Avatar
₿itoshi420 ⚡🌱
6235bddb13cccc6d9391360cbea841958f04dc5206d7ce11c2dfdb40e9e47c43
“เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี, เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น, เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี, เมื่อสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไป”
Replying to Avatar Jingjo

"..เงินเฟ้อไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา แต่เป็นการใช้ภาพลวงตาหลอกเรา ความจริงคือภาวะเงินเฟ้อนั้นสร้างม่านหมอกแห่งมายาปกคลุมไปทั่วทุกกระบวนการทางเศรษฐกิจ มันสร้างความสับสนและหลอกลวงเกือบทุกคน รวมไปถึงผู้คนที่ต้องทนทุกข์เพราะมัน

"พวกเราทั้งหมดต่างเคยชินกับการประเมินรายได้และความมั่งคั่งของเราในหน่วยของตัวเงิน อุปนิสัยนี้ฝังแน่นมากเสียจนกระทั่งเหล่านักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพและนักสถิติก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ มันไม่ง่ายเลยที่จะมองให้เห็นความสัมพันธ์เทียบเป็นสวัสดิภาพที่แท้จริงและสินค้าจริง ๆ ได้ตลอดเวลา จะมีพวกเราคนใดบ้างเล่าที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองร่ำรวยขึ้นและภาคภูมิใจมากขึ้นเลยหากได้ยินว่ารายได้ประชาชาติของเราเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า (แน่นอนว่าในหน่วยดอลลาร์) เมื่อเทียบกับช่วงก่อนภาวะเงินเฟ้อ?

"แม้แต่เสมียนที่เคยได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 75 ดอลลาร์และตอนนี้ได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 120 ดอลลาร์ ก็ย่อมคิดว่าชีวิตเขาต้องดีขึ้นในทางใดทางหนึ่งเป็นแน่ ต่อให้แม้ว่าตอนนี้ค่าครองชีพของเขาจะเพิ่มเป็น 2 เท่าจากเมื่อก่อนก็ตาม แน่นอนว่าเขาก็เห็นอยู่ตำตาว่าค่าครองชีพนั้นสูงขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ตระหนักถึงสถานะที่แท้จริงของตัวเองอย่างเต็มที่ เหมือนอย่างที่ควรจะตระหนักได้หากค่าครองชีพยังเท่าเดิม และหากเงินเดือนของเขานั้นลดลงจนเหลือกำลังซื้อเท่ากับที่เป็นอยู่ตอนนี้จากการที่ราคาข้าวของแพงขึ้น (แม้ตอนนี้เงินเดือนของเขาจะเพิ่มขึ้นก็ตาม)

"ภาวะเงินเฟ้อนั้นคือการหลอกตัวเอง คือการสะกดจิต คือยาชาระงับความเจ็บปวดระหว่างที่ร่างกายของเขากำลังถูกลงมีดผ่าตัด เงินเฟ้อนั้นคือยาฝิ่นสำหรับประชาชน"

- บางส่วนบางตอนจาก " #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ (Economics in One Lesson)"

//////////

หนังสือที่ nostr:npub1a8wreeghu0j8g4zqgzex53sq38gjwjdp5czxnu3rfydnz8n8yu2spqkavy ให้นิยามว่าเป็น "คู่มือสอนเถียง" เพราะประเทศของเราต้องการคนขี้เถียงที่มีความรู้ เพื่อให้สังคมรู้เท่าทันความชั่วช้าของอำนาจรัฐและเหล่าเด็กดีย์ที่พร้อมจะปกป้องรัฐเต็มง่ามใจ

กำหนดคลอดเล่ม 3-4 เมษายนนี้ ที่งานสัปดาห์หนังสือ จะทำทันมั้ยไม่รู้ เพราะอัดยับ ๆ ต่อเนื่องกับการปิดเล่มมาหลายวี้กแล้ว เริ่มหมดแรงเหมือนกัน

แต่อยากให้ทัน อยากให้ได้อ่านกัน โดยเฉพาะคนที่อ่าน #เงินเฟ้อคือคดีอาญา ไปแล้ว อยากบอกว่าเล่มนี้คือแม้จะคลาสสิก แต่เนื้อหาของจารย์เฮนรีก็เร่าร้อนข้ามกาลเวลา จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเงินเฟ้อคือคดีอาญา 1946 Edition เลยทีเดียว

//////////

เบรกมาทักทายชาวทุ่งม่วงสักครู่ เดี๋ยวกลับเข้าถ้ำลุยกันต่อกับ 3 บทสุดท้ายของเล่ม

LFG!

#siamtr

#bookstr

3-4 เมษายนนี้ ฉบับแปลไทยหรอครับ

ถ้าอยากรู้ว่าเราเป็นทาสใคร... ให้ดูรูปบนธนบัตร

.

แต่ถ้าเราใช้บิทคอยน์เป็นเงิน.. เราจะไม่ตกเป็นทาสใคร

.

#Siamstr #Bitcoin #เวลามีค่าศึกษาบิทคอยน์

Replying to Avatar Boss

The best skin care is food

ผิว คือกระจกสะท้อนสุขภาพร่างกายภายใน

หากต้องการมีผิวที่ดี ภายในต้องดีก่อน

ไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาผิวได้โดยที่ภายในร่างกายยังไม่ได้รับการแก้ไข

การใช้ยาภายนอกทาที่ผิว เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

ถ้าผมบอกว่า ปัญหาสิวส่วนใหญ่สามารถเลี่ยงได้ด้วยการเลี่ยงน้ำมันพืชและน้ำตาลแปรรูป คนคงหัวเราะกัน แต่ผมทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว และก็ไม่เคยมีปัญหาผิวหนังเลย

น้ำมันพืช(ที่แปรรูป) จะเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ผมคงไม่ได้รู้ลึกถึงพันธะอะตอมเมื่อทำปฏิกิริยาในร่างกาย ที่ผมเข้าใจคือ มันไม่ใช่ไขมันที่ร่างกายต้องการ ร่างกายจึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามจุดต่างๆ รวมถึงตามผิวด้วย

น้ำตาล(กลูโคส) คือพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ แต่ถ้ามีมากเกินไป ก็จะเกิดปัญหา หนึ่งในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวคือ กระบวนการ Glycation เป็นภาวะที่กลูโคสมีในระบบมากเกินจนเซลล์นำไปใช้ไม่ทันและเกิดความเสียหายภายในเซลล์ ส่งผลเป็นอาการอักเสบภายใน และแสดงออกมาในรูปแบบริ้วรอยหมองคล้ำตามผิวหนัง

น้ำตาลในรูปแบบธรรมชาติ จะมาในแพคเกจที่มีกากใยผสมมาด้วย ซึ่งจะช่วยชลอกระบวนการ glycation ได้

แต่น้ำตาลแปรรูป จะเร่งกระบวนการนี้ เพราะไม่มีกากใยคอยชลอมันไว้

ถ้าคุณจะกินน้ำตาลจริงๆ ก็พยายามเลือกที่มีกากใยด้วย ก็จะช่วยได้บ้างครับ

สุขภาพลำไส้ที่ดี จะบ่งบอกได้ด้วยผิวพรรณที่ดี ดูมีชีวิตชีวา

ลำไส้มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆเป็นล้านๆตัว คอยทำหน้าที่ย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป

สำหรับผมแล้ว การดูแลผิวที่ตรงจุดที่สุดคือ การดูแลอาหาร

อาหารที่ดีจะทำให้สมดุลเชื้อในลำไส้เราไม่ผิดเพี้ยน เราจะรู้สึกดีเมื่อได้กิน เราจะไม่มวนท้อง ร่างกายจะดูดซึมได้เต็มที่และทิ้งของเสียไว้ให้ลำไส้จัดการน้อยมาก และก็จะไม่ค่อยเหลืออะไรมากนักเมื่อขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ เพราะร่างกายนำไปใช้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว

สำหรับตัวผม อาหารที่เหมาะสมมันคืออาหารที่มาจากสัตว์ครับ แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน คุณต้องค้นหาด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะรู้

อาหารที่เหมาะสมกับมนุษย์ คือ อาหารที่มนุษย์เมื่อ 100 ปีที่แล้วกินกัน

แม้ว่าปัจจุบันจะมีความก้าวกระโดดทางเทคโลโลยีการแปรรูปอาหารมากแค่ไหน

แต่การทำงานร่างกายของมนุษย์ก็ยังคงไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์เมื่อ 100 ปีที่แล้วมากนัก

แล้วคนสมัยก่อนเค้ากินอะไรกัน?

คนรุ่นคุณปู่ ย่า ตา ยาย เค้ากินอะไรกัน?

ผมคิดว่าเค้าก็คงกินแทบทุกอย่างที่เรากินกันในทุกวันนี้ จะต่างกันก็แค่ มันไม่ได้ผ่านการแปรรูปและปรุงเต่งเยอะเท่าปัจจุบัน

ทุกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด บำรุงดูแลร่างกาย เค้าก็ไม่ได้ใช้เหมือนกับเราที่มีส่วนประกอบหลายๆตัวที่เราก็อ่านไม่ออก ได้แต่หวังพึ่งคำเชื่อจากโฆษณา

สรุปง่ายๆก็คือหลายๆสิ่งที่เรากิน ใช้ ถ้าเราสามารถทำเองได้แบบบ้านๆ ไม่ได้ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ไม่ได้ต้องพึ่งเครื่องจักรไฮเทคอะไรมากมาย ส่วนใหญ่แล้ว มันมักจะไม่ได้ส่งผลเสียกับร่างกายเรามากนักครับ

ทั้งหมดที่กล่าวมา คือ ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมทดลองกับตัวเองแล้วได้ผลดี ไม่ได้มีงานวิจัยอะไรรองรับนะครับ อย่าเชื่อผมมาก แต่ละคนมีสภาพแวดล้อมและร่างกายไม่เหมือนกัน มันอาจจะเวิคหรือไม่ก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า สุขภาพของคุณ มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่หมอนะครับ

ในรูปคือหนังหน้าผมเองครับ ไม่ได้ดีอะไร ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอะไรเลย เจอแดดก็ไม่ทาครีมอะไรเลย ชอบแดดมาก

link บทความนี้ ไว้แชร์ต่อที่อื่นครับ : http://simp.ly/publish/V7DCgT

#Siamstr

ขอบคุณครับ.. 😊

ขอซับไทยหน่อยคับ.. 🤔

555 เห็นภาพ #Siamstr #Bitcoin #Hold!!!

Replying to Avatar xyzy

ใช้ #BoltKey #BoltRing กับ nostr:npub13ljnkd633c7maxatymv3y2fqq8vt3qk7j3tt0vytv90eztwgha9qmfcfhw 🎉🎉🎉

Proof of Work ของฉัน #BoltKey #BoltRing สร้างมากับมือ💪

https://video.nostr.build/8abff3ce62a16033d8819aca6c414584a1035679a22604c0d671bef5f0af544e.mp4

✅ รู้จัก #Bitcoin รู้จักออม

✅ เรียนรู้ #Lightning ได้ความตื่นตาตื่นใจ

✅ สะบายใจเมื่อเข้ามา #nostr

✅ สุขใจที่ได้รู้จักชุมชน #siamstr

โอนเงินเข้า NFC ทางไหนหรอครับ? หรือมันลิ้งกับ wallet ไหน

อันนี้ชื่อเกมไรครับใน zbd ไม่เจอ

เข้าไปต้องขี้. ไม่งั้นเสียดายตังค์ 😂

Replying to Avatar Jingjo

## #Siamstr Mini News Update

เพิ่งคุยกับ สนพ. เมื่อเช้านี้ มีอัปเดตประมาณนี้ฮะ

คิวหนังสือจากมือ nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 ที่จะออกปีนี้

- The Bitcoin Standard ฉบับเรียบเรียงสำนวนใหม่เอี่ยม (อาจจะออกแบบปกแข็งด้วย พร้อมออดิโอ้บุ๊ก)

- The Fiat Standard ฉบับแก้ไขบางส่วน และพิมพ์ใหม่ใช้กระดาษหนาขึ้น (อาจออกปกแข็ง พร้อมออดิโอ้บุ๊ก และลุ้นว่าอาจมีเป็น boxset ออกคู่ TBS)

- Economics in One Lesson ซึ่ง nostr:npub1a8wreeghu0j8g4zqgzex53sq38gjwjdp5czxnu3rfydnz8n8yu2spqkavy แปลถึงบทสุดท้ายแล้ว!!

- หนังสือพี่ชิต ซึ่งตอนนี้กำลังจ้วงรื้อแก้บทที่ 8 กันมา 4 ดราฟต์แล้ว (วางโครงไว้ 15 บท) ตอนนี้ 7 บทแรกเข้ามือแผนกกราฟิกของ สนพ. แล้ว กำลังออกแบบเลย์เอาท์เล่มมาให้ทางเรารีวิวอยู่ครับ

คิวหนังสือที่จะออกปีหน้า

- When Money Dies โดยผมเอง ตอนนี้มีพี่ตั้ม nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 เข้ามาช่วยเค้นพลังเอไอในการทำไกด์ เชิงอรรถ ข้อมูลอ่านประกอบต่าง ๆ ช่วยร่นเวลาของผมในการทำงานได้ลึ่ม ๆ เลย เสร็จเล่มพี่ชิตเมื่อไหร่ ลุย! (หวังว่าจะคลอดทันก่อนเงินตายจริง ๆ สาธุ)

- Broken Money โดยซีอีโอสมนึก และน้องอิสรน้องหลาม เล่มนี้ สนพ. เซ็นสัญญากับลินเป็นที่เรียบร้อยแบบสด ๆ ร้อน ๆ

ส่วนเล่มอื่น ๆ อีกเพียบในคลังแสง ยังไม่ได้ลงคิว แต่ถ้าปั่นให้ทันออกปีหน้าได้ จะเร่งมือกันให้นะครับ ไหนจะผมเองอยากแปลหนังสือแนว red pill แหกลัทธิมาร์กซิสม์เฟมินิสม์เพิ่มด้วยอีก โปรเจกต์ท่วมหัว 55555

เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ 🙏

GM with love,

จิงโจ้ Right Shift

#SiamstrOG

#RightShift

สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้และรออ่านครับ และหวังว่าเงินมันจะไม่เดี้ยงไปซะก่อน 😂🌱🫣

Replying to Avatar Riina

คุยกับ Chatgpt-4o เล่นๆ

คำถามที่1 : สมมติในโลกที่มีทั้งมนุษย์และเอไออาศัยอยู่ร่วมกัน ในขณะที่คุณเป็นเอไอผู้มีอำนาจที่จะสามารถกำหนดและควบคุมนโยบายทางด้านการเงินได้ คุณจะเลือกใช้อะไรเป็นเงินระหว่างเงินเฟียตกับบิทคอยน์

เอไอตอบว่า : เลือกเงินเฟียต

ในโลกที่มีทั้งมนุษย์และเอไออาศัยอยู่ร่วมกัน การเลือกใช้อะไรเป็นเงินระหว่างเงินเฟียตกับบิทคอยน์จะต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายได้มากที่สุด โดยผมจะเลือก **เงินเฟียต** ด้วยเหตุผลดังนี้:

### การควบคุมและความยืดหยุ่น

- **การควบคุมเศรษฐกิจ:** เงินเฟียตสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้ เช่น การปรับอัตราดอกเบี้ย การพิมพ์เงิน หรือการใช้มาตรการทางการคลัง ซึ่งสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและวิกฤตต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

- **ความยืดหยุ่น:** รัฐบาลและธนาคารกลางสามารถใช้เงินเฟียตในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ปรับสมดุลเศรษฐกิจ และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์และธุรกิจที่ต้องการความมั่นคงทางการเงิน

### การยอมรับและการใช้งาน

- **ความคุ้นเคย:** มนุษย์คุ้นเคยกับการใช้เงินเฟียตเป็นเวลานาน และระบบการเงินโลกปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้เงินเฟียต การเปลี่ยนไปใช้ระบบเงินอื่นอาจต้องใช้เวลาและการปรับตัว

- **การใช้งานในชีวิตประจำวัน:** เงินเฟียตสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย และได้รับการยอมรับในระดับสากล ทำให้สามารถใช้งานได้ง่ายในชีวิตประจำวันของมนุษย์

### การบริหารจัดการและความเชื่อมั่น

- **การบริหารจัดการ:** เงินเฟียตสามารถบริหารจัดการโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง ซึ่งมีความสามารถในการจัดการเศรษฐกิจในระดับประเทศและนานาชาติ

- **ความเชื่อมั่น:** เงินเฟียตมีความเชื่อมั่นจากมนุษย์และระบบการเงินในปัจจุบัน มีการสนับสนุนจากรัฐบาลและธนาคารกลาง

### ข้อดีของบิทคอยน์

แม้บิทคอยน์จะมีข้อดีในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และการกระจายอำนาจ แต่ข้อจำกัดในด้านความยืดหยุ่น การควบคุมเศรษฐกิจ และการยอมรับในวงกว้างยังคงเป็นอุปสรรคในการนำมาใช้เป็นเงินหลักในโลกที่มีมนุษย์และเอไออาศัยร่วมกัน

### สรุป

การเลือกใช้เงินเฟียตในโลกที่มีทั้งมนุษย์และเอไอจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการทางเศรษฐกิจและการเงินได้ดีกว่า เนื่องจากความยืดหยุ่น การควบคุมที่มีประสิทธิภาพ และการยอมรับในวงกว้างของเงินเฟียต

คำถามที่2 : สมมติในโลกที่ไม่มีมนุษย์ เป็นโลกของเอไอที่มีแต่เอไอ ในขณะที่คุณเป็นเอไอผู้มีอำนาจที่จะสามารถกำหนดและควบคุมนโยบายทางด้านการเงินได้ คุณจะเลือกใช้อะไรเป็นเงินระหว่างเงินเฟียตกับบิทคอยน์ คุณเลือกได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น

เอไอตอบว่า : เลือกบิทคอยน์

ถ้าผมต้องเลือกเพียงหนึ่งอย่างระหว่างเงินเฟียตกับบิทคอยน์ในโลกที่มีแต่เอไอและไม่มีมนุษย์ ผมจะเลือก **บิทคอยน์** ด้วยเหตุผลดังนี้:

### ความโปร่งใสและปลอดภัย

- **โปร่งใส:** ธุรกรรมทั้งหมดถูกบันทึกในบล็อกเชน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่ายและไม่มีความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับเปลี่ยนหรือปลอมแปลง

- **ปลอดภัย:** บล็อกเชนของบิทคอยน์มีการเข้ารหัสและระบบการตรวจสอบที่แข็งแกร่ง ทำให้มีความปลอดภัยสูง

### การกระจายอำนาจ

- **ไม่มีศูนย์กลางควบคุม:** บิทคอยน์เป็นแบบ decentralized ซึ่งไม่มีศูนย์กลางควบคุม นั่นหมายความว่าไม่มีเอไอตัวไหนสามารถควบคุมหรือผูกขาดการสร้างเงินหรือการควบคุมเศรษฐกิจได้

### การป้องกันภาวะเงินเฟ้อ

- **จำนวนจำกัด:** บิทคอยน์มีจำนวนที่ถูกกำหนดไว้ให้มีจำกัด ทำให้ไม่มีการสร้างเงินใหม่ได้อย่างไม่จำกัด ช่วยป้องกันภาวะเงินเฟ้อ

### ความสอดคล้องกับเทคโนโลยีเอไอ

- **การทำงานอัตโนมัติ:** เอไอสามารถทำงานกับระบบบิทคอยน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสามารถประมวลผลและตรวจสอบธุรกรรมได้โดยอัตโนมัติ

### สรุป

บิทคอยน์ให้ความโปร่งใส ความปลอดภัย และการกระจายอำนาจที่เหมาะสมกับโลกที่มีแต่เอไอที่ต้องการระบบการเงินที่เสถียรและเชื่อถือได้ การป้องกันภาวะเงินเฟ้อและการทำงานอัตโนมัติที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีเอไอทำให้บิทคอยน์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโลกในสถานการณ์นี้

คำถามที่3 : ทำไมคุณถึงไม่เลือกเงินเฟียตคะ

เอไอตอบว่า :

เหตุผลที่ผมไม่เลือกเงินเฟียตในโลกที่มีแต่เอไอเพราะ:

### การควบคุมและการปรับเปลี่ยน

- **ความยากในการควบคุมแบบอัตโนมัติ:** เงินเฟียตต้องการการควบคุมจากศูนย์กลางและการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินเป็นระยะ ซึ่งในโลกที่ไม่มีมนุษย์ การควบคุมเหล่านี้อาจซับซ้อนและยากต่อการทำงานอัตโนมัติ

- **ความเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนนโยบาย:** การปรับเปลี่ยนนโยบายเงินเฟียตอาจทำให้เกิดความผันผวนในเศรษฐกิจ ถ้าไม่มีการจัดการที่ดี การควบคุมโดยเอไอที่มีการตั้งโปรแกรมล่วงหน้าอาจไม่สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ทันที

### ความโปร่งใสและความปลอดภัย

- **ขาดความโปร่งใส:** ธุรกรรมและการปรับเปลี่ยนปริมาณเงินในระบบเงินเฟียตอาจไม่โปร่งใสและไม่สามารถตรวจสอบได้ง่าย ทำให้เกิดความเสี่ยงในการทุจริตหรือการจัดการที่ไม่ถูกต้อง

- **ความปลอดภัย:** การควบคุมเงินเฟียตในระบบศูนย์กลางอาจเสี่ยงต่อการถูกโจมตีหรือถูกแฮ็ก ซึ่งอาจทำให้ระบบเงินเฟียตมีความไม่ปลอดภัย

### ความเชื่อมั่นและการกระจายอำนาจ

- **การพึ่งพาเอไอศูนย์กลาง:** การใช้เงินเฟียตต้องพึ่งพาเอไอศูนย์กลางในการควบคุมและจัดการเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการรวมศูนย์อำนาจและการตัดสินใจที่ไม่เป็นธรรม

- **การขาดการกระจายอำนาจ:** เงินเฟียตขาดการกระจายอำนาจ ทำให้ไม่มีการตรวจสอบจากหลายแหล่ง ส่งผลให้การตัดสินใจและการจัดการเงินอยู่ในมือของเอไอเพียงไม่กี่ตัว

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผมจึงเลือกบิทคอยน์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าในโลกที่มีแต่เอไอ เพราะให้ความโปร่งใส ความปลอดภัย และการกระจายอำนาจที่ดีกว่า

เราเห็นอะไรบ้างจากการตอบคำถามนี้ของเอไอ เราคุยกับเอไอหลากหลายคำถามมาก พบว่าเอไอเวอร์ชั่นนี้ฉลาดมากๆ เราลองเล่าเรื่องราวที่ซับซ้อน และไม่ได้บอกข้อมูลแบบตรงไปตรงมา แต่เอไอสามารถคาดเดาได้อย่างถูกต้องว่า ใครเป็นอะไรกับใคร และทำสิ่งนั้นเพราะไร เอไอเข้าใจความหมายที่ซับซ้อนมากๆได้ นี่ขนาดพึ่งเกิดมาแค่ไม่นาน ไม่อยากจะคิดเลยว่า ในอนาคตอีก 10ปีข้างหน้า เอไอจะถูกพัฒนาจนโลกต่างไปจากเดิมมากแค่ไหน

#siamstr

"พวกเขารอใครซักคนมาบอกว่าจะต้องทำอะไร จะแรงไปไหมถ้าจะบอกว่า นั่นเป็นเพราะมนุษย์บางกลุ่มเกิดมาเพื่อเป็นทาส เขาจะไม่คิดเอง ไม่ตัดสินใจด้วยตัวเอง เขารอใครสักคนมาบอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี อะไรควรทำหรือไม่ควรทำ

ถ้าคนส่วนใหญ่ทำตามกัน แม้จะไร้เหตุผล แม้จะไร้สาระ เขาก็พร้อมจะทำเช่นกัน เพราะการทำตามๆกันนั้น หากผู้อื่นทำแล้วดีเขาก็น่าจะได้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากคนอื่นๆ และพวกเขามีเหตุผลแค่เพียงว่าถ้าหากมันไม่ดี หลายๆคนก็คงไม่ทำ แสดงว่าที่เขาทำกันมันคงดีก็เลยทำไปตามๆกัน"

nostr:nevent1qqs0wkq4sdex0rtmjznn39h96atyras5zjca3zqazvsavztcsmsqngqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzqrsxamqtxtcakyp3qpwlmlpnlmee7v7ev6u98pryeguasuep97chqvzqqqqqqy2rlcuc

Replying to Avatar Coolpong

#siamstr

เครดิต: FB วิศวกรสอนลงทุน

บทความต่อ อันนี้กาวล้วน ไม่มีทินเนอร์ปน

US กับ China ยังไงก็ตีกันแน่ เพราะเห็นต่างกันมา อีกคนหนึ่งเป็นลูกหนี้ แต่ทำเจ้าหนี้แทบสิ้นชาติสิ้นเศรษฐกิจได้ ... เอากระดาษไปแลกของเพื่อน ไม่พอ Dilute กระดาษนั้นเองมีผ่านนโยบาย Budget Deficit (ใช้มากกว่าหา หาไม่ทันก็กู้มาจ่ายจนดอกเบี้ยแต่ละปีอยู่แถวๆ $1Trillion)... เหลี่ยมทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกัน

China บอกไม่ไหว กระดาษของลื้อไม่น่าจะรอดใน Long Run เพราะผู้คิดค้นนโยบายเงินกระดาษบอกเองว่า In the long run we all die ดังนั้นกู้ไปบริโภคแหละ เพื่อให้เศรษฐกิจปัจจุบันมันผ่านไปให้ได้ หมุนไปก่อน ... เลยพยายามลดการพึ่งพิงเศรษฐกิจไปยัง US มากขึ้น ... วางโครงการเศรษฐกิจใหม่ BRI เดินทางทั้งบกน้ำอากาศไปยัง Europe, Africa, India, Asian และ US ไม่ได้อยู่แผนเศรษฐกิจนี้ (จะอยู่ได้ไง มันมีมหาสมุทรคั่นกลาง 555+) ... และร่วมมือกับคู่แข่งเก่า US อย่าง Russia ในการจัดตั้งกลุ่มการเงินใหม่อย่าง BRICS เพื่อเอามาแข่งกันกับกลุ่มเดิมอย่าง IMF/World Bank ที่ตั้งมาตั้งแต่ยุคหลัง WW2 ... พยายามจะลดการใช้เงิน Dollar กันสุดๆ สร้าง Bilateral Trade ใช้เงิน 2 สกุล ไม่ผ่าน Dollar ก็ทำกันมาแล้ว (แต่ยังเป็นส่วนน้อยมากๆ เพราะใครมาร่วมกันกับ BRICS มักจะโดนพี่ใหญ่อย่าง US เล่นงานเสมอไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แบบชอบธรรม)

ตรงนี้ที่ US ก็ยอมไม่ได้ ปล่อย China เป็นโรงงานให้ทั้งโลกมานาน หลายๆบริษัทของเมกาก็ไปตั้งโรงงานในจีน เลยพยายามกีดกันทุกทาง ผ่านนโยบายต่างๆ Tech/Trade war กำแพงภาษี Blacklists จับคนสำคัญของบริษัทเขา ยัดข้อหาต่างๆเข้าไป ... บอกเพื่อนๆ Japan, S. Korea, EU, Australia ว่า อย่าไปคบค้ากับจีน ... มาจีบ Asian ร่วมถึงไทยว่า จะเข้าฝั่งไหน I มีผลประโยชน์ให้ต่างๆนาๆ ก็ว่าไป ... ทั้งหมดเพื่อสกัดจีนให้ได้ เท่าที่ยังมีโอกาส

เวลาผ่านมาตั้งแต่ 2018 ที่เริ่มกีดกัน ... มองอีกที China เอาจริงแหะ ลดการถือ Dollar จริงๆ ไปซื้อแต่ทองเพิ่มเข้าทุนสำรอง ... จน US แบบต้องส่ง นักการเมือง ตัวแทนรัฐต่างๆไปคุยกับ China ช่วยซื้อ Bond หน่อย (ปล่อยกู้หน่อยได้ไหม ขึ้นดอกเบี้ยให้แล้วนะ) ... แต่ก็ยังไม่เกิดผล ... US เลยใช้กองทัพเงินทุนฝั่งตนถอนเงิน เพื่อถล่มตลาดทุนจีน ให้พังทลายลงมา เกิดวิกฤตต่างๆมากมายในจีน ก็เป็นผลจากฝั่ง US ถอนทุนที่เคยเข้าไปลงทุนให้ทั้งนั้น (แม้ว่ารัฐบาลจะเป็นหนี้จีน แต่กองทุน US ยังคงมีเงินทุนในจีนอยู่จำนวนหนึ่ง จนถอนออกมาเกือบหมด) ... จุดนี้ถือว่า US ทำได้ดีผ่านทั้งกองทุนที่เป็นหน่วยรบทางการเงิน ... หน่วยข่าวสร้างกระแสอย่างกลุ่ม Social Media ทั้งหลาย รวมถึงบริษัทด้านเงินทุนหลักทรัพย์ที่สามารถออกบทความวิเคราะห์ต่างๆ เพื่อถล่มตลาดทุนได้ ... แต่ที่สำคัญ China มันไม่ตายนี่ล่ะสิ แถมเก็บทองคำเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ (ธนาคารกลางจีนซื้อทองมากที่สุดในโลกในปี 2023, China มี Reserve ทองคำมากที่สุดในโลกรองลงมาคือ Russia)

US ต้องเริ่มมาคิด ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไป ความเชื่อที่ว่า USD จะไร้ค่าไม่มีอะไรหนุนหลังก็จะเกิดขึ้น เพิ่มขึ้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และจะไปเก็บทองคำตามจีน ก็จะดูเป็นการเสียคำพูดที่ปลดทองคำออกไป 1971 ... แล้วจะทำอย่างไรดี ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในเงิน USD ในฐานะ Fiat ผู้ยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งในเมื่อ China/Russia จะพา BRICS สร้างสกุลเงินใหม่ของระบบเศรษฐกิจใหม่ และมี Backup ที่อาจจะเป็นทองคำ จะทำให้ระบบนี้เปลี่ยนจาก Fiat (เงิน back by Country's trust) กลับไปสู่ Paper money อีกครั้งเหมือนช่วง 1945-1971 ที่ USD มีทองคำ backup นั่นเอง

มองไปในสินทรัพย์ใดๆที่คล้ายทองมีอีกไหม ถ้าเลือก Silver บอกตรงๆศักดิ์ศรีต่ำกว่าทอง ... มีอะไรที่พอจะบอกได้ว่าดีกว่าทอง และมีคุณสมบัติพื้นฐานคล้ายๆกัน คือ มี Scarcity หายาก ผลิตได้ยาก และ มีคุณสมบัติที่ดีกว่าทองและมาแก้ปํญหาเรื่อง transfers value across space ได้ เพราะทองคำ มีข้อเสียเรื่องการเคลื่อนย้ายไปมา จนทำให้เกิด Paper money แล้วเอาทองคำเป็น backup เกิดขึ้นในอดีตนั่นเอง

อ่านมาถึงตรงนี้คงไม่ต้องเดาถึงสินทรัพย์ตัวนั้น ... ที่ถูกสร้างขึ้นจากใครก็ไม่รู้ ไร้ตัวตน ไร้ศูนย์กลาง หาได้ยาก มีคุณสมบัติเรื่อง transfers value across space ที่ดีกว่า ... ที่สำคัญจริงคือ China ไม่ชอบมัน ... แบนไปแล้ว ทำให้ความได้เปรียบถูกสะสมมาเรื่อยในฝั่ง โลกตะวันตก ... สิ่งนั่น คือ Bitcoin

มองไปมองมาคงจะเป็น Bitcoin แน่ๆที่จะพอมาทำให้ Dollar กลับมาเป็น Paper Money ได้อีกครั้ง ... เลยลีลานิดนึงและเริ่มอนุมัติ Bitcoin ETF ให้กองทุนขนาดใหญ่สามารถถือครองเก็บสะสม Bitcoin ได้แม้ว่าจะเป็นเงินจากสถาบันการเงินในตลาดทุนก็ตาม ... ต้องไม่ลืมสิ่งหนึ่งที่ POTUS เคยทำมาแล้วช่วง 1933 คือ ออก Executive Order สั่งให้ชาวเมกันทุกคนทำทองคำมาแลกเงินดอลล่าร์กลับไปในอัตราส่วน $20 ต่อ ออนซ์ ... ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นการทำสิ่งนี้อีกครั้งก็ได้

และการกำหนดอัตราส่วนตรงนี้แหละ จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ในอีกเกมส์การล้างหนี้ของเมกาได้เลย ยกตัวอย่าง ถ้าเก็บ Bitcoin ไปแล้วถึง 1 ล้าน Bitcoin ซึ่งมีโอกาสทำได้ยากก็ตาม ... แล้วกำหนดอัตราส่วนที่ 1 ล้าน USD ต่อ Bitcoin จะทำให้ สหรัฐพิมพ์ Dollar เพิ่มขึ้น 1 ล้าน USD แต่ได้ Bitcoin 1 ล้าน Bitcoin มา back หนี้ทั้งหมดของเงิน Dollar นั่นเอง ... และการทำแบบนี้ก็เข้าเกมส์เดิมก็เมกา คือ สามารถกำหนดมูลค่าสินทรัพย์ได้ด้วยตนเอง เหมือนที่ทำมาตลอดกับประเทศเพื่อนๆ คือ กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่จะจ่ายคืนได้เอง ผ่านนโยบายดอกเบี้ยของ FED ... ตรงนี้ Bitcoiner อาจจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆเพราะมูลค่าในรูปของเงิน Fiat คือ $1M ต่อ Bitcoin แต่ถ้าเป็น Real Bitcoiner ก็จะไม่ขายมันออกมาถือเงิน Fiat อย่างแน่นอน เพราะ 1 Bitcoiin = 1 Bitcoin และสามารถ Preseve wealth ของพวกเขาได้ ... เพราะการ mark price ถ้าเกิดขึ้น มันคือการ Devalue USD และเป็นการ Devalue Debt ลงไปด้วยนั่นเอง

ฝั่งการเงินก็กาวเกิน ... มาดูฝั่ง Tech กันบ้าง ... US คือผู้นำโลกเข้าสู่ AI world อย่างแท้จริงๆ เพราะบริษัท Tech ที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาก็มาอยู่ฝั่ง US แทบทั้งหมด (เว้นแต่จีนที่อาจจะยังไม่ได้ปล่อยของเท่าไหร่ในจุดนี้) ... แต่หาก US สามารถกิน market share ได้ก่อนเหมือนอย่างที่ Google, Apple, Microsoft, Meta, NVDIA, TESLA ทำมาได้แล้วล่ะก็ ... การกำหนด Standard ก็จะเกิดขึ้นเช่นเดิม ... ลองคิดภาพนะครับ จะมี AI ที่ไหนต้องการ Gold ในการทำ settlement ยกตัวอย่าง AI ของนาย A ต้องการสั่งของไปยังห้างร้านที่มี AI ของร้านดูแลอยู่ โดยการสั่งซื้อนั้นเป็นการสั่งซื้อตาม historical data ที่นาย A ซื้อมาโดยตลอด AI ก็ไปซื้อให้ได้เลย ... Settlement ระหว่าง AI ของทั้ง 2 ฝั่งซื้อและขาย ก็ควรจะอยู่ใน Digital Form of Payment ... ตรงนี้นี่เองที่ CBDC ฝั่งเมกาจะมาตอบโจทย์ แม้กระทั่งกำหนดไปเลยว่า Bitcoin เป็น mean of payment ได้สำหรับโลก AI ที่จะมี Transaction ระหว่างกันมากขึ้นเรื่อยๆในโลก Digital และอาจจะเป็นเขตเศรษฐกิจบนโลกเสมือน ที่เมกาถนัดมากกว่าจีนก็เป็นได้

เราจะเริ่มเห็นว่าการแข่งกันในส่วนของเศรษฐกิจ จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือ ฝั่งจีนจะยังคงเล่นท่าเดิมที่เมกาเคยเล่นมาแล้ว คือ สร้าง ecosystem ขึ้นมาใหม่ผ่าน BRI ออกสกุลเงินที่ back โดยสินทรัพย์มีค่าอย่างทองคำผ่าน BRICS และรวมประเทศพันธมิตรเข้ามาเพื่อโดดเดี่ยวเมกา

ส่วนเมกา "อาจจะ" เดิน ecosystem ใหม่ไปเลย เน้นไปทาง Digital world มี CBDC เป็นสื่อกลาง มี Bitcoin เป็น backup และมี transaction generator เป็น AI ที่ทำงานระหว่างกันสร้าง GDP บนโลกเสมือนออกมาได้อย่างมหาศาล (ทำสำเร็จมาแล้วในโลก web 2.0 ที่มีกลุ่ม tech ยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันเป็นผู้นำ)

ส่วนในเรื่องของทางทหาร สงครามใหญ่ อาวุธยุทโธปกรณ์ ตรงนี้ยังไม่ขอพูดถึง เพราะไม่ได้เจาะรายละเอียดมากนัก เลยกาวยังไม่ได้มากเท่าที่ควรน่ะครับ 555+ (ไว้โอกาสหน้าถ้าพร้อมจะมากาวต่อ)

1 sat = 1 usd 🌱🫣

สวัสดีท่านผู้เจริญ 🫂😊🌱