ช่วง นครไร้รัฐ ของคุณจิงโจ้ที่ยกตัวอย่าง Albania มันทำให้ผมนึกถึงพื้นที่ห่างไกลที่อำนาจรัฐเข้าไม่ถึง ตามชนบทหรือหมู่บ้านกลางหุบเขาในหลายประเทศหรือประเทศไทย

หมู่บ้านแบบนั้นต่อให้ไม่มีอำนาจรัฐเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย แต่กลับกลายเป็นว่าทุกคนเคารพกฎของสังคมกันเองโดยไม่จำเป็นต้องมีการบังคับหรือแม้แต่ใช้ปืน

เพราะใช้อีกอาวุธหนึ่ง

นั่นคือ ความเชื่อ

ความเชื่อดั้งเดิมของพื้นถิ่นไทยหรือดินแดนสุวรรณภูมินี้เดิมทีแล้วมันคือศาสนาผี อาเป็นบรรพบุรุษ ที่ไม่ใช่ผีที่เป็นปัจเจกบุคคลแต่เป็นผีประจำถิ่น เป็นผีที่มีอำนาจลึกลับ ส่วนใหญ่แล้วบทบาทของผีเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับธรรมชาติ หรือเป็นกำหนดกฎเกณฑ์ของจริยธรรมทางสังคม เช่น ห้ามล่าสัตว์ป่าเยอะเกินไป ห้ามทำลายป่าไม้ ห้ามนอกใจมีชู้(ผิดผี)

ผีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนเป็นปืนที่ Albania คนที่ทำผิด(ผี)จะไม่ถูกต้อนรับในสังคม จะไม่มีใครอยากคบค้าสมาคบด้วย และสุดท้ายคุณและครอบครัวอาจต้องย้ายถิ่นฐานเพื่อเริ่มต้นใหม่

แต่เนื่องจากผีเหล่านี้ไม่มีตัวตน ผีมันรับใช้ทุกคน ทุกคนสามารถเอาเรื่องเล่าของผี ไปใช้ได้ เราจึงเห็นการเอาผีไปใช้ในประโยชน์ที่เห็นแก่ตัว เช่น ใช้โจมตีใครสักคน โดยการแปะป้ายให้เข้าเป็นผีปอบ เป็นพวกทำผิดวิชา ผิดครู ผิดผี

หรือใช้ข้ออ้างของผีในการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มหรือตระกูลต้นเองโดยคนที่ใช้อำนาจนี้ มักเป็นคนที่มีความนับหบ้าถือตาทางสังคมอยู่แล้ว อาจจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นหัวหน้าชุมชน

การใช้ผมประโยชน์จากเรื่องเล่าของผี เพื่อกีดกันคนอื่น สร้างความเชื่อที่มีแค่กลุ่มของคนที่ผี approved เท่านั้นที่ฝ่าฝืนกฎได้ และจะได้รับการให้อภัย

ผมนึกถึงมาเฟียที่ Albania ในวันที่เขาอาจจะเลือกยอมทิ้งการแข่งขันในตลาดเสรี แต่เลือกที่จะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ใช้ปืนทุกกระบอกกดหัวทุกคน

ผมเองก็เป็นคนที่ยังไม่คิดว่า anarcho capitalism มันจะไปรอดได้ยาวๆ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์จะเถลิงอำนาจ คิดว่าควบคุมได้ทุกอย่าง ตั้งตนเป็นรัฐ จนสุดท้ายพออำนาจมันอิ่มตัวจุดจบก็จะตามมา รัฐล่มสลาย ประชาชนสร้างสังคม ancap อีกครั้ง ตลาดเสรีดำเนินไป ผู้นำสังคมเถลิงอำนาจ

เกิดวนเวียนเป็นวัฏจักรของรัฐต่อไป

เนื่องจากรัฐมันถูกสร้างโดยมนุษย์

#สภายาส้ม #rightshift #siamstr

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_7770788132882765501694842824.webp

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมมองว่ามันเป็นวัฏจักรเป็นคลื่น ๆ เมื่อคนอยู่ในโลกเสรีมากเกินไป ก็จะมีคนตั้งตัวเป็นรัฐ เป็นผู้ควบคุม ผูกขาดระบบ เหมือนกับยุคมืดที่ศาสนาจักรเป็นใหญ่ ห้ามตั้งคำถาม ห้ามแย้ง ยุโรปถึงได้ถูกแช่แข็งอยู่หลายร้อยปี แต่สุดท้ายเมื่อมนุษย์รู้สึกไม่ไหวแล้ว มันถึงได้ตามมาด้วยยุค เรเนซองส์ ยุคเรืองศิลปะ วิทยาการอีกครั้ง ตอนนี้เราเหมือนจะหันเหตัวเองเข้าสู่ยุคมืดอีกครั้ง แต่ตัวร้ายเหมือนจะไม่ใช่ศาสนจักร แต่เป็นบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ กับ รัฐบาลแทน

คิดประมาณนี้เหมือนกันเลยครับ ผมเชื่อว่าสุดท้ายพอไร้รัฐไปได้พักนึง มันจะวนลูปมามีรัฐอีก อย่างในหนังสือจารย์เซฟเล่มล่าสุด จำไม่ผิดมีบทนึงพูดเรื่องอารยธรรมมนุษย์ที่มีเงินที่แข็งแกร่ง สุดท้ายแล้วรัฐในลักษณะที่มีราชาปกครองอาจเป็นรูปแบบที่ชนะในท้ายที่สุด เพราะเป็นรัฐรูปแบบเดียวที่ low time preference มากพอ

Natural Law

ราชาในที่นี้คือ absolute monarchy ใช่มั้ยครับ ถ้าใช่จารย์เซฟแกได้ให้เหตุผลไว้มั้ยครับ ว่าทำไมรัฐลักษณะนี้ถึง low time preference มากพอ?

หากใครดู Game of throne ให้นึกถึง ยุคของ Aerys Targaryen ซึ่งหลังจากปกครองก็ สำมะเรเทเมา ไปทั่ว ซึ่งคนคอยย้ำเตือนและปกครองจริงๆ คือ ไทวิน(เปรียบไททวินเป็นคิง) ที่ออกกฏหมายด้านการค้า และ มีขุนคลัง ที่ดี สิ่งเหล่านี้ทำให้ ราชสำนักและราษฎรอยู่ดีกินดี มากกว่า การช่วงชิงอำนาจ ซึ่งหลักในการบริหาร หรือ ปกครอง รัฐ มันขึ้นอยู่กับผู้คุมกฏ เท่าที่เราจะเห็น ต่อให้ประเทศจะเป็น Authoritarians ด้าน สังคม แต่ในด้านการค้า ยังไหลลื่นก็ไม่ได้มีปัญหา นี่คือยุคอดีต

กลับกัน เรามาดูที่ประชาธิปไตยตัวแทน ตัวแทนเหล่านั้นมีเวลาบริหารงานแค่สี่ปี สิ่งที่เค้าแข่งกันคือนโยบายที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เริ่มแรกมันมาจากการจัดการ แต่ช่วงหลังมันมาจากการปริ๊นเงิน ประชาธิปไตย ตัวแทน เมื่อเข้ามาเป็นจะพยายามแก้กฏหมายกันมากขึ้น โดยข้ออ้างแรก คือ เข้ากับยุคสมัย แต่ก็จะใช้อำนาจ รัฐ เป็นตัว governing ทุกคน

ผมไม่ได้บอกว่า กษัตริย์หรือนักการเมืองจะดีกว่ากัน

แต่บทบาทและการถือครองทรัพย์สินมันมีสิ่งที่เรียกว่า ต้นทุนโอกาสที่สํงและเสี่ยงมากกว่า

จากในคลิป เค้าเปรียบเทียบว่า หากเมื่อไหร่ที่ กษัตริย์แม่งชั่ว คนจะออกมายึดอำนาจ

“Intelligence bad guy” i see that why the worst get on top

So we need a better ghost then.

or AR-15 for the same purpose😂😂

ผมค่อนข้างเห็นต่างและค่อนข้างมองต่างออกไป

ผมเชื่อว่ามนุษย์มีแรงดึงดูด ซึ่งกลุ่มคน และ เชื้อชาติ หรือ การกระทำที่ละม้ายคล้ายคลึงกัน

ผมไม่เชื่อใน Ancap เพราะมันเป็นฝันเปียกของพวกฝั่งขวา พอๆกับที่ Ancom เป็นฝันเปียกของพวกฝั่งซ้าย

เพียงแต่ Bitcoin ทำให้ผมคิดว่าสังคม Ancap จะสามารถเกิดขึ้นจริงได้

ผมมองว่า บริบทของสังคมแต่ละพื้นที่นั้นมีความแตกต่างกัน ทำไม รัสเซียจึงกลายเป็นสหภาพโซเวียด ทำไมบริบทนั้น สังคมถึงเชื่อในตัวความศรัทธาคนแค่เพียงคนเดียว

สิ่งเหล่านี้มันเป็นบริบทที่บอกเราว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอาความเชื่อเรื่องปากท้องไปฝากไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง แม่งคือความชิบหาย

หรือ ทำไมผมจึงไม่เชื่อในนโยบายหรือคนของพรรคก้าวไกล เพราะผมถือบิทคอยน์ และ นโยบายปากท้องผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับความตอแหลของนักการเมืองสังคมนิยม

สิ่งเหล่านั้นเหมือนกัน กับเรื่องสังคม สังคมไม่ได้เกิดจากเรื่องความเชื่อปัจเจก แต่เกิดจากความเชื่อด้านเหตุการณ์สถานการณ์ที่ส่งผลให้ชุมชน

ทำไมสังคมไทยถึงเชื่อเรื่องผี บริบทของปัจเจกสังคม ณ ตอนนั้น การจะเชื่อเรื่องผีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก(อันที่จริงผมก็ยังเชื่อนะ ตราบที่เราสามารถจินตนาการได้)

หากจะพูดถึงชุมชนหรือสังคม มันคือบริบทของวัฒนธรรมและเหตุผล

วัฒนธรรมไม่ได้มีค่าเพราะเป็นวัฒนธรรมตามธรรมชาติ แต่มนุษย์เหตุพร้องต่อสิ่งมีค่าเหล่านั้น ร่วมกัน

นั่นคือความเชื่อ และการโละความเชื่อเพื่อรวมศูนย์ คือการทำลาย การกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

หากคุณจะบอกว่าผีไม่มีจริงในด้านวิทยาศาตร์รวมศูนย์ และสังคมควรคล้อยตาม มันเป็นแต่เหตุผลเล็กๆ เพื่อทำลายชุมชนนั้นๆ และ ผลักดันความไม่เชื่อของคุณให้สะท้อนมาเป็นรูปธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริง ต่อคนหมู่มาก ซึ่งมันแทบไม่เกี่ยวกันเลยว่าต้องพิสูจน์หรือไม่ และสุดท้ายเรื่องความเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้มีอิทธิพลต่อระบบ เศรษฐกิจในด้านดีแม้แต่น้อย นอกเสียจากตัวคุณเองที่อาจจะได้เงินจากนายทุนเพื่อทำการ ทดลอง

ถ้าชุมชน bitcoinner พัฒนาความเชื่อหรือค่านิยมของสังคมขึ้นมา จนพัฒนากลายเป็นวัฒนธรรมที่เห็นพ้องต้องกันของคนทั้งสังคม

วันนั้น ancap อาจเกิดขึ้นจริง โดยมี bitcoin ทำหน้าเป็น ผี ของชุมชน และปรัชญาแบบ PoW หรือ V4V ค้ำจุนสังคมให้สงบสุขราบลื่นต่อไปได้

บิทคอยน์ไม่มีปรัชญาครับ เอาเข้าจริงๆ ปรัชญาบิทคอยน์ แทบจะออกไปทาง Existentialism ด้วยซ้ำครับ คือ มึงจงทำตัวให้ดี

นึกถึงเล่มนี้ครับ (ยังไม่ได้อ่าน แต่คิดว่าเนื้อหาน่าจะมีความคล้าย)

Nope this is ancom