Avatar
A Ant Mod
6bb0df16779fe915ce218cd65d20fc31cc6ab20af4cfbface0c20eb419640a4c
Replying to Avatar BlackGun7799

สวัสดีครับผม พ่อแม่พี่น้อง#siamstr

ep.2 มาแล้ววครับ

จากตอนเดิมที่แล้ว เมื่อเลือกที่ศรีราชาแล้ว ก็เข้าไปใน วันเสาร์อาทิตย์ เพราะสะดวกเป็นวันหยุด เป็นขั้นตอนลงทะเบียน เลือกแพ็คเกจบอกเลยว่าไม่ตรงแน่นอน ยิ่งอายุมากยิ่งแพงขึ้น เพราะใช้ยาเยอะกว่าคนปกติ และต้องสมรสกันตามกฎหมายถึงจะทำ icsi ได้ เมื่อเลือกแพ็คเกจเสร้จ ก็จะตรวจเลือด ชาย หญิง เพื่อหาค่าเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ หลายๆตัว เผื่อมีจุดบกพร่องอีก และพวกพาหะ ผู้หญิงจะตรวจเยอะกว่าผู้ชาย ซึ่งผลออกมาอยู่ในเกณฑ์ทั้งคู่ แต่แฟนผมจะฮอร์โมนไททรอยทางสูง หมอเลยให้ยาปรับ ส่วนผมมีพาหะทาลัสซีเมียแต่แฟนไม่มีก็เลยโชคดีไป จากนั้นก็กลับบ้าน รอแฟนมี ปจด แล้วเมื่อหาย1-2วันก็ไปหาหมอ แล้วหมอก็จะตรวจภายใน เช่นความหนาผนังมดลูก ผิวผนังมดลูก เพื่อประเมินเพื่อจ่ายยาต่อไป ep.3 จะมาเล่าการฉีดยากระตุ้นไข่ และยาชะลอให้ไข่สุกพร้อมกันจะได้เก็บไข่ครั้งเดียวปริมานเยอะๆ

ขอบคุณครับผม รอ EP.3 ครับ

โน๊ตแรกที่โพสต์คือ ซื้อ Toffee cake ชลบุรี 555

1ปีผ่านไปก็ยังซื้ออยู่ดี อาร่อยยย😋

#siamstr #thailandzapathon

Replying to Avatar Xsara8

งานสี่ด้าน

GM #siamstr

"โอ้งานงอกแล้วสิ" ผมเชื่อว่าทุกท่านก็คงจะเคยได้ยินประโยคนี้ เป็นคำอุทานที่มักใช้ตอนที่เรา ทำอะไรผิดพลาดจนเกิดปัญหา แต่ช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมพึ่งได้เจอคำว่างานงอกของจริง งานที่ 1 แตกแยกย่อยเป็นงานที่ 2 ตามมาด้วยงานที่ 3 ที่จะพาไปสู่งานที่ 4, 5 และ 6 ต่อไป เรียกได้ว่างอกมาวันละไร่ ทำเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่ม

ผมยังคงมีความสุขกับงานและส่วนใหญ่งานเหล่านี้คืองานที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองด้วย (สั้นก็คือ "หาทำ" นั่นแหละฮะ 555) แต่หลายอาทิตย์เข้าก็ชักเริ่มเยอะซะแล้วสิ จะจัดการกับกองพะเนินนี้ยังไงดี?

จนผมได้ไปเจอกับ นิทานเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสามก๊ก ขอเรียกชื่อว่า "ถังน้ำของขงเบ้ง" ก็แล้วกัน

นิทานถังน้ำของขงเบ้งนั้น เป็นเรื่องราวที่ขงเบ้ง ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการงานที่มากมายของเล่าปี่ โดยแบ่งงานออกเป็น 4 ชนิดและเปรียบเทียบเป็นแต่ละสิ่งต่างกัน

1. งานประเภทก้อนกรวด (งานที่ด่วนและสำคัญ) : เช่นงานที่มีเดดไลน์กำหนดชัดเจนและใกล้เวลาเต็มที, งานที่ส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆของชีวิต / Reward สูง Risk สูง แน่ๆ ถ้าไม่ทำ

2. งานประเภทก้อนหินใหญ่ (งานที่ไม่ด่วนแต่สำคัญ) : งานซึ่งไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ไกลออกไป อาจหมายถึงงานซึ่งหวังผลในระยะยาวเช่น การพัฒนาทักษะ การ คนใช้เครื่องมือทุ่นแรง การออกไอเดีย ,การวางแผนงานโปรเจคใหม่ๆ / Reward สูง Risk ต่ำ

3. งานประเภทเม็ดทราย (งานที่ด่วนแต่ไม่สำคัญ) : เช่นงานทั่วไปที่ต้องใช้เวลา หรือโฟกัสไปกับงานเช่น การจัดระเบียบเอกสาร, จัดการธุระส่วนตัวต่างๆ, งานสังคม/ Reward ปานกลาง Risk ปานกลาง

4. งานประเภทน้ำ (งานที่ไม่ด่วนและไม่สำคัญ): เป็นเรื่องที่เรามองแล้วไม่ควรเสียเวลาด้วย /Reward ต่ำ Risk ต่ำ

- มีงาน 4 ด้านแล้ว ถังน้ำเกี่ยวอะไร ?

ถังน้ำก็เปรียบเสมือนเวลาในชีวิตของเรา ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ถ้าใส่แต่น้ำไปเต็มถัง ถังก็เต็มไม่สามารถใส่อย่างอื่นได้อีก

ถ้าใส่ทรายลงไปเต็มถัง น้ำก็ยังพอจะแทรกในทรายได้

ถ้าใส่แต่กรวดลงไป ทรายและน้ำก็ยังพอใส่ได้ แต่จะไม่มีที่สำหรับก้อนหินใหญ่เลย สุดท้ายก้อนหินใหญ่เหล่านี้ก็จะกลายเป็นก้อนกรวดในวันข้างหน้า เป็นงานที่ใกล้วันเข้ามาแล้วนั่นเอง

เปรียบเหมือนการบริหารงานในชีวิตของเรา ถ้านำหลักการบริหารงานมาใช้ ก็อาจแบ่งเรียงลำดับได้ว่า 1.ทำทันที, 2.กำหนดจัดการ, 3.แจกให้คนอื่นทำ, และ 4. ไม่ทำ เพื่อเป็นการเร่งจัดการงานที่ค้างให้หมดไวที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเราในโพสต์นี้

- งานกับถังที่มีจำกัด

แต่ถ้าเราต้องการขนสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดล่ะ เราควรเริ่มจาก หินก้อนใหญ่, เมื่อหินก้อนใหญ่เต็ม จึงใส่ก้อนกรวดลงไป เพราะก้อนกรวดแทรกไปตามช่องว่างของหินก้อนใหญ่ได้, ต่อมาเม็ดทราย ปิดสุดท้ายด้วยน้ำ ด้วยเหตุผลเดียวกัน.. ช่องว่างที่ใหญ่ก็เปรียบเสมือนเวลาที่ยังเหลือทิ้ง ยิ่งเติมช่องว่างให้เล็กลง เรายิ่งใช้เวลาได้มากขึ้น

เหมือนกับกองพะเนินงานของผม หลังจากที่ผมประเมินงานทั้งหมด มีงานประเภทก้อนกรวดน้อยมาก ในขณะที่ส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภทก้อนหินใหญ่

งานกฎหมายซึ่งมีกำหนดการล่วงหน้า, รายการกฎหมายชาวบ้านทุกเสาร์-อาทิตย์ หรือ Right shift ที่มีรูทีนชัดเจนเช่นรายการ สภายาส้ม หรือ Onlynips เปรียบเสมือนงานประเภทก้อนกรวด

ส่วนที่เหลือจะเป็นโปรเจคระยะยาว หรืองานที่ไม่มีกำหนดเวลาอันใกล้ เช่น งานแปลหนังสือ, รายการอื่นๆ, งานฟ้องคดี และการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว้าเดิมในการทำงาน, การพัฒนาทักษะที่ต้องการ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนงานก้อนหินใหญ่

เมื่อเรายังไม่มีงานด่วนมากนัก..ก็สร้างมันขึ้นมาซะเลย โดยการทุบก้อนใหญ่ออกมาให้แหลก แยกงานชิ้นใหญ่ออกมาให้เล็ก ซึ่งบางส่วนก็จะกลายเป็นทราย เพื่อเติมเต็มช่องว่างของก้อนกรวดต่อไป

งานชิ้นใหญ่อย่างการวางแผนโครงสร้าง หรือโปรเจคงานต่างๆ ย่อมเต็มไปด้วยขั้นตอนและวิธีการแยกย่อยเต็มไปหมด ถ้าเราวิเคราะห์และเข้าใจถึงเนื้องานได้ แบ่งแยกได้ว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น เหมือนแยกทรายออกจากกรวด หรือบางที หินก้อนนั้นอาจมีโพรงข้างในก็เป็นได้หมายถึง ง่นที่ดูยิ่งใหญ่ แต่ขริงๆแล้วกระบวนการด้านในกลับไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถทำงานได้อย่างง่าย เท่านี้ก็เป็นการกำจัดอากาศออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้อีกขั้น

-แล้วงานประเภทน้ำล่ะ?

ดูเผินๆ น้ำดูไม่มีความจำเป็นอะไร เป็นเรื่องที่ตัดทิ้งไปซะก็ดีแต่ว่า สิ่งนี้คือการปรับสมดุล ถ้าไม่มีน้ำคอยชุ่มฉโลม จะมีก้อนหินที่แห้งผาดเหล่านี้ไปทำไม เหมือนคนที่ทำแต่งาน ถ้าไม่เติมพลังให้กับชีวิต เราจะมีชีวิตไปทำไม ในอีกแง่หนึ่งเมื่อคนที่สามารถจัดการงานพร้อมให้เวลาตัวเองมีความสุขได้ เขาต่างหากคือคนที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าอย่างแท้จริง

สุดท้ายเป้าหมายของคนที่ทำงานอย่างหนักคืออะไร? ก็คืออยากทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น เพื่อให้มีความสุข หรือเพื่อฝันใดๆก็ตาม มันจะมีประโยชน์ถ้าถึงวันนั้นเราไม่ได้อยู่ดูฝันนั้นเบ่งบาน

ทรัพยากรที่จำกัดที่สุดของมนุษย์เราคือ เวลา แม้เราจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่การเก็บเกี่ยวเวลานี้ต่างหากที่ทำให้พวกเราต่างกัน บางคนเก็นได้ 2 ชั่วโมง บ้างก็ได้ 4 ชม. แต่บางคนสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็น 100 ชม. ....ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำและมุมมองของแต่ละคน สุดท้ายนี้ขอให้โชคดีครับ ทำงานให้มีความสุข

ลึกซึ้งเลยครับน้อง ขอคารวะหนึ่งจอก

หูย ฉ่ำๆเลยครับ น่ากินมาก

Replying to Avatar U

ปลดล็อกศักยภาพร่างกายไปอีกขั้น!

จากการเดินขึ้นเขาหลวงระยะทาง 3.7 กิโลแม้ว ความสูง 1,200 เมตร ความชันที่ระดับ 45-70 องศา

แบบที่ไม่ได้กินอะไร

เตรียมคาร์บ แหล่งพลังงานแบบเร่งด่วนไปด้วยนะ ทั้งเยลลี่ กล้วยตาก แต่ไม่ได้เติมอะไรเข้าไปเลย เอาไปเท่าไหร่ เอากลับเท่านั้น

เพราะ มันรู้สึกว่าร่างกายไม่ต้องการ ไม่อยากได้

ตลอดทาง ดื่มแค่น้ำเปล่าผสมเกลือชมพูทั้งขึ้นและลง

ซึ่งมันรู้สึกว้าวมาก ที่แรงไม่ตกเลย ไม่รู้สึกเหนื่อยหอบ ไม่รู้สึกวิ้ง อัตราการเต้นของหัวใจส่วนใหญ่อยู่ในโซน 2-3 มีทะลุไปโซน 4 ช่วงที่ชันมากๆ

เจออากาศสวิงมากๆทั้งฝน ทั้งแดด ทั้งหนาว ไม่ป่วย

ชอบร่างกายตัวเองเวอร์ชั่นตอนนี้จังแหะ

ช่วงที่วิ่ง ออกกำลังกายเยอะๆ ยังไม่รู้สึกดีเท่านี้เลย

มันทำให้รู้ว่าถ้าอยากให้ร่างกายแข็งแรง

โฟกัสที่อาหารสำคัญกว่าโฟกัสการออกกำลังกาย

อาหารมันคือจุดเริ่มต้น เพราะต่อให้ออกกำลังอย่างดี ออกบ่อย ออกหนัก แต่กินอาหารไม่ดี ก็มาสัมผัสจุดนี้ไม่ได้เลยจริงๆนะ

ออกกำลังกายมันเป็นส่วนเสริมที่เล็กน้อยไหม ก็เล็กน้อยนะ แต่ควรทำ ยุคนี้เราเคลื่อนไหวน้อยมาก

และมันช่วยให้เราแกร่งขึ้นอีก เพราะถ้าตอนนี้ออกกำลังกายหนักเหมือนตอนนั้น คงไม่อยากนอนเป็นผัก เพราะปวดกล้ามเนื้ออยู่แบบนี้ 5555

ไปปีนเขาให้สมองได้พัก ให้ร่างกายได้บูส!

#Awakening101

#siamstr

โหดจัดเลยครับ👍

Replying to Avatar xyzy

อรุณสวัสดิ์ 💜🧡

Product ทั้ง 3 ⚡BoltRing ⚡BoltKey ⚡BoltCard อยู่ในบูทอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ งาน #TBC2024 วันที่ 14-15 ก.ย. นี้

มองย้อนกลับไป ตุลาคม 2023 ปีที่แล้วนี้เอง ผมไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลย แล้วสิ่งนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง?

#bitcoin เก็บพลังงาน

#lightning ใช้ศักยภาพของพลังงาน

#noStr โซเชียลมีเดียกระต่ายศูนย์

#siamstr หลอมรวมสามสิ่งด้านบน หลอมจอมยุทธ์

ทั้ง 4 จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเป็นไม่ได้ ขอบคุณที่พาตัวเองเข้ามาสู่โลกใบใหม่ ขอบคุณมิตรสหายในที่นี้

นี้คงเป็นคำตอบ

⚡BoltRing ⚡BoltKey ⚡BoltCard

ทั้ง 3 ตัว เป็นอุปกรณ์ไว้ ใช้-จ่าย Lightning ได้ อุปกรณ์นี้ไม่มีแบตเตอรี่ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าในการทำงาน เพียงแค่แตะอุปกรณ์นี้ กับตัวรับที่มี NFC เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่อง PoS ท่านก็สามารถ ใช่-จ่าย Lightning ได้ในอีกรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม

คลิป 1/2

https://video.nostr.build/5cef76a1ae390ac3f9f0b3b8e993338ddff1679cf93b030d324cd7f81b89563d.mp4

คลิป 2/2

https://video.nostr.build/aa9868f79d7d25232fc2e918e32f1f3a5abfc69c9227b4bbaf713653a2fd39c3.mp4

เจอกันที่งาน TBC2024 กันยานี้ ยังมีบูทสินค้าต่างๆที่น่าสนใจภายในงานอีกมากมาย ท่านใดยังไม่มีบัตร กดซื้อได้เลย ลิงก์ด้านล่างนี้ แล้วเจอกันครับ

https://rightshift.to/product/tbc2024-event-ticket/

ถ้าฟังไม่รู้เรื่อง 🤣 ฟังคลิปแบบปกติไม่แร็ปไม่เร็ว ได้ที่ท่อแดง

https://youtu.be/Y_wLdXbq1dw

#BoltRing #BoltKey #BoltCard

#zap #LNbits #NFC #nfcRing

#grownostr #plebchain #Nostrich

โคตรเท่เลยครับพี่บี

Replying to Avatar pango

Lecture 3/8 Principles of Economics

01.08.67 Wichit Saiklao

: Technology and Energy

ฉบับเต็ม uncut version แบบดิบและเถื่อน

# Introduction

Technology + Energy & power

Technology ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้น เราประหยัดเวลามากขึ้น แต่ยังไงเราก็ยังต้องใช้ Energy & power มากตามการพัฒนาอยู่ดี

Consume & Saving

Time = เวลาในชีวิต

1. working

2. playing

ยิ่งอยากมีเวลา playing เยอะๆ เราต้องยิ่งลงทุนในเวลา

100% produced

> 75% To consume (ทำกิน)

> 25% Saving for Capital Investment (ทำทุน) ต้องทำทุนต่อไป เพื่อสร้าง output เป็น product & service ต่อไปให้ผู้อื่นอีกเรื่อยๆ

# savings เกิดจากการ give up on consumption

Money to Capital circulation

(SAVING** is mother of capital)

เมื่อจะลงทุน (Investment) หรือ การนำไอเดียไปต่อยอดทำธุรกิจ (สร้าง Capital goods) สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ Finance

# How to finance it?

3 ways

1) own saving มี savings เองเท่าไหร่

2) borrowing ยืมคนอื่น ที่เขามี savings (energy คนอื่น) อย่าลืมว่ามี cost เขาต้องได้ yields ของการเสียโอกาสในการลงทุนของเขา แต่เมื่อเป็นของเราแล้ว เรามี money = purchasing power > เปลี่ยนไปเป็นปัจจัยในการผลิต

*money is not captital goods

3) Equity shares *พี่ชิตใช้เพื่อเปิดสาขา chit hole แบ่งความเป็นเจ้าของให้กับคนที่มี energy

เราอาจจะใช้ทั้ง 3 วิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยการผลิต หรือ Capital goods ในที่สุด

ขั้นตอน Investing (Capital goods)

+ Labor / Land

+ production goods

+ Technology

+ Energy

ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อลดต้นทุน และ เพิ่ม productivity

ผู้บริโภคควรต้องซื้อของถูกลง และ คุณภาพดีขึ้น จากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น และ productivity ที่สูงขึ้น เพราะ Capital goods ก็สามารถถูก degraded ได้ ทำให้เกิดการแข่งขันตลอดเวลา เกิดการพัฒนาการผลิต แต่ในปัจจุบัน ทั้งผู้ผลิต (capitalists) และผู้บริโภค (consumers) ต่างต้องซื้อของที่แพงขึ้น และพบกับราคาสินค้าและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นตลอดเวลา There's something wrong!

Treasury strategy (ยุทธศาสตร์การคลัง)

Capitalist จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การคลัง เก็บ Economic energy ไว้ (energy savings) เนื่องจากจำเป็นต้องใช้มันตลอดเวลา เพราะหลังเราผลิตอะไรได้ เราจะมี working capital หมุนเวียนอยู่ในขั้นตอนการผลิต อาจต้องเก็บไว้เป็นเงินสำรองเพื่อขยายเครื่องจักร เพิ่มความสามารถในการผลิต ไม่ใช่เป็น savings ทั้งหมด

Trading & Exchange

หลัง producing จนเกิด Consumer goods คือ product และ service สุดท้ายจะได้ money กลับมา และวนกลับไปสู่กระบวนการผลิตต่อไป

# Credit Expansion

Bank is the money multiplier

Savings ที่เราเก็บไว้ ทำไมมันเสื่อมค่าตลอดเวลา ?

Bank (Fractional-reserve banking)

Bank create new money supply ไปในระบบ (Inflation) และทำให้ระบบ Loan ไม่ไปที่ production สุดท้าย Loan ไปที่ Consumption ซึ่งการเข้าไปที่ Consumption จะทำให้เราบริโภคผลผลิตจากอนาคต

# Production LOAN: (ฝั่ง Investment)

Capitalist investing capital for future expected profit

# Consumption LOAN: (ฝั่ง Spending)

Consumer spending expected future productive value now

สุดท้ายการเก็บหอมรอมริบจากในอดีตถูกทำลาย เกิด Inflation เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการสร้างหนี้เพื่อการจับจ่าย (spending) มากกว่าการสร้าง Capital (investment)

ความมั่งคั่งของประเทศ ต้องลงที่ capital production + capitalist (ความสามารถในการผลิต) เกิดสังคมที่รุ่งเรือง ไม่ใช่การ spending!

เราควร work มากกว่าแดก*

# สรุปภาพรวม #

การทำ Credit expansion via Fractional-reserve banking > เกิด money supply เข้าสู่ระบบ *Inflation* > Devalue พลังงานของ Capitalists ในการปรับปรุงปัจจัยในการผลิต (cost สูงขึ้นไปเรื่อยๆ)

มันคือ การเติมน้ำในแก้วเบียร์พี่ชิต!

อำนาจในการแลกเปลี่ยนของพี่ชิตถูกถอยออกไปหลายก้าว ไม่สามารถเปลี่ยน machine ในการผลิตได้ ของราคาแพงขึ้น อำนาจลดลง ความฝันในการเป็นนายทุน (capitalist) นายทุนน้อย เภ้าแก่น้อย เกิดไม่ได้

ประเทศนี้จะมั่งคั่งได้ ต้องเพิ่มนายทุนน้อย ซึ่งยาก เพราะเราสู้คนมี Credit ไม่ได้ เราสร้าง Savings จาก Productivity เป็นพลังงานสะอาดที่เกิดจาก POW แต่ Loan ของ bank เป็นอำนาจในการเสก & เปลี่ยน record ทำให้ money ในระบบเพิ่มขึ้น

Capital มีจำนวนจำกัด แต่ทั้ง POW (พลังงานสะอาด) และ LOAN (พลังงานในอนาคต) ดันมีศักดิ์ศรี & อำนาจในการไล่ล่า Capital และอำนาจในการแลกเปลี่ยนเท่ากัน

คนตัวเล็กๆ อีกหลายแสนในประเทศนี้ที่ฝันอยากเป็นนายทุนน้อยจะเกิดได้อย่างไร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น ประเทศเรา ‘นายทุนน้อย’ ตายลงเรื่อยๆ เหลือแต่นายทุนใหญ่ไม่กี่คน

การเกิด Inflation ยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่มี Capital ยิ่งยากที่จะเข้าใกล้การมี ในขณะที่ผู้ที่มี Capital อยู่แล้วเท่านั้นจึงจะอยู่ได้

ถ้าเราต้องเป็นหนี้จริงๆ การเป็นหนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน & เพื่อการเป็นนายทุนน้อย พี่ชิตสนับสนุนความคิดนี้ แต่โลกความเป็นจริง ไม่มีรัฐไหน ที่สนับสนุนนโยบายนี้ รัฐสนใจแค่คนที่มีอำนาจโหวตอยู่ในมือ

ถ้าเรายังอยู่ในระบบ Fiat money (Credit money system) ยากมากที่จะเกิด Civilization & Wealth แก่ประเทศนี้ ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริง คือ Fractional-reserve banking**

วันนี้เรามีทางเลือก มี tool ใหม่

SAVING is mother of capital** แต่คำนี้ไม่จริงในระบบเงิน fiat

# The best saving technology = Bitcoin!

Fuck you, bank (พี่ชิตกล่าวไว้)

เถ้าแก่น้อย ต้องรู้จัก Bitcoin*

และ ชาติที่รุ่งเรือง เกิดจากการมี Capital goods ที่ดี

# Make Saving Great Again !

#siamstr

ปอลอ1 บทความนี้ไม่รวมเนื้อหาส่วน Q&A และไม่ใช่การสรุป

ปอลอ2 วนๆ ตามแผนภาพนี้ เข้าใจที่สุดแล้ว ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

ปอลอ3 อ่านถึงตรงนี้ก็ชนคับชน cheers! 🍻

ขอบคุณมากครับ cheers🍻