Avatar
ทางนิพพาน พุทธวจน
8a71e660f24e159c586112f3ad7297f9291b207762580df76c239a48276075b7
พระธรรมคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ที่เรียกว่า ‘สัตว์ สัตว์’ ดังนี้, อันว่าสัตว์ มีได้ด้วยเหตุเพียงเท่าไรเล่า พระเจ้าข้า ! ”

ราธะ! ความพอใจอันใด ราคะอันใด นันทิอันใด ตัณหาอันใด มีอยู่ในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารทั้งหลาย และในวิญญาณ, เพราะการติดแล้ว ข้องแล้ว ในสิ่งนั้นๆ, เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่า ‘สัตว์’ ดังนี้.

-- 📙พุทธวจนหมวดธรรม เล่มที่ ๕ พุทธวจน แก้กรรม หน้าที่ ๑๕๔

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaipb/5/154/

--------------------------

#สัตตานัง #ผู้ยึดติด #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

#สัตว์ทั้งปวง ทั้งที่เป็นคนหนุ่ม คนแก่, ทั้งที่เป็นคนพาลและบัณฑิต, ทั้งที่มั่งมี และยากจน #ล้วนแต่มีความตายเป็นที่ไปถึงในเบื้องหน้า.

เปรียบเหมือนภาชนะดินที่ช่างหม้อปั้นแล้ว ทั้งเล็กและใหญ่ ทั้งที่สุกแล้วและยังดิบ ล้วนแต่มีการแตกทำลายเป็นที่สุด ฉันใด;

ชีวิตแห่งสัตว์ทั้งหลายก็มีความตายเป็นเบื้องหน้า ฉันนั้น.

วัยของเรา แก่หง่อมแล้ว ชีวิตของเราริบหรี่แล้ว, เราจักละพวกเธอไป. สรณะของตัวเองเราได้ทำไว้แล้ว.

ภิกษุทั้งหลาย ! #พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ มีศีล เป็นอย่างดี มีความดำริอันตั้งไว้แล้วด้วยดี ตามรักษาซึ่งจิตของตนเถิด. #ในธรรมวินัยนี้, #ภิกษุใดเป็นผู้ไม่ประมาทแล้ว #จักละชาติสงสาร #ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.

-- 📙พุทธวจนหมวดธรรม เล่มที่ ๓ พุทธวจน ก้าวย่างอย่างพุทธะ หน้าที่ ๑๒๐

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaipb/3/120/

--------------------------

#ที่สุดแห่งทุกข์ #ไม่ประมาท #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

#สิ่งที่ภิกษุควรทำเมื่ออยู่ร่วมกัน ภิกษุนั้นไปสู่หมู่สงฆ์แล้ว ไม่พูดเรื่องนอกเรื่อง ไม่กล่าวเดรัจฉานกถา ย่อมกล่าวธรรมเองบ้าง เชื้อเชิญผู้อื่นให้กล่าวบ้าง ย่อมไม่ดูหมิ่นการนิ่งอย่างพระอริยเจ้า.

ภิกษุทั้งหลาย ! นี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัยข้อที่ ๗ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญบริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว.

(ในที่นี้ยกมาเพียง ๑ ข้อ จากทั้งหมด ๘ ข้อ ของเหตุปัจจัยในการได้มาซึ่งปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้)

ภิกษุทั้งหลาย ! การที่พวกเธอผู้เป็นกุลบุตร ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตด้วยศรัทธา นั่งสนทนาธรรมีกถากันเป็นการสมควร พวกเธอเมื่อนั่งประชุมกัน ควรทำกิจสองอย่าง คือ #สนทนาธรรม กัน หรือ #นั่งนิ่งอย่างพระอริยเจ้า .

-- 📙พุทธวจนหมวดธรรม เล่มที่ ๑๒ พุทธวจน เดรัจฉานวิชา หน้าที่ ๑๕๒

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaipb/12/152/

--------------------------

#ประชุม #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

เหตุ ๘ ประการ ปัจจัย ๘ ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ บริบูรณ์ แห่งปัญญาที่ได้แล้ว ... https://etipitaka.com/read/thai/23/118/

--------------------------

#สิ่งที่ใครๆ #ในโลกไม่ได้ตามปรารถนา ภิกษุทั้งหลาย ! ฐานะ ๕ ประการเหล่านี้ อันสมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก ไม่พึงได้ตามปรารถนา ๕ ประการเป็นอย่างไร คือ

สมณะ พราหมณ์ เทวดา มาร พรหม หรือใครๆ ในโลก ไม่อาจได้ตามปรารถนาว่า

(๑) #สิ่งที่มีความแก่ เป็นธรรมดา #อย่าแก่เลย

(๒) สิ่งที่มี #ความเจ็บไข้ เป็นธรรมดา #อย่าเจ็บไข้เลย

(๓) สิ่งที่มี #ความตาย เป็นธรรมดา #อย่าตายเลย

(๔) สิ่งที่มี #ความสิ้นไป เป็นธรรมดา #อย่าสิ้นไปเลย

(๕) สิ่งที่มี #ความวินาศ #เป็นธรรมดา #อย่าวินาศเลย

ภิกษุทั้งหลาย ! #สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา ก็ย่อมแก่สำหรับปุถุชนผู้มิได้สดับ เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาแก่แล้ว เขาก็ไม่พิจารณาเห็นโดยประจักษ์ว่า “ไม่ใช่สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา จะแก่สำหรับเราผู้เดียวเท่านั้น โดยที่แท้แล้ว สิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา ย่อมแก่สำหรับสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่มีการมา การไป การจุติ การอุบัติ ก็เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาแก่แล้ว เราจะมามัวเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน ทุบอกร่ำไห้ ถึงความหลงใหล แม้อาหารก็ไม่ย่อย กายก็เศร้าหมอง การงานก็หยุดชงัก พวกอมิตรก็ดีใจ มิตรสหายก็เศร้าใจ” ดังนี้.

.

ปุถุชนนั้น เมื่อสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดา แก่แล้ว ย่อมเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน เป็นผู้ทุบอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล. ภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวว่าปุถุชนผู้มิได้สดับนี้ ถูกลูกศรแห่งความโศก อันมีพิษเสียบแทงแล้ว ทำตนเองให้เดือดร้อนอยู่.

.

.

.

ภิกษุทั้งหลาย ! #สิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ก็ย่อมเจ็บไข้สำหรับปุถุชนผู้มิได้สดับ เมื่อสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาเจ็บไข้แล้ว เขาก็ไม่พิจารณาเห็นโดยประจักษ์ว่า “ไม่ใช่สิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะเจ็บไข้สำหรับเราผู้เดียวเท่านั้น โดยที่แท้แล้ว สิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ย่อมเจ็บไข้สำหรับสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่มีการมา การไป การจุติ การอุบัติ ก็เมื่อสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เจ็บไข้แล้ว เราจะมามัวเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน ทุบอกร่ำไห้ ถึงความหลงใหล แม้อาหารก็ไม่ย่อย กายก็เศร้าหมอง การงานก็หยุดชงัก พวกอมิตรก็ดีใจ มิตรสหายก็เศร้าใจ” ดังนี้.

.

ปุถุชนนั้น เมื่อสิ่งที่มีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เจ็บไข้แล้ว ย่อมเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน เป็นผู้ทุบอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล. ภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวว่า ปุถุชนผู้มิได้สดับนี้ ถูกลูกศรแห่งความโศก อันมีพิษเสียบแทงแล้ว ทำตนเองให้เดือดร้อนอยู่.

.

.

.

ภิกษุทั้งหลาย ! #สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ก็ย่อมตายสำหรับปุถุชนผู้มิได้สดับ เมื่อสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดาตายแล้ว เขาก็ไม่พิจารณาเห็นโดยประจักษ์ว่า “ไม่ใช่สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา จะตายสำหรับเราผู้เดียวเท่านั้น โดยที่แท้แล้ว สิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ย่อมตายสำหรับสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่มีการมา การไป การจุติ การอุบัติ ก็เมื่อสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ตายแล้ว เราจะมามัวเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน ทุบอกร่ำไห้ ถึงความหลงใหล แม้อาหารก็ไม่ย่อย กายก็เศร้าหมอง การงานก็หยุดชงัก พวกอมิตรก็ดีใจ มิตรสหายก็เศร้าใจ” ดังนี้.

.

ปุถุชนนั้น เมื่อสิ่งที่มีความตายเป็นธรรมดา ตายแล้ว ย่อมเศร้าโศก กระวนกระวาย ร่ำไรรำพัน เป็นผู้ทุบอกร่ำไห้ ย่อมถึงความหลงใหล. ภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวว่า ปุถุชนผู้มิได้สดับนี้ ถูกลูกศรแห่งความโศก อันมีพิษเสียบแทงแล้ว ทำตนเองให้เดือดร้อนอยู่.

...

//(ในกรณีแห่งสิ่งที่มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความวินาศไป เป็นธรรมดา ก็ได้ตรัสไว้ด้วยถ้อยคำอย่างเดียวกันกับในกรณีแห่งสิ่งที่มีความแก่เป็นธรรมดาข้างบนนี้ และพระองค์ยังได้ตรัสไว้ในลักษณะที่ตรงกันข้ามจากข้อความนี้ สำหรับอริยสาวกผู้ได้สดับ)//

-- 📙พุทธวจนหมวดธรรม เล่มที่ ๑๒ พุทธวจน เดรัจฉานวิชา หน้าที่ ๑๘๓

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaipb/12/183/

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๒ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต หน้าที่ ๔๘

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตรเต็ม https://etipitaka.com/read/thai/22/48/

--------------------------

#ปุถุชน #ปรารถนา #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุ #จักไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ไว้แล้ว #จักไม่ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้ว จักสมาทานประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ตามที่ได้บัญญัติไว้แล้ว อยู่เพียงใด #พึงหวังได้ซึ่งความเจริญอย่างเดียว ไม่มีเสื่อม เพียงนั้น ฯ

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๐ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค หน้าที่ ๖๙

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/10/69/

--------------------------

#คำแต่งใหม่ #อรรถกถา #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

[๕๔๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย #ความอิ่มในการเสพ สิ่ง ๓ อย่าง #ไม่มี ๓ อย่างเป็นไฉน

คือ ใน #การเสพความหลับ ๑

ใน #การดื่มสุรา และเมรัย ๑

ใน #การเสพเมถุน ธรรม ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความอิ่มในการเสพสิ่ง ๓ อย่างนี้แลไม่มี ฯ

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ ๒๔๗

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/20/247/

--------------------------

#เสพ #นอนหลับ #ดื่มสุรา #เสพเมถุน #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

[๕๔๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย #การขับร้อง คือ #การร้องไห้ ในวินัยของพระอริยเจ้า

#การฟ้อนรำ คือ ความเป็นบ้า ในวินัยของพระอริยเจ้า

#การหัวเราะจนเห็นฟันพร่ำเพรื่อ คือ #ความเป็นเด็ก #ในวินัยของพระอริยเจ้า

เพราะเหตุนั้นแหละ จงละเสียโดยเด็ดขาดในการ #ขับร้องฟ้อนรำ เมื่อท่านทั้งหลายเบิกบานในธรรม ก็ควรแต่ #ยิ้มแย้ม ฯ

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ ๒๔๗

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/20/247/

--------------------------

#ขับร้อง #ฟ้อนรำ #หัวเราะ #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาโดยแยบคายแล้ว #บริโภคอาหาร #ไม่บริโภคเพื่อเล่น ไม่บริโภคเพื่อมัวเมา ไม่บริโภคเพื่อประเทืองผิว ไม่บริโภคเพื่อประดับ

.

บริโภคเพียงเพื่อความตั้งอยู่แห่งกายนี้ เพื่อยังอัตภาพให้เป็นไป เพื่อระงับความหิวกระหาย เพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์

.

ด้วยคิดว่า ด้วยการบริโภคนี้เราจัก #กำจัดเวทนาเก่า ได้ด้วย และจัก #ไม่ยังเวทนาใหม่ให้เกิด ความดำเนินไปได้ ความไม่มีโทษ และความผาสุก จักมีแก่เรา

.

สมัยต่อมา ภิกษุนั้นอาศัยอาหารแล้วละอาหารเสียได้ ... คำที่เรากล่าวว่า กายนี้เกิดขึ้นด้วยอาหารอาศัยอาหารแล้วพึงละอาหารเสีย ดังนี้ เราอาศัยข้อนี้กล่าว ...

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต หน้าที่ ๑๔๓

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/21/143/

--------------------------

#อาหาร #กิน #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

... ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะกระแสแห่งธรรมย่อมถูกต้องบุคคลนี้ ใครเล่าจะพึงรู้เหตุนั้นได้ นอกจากตถาคต ดูกรอานนท์ เพราะเหตุนั้นแหละ #เธอทั้งหลายอย่าได้เป็นผู้ชอบประมาณในบุคคล และ #อย่าได้ถือประมาณในบุคคล #เพราะผู้ถือประมาณในบุคคล #ย่อมทำลายคุณวิเศษของตน เราหรือผู้ที่เหมือนเราพึงถือประมาณในบุคคลได้ ฯ

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๔ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสก-เอกาทสกนิบาต หน้าที่ ๑๒๔

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/24/124/

--------------------------

#ตัดสินคนอื่น #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

#ปัจจยาการแม้เพียงอาการเดียว ก็ยังตรัสเรียกว่า #ปฏิจจสมุปบาท (อิทิปปัจจยตา)

(๑) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #ชาติ เป็นปัจจัย ชรามรณะย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, จะไม่บังเกิดขึ้นก็ตาม, ธรรมธาตุนั้น ย่อมตั้งอยู่แล้วนั่นเทียว; คือความตั้งอยู่แห่งธรรมดา(ธัมมัฏฐิตตา), คือความเป็นกฎตายตัวแห่งธรรมดา (ธัมมนิยามตา), คือความที่ เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา).

.

ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งธรรมธาตุนั้น; ครั้นรู้ พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว, ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมตั้งขึ้นไว้ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงายของที่คว่ำ และ ได้กล่าวแล้วในบัดนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ท่านทั้งหลายจงมาดู : เพราะชาติ เป็นปัจจัย ชรามรณะย่อมมี” ดังนี้.

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุดังนี้แล : ธรรมธาตุใด ในกรณีนั้น อันเป็น #ตถตา คือ #ความเป็นอย่างนั้น , เป็น อวิตถตา คือความไม่ผิดไปจาก ความเป็นอย่างนั้น, เป็น อนัญญถตา คือความไม่เป็นไปโดยประการอื่น, เป็น อิทัปปัจจยตา คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น;

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ธรรมนี้ เราเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท (คือธรรมอัน เป็นธรรมชาติ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น)

.

.

(๒) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #ภพ เป็นปัจจัย ชาติย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม,...ฯลฯ… …ฯลฯ …

(๓) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #อุปาทาน เป็นปัจจัย ภพย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม,..ฯลฯ… …..ฯลฯ …..

(๔) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #ตัณหา เป็นปัจจัย อุปาทานชาติย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ… …ฯลฯ …

(๕) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #เวทนา เป็นปัจจัย ตัณหาย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ... …ฯลฯ …

(๖) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ ผัสสะ เป็นปัจจัย เวทนาย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ… …ฯลฯ …

(๗) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #สฬายตนะ เป็นปัจจัย ผัสสะย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ… …ฯลฯ …

(๘) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #นามรูป เป็นปัจจัย สฬายตนะย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ… …ฯลฯ …

(๙) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #วิญญาณ เป็นปัจจัย นามรูปย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ... ....ฯลฯ …

(๑๐) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะ #สังขาร เป็นปัจจัย วิญญาณย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, ...ฯลฯ… …ฯลฯ …

.

.

(๑๑) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! #เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย #สังขารทั้งหลาย ย่อมมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุที่พระตถาคตทั้งหลาย จะบังเกิดขึ้นก็ตาม, จะไม่บังเกิดขึ้นก็ตาม, ธรรมธาตุนั้น ย่อมตั้งอยู่แล้วนั่นเทียว; คือความตั้งอยู่ แห่งธรรมดา (ธัมมัฏฐิตตา), คือความเป็นกฎตายตัวแห่งธรรมดา (ธัมมนิยามตา), คือความที่เมื่อสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา).

.

ตถาคตย่อมรู้พร้อมเฉพาะ ย่อมถึงพร้อมเฉพาะ ซึ่งธรรมธาตุนั้น; ครั้นรู้ พร้อมเฉพาะแล้ว ถึงพร้อมเฉพาะแล้ว, ย่อมบอก ย่อมแสดง ย่อมบัญญัติ ย่อมตั้งขึ้นไว้ ย่อมเปิดเผย ย่อมจำแนกแจกแจง ย่อมทำให้เป็นเหมือนการหงาย ของที่คว่ำและได้กล่าวแล้วในบัดนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ท่านทั้งหลายจงดู: เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย สังขารทั้งหลายย่อมมี” ดังนี้.

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เพราะเหตุดังนี้แล : ธรรมธาตุใดในกรณีนั้น อันเป็น ตถตา คือความเป็นอย่างนั้น, เป็น อวิตถตา คือ ความไม่ผิดไปจากความเป็น อย่างนั้น, เป็น อนัญญถตา คือ ความไม่เป็นไปโดยประการอื่น, เป็น อิทัปปัจจยตา คือความที่เมื่อมีสิ่งนี้สิ่งนี้เป็นปัจจัย สิ่งนี้สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น;

.

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ธรรมนี้ เราเรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท (คือธรรมอัน เป็นธรรมชาติ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น).

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๔ ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๓๔

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/4/34/

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๖ สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ ๒๒

-- https://etipitaka.com/read/thai/16/22/

--------------------------

#อิทิปปัจจยตา #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

#เจริญอานาปานสติ ชื่อว่า #ไม่เหินห่างจากฌาน ภิกษุทั้งหลาย ! ถ้าภิกษุ เจริญอานาปานสติ แม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือ ภิกษุนี้เรากล่าวว่า อยู่ไม่เหินห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดาปฏิบัติตามโอวาท ไม่ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเปล่า ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้กระทำให้มากซึ่งอานาปานสตินั้นเล่า.

-- 📙พุทธวจนหมวดธรรม เล่มที่ ๖ พุทธวจน อานาปานสติ หน้าที่ ๘๑

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaipb/6/81/

--------------------------

#ฌาน #อานาปานสติ #สมาธิ #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

... #อริยสาวก ใด #มีความเลื่อมใสอย่างยิ่งในตถาคตถึงที่สุดโดยส่วนเดียว, เขาย่อมไม่สงสัยหรือลังเลในตถาคตหรือคำสอนในตถาคต.

สารีบุตร ! เมื่ออริยสาวก #เป็นผู้มีสัทธาแล้ว พึงหวังข้อนี้สืบไปว่า เขาจักเป็นผู้ #ปรารภความเพียร #เพื่อละอกุศลธรรมทั้งหลาย #เพื่อความถึงพร้อมแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย เป็นผู้มีกำลัง มีความบากบั่นมั่นคง ไม่ทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย.

สารีบุตร ! ความเพียรเช่นนั้นของอริยสาวกนั้นย่อมเป็น #วิริยินทรีย์ ของเธอนั้น.

.

.

สารีบุตร ! เมื่ออริยสาวกเป็นผู้มีสัทธา เป็นผู้ปรารภความเพียรอยู่แล้ว พึงหวังข้อนี้สืบไปว่า #เขาจักเป็นผู้มีสติ ประกอบพร้อมด้วยสติเป็นเครื่องระวังรักษาตนเป็นอย่างยิ่ง เป็นผู้ระลึกได้ ตามระลึกได้ ซึ่งสิ่งที่ทำและคำที่พูดแม้ นานได้.

สารีบุตร ! ความระลึกเช่นนั้นของอริยสาวกนั้น ย่อมเป็น #สตินทรีย์ ของเธอนั้น.

.

.

สารีบุตร ! เมื่ออริยสาวกเป็นผู้มีสัทธา ปรารภความเพียร มีสติเข้าไปตั้งไว้แล้ว #มีจิตตั้งมั่นโดยชอบ แล้ว พึงหวังข้อนี้สืบไปว่า เขาจักเป็นผู้กระทำแล้วได้ซึ่งโวสสัคคารมณ์ จักได้ซึ่งความตั้งมั่นแห่งจิต กล่าวคือความที่จิตมีอารมณ์เป็นอันเดียว.

สารีบุตร ! ความตั้งมั่นแห่งจิตเช่นนั้นของอริย สาวกนั้น ย่อมเป็น #สมาธินทรีย์ ของเธอนั้น.

.

.

สารีบุตร ! เมื่ออริยสาวกเป็นผู้มีสัทธา ปรารภความเพียร มีสติเข้าไปตั้งไว้มีจิตตั้งมั่นโดยชอบ แล้ว พึงหวังข้อนี้สืบไปว่า #เขาจักเป็นผู้รู้ชัดอย่างนี้ว่า “สังสารวัฏฏ์ เป็นสิ่งที่มีที่สุดอันบุคคลรู้ไม่ได้, ที่สุดฝ่ายข้างต้น ย่อมไม่ปรากฏแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก กำลังแล่นไป ท่องเที่ยวไป. ความจางคลายดับไปโดยไม่มีเหลือแห่งอวิชชาอันเป็นกองแห่งความมืดนั้นเสียได้ มีอยู่ : นั่นเป็นบทที่สงบ นั่นเป็นบทที่ประณีต กล่าวคือธรรมเป็นที่สงบแห่งสังขารทั้งปวง เป็นที่ #สลัดคืนซึ่งอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา เป็นความจางคลาย เป็นความดับ เป็นนิพพาน”.

สารีบุตร ! ความรู้ชัดเช่นนั้นของอริยสาวกนั้น ย่อมเป็น #ปัญญินทรีย์ ของเธอนั้น.

.

.

สารีบุตร ! อริยสาวกนั้นนั่นแหละ ตั้งไว้แล้ว ตั้งไว้แล้ว (ซึ่งวิริยะ) ด้วยอาการอย่างนี้, ระลึกแล้ว ระลึกแล้ว (ด้วยสติ) ด้วยอาการอย่างนี้, ตั้งมั่นแล้ว ตั้งมั่นแล้ว (ด้วยสมาธิ) ด้วยอาการอย่างนี้, รู้ชัดแล้ว รู้ชัดแล้ว (ด้วยปัญญา) ด้วยอาการอย่างนี้, เขาย่อมเชื่ออย่างยิ่ง อย่างนี้ว่า “ธรรมเหล่าใดเป็นธรรมที่เราเคยฟังแล้วในกาลก่อน, ในบัดนี้ เราถูกต้องธรรมเหล่านั้นด้วยนามกายแล้วแลอยู่ ด้วย และแทงตลอดธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญาแล้วเห็นอยู่ ด้วย” ดังนี้.

.

สารีบุตร ! ความเชื่อเช่นนั้นของอริยสาวกนั้น ย่อมเป็น #สัทธินทรีย์ ของเธอนั้น, ดังนี้แล.

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๓ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาค ๒ หน้าที่ ๑๔๒๑

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/3/1421/

--------------------------

#เลื่อมใสอย่างยิ่งในตถาคต #อริยสาวก #ศรัทธา #โสดาบัน #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

ภิกษุ ท. ! #โรคสองอย่าง เหล่านี้มีอยู่. สองอย่างอะไรกันเล่า ? สองอย่างคือ โรคทางกาย กับ #โรคทางใจ

.

ภิกษุ ท. ! ย่อมเห็นกันอยู่แล้วว่า สัตว์ทั้งหลาย ที่ยืนยันถึงความไม่มีโรคทางกายตลอด ๑ ปีบ้าง, ๒ ปีบ้าง, ๓ ปีบ้าง, ๔ ปีบ้าง, ๕ ปีบ้าง, ๑๐ ปีบ้าง, ๒๐ ปีบ้าง, ๓๐ ปีบ้าง, ๔๐ ปีบ้าง, ๕๐ ปีบ้าง, ๑๐๐ ปีบ้าง, และที่ยืนยันถึงความไม่มีโรคทางกายยิ่งกว่า ๑๐๐ ปีบ้าง, ก็พอจะหาได้.

.

.

ภิกษุ ท. ! #แต่หมู่สัตว์ #ที่จะกล้ายืนยันถึงความไม่มีโรคทางใจแม้ชั่วเวลาเพียงครู่เดียว (มุหุตฺต) #เว้นแต่พระขีณาสพแล้ว นับว่า #หาได้แสนยากในโลก .

.

ภิกษุ ท. ! #โรคของบรรพชิต สี่อย่างเหล่านี้. สี่อย่างอะไรกันเล่า ? สี่อย่างคือ :

(๑) ภิกษุในกรณีนี้ #เป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจเพราะความมักมากอยู่เสมอ, ไม่รู้จักพอด้วยผ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย และหยูกยาแก้ไข้ ตามมีตามได้.

.

.

(๒) ภิกษุนั้น เมื่อเป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจเพราะความมักมากอยู่เสมอ #ไม่รู้จักพอ ด้วยผ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย และหยูกยาแก้ไข้ ตามมีตามได้แล้ว, ย่อมตั้งความปรารถนาลามก เพื่อจะได้รับการ #คอยเอาอกเอาใจจากคนอื่น, และ #เพื่อจะได้ลาภสักการะและเสียงเยินยอ.

.

.

(๓) ภิกษุนั้น ย่อมวิ่งเต้น #ขวนขวาย พยายาม #เพื่อจะได้รับการเอาอกเอาใจจากคนอื่น, และเพื่อจะได้ลาภสักการะและเสียงเยินยอ.

.

.

(๔) ภิกษุนั้น #ย่อมคิดวางแผนการเข้าสู่สกุล ย่อมคิดวางแผนการนั่งในสกุล ย่อมคิดวางแผนการกล่าวธรรมในสกุล ย่อมคิดวางแผนการทนกลั้นอุจจาระปัสสาวะ #คลุกคลีอยู่ในสกุล

.

ภิกษุ ท. ! โรคของบรรพชิตสี่อย่างเหล่านี้แล.

.

ภิกษุ ท. ! เพราะเหตุนั้น ในเรื่องนี้ #พวกเธอทั้งหลาย #พึงสำเหนียกใจว่า “เราทั้งหลาย #จักไม่เป็นผู้มักมาก, จักไม่เป็นผู้ร้อนใจเพราะความมักมาก, #แต่เป็นผู้รู้จักพอ ด้วยผ้านุ่งห่ม อาหาร ที่อยู่อาศัย และหยูกยาแก้ไข้ #ตามมีตามได้ ; จักไม่ตั้งความปรารถนาลามก เพื่อให้ได้รับการคอยเอาอกเอาใจจากคนอื่น และเพื่อให้ได้ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ; จักไม่วิ่งเต้น ขวนขวายพยายาม เพื่อให้ได้รับการคอยเอาอกเอาใจจากคนอื่น, และเพื่อให้ได้ลาภสักการะและเสียงเยินยอ ; จักเป็นผู้อดทนต่อหนาว ร้อน หิว ระหาย ต่อสัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลานทั้งหลาย, ต่อถ้อยคำหยาบคายร้ายแรงต่างๆ, เป็นผู้อดทนต่อเวทนาที่เกิดในกาย อันเป็นทุกข์ กล้าแข็ง เผ็ดร้อน ขมขื่นไม่เจริญใจ ถึงขนาดจะคร่าเอาชีวิตเสียได้” ดังนี้.

.

ภิกษุ ท ! พวกเธอทั้งหลาย พึงสำเหนียกใจไว้อย่างนี้แล.

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๑ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๑๖๘

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/1/168/

--------------------------

#โรคทางใจ #พระ #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

--------------------------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย #ความพรากจากโยคะ ๔ ประการนี้ ๔ ประการเป็นไฉน คือ

ความพรากจากกามโยคะ ๑

ความพรากจากภวโยคะ ๑

ความพรากจากทิฏฐิโยคะ ๑

ความพรากจากอวิชชาโยคะ ๑

.

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ #ความพรากจากกามโยคะเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิดความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามทั้งหลาย ตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะกาม ความเพลิดเพลินเพราะกาม ความเยื่อใยเพราะกาม ความหมกมุ่นเพราะกาม ความกระหายเพราะกาม ความเร่าร้อนเพราะกาม ความหยั่งลงในกาม ความทะยานอยากเพราะกาม ในกามทั้งหลาย ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่า ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากกามโยคะ เป็นดังนี้

.

.

ก็ #ความพรากจากภวโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษและอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งภพทั้งหลายตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะภพ ความเพลิดเพลินเพราะภพ ความเยื่อใยเพราะภพ ความหมกมุ่นเพราะภพ ความกระหายเพราะภพ ความเร่าร้อนเพราะภพ ความหยั่งลงในภพ และความทะยานอยากเพราะภพ ในภพทั้งหลายย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่า ความพรากจากภวโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะ เป็นดังนี้

.

.

ก็ #ความพรากจากทิฏฐิโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษและอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิทั้งหลาย ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งทิฐิทั้งหลายตามความเป็นจริง ความกำหนัดเพราะทิฐิ ความเพลิดเพลินเพราะทิฐิ ความเยื่อใยเพราะทิฐิ ความหมกมุ่นเพราะทิฐิ ความกระหายเพราะทิฐิ ความเร่าร้อนเพราะทิฐิ ความหยั่งลงในทิฐิ และความทะยานอยากเพราะทิฐิ ในทิฐิทั้งหลายย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่า ความพรากจากทิฏฐิโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะ ความพรากจากทิฏฐิโยคะ เป็นดังนี้

.

.

ก็ #ความพรากจากอวิชชาโยคะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมรู้ชัดซึ่ง ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ประการ ตามความเป็นจริง เมื่อเขารู้ชัดซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องสลัดออกแห่งผัสสายตนะ ๖ ประการ ตามความเป็นจริง ความไม่รู้ ความไม่หยั่งรู้ในผัสสายตนะ ๖ ประการ ย่อมไม่เกิดขึ้น นี้เราเรียกว่าความพรากจากอวิชชาโยคะ ความพรากจากกามโยคะ ความพรากจากภวโยคะความพรากจากทิฏฐิโยคะ เป็นดังนี้

.

บุคคลผู้พรากจากอกุศลธรรมอันลามก อันเป็นเครื่องเศร้าหมอง เป็นเหตุให้เกิดในภพใหม่ มีความกระวนกระวาย มีทุกข์เป็นวิบาก มีชาติ ชรา และมรณะต่อไปอีก ฉะนั้น เราจึงเรียกว่า ผู้เกษมจากโยคะ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความพรากจากโยคะ ๔ ประการ นี้แล ฯ

.

.

สัตว์ทั้งหลายผู้ประกอบด้วยกามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ ย่อมเป็นผู้มีปรกติถึงชาติ และมรณะ ไปสู่ สงสาร

.

ส่วนสัตว์เหล่าใด กำหนดรู้กามทั้งหลาย และภวโยคะโดยประการทั้งปวง ถอนขึ้นซึ่งทิฏฐิโยคะ และสำรอกอวิชชาเสียได้ สัตว์เหล่านั้นแล เป็นผู้พรากจากโยคะทั้งปวง เป็นมุนีผู้ล่วงพ้นโยคะเสียได้ ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

จบภัณฑคามวรรคที่ ๑

.

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต หน้าที่ ๑๐

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/21/10/

--------------------------

#กาม #ภพ #ทิฏฐิ #อวิชชา #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

มีสติอันตนเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วในภายในนั่นเทียว เพื่อ #เกิดปัญญารู้ความเกิดขึ้นและดับไปแห่งธรรมทั้งหลาย ๑ ;

มีปกติตามเห็นความไม่งามในกาย ๑ ;

มีความสำคัญว่าปฏิกูลในอาหาร ๑ ;

มีความสำคัญว่าในโลกทั้งปวงไม่มีอะไรที่น่ายินดี ๑ ;

มีปกติ #เห็นความไม่เที่ยงในสังขารทั้งปวง ๑.

.

ภิกษุ ท. ! บุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะเป็นภิกษุหรือภิกษุณีก็ตาม เจริญกระทำให้มาก ซึ่งธรรม ๕ ประการเหล่านี้ ; ผู้นั้น พึงหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ในบรรดาผลทั้งหลายสองอย่าง กล่าวคือ อรหัตตผลในทิฏฐธรรม (ภพปัจจุบัน) นั่นเทียว, หรือว่า อนาคามิผล เมื่อยังอุปาทิเหลืออยู่ แล.

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๓ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาค ๒ หน้าที่ ๑๔๓๘

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/3/1438/

--------------------------

#เกิดดับ #ไม่เที่ยง #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

สุขโสมนัสที่เป็นไปเพื่อสิ้นอาสวะ ( #มัชฌิมาปฏิปทาที่แสนสุข ) ภิกษุ ท. ! ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ ย่อมเป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัส ในทิฏฐธรรมเทียว ; และการกำเนิดของเธอนั้น จักเป็นการปรารภเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะด้วย. ธรรม ๖ ประการ เหล่าไหนเล่า ? ภิกษุ ท. ! ธรรมหกประการคือ ภิกษุในกรณีนี้ :

.

เป็น ธัมมาราโม ( #มีธรรมเป็นที่มายินดี ) ;

เป็น ภาวนาราโม ( มีการเจริญภาวนาเป็นที่มายินดี ) ;

เป็น ปหานาราโม ( #มีการละกิเลสเป็นที่มายินดี ) ;

เป็น ปวิเวการาโม ( มีความสงัดจากโยคธรรมเป็นที่มายินดี ) ;

เป็น อัพ๎ยาปัชฌาราโม ( มีธรรมอันไม่เบียดเบียนเป็นที่มายินดี ) ;

เป็น นิปปปัญจาราโม ( มีธรรมอันไม่ทำความเนิ่นช้าเป็นที่มายินดี ).

.

ภิกษุ ท.! ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เหล่านี้แล ย่อมเป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัส ในทิฏฐธรรมเทียว ; และการกำเนิดของเธอนั้น จักเป็นการปรารภ #เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะด้วย .

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๓ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาค ๒ หน้าที่ ๑๔๓๖

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/3/1436/

--------------------------

#สุข #โสมนัส #มัชฌิมาปฏิปทา #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

[๑๙๓] ครั้งนั้นแล สังคารวพราหมณ์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว จึงนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งครั้นแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม

.

อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้มนต์แม้ที่ทำการสาธยายตลอดกาลนาน ก็ไม่แจ่มแจ้งในกาลบางคราว ไม่ต้องกล่าวถึงมนต์ที่ไม่ได้ทำการสาธยาย และอะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยเครื่องให้มนต์แม้ที่ไม่ได้ทำการสาธยายตลอดกาลนาน ก็แจ่มแจ้งได้ในกาลบางคราว ไม่ต้องกล่าวถึงมนต์ที่ทำการสาธยาย พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ สมัยใด บุคคลมีใจอัน #กามราคะ กลุ้มรุม อันกามราคะครอบงำอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง ...

.

...บุคคลมีใจอัน #พยาบาท กลุ้มรุม อันพยาบาทครอบงำอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดตามเป็นจริง...

...บุคคลมีใจอัน #ถีนมิทธะ กลุ้มรุม อันถีนมิทธะครอบงำอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดตามเป็นจริง...

...บุคคลมีใจอัน #อุทธัจจกุกกุจจะ กลุ้มรุม อันอุทธัจจกุกกุจจะครอบงำอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดตามเป็นจริง...

...บุคคลมีใจอัน #วิจิกิจฉา กลุ้มรุม อันวิจิกิจฉาครอบงำอยู่ และย่อมไม่รู้ชัดตามเป็นจริง ...

.

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๒ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต หน้าที่ ๒๐๖

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/22/206/

--------------------------

#ความจำ #สมองไม่ดี #พุทธวจน #ทางนิพพาน #ธรรมะ #ທັມມະ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

... “แน่ะเธอ ! #ที่สุดโลก แห่งใด อันสัตว์ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่ตาย ไม่จุติ ไม่อุบัติ, เราไม่กล่าวการรู้ การเห็น การถึงที่สุดโลกนั้น เพราะการไป.

.

แน่ะเธอ ! เรายังไม่ถึงที่สุดแห่งโลกแล้ว ก็จะยังไม่กล่าวการกระทำที่สุดแห่งทุกข์.

.

แน่ะเธอ ! ในร่างกายที่ยาววาหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยสัญญา และใจนี่เอง เราได้บัญญัติโลก, เหตุเกิดของโลก, ความดับไม่มีเหลือของโลก และทางให้ถึงความดับไม่มีเหลือของโลกไว้” ดังนี้.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๕ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๔๘๑

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/5/481/

--------------------------

#ที่สุดทุกข์ #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #SiamStr

#ข้าศึกศัตรูทั้งภายในภายนอกกำจัดเราไม่ได้ // [๑๖๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ภพก่อน กำเนิดก่อน #ละคำเพ้อเจ้อ #เว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ พูดถูกกาล พูดแต่คำที่เป็นจริง พูดอิงอรรถ พูดอิงธรรม พูดอิงวินัย พูดแต่คำมีหลักฐาน มีที่อ้าง มีที่กำหนด ประกอบประโยชน์โดยกาลอันควร

.

ตถาคตย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก เพราะกรรมนั้น อันตนทำสั่งสม พอกพูน ไพบูลย์ ฯลฯ

.

ครั้นจุติจากสวรรค์นั้นแล้ว มาสู่ความเป็นอย่างนี้ ย่อมได้เฉพาะซึ่งมหาปุริสลักษณะนี้ คือ มีพระหนุดังว่าคางราชสีห์ พระมหาบุรุษสมบูรณ์ด้วยลักษณะนั้น

.

#ถ้าอยู่ครองเรือนจะได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯลฯ

.

เมื่อเป็นพระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็นพระราชาได้รับผลข้อนี้ คือ ไม่มีใครๆ ที่เป็นมนุษย์เป็นข้าศึกศัตรูกำจัดได้

.

#ถ้าออกจากเรือน ผนวชเป็นบรรพชิต จะได้เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้รับผลข้อนี้คือ #ไม่มีข้าศึกศัตรูภายในภายนอก คือ ราคะ โทสะ โมหะ หรือสมณะ พราหมณ์เทวดา มาร พรหม ใครๆ ในโลกกำจัดได้ ...

.

-- 📙พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๑ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค หน้าที่ ๑๓๕

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thai/11/135/

--------------------------

#ศัตรู #ศัตรูภายใน #ราคะโทสะโมหะ #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #siamstr

ภิกษุ ท. ! #การนอนอย่างตถาคต #เป็นอย่างไรเล่า ? ภิกษุ ท. ! การนอนอย่างตถาคตคือ ภิกษุในศาสนานี้ เพราะสงัดแล้วจากกาม ท. สงัดแล้วจากอกุศลธรรม ท., ย่อมเข้าถึงฌานที่ ๑ ซึ่งมีวิตกวิจาร มีปีติและสุขอันเกิดแต่วิเวกแล้วแลอยู่.

.

.

เพราะวิตกวิจารรำงับไป เธอเข้าถึงฌานที่ ๒ อันเป็น เครื่องผ่องใสแห่งใจในภายใน สามารถให้สมาธิผุดขึ้นเป็นธรรมเอก ไม่มีวิตกวิจารมีแต่ปีติและสุขอันเกิดแต่สมาธิแล้วแลอยู่.

.

.

เพราะปีติจางหายไป เธอเป็นผู้เพ่งเฉยอยู่ได้ มีสติ มีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม และได้เสวยสุขด้วยนามกาย เข้าถึงฌานที่ ๓ อันเป็นฌานที่พระอริยเจ้าทั้งหลาย กล่าวสรรเสริญผู้ได้บรรลุว่า “เป็นผู้เฉยอยู่ได้มีสติอยู่เป็นสุข” แล้วแลอยู่.

.

.

เพราะละสุข และทุกข์เสียได้ เพราะความดับหายไป แห่งโสมนัสและโทมนัสในกาลก่อน เธอเข้าถึงฌานที่ ๔ อันไม่ทุกข์และไม่สุขมีแต่สติอันบริสุทธิ์เพราะ อุเบกขา แล้วแลอยู่. นี่เรียกว่า การนอนอย่างตถาคต.

.

-- 📙ชุดจากพระโอษฐ์ ๕ เล่ม เล่มที่ ๕ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้าที่ ๓๖๕

-- ลิ้งค์อ้างอิงพระสูตร https://etipitaka.com/read/thaibt/5/365/

--------------------------

#การนอน #ตถาคต #ทางนิพพาน #พุทธวจน #ธรรมะ #TangNibbana #BuddhaWajana #siamstr