Avatar
WiZard
70ba36c2635f2761e02e1df2cc415127b5895a7961d8aed04e8cb0697137d439

คงเป็นการเรียกชำระค่า enable feature ด้วยข้อมูลส่วนบุคคลแบบไม่จำเป็นต้องระบุไว้ใน consent เพราะ ยังไงก็ไม่มีหลักฐานมาเอาผิดธนาคารได้อยู่ละ

Don’t Thai to me = อย่ามีน้ำใจกับฉัน

เพราะว่า เราเคยมีเพลงที่ร้องว่า

“คนไหนคนไทยจะรู้ได้ไง? ถ้ามีน้ำใจหล่ะคนไทยแน่นอน”

#siamstr

ถ้าผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ไม่สามารถคุมจำนวนประชากรของตนเองได้ จะมีผู้อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารตัวใหม่ มาควบคุมปริมาณตัวเก่าแทน ธรรมชาติมันปรับสมดุลย์ตัวเองเสมอ

UEFA Women's Champions League 2024-2025

The Winner is Arsenal

#arsenal #siamstr

วันนี้ขอมาแนะนำการเอา Sats ไปต่อ Sats ใน LN Market

ซึ่งก็เป็นวิธีการเพิ่ม Sats ด้วย Sats ที่เรามีอย่างนึง สำหรับผู้รักความเสี่ยง(ผีพนัน)

หลักการคำนวณยอดเงินที่ใช้วาง Margin ของ LN Market นั้น

เค้าจะถือว่าทุกครั้งที่เราเปิด Position เท่ากับการเอา Sats ที่เรามีมาวางเป็น Margin แทนเงิน USD แล้วผลกำไรขาดทุนที่ได้จะถูกคำนวณกลับไปเป็น Sats ดังนั้น จะไม่มีการขาย Sats ไปเป็น USD หรือ ขาย USD กลับไปเป็น Sats แต่อย่างใด

เมื่อทำการปิด Position ลงไป เราก็จะได้รับ Sats จำนวนเท่าเดิมกับที่เราวาง Margin ไว้ +/- ด้วย Profit/Loss ที่คำนวณมาเป็น Sats แล้วคืนกลับมา

และแน่นอนการฝากถอนก็ทำได้ผ่าน Lightning network

ก็ถือเป็นการนำ Sats ไปหมุนหา Sats เพิ่ม ที่น่าสนใจอย่างนึง

แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ การกระทำเช่นนี้

เราไม่ได้ คาดหวังผลว่าจะได้ Sats เพิ่มขึ้น เป็นประเด็นหลัก

แถมตรงข้ามเลย เราใช้ Sats จำนวนเล็กน้อยเท่าหมอยมด

ที่เราพร้อมจะเสียมันไปอยู่แล้ว ทั้งจากการแทงพนันพลาดและจากการปิดตัวไปของ web โดยที่เราคาดไม่ถึงเอาไว้แล้ว

โดยที่ทำไปเช่นนั้นก็เพื่อแก้อาการคันมือ จะได้ไม่ไปยุ่งกับ

#bitcoin ที่เรามีไว้ถือ Hold อย่างแท้จริง เพียงแค่นั้นเอง

G Token = Pandora’s Box.

ใครจะเห็นมันเป็นยังไงฉันไม่รู้

แต่สำหรับฉันแล้ว มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรไปเปิดมันออกมาจริงๆ

คุณแน่ใจจริงๆ รึ? ว่าคุณจะควบคุมความโลภ ของนักการเมืองได้

#siamstr

แล้วถ้ารัฐบาลหมดอายุไขก่อน Token นี้หมดอายุ

รัฐบาลหน้ามีสิทธิ์ปฏิเสธการซื้อคืนได้หรือไม่?

หรือแม้แต่รัฐบาลอาจจะต่ออายุให้ Token นี้ออกไปเรื่อยๆ โดยจ่ายแต่ดอกเบี้ยให้ผู้ถือ Token ไปทุกปีแทนแบบนี้หล่ะ ทำได้หรือไม่?

ไม่อยากจะพูดตรงๆ ว่า เค้าน่าจะขายขาด แล้วสุดท้ายมันคงจบด้วยการ Rug pull

อาม่าผมสมัยท่านยังมีชีวิตอยู่เคยเล่าให้ฟังว่า

สมัยก่อนทองคำเคยซื้อขายกันที่ราคา บาทละหลักสิบบาท

ใช่แล้วครับทองคำเคยราคาบาทละไม่ถึง 100บาท มาก่อน

ซึ่งผมเข้าใจว่าสมัยนั้น เงินบาท(เหรียญบาท) ยังผลิตจากแร่เงิน ความบริสุทธิ์ 95%+ อยู่เลย เงิน 1บาท จึงมีค่าเทียบเท่า แร่เงินหนัก 1 บาทจริงๆ และ ที่สำคัญ ราคาแร่เงินตอนนั้นก็มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับทองคำ จึงอาจพูดได้ว่า เงินบาทในยุคนั้น นับว่าเป็น Store of value ที่ดี ไม่ต่างชั้นกับทองคำเลย

หลังจากนั้นเหรียญบาทก็ถูกผลิตใหม่โดยใช้โลหะอย่างอื่นแทนที่ไม่ได้ใช้แร่เงินผสมอีกต่อไป พร้อมเกิดการปรับตัวของราคาทองคำที่พุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึง 400บาทในที่สุด

แน่นอนว่า ทองคำ 400 คือราคาที่คนสมัยนั้น เคยฮือฮาว่าทองแพงมากๆ มาก่อน และมันก็ค้างอยู่ที่ราคานั้นหลายสิบปีจนเกิดเหตุ Nixon shock

บ้านใครยังมีผู้สูงอายุ(100ปี+) ลองสอบถามราคาทองคำสมัยท่านดูครับว่าจริงหรือไม่

Replying to Avatar satuser

Satoshi Nakamoto ไม่จำเป็นต้อง “รู้ล่วงหน้า” ว่าจะมีหัวข้อข่าว “Chancellor on brink of second bailout for banks” ในวันที่ 3 มกราคม 2009 แต่เพียงเข้าถึงสำเนา The Times ฉบับวันนั้น (ทั้งแบบปริ้นท์หรือออนไลน์) แล้วคัดลอกหัวข้อข่าวมาฝังในข้อมูลของ genesis block ผ่านพารามิเตอร์ coinbase ก่อนคำนวณ hash เพื่อสร้างบล็อกแรก ซึ่งกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่นานหลังการเผยแพร่หัวข้อข่าวจริง และสุดท้ายจึงคำนวณ Proof-of-Work เพื่อให้ได้ hash ที่ตรงตามเงื่อนไขของเครือข่าย  

1. วิธีที่ Satoshi ได้หัวข้อข่าว

• ในโค้ด Bitcoin เวอร์ชันแรก พารามิเตอร์ coinbase ของบล็อกอนุญาตให้ใส่ข้อความใดๆ ลงไปได้ และ Satoshi ก็เลือกใช้ข้อความจากหัวข้อหนังสือพิมพ์ The Times ฉบับวันที่ 3 มกราคม 2009 เพื่อเป็นทั้ง timestamp และแสดงเจตนาทางการเมือง  

• การคัดลอกหัวข้อข่าวตรงนี้ Satoshi น่าจะเข้าถึงหนังสือพิมพ์ The Times ฉบับปริ้นท์ที่วางจำหน่ายในอังกฤษ หรือหน้าเว็บออนไลน์ของ The Times ที่เปิดให้ดูบทความของวันนั้นทันที 

2. ฉบับปริ้นท์ vs ออนไลน์

• ข้อความ “Chancellor on brink of second bailout for banks” ปรากฏเฉพาะในฉบับปริ้นท์ของ The Times ที่จำหน่ายในอังกฤษ ในขณะที่ฉบับออนไลน์จะเขียนชื่อตำแหน่งเต็ม คือ “Chancellor Alistair Darling on brink of second bailout for banks” และฉบับสหรัฐฯ ก็ไม่มีบทความนี้เลย 

• ข้อสังเกตนี้จึงสนับสนุนสมมติฐานว่า Satoshi ต้องอาศัยสำเนาฉบับปริ้นท์ในอังกฤษ จึงเห็นหัวข้อสั้นที่ตรงกับข้อความใน genesis block 

3. การฝังข้อความใน Coinbase parameter

• พารามิเตอร์ coinbase ถูกออกแบบให้ miners ใส่ข้อมูลพิเศษ เช่น ข้อความลงไปใน transaction เพื่อใช้เก็บ arbitrary data และ Satoshi ก็ใช้คุณสมบัตินี้ฝัง headline ลงไปก่อนจะคำนวณ Merkle root และ hash ของบล็อก 

• การฝังข้อความนี้ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมนาน ถ้าข้อความมีอยู่แล้ว เขาเพียงคัดลอกแล้ววางลงในโค้ดก่อนเริ่มคำนวณ Proof-of-Work 

4. การ “manual forge” บล็อกแรก

• เนื่องจาก genesis block ไม่มีบล็อกก่อนหน้า จึงไม่สามารถอ้างอิง previous hash ได้ Satoshi จึงต้อง “forge” บล็อกแรกโดยตรง (hardcode ข้อมูลบล็อกและข้อความ) แล้วจึงคำนวณ hash ด้วย algorithm ปกติ  

• ในขั้นตอนนี้ Satoshi สร้าง block header โดยไม่ใส่ transaction อื่นใดเลย จากนั้นค่อยรันกระบวนการ mining (proof-of-work) จนพบ hash ที่ตรงตาม target 

5. ทำไมไม่ต้องรู้ล่วงหน้า

• กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังการเผยแพร่หัวข้อข่าวไม่นาน การเข้าถึงหน้าเว็บหรือสำเนาปริ้นท์ในอังกฤษสามารถทำได้ทันทีในวันเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องวางแผนล่วงหน้าหรือคาดเดาเนื้อหาเพราะหัวข้อข่าวนั้นปรากฏแล้วเมื่อเช้าวันที่ 3 มกราคม 2009 

• Satoshi อาจอยู่ในโซนเวลาของสหราชอาณาจักร ทำให้เวลาใน block timestamp สอดคล้องกับเวลาที่หัวข้อข่าวถูกตีพิมพ์จริง  

6. สรุป

Satoshi Nakamoto ไม่ได้ “รู้ล่วงหน้า” หัวข้อข่าวแต่อย่างใด แต่ใช้วิธีทั่วไปคือเข้าถึง The Times ฉบับวันที่ 3 มกราคม 2009 (print หรือ online) คัดลอกหัวข้อข่าวที่มีอยู่แล้วมาฝังในพารามิเตอร์ coinbase ของ genesis block จากนั้นก็ใช้กระบวนการ Proof-of-Work คำนวณ hash ได้บล็อกแรกขึ้นมา โดยที่ข้อความนั้นกลายเป็นทั้ง timestamp และสัญลักษณ์เชิงวิพากษ์ต่อระบบธนาคารแบบ fractional reserve  

#finding #satoshi #genesisblock #siamstr

#chatGPT #search #reason

เคยมีคนรวบรวมข้อมูล activity ของ Satoshi ใน forum Bitcoin พบว่า มันจะมีช่วงเวลานึงที่ Satoshi จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

ซึ๋ง ก็พอสันนิษฐานได้ว่านั่นคือช่วงเวลาที่เค้า “นอน”

พอนำเอาช่วงเวลาดังกล่าว มาเปรียบเทียบกับ Timezone ที่ช่วงนั้นจะเป็นเวลากลางคืน ก็พบว่าน่าจะอยู่ใน Timezone GMT+0 หรือก็คือ อังกฤษนั่นแหละ และการที่ Satoshi ใช้ พาดหัวที่อยู่บนหนังสือพิมพ์จริงๆ ที่ขายในอังกฤษก็ยิ่งตอกย้ำว่า Satoshi น่าจะพักอยู่ที่อังกฤษ ณ ช่วงเวลากำเนิด Project Bitcoin

และแล้วก็ขึ้นมาติด Top5

#siamstr #bitcoin

ขอ Note อะไรที่ยาวๆ และไม่เกี่ยวกับ Bitcoin สักหน่อย

เป็นอะไรที่อยากแสดงความเห็นมานาน แต่ก็ไม่กล้าโต้ตอบประเด็นนี้ตรงๆ ในพื้นที่ของใคร

คือ มีคนจำนวนมาก(ถึงขั้นอาจจะส่วนใหญ่บนโลกนี้ก็ว่าได้) ที่มีความเชื่อว่า ต้องมีผู้ที่คอยสร้างสรรพสิ่ง

โดยเฉพาะบรรดาสิ่งที่มีความสลับซับซ้อนทั้งหลาย เช่น สิ่งมีชีวิต โลก ดวงดาว จักรวาล มันเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีผู้สร้าง สร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็น พระเจ้า Alien หรือ Matrix ฯลฯ

แล้วก็มักมีการยกตัวอย่างด้วยการ นำวัตถุดิบ หรือองค์ประกอบของสิ่งที่มีความซับซ้อนที่มนุษย์สร้างขึ้น มาถอดชิ้นส่วน แล้วมากองรวมกัน แล้วจัดการพวกมันด้วย กระบวนการใดการะบวนการหนึ่งเพียงกระบวนการเดียว ซึ่งมักถูกยกตัวอย่างด้วยวิธีการจับทุกอย่างใส่กล่องแล้วเขย่า เป็นเวลาอันแสนยาวนาน แล้วถามว่ามันจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะประกอบกลับมาเป็นของสิ่งนั้น เพื่อยืนยันความเชื่อ เรื่องที่ต้องมีผู้สร้างมันขึ้นมาเท่านั้น ไม่มีทาง ที่ชิ้นส่วน จะมาประกอบกันเองได้

ผู้ที่มีความเชื่อว่าไม่มีผู้สร้างอย่างผม ก็เห็นด้วยในหลักการที่ยกมานั้นว่า

มันคงไม่สามารถมาประกอบรวมกลับมาเป็นเช่นเดิมได้อีกแน่ๆ หากกระทำการด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งนั้นเพียงอย่างเดียวต่อให้ใช้เวลายาวนานเท่าไร

เพียงแต่ ผมก็มีความคิดว่า สิ่งที่มีความสลับซับซ้อนทั้งหลายนั้นย่อมไม่ได้ถูกสร้างจากการทำซ้ำ Process เดียว ในระยะเวลายาวนาน แค่นั้น ดังเช่นตัวอย่างที่ผู้มีความเชื่อเรื่องผู้สร้าง ได้ยกมาเปรียบ

โดยตัวผมจะคล้อยตามความเชื่อที่ว่า ทุกสรรพสิ่ง ล้วนเกิดจาก สิ่งหนึ่ง ได้สร้างการกระทำ(กรรม)กับ อีกสิ่งหนึ่ง ด้วย วิธีการต่างๆ นานา ที่แปรเปลี่ยนไปตาม เหตุ และ ปัจจัย ณ ช่วงเวลาแต่ละขณะนั้น แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลาอันยาวไกล ซึ่งมันอาจเริ่มจากจุดเริ่มที่ไม่ใช่เหตุปัจจัยที่สลับซับซ้อนใดๆ เลย ก็ได้

แต่มีการกระทำกันจนได้ถือกำเนิดเกิด สิ่งใหม่ สภาวะใหม่ กระบวนการใหม่ๆ หรือที่เรียกว่า เหตุปัจจัยใหม่ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนหน้านั้น แล้วเมื่อผ่านกาลเวลาอันยาวไกลต่อไปๆ

จำนวนแห่งเหตุปัจจัย หรือ ผลลัพธ์(วิบาก) และ วิธีการกระทำ(กรรม)

ก็ยิ่งมีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นๆ ผลลัพธ์เริ่มมีความสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นทีละนิดๆ

จนเป็นเหตุให้เกิด สิ่งที่มีความสลับซับซ้อนมากๆ อย่างเช่น สิ่งมีชีวิต ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาได้ในที่สุด

มันก็คือการสืบทอดต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ของตัวแปรเก่าใหม่นับไม่ถ้วน ด้วยวิธีการที่มากเกินจินตนาการได้หมด ภายใต้ระยะเวลาที่นานเกินใครจะประมาณได้

บางสิ่งก็เกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปเพราะเหตุปัจจัยไม่พร้อมให้ตั้งอยู่ได้นาน

บางสิ่งก็ตั้งอยู่ได้นานจนราวกับว่ามันจะคงอยู่ได้ตลอดไปเพราะเหตุปัจจัยยังดำรงอยู่

และได้เป็น เหตุปัจจัยให้เกิด สิ่งต่างๆ ขึ้นใหม่อีกมากมาย จนราวกับสิ่งนั้นเป็น “ผู้สร้าง”

แต่สุดท้ายแล้ว ทุกสิ่งล้วน อนัตตา เป็นเพียงการรวมกันของ มวลแห่งเหตุและปัจจัย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น มิได้มีตัวมีตนอยู่จริงๆ เลย สักอย่างเดียว แม้แต่สิ่งที่ถูกเรียกว่าผู้สร้าง ก็ตาม

สิ่งใหม่จึงเกิดขึ้นเพราะสิ่งเก่าไม่ยอมรับความดับไปของตน จนเกิดการสร้างสิ่งใหม่สืบทอดต่อๆ กันไปทั้งด้วยความตั้งใจและไม่ตั้งใจ

#siamstr

ลูกแรก องค์คาร์ลอส ลง

ลูกสอง องค์เบ็คแฮม ลง

ชอบๆ

#bitcoin #siamstr

Stack sats ไม่ได้อีกที่แล้ว

อย่าลืมโอน sats ออกกันนะ

#siamstr #bitcon

เจียด sats มาเล่นพนัน

#bitcoin #siamstr

This is personal

“Stay humble eh”

#siamstr

เหมืองที่มีต้นทุนค่าไฟอาจจะไปไม่รอด

อนาคต น่าจะเหลือแต่เหมืองพลังงานเหลือใช้

กับนักเสี่ยงโชค Bitcoin Lottery miner.

ภาพที่ไม่ได้เห็นมานาน

#siamstr #bitcoin

พอใกล้ๆ จะตรุษจีน ก็เลยต้องไล่ทำความสะอาดบ้าน

เลยเอาตะกรุดหลวงพ่อซาฯ มาทำความสะอาดซะหน่อย

สภาพแผ่นก็เก่าลงไปบ้างตามกาลเวลา(2ปีกว่าๆ แล้ว)

อักขระ ยังอ่านออกได้ครบถ้วน ไม่ได้เลือนราง หายไป

ลองเอาคาถาภายในออกมาอาราธนาดู ก็ยังคงความขลังอยู่

เค้าว่ากันว่ามีเก็บไว้บูชาจะไม่อับจน เราก็คงจะบูชาต่อไป

ปล. คุณเดาถูกแล้วแหละ

#siamstr