คลังยาอาม่าสะดวกรับบิตคอยน์มาตั้งกะปีที่แล้ว แต่พี่เขาไม่ได้เอาขึ้น btc map😅
This Drugstore has been happy to accept Bitcoin since last year, but they haven’t added themselves to BTC Map.😅

#siamstr #welcomebitcoin #welb #bitcoincity #zap #nostr #plebchain
Good vibe, good boy🐕🐶
ใช่เลย ใช้มันค้นข้อมูลนู่นนี่ให้ดีสุดตรงมันไม่เหวี่ยงเรา😅
ต้องยอมว่าในยุคสมัยนี้คุยกับมนุษย์บางคนได้ประโยชน์น้อยกว่าคุยกับ AI นี่คุยกับมันเรื่อง ชีส เนย ครีม ครีมชีส นม นมดิบ มา 2 วัน ถ้ามีแหล่งนมดิบใกล้บ้าน นี่แทบจะแปรรูปวัตถุดิบพื้นฐานในจักรวาลอาหารฝรั่งและเบเกอรี่ได้เกือบทุกเมนูในระดับ home made
You have to admit that these days, talking to some humans is less beneficial than talking to AI. I've been chatting with it about cheese, butter, cream, cream cheese, milk, and raw milk for two days. If there were a source of raw milk near my home, I could almost transform these basic ingredients into nearly every dish in the universe of Western cuisine and baking at a homemade level.
#siamstr
I’ve seen many Western Bitcoiners recommend Blink, so it made me wonder why.
Which Wallet would you recommend for first time accepting in lightning #bitcoin ? And why ?
#siamstr #blink #WoS #nostr #plebchain #welb #welcomebitcoin
ผมว่าหาที่นอนดีกว่า ตี 3 น่าจะไม่มี grab 🤣
เจอกันครับ แต่ผมยังไม่รู้เลยว่าจะนอนหรือนั่ง grab กลับบ้านดี
## นิทานก่อนนอน
ยามบ่ายที่เกือบจะปกติดีเหมือนทุก ๆ วัน?
#Siamstr
มันเป็นเวลาช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2568 หลังจากการเดินเลือกซื้ออาหารของมื้อเที่ยงภายใต้อากาศและแสงแดดร้อนแรง หอบเอาพวกมันขึ้นมากินเป็นมื้อเที่ยงบนออฟฟิศของบริษัทที่ตั้งอยู่บนอาคารชั้น 33 จากความสูง 35 ชั้น มันไม่มีสัญญาณเตือนใด ๆ ทุก ๆ อย่างดูปกติจนกระทั่งมันได้เกิดเหตุการณ์ ๆ นั้นขึ้น
จำได้ว่าเป็นเวลาช่วงบ่ายโมงนิด ๆ ผมเข้าไปนั่งทำงานต่อในห้องทำงานส่วนตัว แฟนของผมที่เดินตามเข้ามาเพื่อคุยเรื่องงานและอื่น ๆ ผมจึงต้องละออกจากงานที่กำลังจะลงมือทำในยามบ่ายมานั่งฟังเรื่องราวของงานที่แฟนของผมกำลังจะแจ้งให้ทราบ อิริยาบทในตอนนั้นจำได้ว่า ผมเอนหลังพิงกับพนักพิงของเกาอี้ เอนตัวลงจนเกือบ ๆ จะ 45 องศาในท่าสบาย ๆ ก่อนที่จะเริ่มฟังเรื่องที่แฟนของผมต้องการที่จะบอก
พวกคุณพอจะนึกภาพออกไหม? ระยะทางที่พื้นของห้องทำงานบนอาคารสูง 33 ชั้น มันกำลังเคลื่อนที่เลื่อนอยู่ในระนาบแนวนอนจากจุดที่คุณกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ พาตัวคุณไหลส่ายไปมาในระยะทางเป็นเมตร ๆ โดยที่คุณก็ยังคงนั่งอยู่ ณ ตำแหน่งเดิม
ในความรู้สึกแรก ผมคิดไปว่ามันเป็นเพราะว่าแฟนของผมเขากำลังโยกเกาอี้ที่ผมกำลังนั่งอยู่หรือเปล่า ความรู้สึกเวียนหัวเบา ๆ ที่ทำให้จินตนาการนำพาเอาประสบการณ์ก่อนหน้านั้นทั้งการที่มีลมแรง ๆ กำลังพัดเข้าปะทะกับตัวอาคารจนเกิดการสั่นสะเทือนอ่อน ๆ ไปจนถึงแผ่นดินไหวเบา ๆ ที่ทำเอาโคมไฟบนเพดานโยกคลอนไปมาไม่มากไปกว่านั้น แต่ในครั้งนี้กลับต่างออกไป
สำหรับสถานการณ์แบบนั้น การที่มีคนมากกว่าหนึ่งก็ดีกว่าการนั่งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง ผมคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้เสียงเรียกเตือนสติจากแฟนของผม หรือผมกำลังนั่งจดจ่อปั่นงานอยู่คนเดียวจะเกิดอะไรแย่ ๆ ขึ้นได้บ้าง ผมคงไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างแล้วพยายามที่จะนั่งทำงานต่อไป
"เธอ.. แผ่นดินไหวปะ?"
เสียงเรียกสติจากแฟนของผมก่อนที่จินตนาการจะเตลิดไปไกล ทำให้ผมรีบลุกออกจากเก้าอี้เพื่อที่จะเดินออกไปดูสถานการณ์ภายนอกห้องทำงาน และถามถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับพนักงานคนอื่น ๆ ที่กำลังทำงานอยู่ข้างนอกนั่นเหมือนกับครั้งก่อน ๆ
"แผ่นดินไหวจริงแหละ" ผมพูดออกมาหลังจากที่ตาเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องชั่งน้ำหนัก แสดงถึงตัวเลขที่กำลังวิ่งไปมาอย่างผิดปกติ ผมบอกกับแฟนว่าเราต้องออกไปข้างนอกกันแล้ว นี่ไม่ปกติแบบที่มันเคยเป็น อาการขาตายจากความแรงระลอกแรกที่ทำให้ก้าวเท้าไม่ออกจากการที่ตัวตึกส่วนโซนสูงโยกคลอนตามแรงของแผ่นดินไหว แฟนของผมถึงกับต้องล็อคแขนของผมไว้แน่นเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม ทุก ๆ อย่างมันเกิดขึ้นไวมาก ๆ จนทำให้คุณถอดสติของคุณทิ้งไปอีกครั้ง เหลือไว้เพียงแค่สัญชาตญาณในการหนีเพื่อเอาตัวรอด
"อ๊าย..." เสียงกรี้ดจากแฟนของผมดังขึ้นหลังจากสถานการณ์ที่ตึกกำลังโยกคลอนเกิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วินาที จากเสียงของผนังอาคารภายใต้แผ่นฝ้าบนเพดานที่ทำจากไม้มีเสียงดังลั่น "ครื้น...... เปรี้ยะ ๆ" ราวกับว่าพวกมันจะถล่มลงมาใส่หัวของผมกับแฟนที่กำลังขาตายกันอยู่ในห้องทำงานของผมตรงนั้น ผมต้องกลั้นใจฮึดเอาแรงพยุงพาแฟนของผมออกวิ่งออกมาจากห้องทำงาน ผ่านประตูที่ถูกล็อคด้วยระบบคีย์การ์ด โดยที่ไม่ได้หยิบเอาอะไรติดตัวออกมากันเลย นอกจากมือถือที่ถูกถือเอาไว้อยู่ในมือตั้งแต่แรก
ทันทีที่เลี้ยวซ้ายผ่านบานประตูออกมา ภาพที่เห็นคือความชุนละมุนวุ่นวาย ณ ตรงสุดโถงทางเดินติดกับห้องประชุมใหญ่ในวันนั้นมีลูกค้าจากต่างบริษัทมาสัมมนากันหลายสิบคน พนักงานคนอื่น ๆ ที่ไวกว่าเพื่อน พากลุ่มลูกค้าบางส่วนวิ่งหนีลงจากอาคารผ่านทางช่องบันไดหนีไฟ ในขณะที่บางส่วนก็เลือกที่จะหลบอยู่ใต้โต๊ะทำงานเพราะกลัวของจะตกใส่หัว สัญชาตญาณบอกผมที่จับมือของแฟนเอาไว้ ให้วิ่งตามไปยังทางลงบันไดหนีไฟเพื่อตามคนอื่น ๆ ที่วิ่งนำไปแล้ว พาตัวเองและแฟนออกจากตัวอาคารให้ได้เร็วที่สุด ร่างกายที่ออกวิ่งทำไปตามสัญชาตญาณ กับสมองที่ส่งข้อมูลเข้ามาบอกว่า "ตอนนี้คุณกำลังอยู่บนอาคารสูง 33 ชั้นนะ" ภาพเก่า ๆ ที่เคยเดินลงจากอาคาร 33 ชั้นจากอดีตเมื่อหลายปีก่อนย้อนเข้ามา เวลาที่ใช้เมื่อเดินลงอย่างธรรมดา ๆ ก็กินเวลาไปได้ราว ๆ เกือบ 20-30 นาทีแล้ว ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ยังไงพวกเราก็จะต้องลงไปอยู่ดี เพราะความคิดในตอนนั้นอย่างดีที่สุดคือมันจะหยุดและสงบลงเร็ว ๆ นี้ หรืออย่างเลวร้ายคืออาคารถล่มลงมา ใช่แล้ว..อย่างเลวร้าย
ผมจับมือแฟน เราใช้วิธีเดินเร็ว ๆ เพราะไม่สามารถที่จะวิ่งลงไปได้ คนข้างหน้าของเราก็ทำได้แค่เดินเร็วเท่านั้นบนพื้นที่ ๆ ไม่ได้กว้างมากนัก พนักงานของบริษัทอื่น ๆ ก็ทยอยกันใช้บันไดหนีไฟในการอพยพลงจากอาคารเช่นกัน ในเวลานั้นไม่มีใครนึกถึงใคร ใครนำหน้าอยู่ ใครจะตามหลังมา หรือใครจะยังไม่ลงมาจากออฟฟิศที่ทำงาน ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องคิด เราต่างคิดแค่ว่าจะต้องเอาตัวรอดไปให้ได้โดยออกไปจากอาคาร ๆ นี้
เสียงพูดคุยเบา ๆ จากข้างหน้าว่า "รีบเดินเร็ว ๆ รีบไปเร็ว ๆ" กับข้างหลังที่ตระโกนตามมาเป็นระยะ ๆ ว่า "ข้างหน้าเร็ว ๆ หน่อยค่ะ ข้างหลังจะลงไม่ทัน" อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งเมื่อเราที่เดินตามหลังคนอื่น ๆ ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าทำไมข้างหน้าถึงเดินกันได้ช้านัก พวกเขาไม่รักชีวิตกันเหรอ? จนกระทั้งเราผ่านลงไปถึงชั้นถัดไปที่มีคนกำลังนั่งพักเพราะกำลังจะเป็นลม พร้อมกับมิตรภาพดี ๆ ของเพื่อนร่วมงานที่ยอมเลือกที่จะไม่เดินลงไปก่อนแล้วทิ้งเขาคนนั้นเอาไว้ตรงนั้น ตัวผมเองทำอะไรไม่ได้มากนักกับสถานการณ์ตรงหน้า นอกจากจะรีบเดินลงไปไม่ขวางทางคนที่กำลังเดินตามมาข้างหลัง คุณจะต้องลองจินตนาการถึงภาพของช่องบันไดหนีไฟแคบ ๆ ที่คนจะสามารถยืนตัวชิดกันบนบันไดได้เต็มที่พร้อม ๆ กันไม่เกิน 3 คน และยังไม่ต้องคิดถึงหนทางอีกยาวไกล ราวกับว่ามันเป็นบันไดวนไม่รู้จบ ที่เราจะเดินลงไปเท่าไหร่มันก็ไม่เจอจุดหมายสักที
และใช่ ในตอนนี้เราเพิ่งจะลงมากันถึงชั้นที่ 26 อาคารยังคงสั่นไหวอยู่เป็นระยะ ผมคิดในใจว่าครั้งนี้มันช่างรุนแรงและยาวนานเสียจริง จนกระทั้งความแรงจนเกือบจะเท่ากับลูกแรกที่ทำเอาเพดานของอาคารมีเสียงดังลั่นกลับมาอีกระลอก แต่ในครั้งนี้มันเกิดขึ้นในจุดที่ผมกำลังอยู่ในช่องทางเดินแคบ ๆ ของทางเดินวนบนบันไดหนีไฟ แฟนผมกรี้ดออกมาอีกครั้งเพราะว่าถ้าเธอไม่ได้ทำแบบนั้น ก็คงจะสำรอกเอาอาหารมื้อเที่ยงออกมากองอยู่ตรงนั้น และการเดินของเราคงจะต้องหยุดลง ผมได้แต่พูดออกไปว่าให้พยายามคุมการหายใจให้ดี ๆ หายใจเข้าลึก ๆ แล้วจะดีเอง ซึ่งมันก็ดีขึ้นจริง ๆ นะ
คุณรู้มั้ยว่า จิตนาการของมนุษย์บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีโดยเฉพาะในเหตุการณ์แย่ ๆ แบบนั้น ในตอนที่พวกเรากำลังเผชิญกับคลื่นอีกระลอกโดยเฉพาะในทางเดินแคบ ๆ แบบนั้น หัวของผมมันมีภาพ ๆ หนึ่งลอยเข้ามา มันคือภาพที่ตัวของผมกำลังติดอยู่ในซากของอาคาร กลิ่นของฝุ่นปูซีเมนต์คละคลุ้งไปทั่ว พร้อมกับเสียงโอดโอยอันแผ่วเบาของผู้ร่วมชะตากรรม มันเป็นภาพที่ในเวลานั้นสมองของผมได้ฉายมันออกมาให้เห็นโดยที่ไม่สามารถสั่งมันให้หยุดคิดได้เลย ขาที่ก้าวลงบันไดต่อไป และภายในใจที่ภาวณาให้เหตุการณ์ ๆ นี้มันยุติลงเสียที อย่างน้อย ๆ ก็หยุดเขย่าตึก ๆ นี้เสียที
ผ่านไปนานแค่ไหนในเวลานั้นผมไม่อาจรู้ได้เลย ภาพของผนังปูน กับบันไดวนไร้จุดสิ้นสุด ปรากฏอยู่อย่างต่อเนื่องพร้อมกับตัวเลขลำดับชั้นของอาคารที่บอกว่าในตอนนี้พวกเรามากันถึงชั้นที่ 16 แล้ว พวกเรายังคงเร่งฝีเท้าในขณะที่ผู้ที่ตามหลังมายังคงตะโกนตามมาเรื่อย ๆ ว่า "ข้างหน้าเร็ว ๆ หน่อยค่ะ ข้างหลังยังเหลืออีกเยอะ" พลางมีคนที่ถอดรองเท้า แซงออกเลนซ้ายและวิ่งนำลงไปก่อน ในตอนนั้นเป็นมันช่วงที่สถานการณ์แผ่นดินไหวเริ่มสงบลงแล้ว แต่ความหวาดระแวงที่ว่าพวกเราอาจจะได้เจออีกระลอกก็เป็นได้ ยังคงไว้ใจสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ เพราะงั้นเราจะต้องรีบออกไปจากที่นี่
ชั้น 5 อาคารจอดรถ ก่อนที่จะถึงชั้นนั้นผมลังเลอยู่เล็กน้อยว่าจะออกทางอาคารจอดรถดีมั้ย มันจะทำให้เราออกไปได้เร็วกว่ารึเปล่าเพราะไม่ต้องรอคนข้างหน้าที่เริ่มจะเดินต่อไม่ไหวกันแล้ว ก่อนที่จะหันไปดูหน้าแฟนที่เหนื่อยจะไม่ไหวแล้ว "โอเค.. ค่อย ๆ ไปก็แล้วกัน เร็วกว่านี้ก็คงไม่มีประโยชน์" ผมคิดในใจ พลางนึกขึ้นมาว่า "อีก 5 ชั้นเอง เราทำได้เท่านี้แหละ ในช่องทางเดินแคบ ๆ แบบนี้ เราเร็วที่สุดได้เท่านี้แหละ มันอาจจะผ่านมาแล้วหลายสิบนาที หรืออาจจะเป็นครึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่เริ่มวิ่งลงมา ถ้าอาคารจะถล่มลงมา มันก็จะต้องถล่มลงมา" มันเหมือนกับว่าผมได้ปลงในชะตากรรมที่จะต้องเผชิญ (ในภายหลัง ผมได้คุยกับเพื่อนที่ทำงานในอาคารสูงที่อื่นก็มีความคิดคล้าย ๆ กันแบบนี้)
"โอ้.. เรานั้นช่างเป็นผู้ที่เล็กน้อยเหลือเกิน ภายใต้พลังของธรรมชาติบนโลกใบนี้"
ในที่สุด ป้ายตัวอักษรตัว G บอกกับเราว่าเราทำสำเร็จแล้ว มันเป็นทางออกจากบันไดหนีไฟเพื่อออกไปยังพื้นที่บริเวณล็อบบี้ของอาคาร ผมยังคงจูงมือแฟนพากันเดินออกไปจากตัวอาคาร และจะมุ่งหน้าเพื่อข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้าม คุณรู้ไหม? ภาพที่ผมเห็นคือ ผู้คนหลักร้อยถึงหลักพันกำลังยืนเรียงรายอยู่ริมฟุตปาธ พวกเขาต่างก็หนีตายออกมาจากอาคารต่าง ๆ แถวนั้นไม่ต่างกัน บ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหรือคลิปวีดีโอ บ้างก็ยืนกางร่มให้กับเพื่อนพยาบาลที่กำลังเป็นลมเพราะใช้แรงวิ่งหนีลงมาจากอาคาร และเมื่อต้องมาเจอกับอากาศที่สุดแสนจะร้อนในยามบ่าย
อีกภาพหนึ่งที่ผมเห็นเมื่อพาแฟนเดินข้ามถนนมายังอีกฝั่ง คือภาพของกระจกอาคารราว ๆ ชั้นที่ 15 ของอาคารมีการแตกเป็นบางจุดจากซ้ายไปขวา ผมคิดว่าโซนสูงมันคงจะโยกรุนแรงมากพอที่จะส่งความเครียดไปกดทับช่วงชั้นกลางของตัวอาคารและบิดตัวจนกระจกมันแตกออกมาแน่ ๆ ถ้าได้เห็นคลิปวีดีโอที่ใครบางคนที่อยู่ข้างล่างถ่ายเอาไว้ มันคงจะบอกผมได้ว่าตอนที่ผมนั่งอยู่ในห้องทำงานนั้นมันอันตรายมากแค่ไหน "ขอบคุณโครงสร้างของอาคารที่แม้ว่าจะเก่าแต่ก็ยังคงแข็งแรงอย่างมาก"
เราอยู่ตรงนั้นอีกสักพัก ก่อนที่จะเริ่มหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาคนสำคัญ และใช่ ช่องสัญญาณของเครือข่ายที่น่าจะเต็มช่องสัญญาณเพราะทุก ๆ คนในตอนนั้นต่างต้องการที่จะโทรศัพท์หากัน ทำให้ไม่สามารถที่จะโทรแบบปกติได้ โชคยังดีที่ระบบของอินเตอร์เน็ตยังคงใช้ได้ การโทรไลน์ หรือผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตจึงยังคงสามารถทำได้ ก่อนที่ในไลน์กลุ่มของบริษัทจะเริ่มถามถึงกันว่ายังมีใครที่ติดอยู่บนอาคารหรือไม่ และพวกเราจึงเริ่มไปรวมตัวกันในที่ที่หนึ่งเพื่อรอประกาศจากทางการต่อว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
"ถ้าอินเตอร์เน็ตล่มไปด้วยจะเป็นอย่างไร? นึกภาพกันไม่ออกเลยใช่มั้ยละ สำหรับมนุษย์แล้วการพบกับสถานการณ์ที่คลุมเครือ ก็อาจจะสร้างเรื่องราวต่าง ๆ และความคิดก็คงจะแพร่ระบาดราวกับเชื้อไวรัส"
ยังคงไม่มีประกาศอะไรจากทางการ พวกเราหลาย ๆ คนเช็คสถานการณ์และการอัพเดทข่าวสารผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ทั้งเรื่องที่สำคัญมาก ๆ อย่างเรื่องของ after shock ที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวไปแล้วราว ๆ 30 นาทีถึงหลายชั่วโมงหลังจากนั้น ก็เป็นสิ่งที่เราต่างอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต พวกเราเริ่มกระจายเรื่องของ after shock ออกไป เพื่อที่จะเตือนกันและกันว่าอย่าเพิ่งกลับเข้าไปยังตัวอาคาร หรืออยู่ให้หางจากตัวอาคารให้มากที่สุด อยู่ในที่โล่งแจ้ง และรอประกาศอัพเดท มีหน่วยทหารทำหน้าที่เอาน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่บริเวณนั้น ซึ่งเป็นน้ำใจดี ๆ ของหน่วยงานราชการในพื้นที่ตรงนั้นที่พวกเราได้รับมา
พวกเรายังคงรอประกาศอัพเดทสถานการณ์ต่อไป นี่ก็เป็นเวลาราว ๆ บ่าย 3 โมงแล้ว เรายังคงทำได้เพียงนั่งรอ และอ่านข่าวสารจากเพื่อนมนุษย์ที่เราไม่ได้รู้จักที่ยังคงค่อยอัพเดทสถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ที่มีการรับรู้ของตน รวมไปถึงคลิปวีดีโอเหตุการณ์อาคารที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จถล่มลงมา
ขอตัดจบ.. ถ้าว่าง ๆ จะมาเขียนเรื่องอื่น ๆ ต่อ ถ้าเห็นว่าหายไปโปรดรู้ไว้ว่าข้าพเจ้าต้องไปปั่นงาน
ปล. แปะบทความเกี่ยวกับผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อพื้นที่ของจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขียนเมื่อปี 2023 (อ่านไว้เพื่อรู้ว่ามันจะไม่จบแค่ครั้งนี้ แล้วเตรียมตัวไว้บ้างก็ดีครับ)
https://geoenvironmental-disasters.springeropen.com/articles/10.1186/s40677-023-00259-0
ขนาดออฟฟิศผมอยู่ที่พื้น เสียงกระจกลั่นยังหลอนๆเลย นี่นึกไม่ออกว่าถ้ายังทำงานในครัวโรงแรมจินตนาการชั้นใต้ดินโรงแรมถล่มจะน่ากลัวแค่ไหน
พอชีวิตเริ่มพูด “ขอบคุณ” มากขึ้น
สถานการณ์ที่ต้องพูด
“ขอโทษ” มันเริ่มลดน้อยลง
#siamstr
The vibe at #Paknam101
บรรยากาศงาน #Paknam101
https://geyser.fund/project/welcomebitcoin/posts/view/4325?hero=naphat09
#welb #welcomebitcoin #siamstr
ต่อจากเมื่อวานที่ไปตามล่าหาเนยแท้ 100% ค้นพบว่าร้านค่าอุปกรณ์เบเกอรี่ใกล้บ้านทั้ง 2 ร้านไม่มีเนยสดแท้ 100% แบบธรรมดาขายอีกแล้ว
ถ้ามีก็จะเป็นเนยแท้ที่มีกรรมวิธีพิศดารบางอย่างเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มราคาขาย ส่วนตัวเราไม่รู้ว่าไอ้วิธีที่เพิ่มเข้ามาทำให้เนยแท้ 200 กรัม ราคามันโดดไปถึง 360 บาท ได้ยังไง และคุ้มค่ามั้ยเลยยังไม่ซื้อ
ซึ่งทั้ง 2 มีเหมือนกันคือความหลากหลายของเนยคือ เนยผสมน้ำมันพืช ทั้ง 40/50 ,70/30 หรือทุเรศที่สุดคือไม่ว่าผสมน้ำมันพืชกี่ % แต่บอกแค่มีไขมันจากนม 10% หรือ ไขมันพืช 100% ไปเลย
ความน่าสนใจคือ เนยที่ระบุว่ามีไขมันจากนมแค่ 10% นั้น 1 กิโลกรัม หรือ 1000 กรัม ราคา 165 บาท ในขณะที่เนยแท้ที่ผมต้องขับรถเข้าเขตกรุงเทพไปซื้อมา(ไม่มีไซส์ใหญ่มีแค่ขายปลีก) 227 กรัม ราคา 124 บาท

ที่นี้ลองเปรียบเทียบกับราคาขนมในร้านเบเกอรี่ใกล้บ้านดูแล้วก็น่าจะพออนุมานได้ว่าส่วนผสมหลักอย่าง เนย
น่าจะเป็นเนยจริงๆ
อยู่กี่ % ในขนม 1 ชิ้นนั้น
#siamstr
ติดลมไปหน่อย

#zapcooking #siamstr cookstr #foodstr




