Avatar
WiZard
70ba36c2635f2761e02e1df2cc415127b5895a7961d8aed04e8cb0697137d439
Replying to Avatar Somnuke

โลกยุคใหม่ต้องไม่มีความเหลื่อมล้ำ ทุกคนควรมีรายได้ที่เท่าเทียมกัน

แต่ลองมองดูดี ๆ ความเหลื่อมล้ำก็คือธรรมชาติ เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเท่าเทียม คนที่เรียกร้องสิ่งเหล่านี้คุณคิดดีๆ ต่อให้เรียนเชิญมนุษย์ต่างดาวมาเป็นนายก เราก็ไม่มีวันแก้ไขสิ่งเหล่านี้ได้

.

คุณทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ได้หลับไม่ได้นอน กับผมที่นอนเกาไข่ไปวันๆ ผมควรได้เงินเท่าคุณเหรอ

.

คนที่ทำมากก็ได้มาก คนที่ทำน้อยก็ได้น้อย มันไม่เท่าเทียมตรงไหน? คนที่ไม่พยายามแต่มีเส้นสายได้ประโยชน์จากอำนาจรัฐต่างหาก ที่น่ารังเกียจ

.

ส่วนคนที่ยากจนเพราะพิการหรือไม่สามารถทำงานได้ที่สมควรช่วยเหลือจริงๆ คนรับหน้าที่ควรเป็นกองทุนที่บริหารโดยเอกชน คนที่มีกำลังทรัพย์ส่วนใหญ่เขาพร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนคนที่ลำบากจริงๆ อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นไปด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่บังคับให้เราช่วยภายใต้โครงสร้างที่ เงินจากเรา 10 มันไปถึงมือเขาแค่ 1 แถมได้หน้า ได้คะแนนนิยม ได้การตลาดโดยไม่ต้องลงทุน เป็นนักบุญทุนชาวบ้าน

.

รัฐไม่มีวันบริหารสวัสดิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

.

และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะบริหารกองทุนเพื่อคนยากจน คือ "เงิน" มันต้องเป็นเงินที่ทุกบาททุกสตางค์สามารถตรวจสอบได้โดยประชาชนทุกคน ซึ่งเงินเฟียตอย่างบาทหรือดอลลาร์ ไม่ตอบโจทย์นี้ เพราะบัญชีมันตบแต่งได้

.

การที่รัฐบังคับดึงเงินที่เปื้อนหยาดเหงื่อจากคุณ 30% หรือครึ่งนึงมาให้ผม ผมโคตรชอบเลย หลายคนคงเป็นแบบผม คือข้ออ้างเยอะแยะมากมาย สังคมกดทับ นายทุนกดขี่ ต้นทุนชีวิตไม่ดี เข้าไม่ถึงโอกาส บลาๆๆๆๆๆ แต่จริงๆ แล้ว ขี้เกียจเป็นหลัก ไม่มีอะไร..

.

แล้วมันเท่าเทียมต่อคนที่อดทน มุ่งมั่น พยายาม ขยันหมั่นเพียรรึเปล่า ยิ่งขยันมากเท่าไรก็ยิ่งถูกปล้นมากเท่านั้น แล้วจะพยายามไปเพื่ออะไร โดยเฉพาะรัฐสวัสดิการเบ็ดเสร็จในฝัน ที่พ่อพระผู้เจริญดึงเงินออกจากคนที่สร้างคุณค่าและจัดสรรให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

.

สุดท้ายใครจะลุกขึ้นมาสร้างคุณค่าให้สังคม ทุกคนก็จะไหลไปเก่าไข่เหมือนๆ กัน ใครจะอยากพยายาม เพราะยิ่งพยายามยิ่งถูกลงโทษ

.

เงินจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ก็ต่อเมื่ออยู่ในมือคนที่มีความสามารถในการสร้างคุณค่า สร้าง productivity

.

เช่น คุณที่เป็นเจ้าของกิจการ กับผมที่ดูดม้าไปวันๆ มีชีวิตเพื่อหาเงินซื้อม้าดูด ใครจะบริหารเงิน 1 ก้อนได้ดีกว่ากัน

.

คนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ก็ถูกต้องแล้วที่จะได้เปรียบคนอื่น เข้าถึงโอกาสและทรัพยากรได้มากกว่าคนอื่น แต่เฉพาะกับกติกาที่แฟร์

.

กระแสสังคมกำลังหลอกให้เราไปผิดทาง เพราะต้นตอของหายนะแห่งความเหลื่อมล้ำที่ดูเหมือนจะหนักขึ้นทุกวันๆ นี้ มันมาจากระบบการเงินที่เราใช้ วายร้ายมันคือเงินเฟียตที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อเรานี่แหละ มันดึงความมั่งคั่งของทุกคนไปอยู่ในมือคนไม่กี่คน ใครยังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนึงคุณก็จะเข้าใจเอง

.

ระบบเฟียตสร้างมหาเศรษฐีมากมาย ที่ร่ำรวยจากการถืออำนาจหรืออยู่ใกล้แหล่งอำนาจในการควบคุมเงิน มันไม่ได้เก่งจริงไอฟาย เช่น กูประสบความสำเร็จเพราะพ่อกูเป็นรัฐมนตรี กูโคตรรวยเพราะได้สัมปทานผูกขาด ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องแข่งขันกับใคร เซ็นสัญญารับเงินล่วงหน้าเป็นสิบๆ ปี

.

อันนี้แหละผมว่าความเหลื่อมล้ำที่แท้จริง สำหรับเรา คนทั่วไปต้องปีนหน้าผา แต่บางคนมันขึ้นลิฟท์

.

ดังนั้น โลกไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่เป็นคนดี ไม่คดโกง แต่ต้องการระบบที่ทุกคนสามารถ Work ภายใต้ Proof เดียวกัน

#Siamstr

โลกเรามันก็เป็นแบบนี้แหละ

พอมีน้อย ก็จะอยากได้ความเท่าเทียม (Equal)

พอมีใกล้เส้นค่าเฉลี่ย ก็จะอยากได้ความยุติธรรม (Fair)

พอมีมาก ก็อยากเป็นผู้กำหนดกฏซะเอง (Control)

วันนี้ได้ดูคลิป อ.ขิง เรื่องการทำ Consolidate Bitcoin ในกระเป๋า

ก็เลยอยากลอง เอาหน้าจอ Review ก่อนเข้าขั้นตอน sign transaction ของ SeedSigner ให้เพื่อนๆ ดูกัน ว่าเค้าทำออกมาได้สวย และ เข้าใจง่ายดีเหมือนกันนะ

ก็ไม่แน่ใจว่ามีใครที่ใช้ หรือ เคยลองใช้ wallet ทำเองตัวนี้เหมือนเราบ้างหรือเปล่า?

SeedSigner เป็น DIY Wallet ประเภท AirGap Wallet ไม่มีการเสียบสายเข้า PC หรือ Mobile เวลาที่จะทำการ Sign transaction จะใช้การ scan QR Code และ Gen QR Code ขึ้นแสดงที่หน้าจออย่างเดียว

ช่วงนี้ Raspberry pi zero ราคาถูกลงไม่แพงบ้าเลือดเหมือนแต่ก่อนแล้ว

ถ้าอยากลองทำเล่นดู ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่

https://seedsigner.com

#Bitcoin #Siamstr

สงคราม เป็นเพียง หนึ่งในพิธีกรรมหนึ่ง ที่ใช้ในการจัดแบ่งทรัพยากร

หากการจัดแบ่งทรัพยากรแต่ละครั้ง ทุกฝ่ายต่างสามารถยอมรับเงื่อนไขกันและกันได้

สงครามจะไม่เกิดขึ้น(การจัดแบ่งไม่เคยยืนอยู่บนพื้นฐานความยุติธรรม หากแต่ยืนอยู่บน พละกำลังของแต่ละฝ่ายเป็นหลัก)

เมื่อมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเริ่มร้องขอมากไปจากอีกฝ่าย จนอีกฝ่ายคิดว่าถ้าต้องเสียขนาดนี้

ตนยอมเดิมพันทรัพยากรที่มี เพื่อมาใช้ก่อสงคราม ดีกว่าสูญเสียทรัพยากรที่มีไปเปล่าๆ

นั่นจึงทำให้สงครามเกิดขึ้น ผู้ชนะย่อมได้สิ่งที่ตนต้องการไป ผู้แพ้ต้องสูญเสียในสิ่งที่ผู้ชนะร้องขอ

แรกเริ่มเดิมทีนั้น สงครามก็ยิ่งใหญ่ได้แค่เท่าที่ทรัพยากรของแต่ละฝ่ายมี

แต่เมื่อ ”เงินสามารถสร้างได้จากหนี้“ ทรัพยากรที่ใช้ก่อสงครามของทั้งสองฝ่าย

ก็มีได้มากกว่าที่มันควรจะเป็น โดยได้รับการสนับสนุนจาก "ผู้สนับสนุนเงินกู้"

และสุดท้ายการที่จะต้องมาชำระหนี้สงครามกันในภายหลัง ก็ทำให้ ผู้ชนะสงคราม

อาจไม่ใช่ผู้ชนะที่แท้จริง แต่กลายเป็น "ผู้สนับสนุนเงินกู้" กลายเป็นผู้กอบโกยผลประโยชน์จากสงครามไปทั้งหมดแทน

และนี่คือสาเหตุที่ "ผู้สนับสนุนเงินกู้" หรือจะเรียกให้ชัดก็คือ

“ผู้มีอำนาจควบคุมเงิน” คือผู้กำหนดชัยชนะของสงคราม

และเป็นผู้กอบโกยผลประโยชน์ทั้งหมดไปในท้ายที่สุด

แม้ตัวเองไม่ได้อยู่เป็นคู่ขัดแย้งในสงครามนั้นเลยก็ตาม

และ ”ผู้มีอำนาจควบคุมเงิน“ ที่ว่าอาจจะเป็นเพียงแค่กลุ่มบุคคลกลุ่มนึงเท่านั้นด้วยซ้ำ

ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำประเทศใดๆ เลยก็ยังได้

Bitcoin อาจฉีกกฏคำว่า ”ตายไปแล้วสลึงเดียวก็เอาไปไม่ได้“

ให้คนเราสามารถเอาเงินที่เก็บสะสมไปใช้ในชาติหน้าได้ ก็ได้

ภายใต้เงื่อนไขว่า

1. ชาติหน้าต้องมีจริง

2. ต้องกลับมาเกิดใหม่บนโลกใบนี้

3. ต้องเกิดมาเป็นมนุษย์

4. ต้องเป็นคนระลึกชาติได้ และจำ Seedphase และ Passphase ที่สร้างไว้ในชาติที่แล้วได้

5. คนในยุคนั้นยังคงใช้ Bitcoin กันอยู่

#Bitcoin #Siamstr

Replying to Avatar Right Shift

Pre-Order Now

The Fiat Standard ฉบับแปลไทย

The Fiat Standard

พรีออร์เดอร์ด้วยเฟียต สั่งซื้อหนังสือได้ที่ >>

Se-ed : https://se-ed.com/s/drQ9

Shopee : https://shope.ee/8zhUx65NFk

Lazada : https://s.lazada.co.th/s.mDOXm?cc

The Fiat Standard พรีออเดอร์ด้วยไลท์นิ่งที่นี่

https://rightshift.to/product/the-fiat-standard-ฉบับแปลไทย-pre-order/

ปล. เว็บเราล่มแล้วครับ เข้ายากเข้าเย็น ต้องขออภัยทุกท่าน

#Siamstr

จัดมาแลัวเรียบร้อย กำลังจะเอาเลข order ไปแทงหวยต่อ

อย่างที่รู้ๆ กัน เงิน คือ “แบตเตอรี่” กักเก็บ ”พลังงานเวลา“ ส่วนเกินของเรา

เพื่อให้เรานำไปใช้ ตอนที่เราต้องการใช้มันในอนาคตได้

ที่ใช้คำว่า ”พลังงานเวลา“ เพราะมันสามารถ แปลงเปลี่ยนเป็น พลังงาน หรือ เวลา ก็ได้

ตามความต้องการของผู้ปลดปล่อย “พลังงานเวลา” ออกมาจากแบตเตอรี่

(คนเก็บกับคนปลดปล่อยอาจจะไม่ใช่คนเดียวกัน)

แต่อย่าลืมว่า ”ร่างกาย“ ก็คือ เครื่องผลิต ”พลังงาน“ และ “เวลา” ให้กับเราโดยตรง

ถ้าเครื่องๆ นี้ มันสึกหรอ หรือ มันพังไป จนไม่สามารถผลิต ”พลังงาน“

หรือ อย่างเลวร้ายที่สุดคือ ไม่สามารถผลิต “เวลา” ให้เราได้อีกต่อไปแล้วเมื่อไร

ไอ้ “พลังงานเวลา“ ที่เราเก็บๆ ไว้มาตลอด มันก็ไร้ค่า

ในยามนี้ เราได้พบ แบตเตอรี่ ที่ใช้กักเก็บ ”พลังงานเวลา“ ที่ดีที่สุดแล้ว

แต่ก็อย่ามัวแต่สนุกกับการเติมแบตเตอรี่นี้ จนลืม ดูแลรักษา เครื่องผลิตที่ว่าไปเชียว

หากเราบำรุง ดูแล ไม่พยายามทำมันให้พัง มันอาจจะจ่าย พลังงาน ที่มันสามารถผลิตได้ต่อวันได้มากขึ้นกว่าเดิม หรืออย่างน้อย อัตราการจ่ายพลังงานต่อวันของมัน คงจะไม่ลดลงรวดเร็วมากกว่าที่มันควรจะเป็น

และที่สำคัญที่สุด มันจะผลิต “เวลา” ที่จะมาเป็น ”เวลาสำคัญ“ หรือ “เวลาที่เรารอคอย“ ให้เราได้เรื่อยๆ จนถึงวันที่เราคิดว่าเราพอใจแล้วที่จะส่งมอบ แบตเตอรี่นี้ ให้คนที่เราอยากมอบให้ โดยไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง

ลองกล้าใช้ “พลังงานเวลา” ที่หาได้ ข้อนกลับมา ดูแลรักษา เครื่องผลิต มันบ้าง

อย่าทำงานมากจนร่างพังกันนะชาวทุ่งม่วงทุกท่าน สวัสดี :)

ปล. ตอนแรกคิดจะพิมพ์อะไรสั้นๆ ทำไมมันยาวได้วะเนี้ยะ

#Siamstr

เมื่อสักครู่ ใครถอน Bitcoin ออกจาก Exchange เยอะแยะ ขนาดนี้ สารภาพมาซะดีๆ

#bitcoin #siamstr

ไม่เคยมี เลยไม่ย้าย เพราะทำใช้เอง

Hello Nostr!!