Avatar
Naphat09
8b2ff7ceb4a1ea558bb929ce0d3513dfeca2cab712fd149551a961c822ace218
Founder of WelB

พี่ก็โหดไป แต่ผมมีสต็อก

ผมจะตามหาแนวคุณแจ็คให้ได้😁

Replying to Avatar Panai Lawasut

ของผมก็เรียกว่าแจกเงินครับ 5555

อีกอย่างสำคัญคือ ทุกคนต้องเติบโตครับ พยายามสร้าง career path ให้น้องๆเห็นให้ได้ อย่างเป็นรูปธรรมเลยนะครับ

ทำไปซักพักจะเริ่มเห็นว่าจะส่งน้องๆทุกคนให้โตต่อไม่ได้ ถ้าเราเองไม่โต

มันทำให้เราต้องไปต่อครับ และถึงไปต่อได้ วันนึงมันก็จะตัน

นี่คือกลไกตลาดเสรีครับ ถ้าเราสร้างvalueต่อไม่ได้ ลูกน้องโตต่อไปไม่ได้ วันนึงเค้าก็จะไปที่ที่เค้าโตได้ครับ

หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ

ตลาดเสรีมันโหดร้ายมากนะแต่มันแฟร์

Disclaimer: ความเห็นส่วนตัวทั้งหมดนะครับ ของผมเองเอาไว้ซัก 20-30 ปีข้างหน้า ถ้าธุรกิจผมยังอยู่ ถึงจะพอเล่าได้อย่างมีน้ำหนักครับ

ขอบคุณครับ

เนื่องจากมีผู้คนจำนวนหนึ่งเรียกร้องวาปไอดอล ผมจึงต้องทำหน้าที่พลเมืองดีอย่างเสียมิได้

นี่คือไอซ์ เด็กน่ารัก อดีตไอดอลไทย วงสยามดรีม ปัจจุบันสังกัดไอดอล วงญี่ปุ่นชื่อ star commune และเป็นพิธีกรประจำวันจันทร์ที่ช่อง online station รายการพูดคุยเกี่ยวกับเกมการ์ตูน ไอซ์สตรีมเกมบ้างบางครั้ง หรือมาไลฟ์ facebook พบปะแฟนๆไอซ์ชอบเล่นเกม Valorant

เชิญเสพพพ

#siamstr #idolstr

https://instagram.com/icequeeniiz?igshid=MzRlODBiNWFlZA==

Replying to Avatar Panai Lawasut

ขอบคุณมากครับที่ชอบ

เรื่องทฤษฎีเกมส์นี่ค่อนข้างละเอียดและ case by case มากเลยนะครับ

ผมจะพยามลองยกตัวอย่างของร้านให้นะครับ คงละเอียดมากไม่ไหว และอาจจะคนละโมเดลกัน

หลักๆคือ ให้ทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันครับ พยายามหาทางให้ผลประโยชน์ส่วนบุคคลส่งเสริมผลประโยชน์ส่วนรวมให้ได้

ผมตอบแทนของทุกแผนกคิดจากยอดขายเป็นหลัก

- ฝ่ายผลิต จะรู้สึกดีที่ต้องทำงานเยอะๆ สามารถมาเข้างานเร็ว ทำโอที หรือบางวันขายดี กว่าจะเก็บล้างก็มืด แต่เค้าจะยินดีทำกัน

- ฝ่ายขายหน้าร้าน จะพยามtreat ลูกค้าทุกอย่างเพื่อให้ขายได้

- ฝ่ายวัตถุดิบ จะดีใจที่จะได้เตรียมวัตถุดิบเยอะๆ เพราะหมายถึงวัตถุดิบตามสาขาพร่องไปเยอะ

- ขนส่ง จะรีบไปถึงตามสาขาให้มีวัตถุดิบและขนมทันขาย

- ผู้จัดสาขา อันนี้พิเศษนิด เราคิดอินเซนทีฟจากยอดขายรวมทุกสาขา ทำให้ไม่แย่งลูกค้ากัน หรือช่วยกันทำขนมของสาขาตัวเองส่งให้สาขาอื่นเวลามีออร์เดอร์ใหญ่ๆเข้ามา

- ผู้บริหาร จะรู้สึกดีที่ได้โอนเงินจ่ายลูกน้องเยอะๆ (อย่าลืมผูกตัวเองเข้าไปในสมการด้วย)

ทั้งนี้ทั้งนั้นมีขนมเสียหาย ขายไม่หมด ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันด้วยนะครับ

ผมยกวิธีคิดของบรรดาเกมส์มือถือต่างมาวิเคราะห์เลย ทำไมเราต้องกลับเข้าไปเล่น ทำไมเราต้องจ่ายมากขึ้นอีกนิดเพื่อซื้อบันเดิล อะไรแบบนี้ครับ

พยายามดีดตัวเลขให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย ขายให้ถูก จ่ายลูกน้องให้เยอะ กำไรไม่ต้องมาก เน้นยั่งยืน ถ้าอยากได้เพิ่มก็ขยายสาขาให้ลูกน้องได้เติบโต เดี๋ยวกำไรมาเอง

จริงๆละเอียดมากเลย ผมยินดีเล่าให้ฟังนะ แต่คงจะยาวและใช้เวลามากเลยครับ

ดีใจมากครับที่มันจะพอเป็นประโยชน์บ้าง

ผมกำลังจะถามเลยว่า คุณปนัยมีโมเดลทำทฤษฎีเกมในธุรกิจยังไงบ้าง เพราะผมก็อยากลองเริ่มทำในธุรกิจของที่บ้านตัวเอง หลังจากผมได้กุมบังเหียน เพราะผมก็ประสบปัญหาพนักงานไม่มีใจจะทำงาน อยากสร้างแรงจูงใจที่ไม่ใช่การแจกเงิน

ถึงจุดที่เข้าไปเล่น twitter แล้วรำคาญ เหนื่อยหนายกับดราม่า ทั้งเรื่องใหม่และเรื่องเดิมๆ

แต่จะเลิกเล่นเด็ดขาดก็ไม่ได้ เพราะยังติดไอดอลอยู่ #siamstr

นึกถึงที่คุณจิงโจ้พูดในสภายาส้มep16 ช่วงยาแดง สุดท้ายแล้ว มนุษย์ก็ยังคงผลิตประชากรเพิ่มต่อไป ธรรมชาติก็กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ พยายามดึงมนุษย์กลับมาสู่สมดุล

เพียงแต่อาจจะผิดฝาผิดตัวไปบ้างบางคลา

#สภายาส้ม #siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7418797319554550911695039915.webp

ios ผมแนะนำ plebstr กับ damus ครับ pc ก็ irish

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ผมค่อนข้างเห็นต่างและค่อนข้างมองต่างออกไป

ผมเชื่อว่ามนุษย์มีแรงดึงดูด ซึ่งกลุ่มคน และ เชื้อชาติ หรือ การกระทำที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน

ผมไม่เชื่อใน Ancap เพราะมันเป็นฝันเปียกของพวกฝั่งขวา พอๆกับที่ Ancom เป็นฝันเปียกของพวกฝั่งซ้าย

เพียงแต่ Bitcoin ทำให้ผมคิดว่าสังคม Ancap จะสามารถเกิดขึ้นจริงได้

ผมมองว่า บริบทของสังคมแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน ทำไม รัสเซียจึงกลายเป็นสหภาพโซเวียด ทำไมบริบทนั้น สังคมถึงเชื่อในตัวความศรัทธาคนแค่เพียงคนเดียว

สิ่งเหล่านี้มันเป็นบริบทที่บอกเราว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอาความเชื่อเรื่องปากท้องไปฝากไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง แม่งคือความชิบหาย

หรือ ทำไมผมจึงไม่เชื่อในนโยบายหรือคนของพรรคก้าวไกล เพราะผมถือบิทคอยน์ และ นโยบายปากท้องผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตอแหลของนักการเมืองสังคมนิยม

สิ่งเหล่านั้นเหมือนกัน กับเรื่องสังคม สังคมไม่ได้เกิดจากเรื่องความเชื่อปัจเจก แต่เกิดจากความเชื่อด้านเหตุการณ์สถานการณ์ที่ส่งผลให้ชุมชน

ทำไมสังคมไทยถึงเชื่อเรื่องผี บริบทของปัจเจกสังคม ณ ตอนนั้น การจะเชื่อเรื่องผีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก(อันที่จริงผมก็ยังเชื่อนะ ตราบที่เราสามารถจินตนาการได้)

หากจะพูดถึงชุมชนหรือสังคม มันคือบริบทของวัฒนธรรมและเหตุผล

วัฒนธรรมไม่ได้มีค่าเพราะเป็นวัฒนธรรมตามธรรมชาติ แต่มนุษย์เหตุพร้องต่อสิ่งมีค่าเหล่านั้น ร่วมกัน

นั่นคือความเชื่อ และการโละความเชื่อเพื่อรวมศูนย์ คือการทำลาย การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

หากคุณจะบอกว่าผีไม่มีจริงในด้านวิทยาศาตร์รวมศูนย์ และสังคมควรคล้อยตาม มันเป็นแต่เหตุผลเล็กๆ เพื่อทำลายชุมชนนั้นๆ และ ผลักดันความไม่เชื่อของคุณให้สะท้อนมาเป็นรูปธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริง ต่อคนหมู่มาก ซึ่งมันแทบไม่เกี่ยวกันเลยว่าต้องพิสูจน์หรือไม่ และสุดท้ายเรื่องความเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้มีอิทธิพลต่อระบบ เศรษฐกิจในด้านดีแม้แต่น้อย นอกเสียจากตัวคุณเองที่อาจจะได้เงินจากนายทุนเพื่อทำการ ทดลอง

ถ้าชุมชน bitcoinner พัฒนาความเชื่อหรือค่านิยมของสังคมขึ้นมา จนพัฒนากลายเป็นวัฒนธรรมที่เห็นพ้องต้องกันของคนทั้งสังคม

วันนั้น ancap อาจเกิดขึ้นจริง โดยมี bitcoin ทำหน้าเป็น ผี ของชุมชน และปรัชญาแบบ PoW หรือ V4V ค้ำจุนสังคมให้สงบสุขราบลื่นต่อไปได้

“Intelligence bad guy” i see that why the worst get on top

Replying to Avatar Naphat09

ช่วง นครไร้รัฐ ของคุณจิงโจ้ที่ยกตัวอย่าง Albania มันทำให้ผมนึกถึงพื้นที่ห่างไกลที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง ตามชนบทหรือหมู่บ้านกลางหุบเขาในหลายประเทศหรือประเทศไทย

หมู่บ้านแบบนั้นต่อให้ไม่มีอำนาจรัฐเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนเคารพกฎของสังคมกันเองโดยไม่จำเป็นต้องมีการบังคับหรือแม้แต่ใช้ปืน

เพราะใช้อีกอาวุธหนึ่ง

นั่นคือ ความเชื่อ

ความเชื่อดั้งเดิมของพื้นถิ่นไทยหรือดินแดนสุวรรณภูมินี้เดิมทีแล้วมันคือศาสนาผี อาเป็นบรรพบุรุษ ที่ไม่ใช่ผีที่เป็นปัจเจกบุคคลแต่เป็นผีประจำถิ่น เป็นผีที่มีอำนาจลึกลับ ส่วนใหญ่แล้วบทบาทของผีเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หรือเป็นกำหนดกฎเกณฑ์ของจริยธรรมทางสังคม เช่น ห้ามล่าสัตว์ป่าเยอะเกินไป ห้ามทำลายป่าไม้ ห้ามนอกใจมีชู้(ผิดผี)

ผีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นปืนที่ Albania คนที่ทำผิด(ผี)จะไม่ถูกต้อนรับในสังคม จะไม่มีใครอยากคบค้าสมาคบด้วย และสุดท้ายคุณและครอบครัวอาจต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อเริ่มต้นใหม่

แต่เนื่องจากผีเหล่านี้ไม่มีตัวตน ผีมันรับใช้ทุกคน ทุกคนสามารถเอาเรื่องเล่าของผี ไปใช้ได้ เราจึงเห็นการเอาผีไปใช้ในประโยชน์ที่เห็นแก่ตัว เช่น ใช้โจมตีใครสักคน โดยการแปะป้ายให้เข้าเป็นผีปอบ เป็นพวกทำผิดวิชา ผิดครู ผิดผี

หรือใช้ข้ออ้างของผีในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มหรือตระกูลต้นเองโดยคนที่ใช้อำนาจนี้ มักเป็นคนที่มีความนับหบ้าถือตาทางสังคมอยู่แล้ว อาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นหัวหน้าชุมชน

การใช้ผมประโยชน์จากเรื่องเล่าของผี เพื่อกีดกันคนอื่น สร้างความเชื่อที่มีแค่กลุ่มของคนที่ผี approved เท่านั้นที่ฝ่าฝืนกฎได้ และจะได้รับการให้อภัย

ผมนึกถึงมาเฟียที่ Albania ในวันที่เขาอาจจะเลือกยอมทิ้งการแข่งขันในตลาดเสรี แต่เลือกที่จะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ใช้ปืนทุกกระบอกกดหัวทุกคน

ผมเองก็เป็นคนที่ยังไม่คิดว่า anarcho capitalism มันจะไปรอดได้ยาวๆ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์จะเถลิงอำนาจ คิดว่าควบคุมได้ทุกอย่าง ตั้งตนเป็นรัฐ จนสุดท้ายพออำนาจมันอิ่มตัวจุดจบก็จะตามมา รัฐล่มสลาย ประชาชนสร้างสังคม ancap อีกครั้ง ตลาดเสรีดำเนินไป ผู้นำสังคมเถลิงอำนาจ

เกิดวนเวียนเป็นวัฏจักรของรัฐต่อไป

เนื่องจากรัฐมันถูกสร้างโดยมนุษย์

#สภายาส้ม #rightshift #siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7770788132882765501694842824.webp

or AR-15 for the same purpose😂😂

Replying to Avatar Naphat09

ช่วง นครไร้รัฐ ของคุณจิงโจ้ที่ยกตัวอย่าง Albania มันทำให้ผมนึกถึงพื้นที่ห่างไกลที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง ตามชนบทหรือหมู่บ้านกลางหุบเขาในหลายประเทศหรือประเทศไทย

หมู่บ้านแบบนั้นต่อให้ไม่มีอำนาจรัฐเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนเคารพกฎของสังคมกันเองโดยไม่จำเป็นต้องมีการบังคับหรือแม้แต่ใช้ปืน

เพราะใช้อีกอาวุธหนึ่ง

นั่นคือ ความเชื่อ

ความเชื่อดั้งเดิมของพื้นถิ่นไทยหรือดินแดนสุวรรณภูมินี้เดิมทีแล้วมันคือศาสนาผี อาเป็นบรรพบุรุษ ที่ไม่ใช่ผีที่เป็นปัจเจกบุคคลแต่เป็นผีประจำถิ่น เป็นผีที่มีอำนาจลึกลับ ส่วนใหญ่แล้วบทบาทของผีเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หรือเป็นกำหนดกฎเกณฑ์ของจริยธรรมทางสังคม เช่น ห้ามล่าสัตว์ป่าเยอะเกินไป ห้ามทำลายป่าไม้ ห้ามนอกใจมีชู้(ผิดผี)

ผีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นปืนที่ Albania คนที่ทำผิด(ผี)จะไม่ถูกต้อนรับในสังคม จะไม่มีใครอยากคบค้าสมาคบด้วย และสุดท้ายคุณและครอบครัวอาจต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อเริ่มต้นใหม่

แต่เนื่องจากผีเหล่านี้ไม่มีตัวตน ผีมันรับใช้ทุกคน ทุกคนสามารถเอาเรื่องเล่าของผี ไปใช้ได้ เราจึงเห็นการเอาผีไปใช้ในประโยชน์ที่เห็นแก่ตัว เช่น ใช้โจมตีใครสักคน โดยการแปะป้ายให้เข้าเป็นผีปอบ เป็นพวกทำผิดวิชา ผิดครู ผิดผี

หรือใช้ข้ออ้างของผีในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มหรือตระกูลต้นเองโดยคนที่ใช้อำนาจนี้ มักเป็นคนที่มีความนับหบ้าถือตาทางสังคมอยู่แล้ว อาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นหัวหน้าชุมชน

การใช้ผมประโยชน์จากเรื่องเล่าของผี เพื่อกีดกันคนอื่น สร้างความเชื่อที่มีแค่กลุ่มของคนที่ผี approved เท่านั้นที่ฝ่าฝืนกฎได้ และจะได้รับการให้อภัย

ผมนึกถึงมาเฟียที่ Albania ในวันที่เขาอาจจะเลือกยอมทิ้งการแข่งขันในตลาดเสรี แต่เลือกที่จะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ใช้ปืนทุกกระบอกกดหัวทุกคน

ผมเองก็เป็นคนที่ยังไม่คิดว่า anarcho capitalism มันจะไปรอดได้ยาวๆ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์จะเถลิงอำนาจ คิดว่าควบคุมได้ทุกอย่าง ตั้งตนเป็นรัฐ จนสุดท้ายพออำนาจมันอิ่มตัวจุดจบก็จะตามมา รัฐล่มสลาย ประชาชนสร้างสังคม ancap อีกครั้ง ตลาดเสรีดำเนินไป ผู้นำสังคมเถลิงอำนาจ

เกิดวนเวียนเป็นวัฏจักรของรัฐต่อไป

เนื่องจากรัฐมันถูกสร้างโดยมนุษย์

#สภายาส้ม #rightshift #siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7770788132882765501694842824.webp

ราชาในที่นี้คือ absolute monarchy ใช่มั้ยครับ ถ้าใช่จารย์เซฟแกได้ให้เหตุผลไว้มั้ยครับ ว่าทำไมรัฐลักษณะนี้ถึง low time preference มากพอ?

Replying to Avatar Gracialo679

ในอนิเมะเรื่อง Fullmetal Alchemist หลักการการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน กำหนดว่าหากต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จะต้องแลกมาด้วยสิ่งอื่นที่มีมูลค่าเท่ากันหรือมากกว่า

ตัวอย่างเช่น หากนักเล่นแร่แปรธาตุต้องการเปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำ จะต้องใช้วัตถุดิบที่มีมูลค่าเท่ากันหรือมากกว่าทองคำ เช่น เหล็กกล้า หรือวิญญาณของมนุษย์

Fullmetal Alchemist: การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมในโลกของอนิเมะ

ในโลกของ Fullmetal Alchemist หลักการการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันเรียกว่า "กฎแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน" (Equivalent Exchange)

กฎนี้กำหนดว่าหากนักเล่นแร่แปรธาตุต้องการเปลี่ยนวัตถุหนึ่งให้เป็นวัตถุอื่น จะต้องแลกด้วยวัตถุที่มีมูลค่าเท่ากันหรือมากกว่า

ตัวอย่างเช่น หากต้องการเปลี่ยนตะกั่วเป็นทองคำ จะต้องแลกด้วยเหล็กกล้าหรือวิญญาณของมนุษย์

การแสดงหลักการนี้ใน Fullmetal Alchemist เป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างความคาดหวังและการแลกเปลี่ยนที่ต้องเสียสละ

เป็นการแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของมนุษย์ที่ต้องรับผิดชอบและต้องแลกเปลี่ยนสิ่งหนึ่งสิ่งใดในชีวิตเพื่อการดำรงอยู่

Bitcoin: การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมในโลกดิจิทัล

เมื่อพูดถึง Bitcoin ความสัมพันธ์กับหลักการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมอาจดูไม่เข้าใจในทันที แต่ในความเป็นจริง Bitcoin ก็มีความคล้ายคลึงกับหลักการนี้

Bitcoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีค่าตามความไว้วางใจของผู้คนในระบบ และไม่ได้ถูกควบคุมโดยรัฐบาลหรือธนาคาร

มีความมั่นคงของระบบการทำงานที่โปร่งใสและไม่สามารถถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหรือธนาคาร อันเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนไว้วางใจใน Bitcoin

นอกจากนี้ Bitcoin ยังมีการจำกัดจำนวนสูงสุดของหน่วยที่มีในระบบ ซึ่งทำให้มีความคาดหวังในเรื่องความหายากของ Bitcoin ในอนาคต

การจำกัดจำนวนหน่วยที่มีในระบบเป็นคุณสมบัติที่คล้ายกับหลักการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมใน Fullmetal Alchemist

โดยคุณสมบัตินี้เป็นเหตุผลที่มูลค่าของ Bitcoin สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นและลงตามความสัมพันธ์ระหว่างความคาดหวังและการซื้อขายของผู้ใช้

แต่ทุกครั้งที่มีการซื้อขาย Bitcoin จะต้องมีการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ด้วยสินทรัพย์อื่นหรือเงินตราที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันหรือมากกว่า

ความเท่าเทียมที่มนุษย์อุปโลก

เช่นเดียวกับหลักการการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมใน Fullmetal Alchemist ความเท่าเทียมของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับความคาดหวังและความเชื่อของมนุษย์

หากผู้คนไม่เชื่อว่า Bitcoin มีคุณค่า Bitcoin ก็จะไม่มีมูลค่า

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความเท่าเทียมเป็นสิ่งทีมนุษย์อุปโลกหรือให้ค่ากันเอง มูลค่าของ Bitcoin ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหรือคุณลักษณะเฉพาะของ Bitcoin เอง

มูลค่าของ Bitcoin ขึ้นอยู่กับความคาดหวังและความเชื่อของมนุษย์

ในกรณีของ Bitcoin การไว้วางใจมีบทบาทสำคัญเมื่อผู้คนให้ความนิยมและใช้งาน Bitcoin

ซึ่งเชื่อมโยงกับความมั่นคงของระบบ และการป้องกันการแทรกแซงจากรัฐบาลหรือธนาคารกลาง

เมื่อมีการยอมรับและการนิยมมากขึ้น Bitcoin ก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะมีความคงที่ในมูลค่าและความคาดหวังของผู้ใช้

#siamstrhttps://m.primal.net/HLRe.webp

เป็นการ์ตูนที่ให้อันดับ1 เหนือ onepiece