม่สามารถหยุดอุดหนุนสวัสดิการได้ แม้ว่าอยากจะลดบางส่วนก็ตาม เพราะหยุดเมื่อไร ผู้คนส่วนใหญ่จะอดอยากและตกระกำลำบากทันที
.
เฟียตแทรกแซงกลไกธรรมชาติ จากที่มนุษย์ต้องดิ้นรนและแข่งขันเพื่อการเอาตัวรอด บิดเบี้ยวมาสู่การที่มนุษย์จำเป็นต้อง "พึ่งพา" ผู้ปกครองเพื่อความอยู่รอด และมันวิวัฒนาการ
.
ผู้คนจะต้องการมันมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น
.
เป็นวงจรอุบาทว์ไร้ที่สิ้นสุด เงินที่เสกหรือกู้มาใส่ มันค่อยๆ ร่อยหรอลง แถมยังสร้างเงินเฟ้อ ราคาข้าวของแพงขึ้นตามเม็ดเงินที่อัดฉีดเข้ามา เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศมันไม่ได้เพิ่มตาม
.
เมื่อผู้คนเสพติดการช่วยเหลือ สัญชาตญานการเอาตัวรอดก็ลดลง เขาจะเรียกร้องมันมากขึ้น เป็นไปได้ขอให้มีเงินอุดหนุนจากรัฐในทุกๆ ส่วนของชีวิต
.
ทุกการกระทำมีราคาต้องจ่าย ประชาชนไม่รู้ตัวเลยว่าอนาคต มีนรกบนดินรออยู่ เพราะเงินที่หามาได้มันไม่พอ มันต้องดึงมาจากในอนาคต ยังไม่นับการจัดสรรงบประมาณที่ไร้ประสิทธภาพ
.
งบทั้งหมดกว่าครึ่งถูกใช้เป็นค่าจ้างผู้ปฏิบัติงาน และ 30% ไหลไปกองอยู่กับกลุ่มคนใกล้ที่ใกล้ชิดกับผู้ถืออำนาจ อาจจะแค่ 10-20% ที่ไหลไปถึงมือคนยากจนหรืออาจจะน้อยกว่านั้น..
.
ช่วงแรกมันก็ดี ไม่เห็นมีปัญหาอะไร ก็มันจะไม่ดีได้ไง ลองนึกภาพว่ามันเสมือนการใช้บัตรเครดิต ตอนรูดซื้อนั่นซื้อนี่ เอาเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ซื้อความสุขความสบายระยะสั้น ทุกอย่างมันแฮปปี้ แต่ตอนใช้คืนล่ะมึงเอ้ยยย ยิ่ง Leverage สูงๆ สร้างหนี้เกินตัวมากๆ ยิ่งไม่อยากจะคิด รู้ตัวอีกทีเป็นหนี้บัตร 10 ใบเต็มวงเงิน เอาบัตรนั้นมาโปะบัตรนี้ พอกหนี้มากขึ้นทุกวัน สุดท้ายก็พังพินาศ
.
มันมีคนบางกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากกว่าคนอื่น อิ่มหนำสำราญกับการเอาขันมารองเงิน ที่รั่วออกมาจากกะละมังที่ใช้ใส่สิ่งที่เรียกว่างบประมาณแผ่นดิน
.
และทิ้งขี้กองยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมความบรรลัยที่ใหญ่ยิ่ง โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
.
ความจริงแม่งช้า! กว่าทุกคนจะโดนลงโทษจากการกระทำนี้ มันก็อาจจะผ่านไปหลายปี ผ่านไปนานจนเราไม่รู้ว่า ความพังพินาศที่เกิดขึ้นมันมาจากใคร มันมาจากนโยบายอะไร
.
เมื่อไรก็ตามที่วงจรนี้ถูกปิดลง ปิรามิดบู้บี้รูปทรงน่าเกลียดแห่งการอยู่รอดนี้ จะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนส่วนใหญ่ของโลกจะอดอยากและประสบความยากลำบากอย่างที่สุด เพราะเขาไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้เลย
.
คนที่ไม่ยอมอดตาย พวกเขาก็จะดิ้นรนมีชีวิตรอดทุกวิถีทาง โดยไม่สนวิธีการ คุณธรรม จริยธรรม จิตสำนึกใดๆ บ้านเมืองเกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทุกสารทิศ
.
คุณจะยอมอดตายวันนี้ หรือคุณจะปล้นคนอื่นเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดไปอีกวัน
.
ณ วันนี้ โลกเราจึงอยู่ในสถานะ กลืนไม่เข้า คายไม่ออก เพราะอำนาจในการควบคุมเงินมันดันไปอยู่ในมือมนุษย์ และมนุษย์ผู้นั้นก็ทำเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง แต่คนที่รับผิดชอบคือประชาชน
.
คนส่วนใหญ่ อาจจะไม่ต้องรอรับการช่วยเหลืออย่างทุกวันนี้ก็ได้ ถ้าเขาไม่ถูกสูบความมั่งคั่งออกไปจากเงินที่มันเสื่อมค่า ที่เรียกชื่อทางการน่ารักๆ ว่า "เงินเฟ้อ"
#Siamstr
ห้องน้ำชายเซ็นทรัล งัดขามาไขว่ห้าง เขาทำไปเพื่ออะไรครับ

#Siamstr
แมงอะไรครับ
ทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองไปสู่มือประชาชนอย่างแท้จริง

คือเราจะต้องหลุดพ้นจากระบบการเงินที่ผูกโยงกับอำนาจรัฐ เราต้องมีเงินที่ไม่ใช่ของรัฐอีกต่อไป
.
เราจำเป็นต้องมีเงินดิจิทัลที่มีหน่วยของตัวมันเอง ไม่ใช่หน่วยของประเทศใดประเทศหนึ่ง มันต้องมีคุณสมบัติต้านทานเงินเฟ้อ
.
ต้องเป็นเงินที่ไม่สามารถถูกใครหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ควบคุมแทรกแซงการผลิตได้ ผู้ใช้งานจะเป็นผู้ร่วมผลิตมันเองภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกัน
.
นโยบายการเงินถูกกำหนดด้วยโค้ด และไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะโค้ดเหล่านี้จะได้รับการปกป้องจากผู้ที่ใช้งานมัน
.
การควบคุมผูกขาดบริการของรัฐจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเป็นการแข่งขันของเอกชน
.
เงินจะมีค่ามากขึ้นและมูลค่าของมันจะขึ้นลงอย่างเสรี
.
เงินที่ทำให้สิทธิพิเศษของผู้ถืออำนาจควบคุมระบบการเงิน ถึงจุดสิ้นสุด
.
อัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมจะขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply มันอาจจะสูงขึ้นแต่ก็แฟร์มากขึ้น ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้จะลดลง เพราะมันถูกกำหนดด้วยกลไกตลาด ไม่ใช่นโยบายของธนาคารกลาง
.
ค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบการเงินนี้ ต้องจ่ายให้กับผู้ดูแลระบบ ที่ใครก็สามารถเป็นผู้ดูแลระบบได้
.
ไม่มีต้นทุนแฝงที่ซ่อนมากับเงินเฟ้อ และการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งเป็นต้นทุนสูงมาก
.
ระบบการเงินใหม่นี้จะถูกรักษาความปลอดภัยเอาไว้ด้วย Cryptographic Hash ที่มีความเข้มแข็งเกิน 100 bit ขึ้นไป
.
เงินใหม่นี้จะช่วยให้ประชาชนปลดแอกออกจากอำนาจการควบคุมกดขี่ของรัฐบาลได้อย่างแท้จริง มันไม่สำคัญว่าเราต้องอยู่แค่ในประเทศไหนอีกต่อไป ในเมื่อมีอินเทอร์เน็ต เราสามารถเป็นประชากรของใครที่ไหนก็ได้ นี่จะเป็นจุดที่เปลี่ยนอำนาจต่อรองจากรัฐบาลมาอยู่ในมือของ ปัจเจกบุคคล
.
สิ่งนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของมนุษยชาติ
.
และมันไม่ได้มาจากการประท้วง ไม่ได้มาจากการผลักดันผ่านรัฐสภา ไม่ได้มาจากการแก้กฎหมาย แก้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้เกิดมาจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ไม่ได้เกิดมาจากการได้คนดีขึ้นสู่อำนาจ ไม่ได้มาจากเทวดาเสกรัฐบาลที่ดีมาดูแลประชาชน
.
แต่มาจากการดึงอำนาจในการควบคุมแทรงแซง "ระบบการเงิน" ออกจากมือมนุษย์
.
เราน่าจะเห็นความเสื่อมสลายของรัฐชาติ ความเป็นประเทศที่ลดน้อยถอยลง และรัฐบาลจะไม่ใช่เครื่องมือในการควบคุมชีวิตของผู้คนอีกต่อไป
.
สิ่งเหล่านี้ถูกกล่าวไว้ ในหนังสือ The Sovereign Individual ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 1997
.
อ่านแล้วปวดขี้เลยครับ
#Siamstr
สมัยไปเรียนบางคาบ อาจารย์มางมวิธีทำในคาบจนเกือบหมดชั่วโมงเรียน สุดท้ายตอนทำโปรเจคก็ไปเปิดท่อแดงดูหาความรู้มาทำส่งจนจบ พอมาทำงานทุกครั้งที่อาบน้ำแต่ตัว เอาบัตรพนักงานมาคล้องคอเหมือนสิ่งนี้มันเหมือนโซ่ตรวนที่กักขังเราไว้ หรือเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการเป็นทาสของยุคสมัยใหม่โดยที่เราไม่รู้ตัวแต่ถึงรู้ตัวก็ทำอะไรได้ยากเพราะเนื่องด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคมการเมืองเศรษฐกิจมันบีบบังคับให้เราไม่มีทางเลือก
ทางเลือกเดียวของมนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่งคือการใช้หยาดเหงื่อแรงงานไปแลกกับเงินที่รัฐบังคับให้เราใช้และหาทางแปลงมันไปอยู่ในภาชนะที่ดีที่จะไม่ทำให้มูลค่าของมันเสื่อมไปหรือจะเรียกง่ายๆว่สการจับผีใส่ไหที่ชื่อว่า "บิตคอยน์" นั่นเอง
https://youtu.be/aIy1kUZWDLU?si=W2OrfCdKONqLPg5d
🐄🔪🥩🔥🥰☀️🍻
#siamstr #siamstrog #nostr
ปกดีจริงๆครับ
อ. แท็กอะไรน่ะ ต้องแท็กอันนี้ #Siamstr
ข้างในเป็นไส้อะไรครับ ดูแล้วน่าจะคัสตาร์ด
เราถูกหล่อหลอมให้ใช้ชีวิตตามกฎที่คนบางกลุ่มกำหนดไว้ โดยที่คนเหล่านั้นอยู่เหนือกฎเหล่านี้

ความจริงของธรรมชาติ คือ มนุษย์ต้องเรียนรู้ในการเอาตัวรอด เราจะต้องหว่านเมล็ดเพาะปลูกและคอยดูแลเพื่อหวังเก็บเกี่ยวผลผลิต เราจะต้องทำงานเพื่อแลกผลตอบแทน และเราก็จะต้องอดอยากไม่มีจะแดกหากไม่ทำงาน
.
สิ่งนี้คือธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตมาช้านาน ทุกสิ่งมีชีวิตต้องออกล่าเพื่อหาอาหารและต้องระวังไม่ให้ตัวเองเสียท่าโดนเอาไปทำสเต็กซะเอง
.
มันคือสัญชาติญาณในการเอาตัวรอด หากไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราคงสูญพันธุ์
.
ทุกวันนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่เราต้องดิ้นรนในอีกรูปแบบนึงเพื่อให้มีชีวิตรอด เราต้องเอาเวลาไปทำงานทั้งวัน เพื่อแลกกับเงิน แล้วนำเงินนั้นไปเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว
.
แต่มันเริ่มมีบางอย่างผิดปกติ ชีวิตดูเหมือนจะยากขึ้น ๆ อาชีพที่เคยเลี้ยงดูตัวเองได้ดี กลับกลายเป็นพอใช้แค่เดือนชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ สร้างทรัพย์สินไม่ได้ สร้างครอบครัวไม่ได้ เพราะแค่ตัวเองยังไม่ค่อยรอด
.
จากยุคพ่อแม่เราที่รับราชการชั้นผู้น้อยธรรมดา เงินเดือนสตาร์ท *แค่*พันกว่าบาท แต่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะข้าวจานละ 1 บาทหากินได้ ดูแลตัวเองแล้วยังเหลือ แถมยังสามารถจุนเจือคนรอบข้างได้
.
มาสู่ยุคที่ รับราชการชั้นผู้น้อยแถมวุฒิ ป.ตรี เงินเดือน *ตั้ง*15,000.- แต่เสือกไม่พอยาไส้ ข้าวจาน 50 ก็ไม่ค่อยอิ่มแล้วทุกวันนี้ เงินเดือนทั้งเดือนซื้อข้าวได้แค่ 300 จาน ดูแลตัวเองยังไม่รอด ดูแลคนอื่นไม่ต้องพูดถึง
.
จากเงินเดือนสตาร์ทที่ซื้อข้าวได้เป็นพันจาน เหลือแค่ 300 จาน? ในเวลาแค่ราว 50 ปี Purchasing Power ของเงินมันหายไปกี่เท่า ไม่แปลกที่คนวัยทำงานในปัจจุบันจะปากกัดตีนถีบ มากกว่าคนรุ่นก่อนแบบเทียบกันไม่ติด
.
มันเกิดบ้าอะไรขึ้น? จริงๆ แล้วมันมีคำตอบที่เฉลยทุกซอกทุกมุม แต่เราคงไม่มีวันที่จะได้รับรู้จากสื่อกระแสหลัก ไม่มีใครอยากจะบอกความจริง
.
เกริ่นให้นิดนึง มันมีแค่เหตุผลเดียว เราถูกบังคับให้ใช้ "เงินที่เสื่อมค่า" หรือเงินเฟียต เหตุผลอื่นๆ ที่เขาบอกกัน มันเป็นแค่ผลพวงทีามีต้นตอมาจากเงินเฟียต
.
เงินสร้างง่าย (เฟียต) ที่รัฐบาลและสถาบันการเงินผลิตเองได้ ได้ทำลายกฎธรรมชาตินี้ลง สร้างอำนาจควบคุมแบบเบ็ดเสร็จ มันโกงกลไกระหว่างการทำงานและผลตอบแทน แทนที่ตลาดจะมอบผลตอบแทนตามผลงาน
.
เงินเฟียตทำให้ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับความเชื่องและเส้นสายทางการเมือง แทนที่เราจะเรียนรู้ที่จะทำงานสร้างมูลค่า แต่มันกลับสอนให้เราเล่นการเมือง
.
แทนที่สร้างผลผลิตหรือสร้างคุณค่าได้เท่าไรก็ได้ผลตอบแทนตามนั้น แต่มันดันขึ้นอยู่กับระบบพวกพ้องและสายสัมพันธ์ทางอำนาจบ้าบอคอแตก
.
นอนเกาไข่อยู่บนหอคอย รอสูบความมั่งคั่งที่พวกเราใช้หยาดเหงื่อแรงกายแลกมาอย่างยากลำบากออกไปจากเรา แบบไม่ต้องพยายาม
Welcome to the ตัยหยั่งเฟียต standard โบร๋
The Fiat Standard เล่มนี้จะตีแผ่ให้เราเห็นอย่างละเอียด ว่ามันเกิดเชี่ยอะไรกับพวกเรา และเราควรจะรับมือความจังไรนี้ยังไง?
เปิดพรีออร์เดอร์ให้จับจองแล้ววันนี้!! อันนี้สำคัญสุด 555
#Siamstr
เดี๋ยวจะพ่นเป็นเส้นทแยงมุมเสยเข้ารูจมูกครับ
พูดเองนะ ผมจะฝึกฝนอมขี้รอ 
#Siamstr
ลุยครับ จริงๆ ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ เสกเพิ่มได้ไม่จำกัด
The Fiat Standard พรีออเดอร์ด้วยไลท์นิ่งที่นี่
https://rightshift.to/product/the-fiat-standard-ฉบับแปลไทย-pre-order/
The Fiat Standard
พรีออร์เดอร์ด้วยเฟียต สั่งซื้อหนังสือได้ที่ >>
Se-ed : https://se-ed.com/s/drQ9
Shopee : https://shope.ee/8zhUx65NFk
Lazada : https://s.lazada.co.th/s.mDOXm?cc



