Avatar
์NATTAKON
592143001ae09df747e55f7d08b50502735aab5fed98ab3481f54127b97db514

ไปซื้อทองก้ยังดี ถ้าไม่เข้าใจบิตคอยน์ แต่พูดยาก

GM^^

วันแห่งฟามรัก

❌️ซื้อกุหลาบให้ตัวเอง

✅️ทำบุญสร้างวัด+ซื้อบิตคอย์ให้ตัวเอง

^^

#Siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

"ความรักไม่ใช่แค่สิ่งที่เรารู้สึก แต่คือสิ่งที่เราเลือกจะเป็นและทำในทุก ๆ วัน"

"คุณเชื่ออะไรเกี่ยวกับความรัก?"

บางคนบอกว่า "รักแท้ต้องเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ"

บางคนบอกว่า "ความรักเป็นเรื่องของโชคชะตา"

บางคนบอกว่า "รักคือการให้โดยไม่มีเงื่อนไข"

และบางคนอาจคิดว่า "ความรักเจ็บปวดเสมอ"

แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่แน่นอนเกี่ยวกับความรัก มันคือ "ความรักไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเอง แต่มันคือสิ่งที่เราสร้างขึ้น"

ในวันวาเลนไทน์นี้ เรามา เปลี่ยนมายด์เซ็ตเกี่ยวกับความรัก

จาก "สิ่งที่เราคาดหวังจากคนอื่น" >> เป็น "สิ่งที่เราสามารถเป็นให้กันและกัน"

เพราะสุดท้ายแล้ว...

ความรักที่ดีไม่ได้เกิดจากการหาคนที่ใช่ แต่เกิดจากการเป็นคนที่ใช่

1. ความรักที่ยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของโชค แต่คือการสร้าง

"Love is not something you find. Love is something you build."

❌ มายด์เซ็ตที่ทำให้รักพัง..

"ถ้าเรารักกันจริง ทุกอย่างจะง่ายไปเอง"

"ถ้ามันยากขนาดนี้ แปลว่าเราอาจไม่ใช่คู่กัน"

"รักแท้ต้องสมบูรณ์แบบ ไม่มีความขัดแย้ง"

✅ มายด์เซ็ตที่ทำให้รักมั่นคง..

ความรักที่ยั่งยืน ต้องผ่านการเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน

ทุกความสัมพันธ์ต้องการ การลงทุน ลงแรง และการเลือกที่จะอยู่ด้วยกันในวันที่ยากลำบาก

ความขัดแย้งไม่ใช่สัญญาณว่าคุณไม่ใช่คู่กัน แต่มันคือ โอกาสให้เข้าใจกันลึกซึ้งขึ้น

ลองถามตัวเองครับ

"วันนี้ฉันกำลังสร้างความรัก หรือแค่คาดหวังให้มันเกิดขึ้นเอง?"

2. รักษาความสัมพันธ์อย่างไรให้ไม่หมดพลัง?

"A healthy relationship is not two people who complete each other. It’s two whole people choosing to grow together."

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?

รู้สึกว่า "ฉันต้องเสียสละตัวเองเพื่อให้ความสัมพันธ์ไปรอด"

รู้สึกว่าความสัมพันธ์ ดูดพลังมากกว่ามอบพลัง

รู้สึกว่าอีกฝ่าย ไม่เติมเต็มในสิ่งที่คุณต้องการ

นี่คือ สัญญาณเตือนว่าเรากำลังรักแบบหมดพลัง

แล้ววิธีรักษาความสัมพันธ์โดยไม่หมดพลังล่ะ?

✅ เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์ ก่อนเป็นครึ่งหนึ่งของใคร

>> ความสัมพันธ์ที่ดีคือ "คนสองคนที่เต็มและเติบโตไปด้วยกัน" ไม่ใช่คนสองคนที่คาดหวังให้กันและกันเติมเต็มช่องว่างของตัวเอง

✅ ให้จากพลังบวก ไม่ใช่จากความขาดแคลน

>> ถ้าคุณให้เพราะ "ต้องการอะไรกลับมา" คุณจะหมดพลังเร็วมาก แต่ถ้าคุณให้เพราะคุณ "เต็มอยู่แล้ว" ความรักของคุณจะเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด

✅ สื่อสารแบบเติมเต็มกัน

>> การพูดว่า "คุณไม่เคยทำสิ่งนี้ให้ฉันเลย" เป็นการดึงพลังลบออกมา

>> แต่การพูดว่า "ฉันจะดีใจมากถ้าเราให้เวลากันมากขึ้น" เป็นการเติมพลังบวกให้กัน

ถามตัวเองอีดครั้ง..

"ฉันกำลังรักจากความสมบูรณ์ หรือรักจากความต้องการ?"

3. ก้าวข้ามภาวะเชิงลบในความสัมพันธ์

"Love is not what you feel. Love is what you do despite what you feel."

ไม่ว่าคู่ไหนก็ต้องเผชิญกับ ช่วงเวลาที่ยากลำบาก

แต่สิ่งที่ทำให้คู่รักบางคู่ "รอด" และบางคู่ "พัง" ไม่ใช่ความขัดแย้ง

แต่มันคือ "เราจัดการความขัดแย้งอย่างไร?"

มีวิธีก้าวข้ามภาวะเชิงลบในความสัมพันธ์ไหม?

✅ เลิกพยายามเป็นฝ่าย "ถูก" และเริ่มพยายามเป็นฝ่าย "เข้าใจ"

>> ความรักที่ดีไม่ใช่การแข่งขัน แต่คือ "การร่วมทีมเดียวกัน"

✅ รับผิดชอบในส่วนของตัวเอง

>> อย่าโทษแต่คนอื่น ถามตัวเองว่า "ฉันสามารถเปลี่ยนอะไรเพื่อให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น?"

✅ ให้อภัยและปล่อยวาง

>> การถือความผิดพลาดของอีกฝ่ายไว้ในใจ คือการทำร้ายตัวเอง

ถามตัวเองอีกที..

"ฉันอยากชนะในความขัดแย้ง หรือฉันอยากให้เราชนะไปด้วยกัน?"

4. การเป็นแหล่งพลังงานบวกให้แก่กัน

"A great relationship is when you bring out the best in each other, not the stress in each other."

ความสัมพันธ์ที่ดีควรเป็นพื้นที่ที่ทำให้คุณ รู้สึกเป็นตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง

มันควรเป็นแหล่งพลังงานที่ เติมเต็ม ไม่ใช่ ดูดพลัง

วิธีเป็นพลังงานบวกให้คู่ของคุณ.. ลองทำแบบนี้

✅ เป็น Safe Space ให้กันและกัน

>> ให้ความสัมพันธ์ของคุณเป็น "ที่ปลอดภัย" ที่สุด ไม่ใช่ที่ที่เต็มไปด้วยการตัดสิน

✅ มองหาสิ่งที่ดีในกันและกัน

>> คุณจะเจอ "สิ่งที่ผิดพลาด" เสมอถ้าคุณมองหา แต่ถ้าคุณมองหาสิ่งที่ดี คุณก็จะเจอมันเช่นกัน

✅ ให้กำลังใจมากกว่าคำวิจารณ์

>> คนที่เรารักควรเป็น "พื้นที่แห่งพลังบวก" ไม่ใช่ "พื้นที่แห่งความกดดัน"

ถามตัวเองครั้งสุดท้าย..

"ฉันเป็น Safe Space ให้คนที่ฉันรักหรือเปล่า?"

ความรักที่ยั่งยืน คือสิ่งที่เราสร้าง ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวัง

❤️ รักไม่ใช่แค่สิ่งที่เรารู้สึก แต่คือสิ่งที่เราทำ

❤️ รักไม่ใช่การหาคนที่ใช่ แต่คือการเป็นคนที่ใช่

❤️ รักที่ดีไม่ใช่รักที่สมบูรณ์แบบ แต่คือรักที่เติบโตไปด้วยกัน

หากคุณอยากมีความรักที่ยั่งยืน อย่ารอให้ความรัก "เกิดขึ้น"

แต่จงเป็น "ต้นเหตุ" ที่ทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นในทุก ๆ วัน ❤️

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ 🌹

#รักให้เป็น #RelationshipMindset #LifeShift #HappyValentineday #Siamstr

หวานนเจี๊ยบ!!!

เนื้อเน้นเน้น

Replying to Avatar Jakk Goodday

“The most dangerous knowledge is what you think you already know.”

ทำไมบางครั้งเรารู้สึกว่าชีวิตเราติดขัด ทั้งที่ดูเหมือนทุกอย่างกำลังไปได้ดี? หรือทำไมเราถึงรู้สึกว่ามีบางอย่าง "ขาดหาย" ทั้งที่เราก็พยายามพัฒนาตัวเองมาตลอด?

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เรารู้... แต่อยู่ในสิ่งที่เรา "ไม่รู้ว่าเราไม่รู้" ต่างหาก

เรามักคิดว่าเรารู้จักตัวเองดีพอ เราเข้าใจความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของเราเอง

แต่ความจริงก็คือ... โลกภายในของเรายังมี "ห้องลับ" ที่เราไม่เคยเปิดเข้าไปดู

นี่แหละคือ.. "สิ่งที่เราไม่รู้" (Unknown Unknowns) แม้แต่การมีอยู่ของมัน

เหมือนกับการเดินอยู่ในบ้านของตัวเองทุกวัน แต่ไม่เคยรู้ว่ามีประตูบานหนึ่งซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือ พอเปิดมันออกมา... เราจะพบว่ามีทั้งห้องที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง และบางห้องที่มืดมิดจนเราไม่เคยคิดจะมองเข้าไป

แล้วทำไมต้องสนใจมันด้วย?

เพราะบางครั้ง... คำตอบของคำถามที่เราตามหามาตลอดชีวิตอาจอยู่ในห้องลับนั้นก็ได้ยังไงล่ะ

เรากำลังติดอยู่ในกรอบที่มองไม่เห็นหรือเปล่า?

ลองคิดดูสิ...

ถ้าเราอยู่ในห้องที่มืดสนิทมาตลอดชีวิต เราจะไม่รู้เลยว่ามันมืด เพราะสำหรับเราแล้ว นั่นคือ "ความปกติ"

แต่ถ้าวันหนึ่งมีแสงสว่างส่องเข้ามา เราจะเริ่มเห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อเห็นมันแล้ว... เราจะไม่สามารถ “มองไม่เห็น” มันได้อีก

นี่แหละคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มค้นหาสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้

เราจะเริ่มเห็น "กรอบความคิด" ที่เราเคยยึดติดโดยไม่รู้ตัว

เราจะเริ่มตระหนักถึง พฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่เราทำเพราะความเคยชิน ไม่ใช่เพราะมันจำเป็น

และเราจะพบว่า... ตัวตนของเรา ที่เราเคยเชื่อว่ารู้จักดี อาจเป็นแค่เศษเสี้ยวของสิ่งที่เราเป็นจริง ๆ

แล้วจะค้นหาสิ่งที่ "ไม่รู้ว่าเราไม่รู้" ได้ยังไง?

เราอาจลองเขียนสิ่งที่เราสังเกตเห็นเกี่ยวกับตัวเอง ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โต อาจจะเป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ความคิดที่แวบเข้ามา หรือปฏิกิริยาต่อสถานการณ์บางอย่าง

ตัวอย่างเช่น..

วันนี้เรารู้สึกหงุดหงิดเมื่อเพื่อนพูดบางอย่าง ลองถามตัวเองว่า “มันกระทบอะไรในใจเรา?”

เราทำบางอย่างเพราะคิดว่า “ฉันต้องทำ” แล้วลองถามว่า “จริง ๆ แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าฉันต้องทำ?”

เมื่อเขียนไปเรื่อย ๆ เราจะเริ่มเห็น "รูปแบบ" ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเรา

เราอาจลองถาม เพื่อสำรวจมุมมองจากกระจกที่เราไม่เคยมอง

บางครั้ง... คนรอบตัวเราเห็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น

ลองถามเพื่อน ครอบครัว หรือคนที่เราไว้ใจว่า..

“คุณเห็นฉันเป็นคนแบบไหนในเวลาที่ฉันไม่รู้ตัว?”

“มีนิสัยหรือพฤติกรรมอะไรที่ฉันไม่รู้ว่าฉันทำบ้างไหม?”

คำตอบที่ได้อาจทำให้เราตกใจ แต่ถ้าเราเปิดใจรับฟัง เราจะเริ่มเห็น "ห้องลับ" ในตัวเองที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

เมื่อเราค้นพบ... จะเกิดอะไรขึ้น?

การค้นหาสิ่งที่เรา "ไม่รู้ว่าเราไม่รู้" ไม่ใช่การทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ แต่คือ "การปลดปล่อย" ตัวเองจากข้อจำกัดที่เราไม่รู้ว่าเราสร้างมันขึ้นมา

เราจะเริ่มเห็นว่าบางสิ่งที่เคยคิดว่า “ฉันเป็นแบบนี้” อาจไม่ใช่ความจริง

เราจะเริ่มตระหนักว่าความเชื่อบางอย่างที่เคยยึดถือมาตลอดชีวิต อาจเป็นเพียงแค่เรื่องราวที่เราเล่าให้ตัวเองฟังซ้ำ ๆ

และที่สำคัญที่สุด... เราจะพบว่า เรามีทางเลือกมากกว่าที่เราเคยคิด

มันอาจจะไม่ง่าย มันอาจจะทำให้้รารู้สึกไม่สบายใจในตอนแรก

การยอมรับว่าเรายังมีสิ่งที่ “ไม่รู้” เป็นการเผชิญหน้ากับ อัตตา (Ego) ของตัวเอง ที่มักอยากให้เรารู้สึกว่า "ฉันรู้มากพอแล้ว" หรือ "ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว"

แต่ในความเป็นจริง... การเติบโตที่แท้จริงมาจากการ ยอมรับช่องว่างแห่งความไม่รู้ และใช้มันเป็นแรงผลักดันให้เราเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิต

การได้รู้จักตัวเองในแบบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คือก้าวแรกสู่การเป็น ตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุด

เพราะบางครั้ง... การเติบโตที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ได้มาจากสิ่งที่เรารู้ แต่มาจากการกล้าค้นหาสิ่งที่เรายังไม่รู้

#LifeShift #UnlockYourPotential #UnknownUnknowns #Siamstr

สาธุ