ถ้าคนมันไม่ยอมเปิดประตูหัวใจ ทำยังไงก็เข้าไปในใจไม่ได้
ขออย่าได้ยัดเยียด #bitcoin ให้ใครที่ไม่เคยแม้แต่จะเปิดใจ
เพราะว่า เมื่อไม่เปิดใจ ก็ไม่มีทางเข้าใจ
เมื่อไม่เข้าใจ จิตใจก็จะไม่หนักแน่นพอจะถือมันไว้เฉยๆ ได้
แต่ถ้าเค้าเข้าใจอย่างท่องแท้แล้ว
เค้าจะสามารถเห็นจุดจบของมันได้ก่อนคนที่ไม่เข้าใจ
โดยไม่ต้องมานั่งรอใครบอกว่าตรงไหนคือจุดจบ
และจะรู้ตัวเสมอว่าควรทำอย่างไรเพื่อมีมันและต้องอยู่กับมัน
ดังนั้น ความเสี่ยงที่แท้จริงก็คือ
”การไม่เข้าใจ Bitcoin“ ไม่ใช่ ”ตัว Bitcoin“
ไอ้เราก็ดันเผลอตอบ Bot ไปเฉย น่าจะเห็นข้อความนี้ก่อน
เขา “ทำธุรกิจ” แต่เหยือ เชื่อว่าเป็นการ “ลงทุน”
มันก็แค่คำนิยาม
คนจนหลอกเอาเงินประชาชน เรียก “อาชญกรรม”
คนรวยหหลอกเอาเงินประชาชน เรียก ”ทำธุรกิจ“
รัฐหลอกเอาเงินประชาชน เรียก “เงินเฟ้อ” และ “ภาษี”
#siamstr #tax
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๘
ไม่มีคำอวยพรมามอบให้เพราะไม่ใช่คนมีพลังวิเศษอยู่จริง
แต่อยากฝากข้อคิดเพื่อการใช้ชีวิตก่อนเริ่มต้นปีใหม่ว่า
ปัจจุบัน คือ อดีตของอนาคต ที่เรายังสามารถแก้ไขได้อยู่
อย่าทำให้ตัวเราเองในอนาคตผิดหวังที่ส่งเรามาแก้ไขอดีตของเขาหล่ะ
Happy new year ชาว #siamstr ทุกท่านครับ
เพิ่งเห็นบทความเกี่ยวกับ seedsigner บนเว็บของ rightshift ผมเคยใช้ hw wallet มาหลายตัวเช่น trezor model one, ledger nano S, coldcard Mk4 และ seddsigner ผมชอบ seedsigner ที่สุด ดีที่สุดในทุกด้าน รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อตัวอื่นๆมาเลยครับ แนะนำให้อ่านบทความนี้และอยากให้ bitcoiner ได้ใช้งาน seedsigner จริงๆ
https://rightshift.to/2024/wazabi/17210/
#siamstr
Up ภาพผิดซะงั้น 
เพิ่งเห็นบทความเกี่ยวกับ seedsigner บนเว็บของ rightshift ผมเคยใช้ hw wallet มาหลายตัวเช่น trezor model one, ledger nano S, coldcard Mk4 และ seddsigner ผมชอบ seedsigner ที่สุด ดีที่สุดในทุกด้าน รู้สึกเสียดายเงินที่ซื้อตัวอื่นๆมาเลยครับ แนะนำให้อ่านบทความนี้และอยากให้ bitcoiner ได้ใช้งาน seedsigner จริงๆ
https://rightshift.to/2024/wazabi/17210/
#siamstr
ของดีๆ จะมีเจ้าไหนบ้างที่สุ่ม Seed ด้วยการถ่ายรูป

น่าสนใจครับ Bitcoin อาจจะเป็นผู้แบกรับความผันผวนของความบ้าคลั่งในการพิมพ์เงิน Fiat ไว้เอง แทนที่จะส่งต่อความผันผวนนี้กระจายไปยังสินทรัพย์อื่นๆ ที่เคยถูกใช้เป็น Store of value มาก่อน
อันที่จริง รัฐไม่จำเป็นต้องเจียดเงินไปซื้อ Bitcoin เป็นทุนสำรองแบบตรงๆ เลยก็สามารถมี Bitcoin เป็นทุนสำรองได้
แค่ยอมให้ ผู้ถือ Bitcoin จากทั่วโลกมา cash out BTC ผ่านการจับจ่ายในบ้านเรา ผ่านร้านค้าที่ถือกระเป๋า Lightning ที่รับรองโดยรัฐ ซึ่งอาจมอบให้ เอกชนเป็นผู้ดำเนินการ รัฐเพียงมอบ License การประกอบการเป็น Custodain wallet provider ให้ก็พอ แล้วปล่อยให้พวกเค้าแบกรับความเสี่ยงราคากันเอง แล้วรัฐก็ไปเรียกเก็บภาษีผู้ให้บริการเหล่านี้ในรูปของ Bitcoin เพื่อให้รัฐนำไปสะสมเป็นทุนสำรองต่อไป
ได้ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยเงินสกุลใหม่ๆ คนค้าขายไม่ต้องแบกความเสี่ยง ยกเว้นอยากเก็บเงินไว้ในรูปของ bitcoin รัฐบาลก็มี Bitcoin มาสะสมโดยไม่ต้องเดือดร้อนเงินประชาชน
ส่วนพวกไม่หาความรู้แต่กรูจะค้านหัวชนฝาก็ปล่อยมันไปเถอะ
สุดท้ายถ้าไม่ยอมศึกษาพวกนี้ก็จะถูกทิ้งให้เน่าตายไปกะเงิน Fiat เอง
ถ้าประชาชนเข้มแข็ง รัฐจะเป็นผู้ให้บริการ
ถ้าประชาชนอ่อนแอ รัฐจะเป็นนายเหนือหัวทุกคน
สังคมที่เต็มไปด้วยคนที่ดูแลตนเองไม่ได้
เป็นประชากรส่วนใหญ่ของสังคม
ทุกคนก็จะยอมมอบอำนาจควบคุมตนเองให้เป็นของรัฐ
เพื่อแลกกับความมั่นคงปลอดภัยของตน
ขอฝากถึงผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านการลงทุนมาก่อน
แต่เข้ามาสะสม #Bitcoin ตามกระแสนิยม หรือ ถูกป้ายยาเข้ามา
หลังจากที่เราเห็น Bitcoin ของเราเติบโตขึ้นมาตลอดช่วงที่ผ่านมาอย่างยาวนาน เราจะเกิดความมั่นใจ และ กล้าพอที่จะซื้อทุกครั้งที่ราคามันปรับตัวลง เพราะมันได้ผลทุกครั้ง จนลืมไปว่า มันก็สามารถลงอย่างยาวนานได้เช่นกัน
เวลาที่ราคาของสิ่งที่เราลงทุนปรับตัวลดลง การเอาแต่ถามตัวเองว่า
เราจะ “ซื้อเพิ่มตอนไหนดี” หรือ “รอราคาไหนช้อนเพิ่มดี”
คำถามเหล่านี้ ไม่ใช่คำถามที่ถูกต้อง
คำถามที่ถูกต้องคือ เราเอาเงินอะไรมาช้อนซื้อ
การที่เราใช้เงินที่เราไม่พร้อมจะเสียมาซื้อ
มันคือการใช้เงินกู้ยืม(ตัวเราเอง) มาซื้อ
เจ้าหนี้เงินกู้ หรือก็คือ ความกลัวในใจของตัวเราเอง
มันจะคอยรังควาญตามทวงหนี้เราตลอดเวลา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนั้นแล้ว
แต่ราคายังไม่กลับไปที่ทุนเดิม จนทำให้สุดท้าย เราจะต้องขาย สิ่งที่เราตั้งใจเก็บรักษาไว้ ออกไปในราคา/เวลาที่ไม่เหมาะสม
ถ้าลองได้โดนมันทำร้ายแบบนั้นสักครั้งแล้ว มุมมองเราจะเปลี่ยนไปหมด ความตั้งใจแต่แรกเริ่มจะถูกกัดกิน จะหลอนไปกับความรู้สึกนั้นไปอีกนานแสนนาน และถอนความรู้สึกนี้ออกได้ยากมาก
อย่าทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเลย อย่าให้ความโลภมันเข้าครอบงำเรา
ใช้เงินที่เราพร้อมจะเสียได้ทั้งจำนวนมาซื้อเท่านั้น นี่คือหัวใจ
ถามตัวเองให้มากๆ เรามี Bitcoin เพื่อให้รอด หรือ เพื่อให้รวย
ฝากไว้ให้ลองพิจารณา
#siamstr
ตลาดจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าตลาดให้ค่า #bitcoin เป็นได้แค่ store of value มันก็เป็นได้แค่ store of value ถ้าตลาดให้ค่ามันเป็น เงิน ในโลกเงินฝืด
ต่อให้มันโดน Hard fork คนก็จะถล่มขาย Bitcoin รัฐ เพื่อเอามูลค่ามายัดใส่ Bitcoin classic อยู่ดี
โหวตเล่นๆ เพื่อนๆ ชาว #siamstr คิดว่าช่วงราคาพีคของ #bitcoin รอบนี้มันจะทำให้ RSI ชนเส้นสีน้ำเงินที่ผมขีดไว้พอดี หรือ รอบนี้ไปได้ไม่ถึงเส้น หรือ ทะลุเส้นไปเลยกันแน่ 
การโจมตีค่าเงินบาทในสมัยวิกฤตต้มยำกุ้งเป็น การโจมตีที่มีสาเหตุจากไทยเราไป PEG ค่าเงินไว้กับ USD ที่ 25บาท ต่อ USD ทำให้ใครๆ ก็สามารถเอาเงิน 25บาท มาแลก 1USD กลับไปได้ จนเมื่อชาวบ้านรู้ว่า แท้จริงแล้ว เงินบาทเราไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น การเล่น 9เก ระหว่าง ธปท กับโซรอส จึงเกิดขึ้น
จนทำให้ทุนสำรองเราหมดเกลี้ยง และต้องยอมลอยปล่อยให้เงินบาทหลุด PEG
ส่วนการโจมตีเงินบาทในสมัยนี้ ไม่สามารถใช้วิธีเดียวกับสมัยก่อนได้ เพราะ เงินบาทไม่ได้ PEG กับ USD อีกแล้ว
จึงเป็นไปในลักษณะทำให้ค่าเงินผันผวนในระยะเวลาอันสั้น แทนการทำลายค่าเงินให้พังไป ทาง ธปท จึงมีหน้าที่ในการลดความผันผวนของค่าเงินไม่ให้อ่อนแข็งในระยะเวลาอันสั้นเกินไปจนธุรกิจปรับตัวไม่ทัน มากกว่าการประคองค่าเงินให้คงที่ดังเช่นสมัยก่อน
ว่ากันว่า ภาษีคริปโต ในเมืองไทย ไม่ได้ตั้งใจจะเก็บกับทุกคน
เพราะในความเป็นจริงแล้ว ระบบฐานข้อมูลต่างๆ ที่จะใช้ในการตรวจสอบผู้หลบเลี่ยงในไทยนั้น มันไม่สามารถทำได้ทั้งหมดกับทุกคนทั้งประเทศ เพราะต้องใช้เวลาและบุคลากรจำนวณมากในการตรวจสอบ
ดังนั้นกฏหมายนี้จึงเป็นเพียง การเปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปรีดไถ่หากินกับพวกโพสโชว์กำไรบน social เท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรทำความเข้าใจเรื่องภาษี เพื่อการจัดทำบัญชีอย่างถูกต้องตามระเบียบภาษี และเพื่อการวางแผนภาษีที่ดีต่อตัวเราเอง เผื่อเอาไว้ว่าวันใดวันนึง หวยอาจจะมาตกกะเราก็เป็นไปได้
เราชอบสิ่งเดียวกัน แต่เราอาจจะมีฝันที่ต่างกัน
ความฝันของ Bitcoin Trader/Investor
BTC ละ 100ล้าน บาท
BTC ละ 100ล้าน CNY
BTC ละ 100ล้าน USD
และหวังให้ราคาต่อหน่วย เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
ความฝันของ Bitcoiner
ไข่ไก่ แผงละ 100 Sats.
รองเท้า คู่ละ 100 Sats.
TV เครื่องละ 100 Sats.
และหวังให้ราคาต่อหน่วย ลดต่ำลงเรื่อยๆ
#Siamstr #Bitcoin
ก่อนอื่น ขอแยก “การใช้ซื้อสินค้า” กับ “การให้เปล่า” ออกจากกันก่อน
การให้เปล่า อย่างการ zap ให้กัน มันคือเรื่องของความพึงพอใจระหว่าง ”บุคคลต่อบุคคล“ มันมาจากความพึงพอใจที่ผู้ให้มีต่อผู้รับ
มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากไปกว่านั้น
ที่นี้ มาพูดถึงสิ่งที่เป็นประเด็นหลักจริงๆ นั่นคือ ”การใช้ซื้อสินค้า“
การนำ Bitcoin ไปใช้เพื่อ “ซื้อขาย“ มันมาจากความเชื่อลึกๆ ในใจของ ”บุคคล ต่อ Bitcoin“ นั่นคือ เชื่อว่า Bitcoin สามารถเป็น เงิน ได้ เชื่อว่าระบบเงินฝืด ดีกว่า ระบบเงินเฟ้อ และที่สำคัญสุดคือ เชื่อว่าตนก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินได้
ถ้าใครเชิ่อว่าสักวัน Bitcoin จะกลายเป็นเงิน(Electronic cash)ได้ ก็จะนำมันออกมาใช้ซื้อขาย เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะถ้าไม่นำออกมาใช้ซื้อขาย ความเปลี่ยนแปลงมันจะไม่มีทางเกิดขึ้น มันจะเป็นได้อย่างมากแค่ ที่กักเก็บมูลค่า และ ของขวัญ ของกำนัล ที่ใช้ส่งมอบให้กัน
สำหรับใครที่ไม่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นได้ หรือ เชื่อว่าระบบเงินเฟ้อที่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันดีอยู่แล้ว เค้าก็จะเก็บมันเสมือนการเก็บทองคำ(Digital gold) ที่สามารถรักษามูลค่าให้เค้าในระบบเงินเฟ้อได้ ต่อไป ไม่ได้คาดหวังความเปลี่ยนแปลงทางระบบการเงิน อย่างดีก็นำมันออกมาให้เป็นของขวัญ ของกำนัล แก่ใครสักคนที่เขาพึงพอใจ
ซึ่งมันก็ไม่ควรรีบไปตัดสินว่า ใครที่ผิดและใครที่ถูก ทุกสิ่งมันอยู่ที่ประสบการณ์การเรียนรู้ที่แต่ละคนได้ผ่านพ้นมา
เราจึงต้องนำข้อดีข้อเสียมาแสดงต่อกันเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างสามารถเข้าใจอีกฝ่ายได้ ดังเช่น ที่เราอธิบายเรื่อง Bitcoin ให้ NoCoiner เข้าใจ
1BTC = 1BTC
มีแต่คนที่เข้าใจ เท่านั้น ที่จะทนความผันผวนของราคาได้
คนที่ไม่ใช่ตัวจริง เจอมันเขย่าแรงๆ สัก 2-3 รอบ(ปรับฐานเล็ก)
ก็อาจจะต้องขนของที่เก็บไว้ออกมาขายจนหมดสิ้น
แล้วมันไม่ใช่แค่ต้องเข้าใจใน #bitcoin เพียงอย่างเดียว
แต่มันต้องเข้าใจแผนการเงิน และสภาพจิตใจของตนเองด้วย
ถ้าไม่รู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ สุดท้ายก็จะเก็บมันไว้ไม่ได้อยู่ดี
ไม่ว่าจะเสียมันไปตอนปรับฐานเล็ก หรือ
เสียมันไปตอนโผล่พ้นจากดอยลูกเก่า
หรือ อย่างเลวร้ายที่สุดคือต้องจำใจขายที่ก้นเหวลึก
คิดไว้เสมอว่า Bitcoin มันคือตั๋วเดินทาง ไปสู่ระบบการเงินใหม่
หากวันใดที่ระบบการเงินเก่ามันพังลง เราจะไม่พังตามมันไป
มันไม่ใช่เครื่องมือรวยลัด ตรงนั้นมันเป็นแค่ผลพลอยได้ อย่าพาใจให้โลภจนทำเสียแผนจนเอาเงินผิดประเภทมาซื้อ
Stay humble stack sats ด้วยเงินที่เสียไปแล้วไม่กระทบอะไรกับเราเท่านั้น ที่ทำให้เราเดินทางไกลแล้วรอด
ใครจะเข้าออกหลายรอบเพื่อคว้ากำไรมันก็เรื่องของเค้า
เราหวังแค่ว่าจะอยู่นั่งติดรถไปจนถึงปลายทางให้ได้เป็นพอ
เพราะค่าตั๋วเวลาตกรถมันแพงเสมอ และ ระบบการเงินแบบเก่า มันเริ่มพังมานานแล้ว
#siamstr
ส่วนตัวคิดว่าสิ่งที่ XRP ทำมันถูก disrupt ไปตั้งนานแล้วด้วยพวก stable coin เพราะสุดท้าย พวก Stable coin ก็ถูกกดขายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นที่ Exchange ปลายทางได้ทันที โดยเกิดความผันผวนของช่วงราคาที่น้อยกว่า
ข้อดีเดียวของ XRP จึงมีแค่ค่า fee ที่ต่ำ แต่ถ้า XRP มีราคาสูงคุณสมบัติการส่งเงินแบบประหยัดก็จะสู้ stable coin ไม่ได้ไปในทันที ดังนั้น XRP จึงจะมีราคาสูงมากๆ ไม่ได้ เพราะมันจะทำลายคุณสมบัติหลักของตนเอง
เป็นความเห็นส่วนตัว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

