Avatar
Nutdanai
7b71a8138c389174d44065b05b3f55021719ed86e92afe4b15e519395bbb787f
Normal college students who hate fiat

Happy new year #siamstr

ประสิทธ์โภชนาขอนแก่น เห็นโพสต์พี่จิงโจ้เลยตามมา อยู่ขอนแก่นแท้ๆไม่รู้ว่าร้านแบบนี้อยู่ จัด ข้าวผัดมันเนื้อเสต็กเนื้อ เสือร้องไห้(เด็ดมากจานนี้ยกให้เป็นเบอร์1เลย) ต้มขาลาย ใครมาขอนแก่นแนะนำให้มาลอง อร่อยทุกเมนูกินเพลินมาก #siamstr

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

พระเจ้ามีจริงหรือไม่ ?

จากมุมมองของ Friedrich Nietzsche ที่ปฏิเสธกฏหรือศีลธรรมของเหล่า Christian จากยุคศาสนนิยม สู่ ยุคปฏิวัติอุตสหกรรม กับการตอบคำถามที่ว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่ ?

และสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่ดูคล้ายกันคือเหล่า Atheist(อเทวนิยม) ผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ในพระเจ้า คนเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของลัทธิสุญกาศ หรือแนวคิด สุญนิยม (Nihilism)

ในด้านตัวของนิทเช่เองนิยามตัวเองว่าเป็นผู้ฝักใฝ่หรือสร้างตัวตนอีกแขนงหนึ่งขึ้นมาคือ อัตถิภาวะนิยม(Existentialism) ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามกับ สุญนิยม(Nihilism) โดยสิ้นเชิง

ดังนั้นคำว่าพระเจ้าตายแล้วและการมองเข้าไปในตัวของเค้าคือควายตาย ผู้หลั่งเลือดพระเจ้านั้นคือเรา ไม่ได้แสดงเจตจำนงแห่งชัยชนะของเหล่ามวลมนุษย์แต่อย่างใด

ในด้านกลับกันมุมมองที่ว่าเราได้ฆ่าพระเจ้าไม่ได้สิ้นสุดแค่นั้น

เพียงแต่ประโยคสั้นๆที่ว่า “God is dead,He Remains dead and we have killed him”

ถูกปู้ยี้ปู้ยำโดยลัทธิ Postmodernism(ลัทธิหลังโลกสมัยใหม่) ประโยคนี้ถูกใช้จากพวก Woke, LGBTQ+ หรือ กระทั่งพวกลัทธิไร้ศาสนาในปัจจุบัน

ซึ่งเป็นความเข้าใจและการตีความที่ผิด เหมือนกับการฟังพรรคก้าวไกลและเห็นความดีงามของพวกสังคมนิยม

นี่ถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจที่สุด ของเหล่าลัทธิที่หลงตัวเอง และ มองไม่เห็นความจริงอีกด้านหนึ่งของความทุกข์ หรือ มองว่าชีวิตคือความสุข

“To live is to suffer; to survive is to find some meaning in the suffering.”

และเมื่อเราอ่านเนื้อในประโยคจริง ของ นิทเช่ถูกกล่าวไว้ดังนี้

“God is dead. God remains dead. And we have killed him. How shall we comfort ourselves, the murderers of all murderers? What was holiest and mightiest of all that the world has yet owned has bled to death under our knives: who will wipe this blood off us? What water is there for us to clean ourselves? What festivals of atonement, what sacred games shall we have to invent? Is not the greatness of this deed too great for us? Must we ourselves not become gods simply to appear worthy of it?”

“พระเจ้าได้ตายลงไปแล้ว พระเจ้ายังเป็นความตาย และ เราคือผู้ที่ฆ่าพวกเค้า พวกเรากล้าที่จะสุขสบายได้อย่างไร ฆาตรกรในหมู่เหล่าฆาตรกร สิ่งที่ดูศักดื์สิทธิ์และทรงพลังแห่งโลกาถูกปักโดยมีดของเหล่ามวลมนุษย์ ใครจะเช็ดคราบเลือดนั้น? น้ำวิเศษจากที่ไหนจะช่วยชำระล้างตัวเรา? เทศกาลใดจะช่วยให้เราไถ่โทษ สิ่งใดจะทำให้เรารอดพ้นเพื่อเป็นการอุทศแก่พระเจ้า? ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดของความเป็นตัวเราหรอกหรือ? ต้องเป็นเรา ตัวเราที่คู่ควรกับการเป็นผู้ที่เทียบเคียงและคู่ควรกับพระเจ้า“

นี่คือประโยคเต็มที่เราพึงระลึกมันไว้

#siamstr #siamstrOG

สำหรับมุมมองคริสเตียนโปรแทสแทนต์ที่ผมลองไปถามพี่ๆในโบสถ์ มุมมองตรงกันฮะว่าการประนีประนอมกับความเสื่อมทราม ก็คือการทำบาป เราต้องใช้ชีวิตในทุกๆวันให้สมศักดิ์ศรีของพระเจ้า

โพสต์ส่งท้ายปีเก่า เนื่องจากยังไม่มีตังค์ไปแปลงเป็นบิตคอยน์เลยขอโพสต์เรื่อง fiat foodละกัน

ที่ผ่านมานี่อัดprocess foodไปเยอะมากเพราะเร็วถูกเดี๋ยวเรียนไม่ทัน บวกกับมีเงินเก็บไปซื้อของสะสม พอได้มาตามทุ่งม่วงแล้วรู้สึกเหมือนเริ่มหลุดออกจากวัตถุนิยม แล้วเอาเงินไปซื้อพวกเนื้อหรือตามสั่งเมนูที่มีเนื้อกินให้น้ำหนักเพิ่ม ก่อนหน้านี้เป็นคนที่กินปุ๊ปง่วงปั๊ป ร้องหาหมอนทันที พอเปลี่ยนเป็นเน้นแคลเยอะแต่มาจากแหล่งที่ดีชีวิตดีขึ้นเยอะ แต่ตามสั่งก็ไม่พ้นพวก seed oilอยู่ดีแต่ไม่เป็นไร ได้แอ๊คทีฟพร้อมกับอยู่ในธรรมชาติเพิ่มขึ้นทำให้ชีวิตรู้สึกมีความหมายในตัวเองบวกกับการเป็นคริสเตียนด้วย พอท้องอิ่มพอดีก็ทำเรื่องที่ productiveดีขึ้น ไม่บ้าพยายามproductiveทุกวันแบบแต่ก่อนเพราะรู้ว่าไม่เวิร์ค วันหยุดพักกินอะไรที่มีประโยชน์อยู่กับธรรมชาติ ไม่ต้องไปไล่ซื้อเพราะของมันต้องมีอะไร เป็นปีที่สุดเหวี่ยงจริงๆ

#siamstr

อะไรคือการสั่งมีเดียม แต่ได้แรร์มาครึ่งชิ้น

ขอทานที่มีเงินเดือน ฉายานี้เหมาะกับแกดีครับ อาจารย์ฝ่ายซ้ายพวกนี้เช้าฟังหัวหนักศึกษาด้วยความคิดซ้ายๆ เย็นนั่งแดกเหล้าบ่นสังคม เด็กอนุบาลยังมีproductivity มากกว่า

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ถ้าทุกคนใช้ bitcoin

ไม่มีทาง

ขณะที่การลงเอยด้วยทองคำ ยังใช้เวลาหลายพันปีนะครับ

มายเซ็ตคุณมันคอมมิวนิสตั้งแต่ยอมให้ สิ่งเลวร้ายเข้ามาเพื่อตอบข้อโต้แย้ง ไปแล้ว สำหรับผม คุณไม่ได้เรียนรู้ไรเลย หลังการถือบิทคอยน์ นอกจากอ้างอิสรภาพ แต่ต้องการให้สังคมมีอำนาจที่ต่ำลง

อ๋อ ผมจะบอกให้ เบียร์ ที่ชวนกันดื่ม กันหลาย ๆ คน สำหรับผมมันเป็นเครื่องดื่มขยะ ที่คุณเอาไว้อ้างเหตุผลเข้าสังคมโดยขาดสติ เพื่อที่จะอ้างความไร้สติว่าเป็นสิ่งแน่แท้

เพราะความจริงในตอนมีสติคุณยังไม่สามารถพูดมันออกมาได้ เรื่องพวกนี้ก็ไม่มีอะไรให้น่าเชื่อถือกับคนดื่มแอลกอฮอล์

สุรชัยนี่แทบอ้างเรื่องสิทธิป้องกันตัวไม่ได้เลยนะ จริงอยู่ที่รัฐทำแบบนั้นมันไม่ยุติธรรมที่ไม่เอาเข้ากระบวนการจริงจังเอาลงน้ำโขงแทน แต่เค้าก็คือผู้ก่อการร้ายที่ปล้นรถไฟคนนึง ฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาหยุดเหตุการณ์ซึ่ง วีรกรรมระดับนี้ ผู้ก่อการร้ายก็อ้างสิทธิป้องกันตัวได้ทุกคนสิแบบนั้น

ผมแทบไม่ทาครีมกันแดดเลย เห็นโฆษณากันโครมครามว่าต้องทาครีมกันแดด ผมนึกถึงไปสมัยปู่ย่าตายายเค้าไม่มีครีมกันแดดก็อยู่ได้ ปกติผมทาโลชั่นใฟ้ความชุ่มชื้นผิวอยู่แล้วไม่อยากทากันแดดให้มันเหนอะตัว ทุกวันนี้หน้าใสกว่าคนทากันแดดเยอะ

Replying to Avatar Jingjo

"หนึ่งในสิ่งที่ผู้คนมักเข้าใจผิดกันมากที่สุดเกี่ยวกับพลังงานคือการหลงคิดไปว่ามันเป็นสิ่งหายากหรือมีจำนวนจำกัด ในจินตนาการของผู้คนทั่วไปนั้น พลังงานของโลกมีจำนวนจำกัด และจะสูญหายไปเมื่อมนุษย์นำมาใช้เพื่อสร้างความร้อนหรือขนย้ายสิ่งของต่าง ๆ มุมมองที่เชื่อว่าพลังงานเป็นสิ่งขาดแคลนนี้มองการใช้พลังงานเป็นเรื่องที่เลวร้าย มุมมองดังกล่าวเชื่อว่าสิ่งใดก็ตามที่ใช้พลังงานย่อมหมายถึงการผลาญทรัพยากรพลังงานที่มีจำกัดบนโลกของเรา โดยทั้งสื่อกระแสหลักและแวดวงวิชาการต่างก็ทำราวกับว่าพลังงานเป็นเกมประเภท 'ซีโร-ซัม' (zero-sum game) ที่ผู้คนจำเป็นต้องแย่งชิงพลังงานมาจากผู้อื่นเมื่อต้องการใช้งานมัน ทั้งที่ความจริงแล้วพลังงานนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ผลิตขึ้นได้จากธรรมชาติ และสิ่งนี้ทำให้การใช้พลังงานมีแต่จะสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตพลังงานเพิ่มขึ้น ความขาดแคลนของพลังงานไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปริมาณของมันเลย แต่มันกลับเป็นเรื่องของความสามารถในการขนส่งพลังงานกำลังสูงไปยังที่ที่ต้องการ ณ เวลาที่ต้องการต่างหาก"

- #TheFiatStandard บทที่ 16 : บิตคอยน์และตลาดพลังงาน -

#Siamstr UPDATE

- แปลไทยดราฟต์ 2 โดยพี่ยะ เสร็จเรียบร้อยแล้วววววว

- ดราฟต์ 2 Edit 1 โดยทีม บ.ก. Right Shift เกินครึ่งทางบท 16 แล้ว (จากทั้งหมด 18 บท)

- พิเศษ! แอบกระซิบว่าจะมีการปล่อยเล่มนี้เวอร์ชัน Audio Book ภาษาไทยด้วย ส่วนใครจะให้เสียงภาษาไทย โปรดอดใจรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกที แต่รับรองว่าเสียงนุ่มฟังเพลินแน่นอน

#SiamstrOG

ผมตอนได้ยินใหม่ๆก็คิดนี้ถ้ากลัวพลังงานที่มีจำกัดอย่างน้ำมันดิบหมดไป แล้วทำไมถึงห้ามใช้เลย แล้วอ้างล้านแปด แทนที่จะใช้ตรงนี้ให้เต็มที่เพื่อพัฒนานิวเคลียร์ฟิวชั่น ที่ดีกว่า

Replying to Avatar FPT

ยุคเร่งรีบของศิลปิน?

ยุคเร่งรีบของศิลปินคืออะไร ผมเคยได้ยินคนชอบพูดว่า วาดรูปช้าๆมันไม่ทันกิน เงินที่ได้ไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป ต้องรีบๆทำให้งานเสร็จเร็วๆ และผมก็ไม่เคยตั้งคำถามเลยว่าเพราะอะไร?

อันนี้ต้องย้อนกลับไปยุค รุ่งเรืองของศิลปะและวิทยาการ คือยุคเรเนซอง มีศิลปินที่มีชื่อเสียงเยอะพอสมควร เช่น ไมเคิลแองเจโลหรือดาวินชี่ ไมเคิลแองเจโลใช้เวลาวาดหลังคาโบสถ์ให้กับพระสันตะปาปา (the last judgemen) แค่โบสถ์เดียวถึง 5 ปี หรือสถาปนิก ฟิลิโป ที่ออกแบบและสร้างโดมครอบวิหารฟอเรนซ์ ที่ใช้เวลาสร้างถึง16 ปี (สร้างยังไม่ทันเสร็จสถาปนิกก็ตายไปก่อนแล้ว) การใส่ใจและให้เวลากับมันจึงทำให้เกิดผลงานที่คนให้มูลค่าที่สูงหรืออาจประเมินค่าไม่ได้

แล้วทำไมยุคหลัง 1971 ศิลปินถึงทำแบบนั้นได้ยากและมีน้อยคนที่ทำได้ เพราะสิ่งที่เราใช้จับจ่ายกันมันสร้างง่าย ผมชอบเรียกเรียกสิ่งนี้ว่าคูปองโรงอาหาร (เพราะมันถูกจำกัดใช้แค่ในพื้นที่) เราไม่สามารถสร้างสรรค์งานที่ใช้เวลายาวนานได้เลย เพราะคูปองโรงอาหารเราเสื่อมค่าลงเร็วมากๆ มากกว่าตัวเลขที่ผอ.โรงเรียนประกาศทุกปี คนในยุคอดีตไม่เคยต้องเร่งรีบตื่นมาแล้วทำงานทุกวันหรือจำเป็นต้องมีรายได้หลายๆทางเลย เพียงเพื่อให้มีเงินเลี้ยงดูได้แค่ตัวเองได้แค่นั้น ในอดีตคนไม่จำเป็นต้องมี passive income เพราะรุ่นปู่ย่าเรา หัวหน้าครอบครัวทำงานคนเดียวเลี้ยงลูกเมียได้ 5-6 คนสบายๆ

สรุปแล้วคือศิลปินจำเป็นต้องเร่งสร้างงานให้เสร็จอย่างรวดเร็วก่อนที่คูปองโรงอาหารจะเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็วนั่นละ เราเลยได้เห็นงานศิลปะที่เป็นระดับมาสเตอร์พีชเหมือนในยุคเรเนซองน้อยลงมาก

.

.

.

#siamstr

#north101

สมัยปู่ย่าตายายผมแค่อายุเกินป.6ก็ทำงานได้หลากหลายด้วยครับ ก๋วยเตี๋ยวถ้วยละสตางค์ ถ้าบ้านไหนขยันหาเงินมากๆหน่อยก็ได้หลักร้อยทีนี้ก็สบายเลย แต่เดี๋ยวนี้เงินเสื่อมค่าซะจนบางทีเนื้อหมูแม่ง to the moon แต่ถ้าฟังเรื่องนี้จากแก๊งดาวแดงยุคนี้มันได้วกกลับมาโทษทุนนิยมว่าบังคับให้คนต้องมีpassive incomeแน่นอน

Replying to Avatar Jingjo

## รัฐสวัสดิการไก่🐓

ไก่ในเล้าหลังบ้านเป็นเพศเมียทั้งหมด เนื่องจากเราเลี้ยงเพื่อเป็นปสุสัตว์ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงสวยงามแก้เหงา แม้เราจะเลี้ยงปล่อยให้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยรับแดดตามธรรมชาติของเขา แต่เราก็ล้อมรั้วจำกัดพื้นที่ และมอบ "เสรีภาพ" ให้ตามที่ central planner อย่างเราเห็นสมควร

พลเรือนไก่ทุกตัวแม้จะมีเจตจำนงเสรี (บางตัวบินหนีออกมาบ่อยมากจนต้องเสียเงินล้อมรั้วใหม่ให้สูงขึ้น) แต่ก็มีหน้าที่ชัดเจนในการสร้าง productivity เป็นไข่ให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่เราลงทุนไป และเชื่อผมเถอะ เมื่อท้องหิวมาก เมื่อผมเปิดประตูให้ออกมาสู่อิสรภาพ ไก่เกือบทั้งหมดไม่เดินออก แต่เลือกจะเดินกลับสู่คอกกินอาหารอันแสนสะดวกสบายภายในรั้วของรัฐไก่แห่งนี้

ผลประกอบการและกำไรที่ได้จากการ "อำนวยความสะดวก" ให้พลเรือนไก่มีที่นอนที่ปลอดภัยจากสัตว์ร้าย มีที่วางไข่และที่เล่นที่เพียงพอ พร้อมมีน้้ำและอาหารเสิร์ฟถึงเล้าในลักษณะ "รัฐสวัสดิการ" ให้อย่างเท่าเทียมกันทุกตัว (เฉลี่ยกินวันละ 120 กรัม/ตัว) คือไก่ทุกตัวมีส่วนร่วมในการผลิตไข่รายวันได้อย่างเหมาะสมกับ time & energy ที่พวกมัน (และผม) ใช้ไปในแต่ละวัน

### ไก่ทุกตัวเท่าเทียม แต่ไก่บางตัวเท่าเทียมกว่า

เมื่อรัฐไก่ในระบอบสังคมนิยมดำเนินไปได้สักระยะ กลไกตลาดเสรี (เท่าที่อำนาจรัฐอนุญาต) ก็เกิดขึ้น มีไก่บางตัวแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์หงอนแดงแปร๊ดยิ่งกว่าตราค้อนเคียว และมีบางตัวร่างกายไม่แข็งแรงเท่า จึงถูกไก่คุณนายเฉิดฉายทั้งหลายไล่จิกตีแย่งอาหาร จนสุดท้ายก็ยิ่งอ่อนแอและผอมโซลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งพอกินไม่เพียงพอ ไก่โซย่อมไม่สร้างผลผลิตไข่รายวัน

ผมจงใจปล่อยให้มันโดนจิกตีอยู่เช่นนั้น ไม่มีการมอบ "รัฐสวัสดิการ" อาหารพิเศษและคอกกินพิเศษที่ปลอดภัยให้แก่มัน

### แต่ทว่า Big Brother is watcing you.

รัฐไก่ของผมมีวงจรปิดเพื่อสอดส่องดูแล "ความปลอดภัย" ให้พลเรือน และมีผู้นำของฟาร์มที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายรัฐ และทำหน้าที่เป็น lender of last resort ควรช่วยเหลือรัฐไก่ทุกครั้งที่มีปัญหา (ให้เงินซ่อมรั้ว ให้กู้ยืมค่าอาหารไก่ ฯลฯ)

ผู้นำสูงสุดยกหูโทรสั่งการผมว่าให้ทำการ bail out ไก่โซดังกล่าวมาดูแลพิเศษในสุ่มนอกเล้า โดยให้มอบ "รัฐสวัสดิการไก่" ให้กับไก่ปวกเปียกตัวดังกล่าวเป็นที่พักที่ปลอดภัยในสุ่มที่มีทั้งคอนและแกลบให้คุ้ยเขี่ย มีหลังคาพลาสติกบังแดดลม และมีการจัดหาอาหารและน้ำสะอาดให้เป็นพิเศษ

การบริหารจัดการทรัพยากรจึงถูกบิดเบือน ปกติผมใช้เวลาดูแลไก่และเก็บผลผลิตไม่เกิน 20-30 นาทีต่อวัน กลายเป็นต้องเพิ่มมาอีกราว ๆ 2-3 นาทีในการบริการไก่โซดังกล่าว (และเวลาอีก 15 นาทีมาเขียนโน้ตนี้ถึงมัน)

รัฐไก่ที่มีพลเรือนทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพของมันมายาวนานตามขอบเขตเสรีภาพที่เรามอบให้ บัดนี้กลับมีอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดเสรีจนผิดเพี้ยน เพราะไก่โซดังกล่าวไม่อยู่ในสภาพที่จะสร้าง productivity ใด ๆ ให้กับรัฐได้ เป็นชนชั้นกาฝากที่กัดกินและเบียดเบียนทรัพยากรไปอย่างไร้ประโยชน์

ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกสมองบ้องตื้นและขี้เกียจสันหลังยาว ที่เอาแต่เรียกร้องรัฐสวัสดิการ แทนที่จะคิดจัดการรับผิดชอบชีวิตตัวเองให้เป็น

จบบทเรียน #รัฐไก่ สั้น ๆ จากหน้าเล้าไก่

สวัสดีครับ

#siamstr

#siamstrOG

แล้วไก่ลูกหลานที่รวยๆจากย่านดาวแดง ก็พยายามให้ฟาร์มไก่ให้รัฐสวัสดิการไก่เพิ่มขึ้นราวกับ เสกอาหารได้

พอดีจำสลับกับนิทานอิสซุป ep1นะครับ พอดีฟั

เสร็จแล้วมาฟังสภายาส้มepนี้ต่อเลย