Avatar
BKMiner
90a49390d066aee98fe786286355aac76ef02ac98dfc89ebb467decfefe81558
❌Bitcoiner ✅Degen Want to follows someone with bitcoin technical, fundamentals or philosophical wisdom ? 👉Just follow someone else🤣

ช่วง ปี-2ปี ที่จะถึงนี้ อ.ลอย น่าจะต้องอัพเดทเนื้อหาคลิปนี้ เพราะราคาอาหารพุ่งแล้วสร้างฐานใหม่ ราคาในคลิปนี้ irrelevant 5555555

อ อาจคิดว่าสินค้าที่ซื้อได้คงเหมือนเดิม เพราะราคาของขึ้นค่าแรงก็ขึ้น แต่ถ้า อ ได้ลองคำนวณใหม่ อ จะพบว่าเอ้ะ 1 สัปดาห์มันได้ไข่น้อยลงนะ ได้เนื้อน้อยลงนะ (เป็นนักคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, เศรษฐศาสตร์ คือเก่งทุกอย่างทุกสาขาอะ) อ.ควรดูออกนะ 555555

#siamstr

ขณะที่ชาว btc กำลังฉลองที่สินค้าต่างๆราคาอยู่ในช่วงถูกลงแบบ banana zone

อ.float หรือ Mr.Inflation กำลังดีใจที่จะมีผู้ว่าแบ้งชาติคนใหม่ในไทย มาช่วยทำให้สินค้าแพงขึ้น 🤣

#siamstr

เพจร้านขายผักบอกกรดไหลย้อนให้เลี่ยงอาหารที่เป็นกรด

ตรูที่ตั้งแต่ได้รู้จัก coconut cider vinegar ก็เลิกเป็นละ : เป้าต่อไปคือทดลองว่าจริงๆแค่ white vinegar ที่ตักฟรีจากร้านก๊วยเตี๋ยวก็ช่วยได้แล้วมั้ย 🤣

#siamstr

ใครที่คิดว่าตัวเองกำลังจะตกรถ

พรุ่งนี้กราฟ week น่าจะ close above 52 wk high นะครับ

แค่เป็นสัญญาณซื้อ buy follow ทางเทคนิคคอลที่มองเห็นได้ง่าย และเป็นที่นิยมตัวนึง

พอปิดเสดมันอาจพุ่งหลาวย้วยลงมาก็ได้ trend following มัน winrate กัน 30% นี่หน่า 🤪

#siamstr #degenstr

Replying to Avatar Nutty_DK

สรุป Session ดร. โสภณ Vs พี่วิชิต ซ้ายเกล้า #THBW2024

พี่ชิต - ความผันผวนมันเป็นเรื่องของคนสายตาสั้น แต่ Bitcoiner เป็นคนมองยาว!!

ดร. - (บอยไม่ดื่ม) ถ้าเราข้ามความขมไปได้ สวรรค์และความรื่นรมย์กำลังรอเราอยู่!!

####

ท่ามกลางบรรยากาศประหนึ่งสนามมวย iconic ที่ชัดเจน ตัวแทนสินทรัพย์ที่โดดเด่นตลอดกาลอย่าง อสังหา และ บิทคอยน์ ที่มาแสดงความคิดเห็นโดนมีกรรมนามสุดน่ารักอย่าง นาโอมิ (แทคนาโอมิ) คุยสบาย ๆ แบบคนรักกัน

**Performance**

หากเราซื้อสินทรัพย์ทั้ง 2 ชนิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว วัด performance กันแล้ว อะไรให้ผลตอบแทนมากกว่ากัน?

ดร.

- ยอมรับว่า BTC เป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นและยังไม่มีอะไรเทียบได้ในตอนนี้ แถมมีการเติบโตที่น่าสนใจ แต่ก็แอบเป็นห่วงว่า Satoshi ที่ถือครองอยู่เยอะมาก เพราะการถือครองคนเดียวอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล อีกสิ่นหนึ่งที่น่ากังวลคือต้นทุนการขุดที่เพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าราคาบิทคอยน์จะพุ่งสูงขึ้นตามเช่นกัน

- สำหรับอสังหายังทีโอกาสเติบโตอยู่ หากเทียบที่ดินกรุงเทพในสมัยก่อนจะพบว่าราคาขึ้นมากกว่า 40 เท่า แต่ระหว่างทางก็มีโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงเช่นกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะ หากเราซื้อในช่วงที่ทุกคน panic ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ของถูกถ้าสินทรัพย์ที่ขึ้นวันละ 7% ก็มีโอกาสที่จะลง 7% เหมือนกัน (แซะบิทคอยน์น่ะแหละ)

พี่ชิต

- 10-15 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีสินทรัพย์ไหนจะสู้ BTC ในเรื่อง Performance ได้เลย แต่ถ้าดู Marketcap ของบิทคอยน์ ก็ยังนับว่าเล็กมากอยู่ดี สิ่งหนึ่งที่ทำให้ performance ของบิทคอยน์เพิ่งขึ้นได้สูงขนาดนี้ เพราะว่าปัญหาจากระบบการเงินมัน Broken เงินมันถูกพิมพ์ขึ้น ลองคิดภาพ 1 หรือ 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า เงินเฟ้อจะเป็นยังไง และในขณะที่เงินเสื่อมค่าไปทุกวัน ดราจะหนีตายยังไง?? เราถึงต้องมี Asset เพราะเงินที่ไหลเข้าระบบ สุดท้ายก็จะไหลไปยัง Asset ต่าง ๆ และ Asset จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราอยู่รอดได้

- การลงทุนในอสังหาต้องใช้เงินเยอะ เวลาที่พี่ชิตมองบิทคอยน์ พี่ชิตไม่ได้มองในเรื่องของการลงทุน แต่พี่ชิตมองในเรื่องของการเก็บออม ให้คิดภาพเวลาเรามีพลังงานเหลือ เราเอาไปเก็บไว้ไหน ถ้าเป็นสมัยก่อนก็คงเอาไปซื้อพันธบัตร ไปซื้อทองคำ สิ่งที่ดีในการ saving คือทองคำ แต่เวลาจะใช้ก็ต้องเอาไป exchange ไปเป็นอย่างอื่น มนุษย์เองก็มองหาเครื่องมือมาเก็บพลังงานเป็นที่ดินเหมือนกัน แต่ว่ามันเปลี่ยนยาก แต่บิทคอยน์เป็นเครื่องมือเก็บพลังงานที่เหมาะสมที่สุด

**การที่บิทคอยน์ราคาผันผวน ถือเป็นโอกาสรึเปล่า??**

พี่ชิต

- ความผันผวนมันเป็นเรื่องของคนสายตาสั้น แต่ Bitcoiner เป็นคนมองยาว!! เหมือนน้ำในทะเล เรามองใกล้ ๆ ก็เห็นว่ามันมีคลื่น มันผันผวน แต่ข้างนอกมันสงบจะตาย แต่จะดูที่ความผันผวนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูสัดส่วนของ return ด้วย

ดร.

- เรื่องเงินเฟ้อเป็นเรื่องธรรมดา (พี่ชิตมองหน้า ดร. แบบงงๆ) ถ้าผมไปจับปลาที่อ่าวไทย แล้วได้ปลาน้อย ผมก็ต้องขึ้นราคา อุปทานเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่คิดไปเอง ราคาข้าวของไม่ได้เฟ้ออย่างที่เราคิด

**แล้วสินทรัพย์ที่จับต้องได้ กับจับต้องไม่ได้??**

พี่ชิต

- หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่าสิ่งที่จับต้อไม่ได้ไม่มีค่า แล้วพลังงานล่ะมีค่ามั้ย?? ความรู้ล่ะมีค่ามั้ย?? บางครั้งสิ่ง (สินทรัพย์) ที่จับต้องได้ อาจทำให้เราเสียเปรียบด้วยซ้ำ เช่น ที่ดิน ถ้าเรามีที่ดินจากบรรพบุรุษ แล้วโดนระเบิดลงทำลายที่ดินจนหมด เพาะปลูกไม่ได้แล้วจะทำยังไง อีกอย่างคือ คนเรามีพลังงานเหลือเฟือ เราทำงานแล้วเอา energy ที่เหลือมาเก็บออมไว้ ถ้าเราเก็ย economic energy เก็บไว้ใน cyber bank มันให้อิสระให้เราเอาไปที่ไหนก็ได้ และมันก็เป็นไปตามเทรนด์ที่มันควรจะเป็นด้วย

ดร.

- เราจะมองแค่เรื่องจับต้องได้หรือไม่ได้ แค่นั้นไม่พอ ต้องดูด้วยว่าสามารถเคลื่อนย้ายได้มั้ย แต่อสัหาเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่เรามี ยอมรับว่าอสังหาเคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็น

**ถ้าเกิดวิกฤขึ้นมา??**

ดร.

- อัตราเงินเฟ้อในประเทศเราไม่ถึง 1% แต่ว่าดอกเบี้ยเงินฝากของเรามากกว่า 1% และถ้าดู Warren Buffet ก็พบว่ามีการถือเงินสดเพิ่มขึ้น ถ้าเราเป็นคนมีฐานะดี เราจะไม่กลัวเงินเฟ้อ อย่าไปกลัวเงินเฟ้อมากก็แค่เอาเงินไปทำอย่างอื่น เลือกซื้อให้เหมาะสม

พี่ชิต

- เมื่อใดที่มีวิกฤตทางการเงิน ทุก Asset จะแย่หมด จะเกิดปัญหา Liquidity ทันที สภาพคล่องหาย แต่ว่าค่าใช้จ่ายไม่ได้หายไปไหน คนที่ถือ Asset ก็จะคลายพลังงานออกมา

**แล้วถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง??**

พี่ชิต

- แล้วแต่ละคน ถ้าคนรวยมากเขาก็มี Option คนเบี้ยน้อยหอยน้อยก็คงเลือกอสังหาไม่ได้ ต้องดูข้อจำกัด (ขั้นต่ำ) ด้วย ถ้าจะซื้ออสังหาอย่างน้อยก็ต้องมีสักล้านนึง ถ้าซื้อทอง 1 สลึง ก็ต้องมีสัก 10,000 บาท แต่บิทคอยน์ ถ้ามี 100 เราก็ออม 100, ถ้ามี 1,000 เราก็ออม 1,000 มัน flexible มากกว่า

############

ขอบคุณครับ รอชมไฮไลต์มวยคู่นี้แหละ 🙏🤣

รูปจากสมาชิกไม่ระบุตัวตนในเฟส siamnesebitcoiner

เอาจริงๆถ้า

สินทรัพย์ ก มีพฤติกรรมแบบ -30 - -50% แล้วใช้เวลา recovery เป็น 7-10 ปี

สินทรัพย์ ข มีพฤติกรรมแบบ -60 - -90% แล้วใช้เวลา recovery แค่ 2-3 ปี

ถ้าเป็น close system portfolio ที่ใช้ “การรอ” เป็นกลยุทธ์ในการรับมือตลาดหมี ผมคงให้น้ำหนักสินทรัพย์ ข มากกว่า เพราะระยะเวลาการดอยมันสั้นกว่า และถ้าเรากลัวจะดอยเยอะ เราสามารถลด position size ตัวเองก่อนซื้อได้เว่ย ถ้าสินทรัพย์มันมีพฤติกรรมคือ ปกติ -100% ทุก 4 ปี แต่ personal finance เราทนได้แค่ 50% เราก็เข้าแค่ 50% พอไง แต่อิสินทรัพย์ ก นี่สิ สมมุติเรารับการลงได้ 50% แต่ตัวมันปกติจะลงแค่ 25% สิบปีถึงจะลง 50% ทีนึง ผลก็คือเราต้องใช้ leverage เพื่อเพิ่ม position size และทำให้ในบางครั้งที่มันลง 50% เราก็จะเสียหายมาก ทำให้เราต้อง price in ว่าแม่งลงได้ทั้ง 25% และ 50% เข้าไปในระบบเทรดอีก คือแม่งยุ่งยากอะ 555555 ส่วนตัวเลยชอบ btc กว่า

#siamstr

แหม เงินเฟียตนี่พระเจ้าเสกขึ้นมาให้มนุษย์ใช้มั้ง

#siamstr

ถ้าจะกินเจเพราะไม่อยากให้คนอื่นเจ็บตัวสงสัยต้องกินแค่เห็ดกะสาหร่าย

#siamstr

Replying to Avatar Bosthai

ไอ้การยอมรับความหลากหลายแม่งไม่จำเป็นต้องทำแคมเปญยัดเยียดให้ยอมรับหรอกนะ

เพราะธรรมชาติของมนุษย์มันต้องอยู่รอดด้วยความหลากหลายอยู่แล้ว

คิดดูนะ มนุษย์เกิดมามีสภาพร่างกายที่อ่อนแอกว่านักล่าทั่วไปในธรรมชาติ มีแค่สุดยอดสมองและสองมือที่ใช้สร้างอาวุธและนวัตกรรมให้ตัวเองสามารถอยู่รอดจากสภาพธรรมชาติที่โหดร้าย

และตัวธรรมชาติเองก็มีความหลากหลายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ พืช สัตว์ แมลงประจำถิ่นที่ไม่ได้เหมือนกันทุกที่

แล้วถ้ามนุษย์ใช้แค่วิธีเดิมๆ ในการอยู่รอด มันทำไม่ได้หรอก

คุณจะถือหอกออกไปล่าวังกวางทุกวันไหมถ้าคุณสามารถจับมันมาเลี้ยงทำปศุสัตว์ ไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตวิ่งสะดุดก้อนหินล้มตาย

หรือคุณจะใช้หอกในการสู้กับเสือสิงโตเหมือนกับที่ออกไปลากวางไหม ในเมื่อคุณสามารถประดิษฐ์ธนู หรือปืนได้

การทำอะไรเดิมๆ มันก็ไม่ต่างจากเสือที่ออกล่าไปวันๆ ไม่ได้มีสมองในการสร้างนวัตกรรมที่ทำให้ตัวเองสบาย เสือจะไม่สามารถขยายอาณาเขต และเพิ่มปริมาณประชากรได้มากไปกว่าอนาเขตที่มันสามารถออกล่าได้

และมนุษย์เองที่มีสมองในการคิด ตระหนักรู้ได้ว่า การจะเอาตัวรอดในธรรมชาติ จะต้องปรับตัวในความหลากหลายนั้น และมันจะต้องไม่จำกัดขอบเขตของความคิด ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับทุกความคิด ถึงแม้ความคิดหรือไอเดียหรือปรัชญาบางอย่างโคตรไร้สาระ ไม่ได้ช่วยให้มนุษยชาติมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่มันก็เป็นเพียงแค่กลไกทางความคิดแบบสุ่มเพื่อหาวิธีเอาตัวรอดจากธรรมชาติ

เปรียบเสมือนเชื้อราที่แพร่กระจายตามพื้นป่า บางเส้นทางอาจจะเจอบ่อน้ำที่ใสสะอาด บางเส้นทางอาจจะจิ้มไปเจอขี้วัว

ทอยเต๋าไปเถอะ สุ่มไปเถอะ ผิดพลาดไปเถอะ ไม่ว่ามันจะมั่วซั่วขนาดไหน ขอแค่มันออกหน้าถูกต้องแค่ครั้งเดียว มนุษยชาติก็จะสบายขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งอยู่ดี #siamstr

ถ้าไม่ทำแคมเปญมายัดเยียด ก็หลอกเอาภาษีมาจ่ายให้คนที่อยากยัดเยียดไม่ได้สิ 🤣

มนุษย์บางจำพวก เหมือนเกิดมาเพื่อล่าเพื่อนมนุษย์กินน้ำพักน้ำแรงคนอื่นเป็นอาหาร ซึ่งในระยะยาวตลาดคงไม่เอาไว้

## วงเหล้าหรือสภากาแฟล้วนมีน้ำแข็ง

เวลาอธิบายเรื่องเงินเฟ้ออ่อน ๆ ในเฟียต ให้เราหยิบก้อนน้ำแข็งออกจากช่องฟรีสมาวางไว้กลางห้องแอร์ ชี้ให้คนอื่นได้เห็นว่ามันละลายยังไง แล้วบอกว่านั่นแหละ มูลค่าในเงินของคุณที่ค่อย ๆ กำลังเสื่อมค่าไป

เวลาอธิบายเรื่องเงินเฟ้อรุนแรงในเฟียต ให้เราหยิบก้อนน้ำแข็งออกจากช่องฟรีสไปวางไว้กลางแดด พวกเขาจะเริ่มเห็นว่านอกจากน้ำแข็งจะเปลี่ยนไปเป็นของเหลวอย่างรวดเร็วแล้ว มันยังระเหยกลายเป็นไอ และหายไปดุจอากาศธาตุ

เวลาอธิบายเรื่องเงินฝืดในบิตคอยน์ ให้บอกว่าพวกเราจะไม่เอาน้ำก้อนน้ำแข็งออกมาจากช่องฟรีส (ที่นี่เราไม่ทำกันแบบนั้น) เราจะแช่มันไว้ในช่องฟรีสนั้น โดยที่เราจะแลกพลังงานกับเวลาของเราเพื่อทำให้ช่องฟรีสยังคงทำความเย็นให้กับน้ำแข็งยังคงเป็นก้อนน้ำแข็งในสถานะของผลึกที่อยู่ในโครงสร้างอันเป็นระเบียบที่ยากต่อการเปลี่ยนแปลงต่อไป

และถ้าใครถามว่าถ้าไม่เอามันออกมาจากช่องฟรีสเราจะใช้มันได้ยังไง ให้บอกเขาไปว่าเราจะใช้มันด้วยวิธีการประกาศความเป็นเจ้าของที่มีต่อน้ำแข็งก้อนนั้น ๆ เราแลกเปลี่ยนกันด้วยสัญญาจากภายนอกโดยที่ไม่เข้าไปรบกวนกระบวนการรักษาสถานะของมัน

แล้วให้บอกต่อไปว่า คุณก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะยังใช้เงิน (เฟียต) ด้วยความเร่งรีบเพราะว่าจะต้องรีบใช้ก่อนที่มันจะสลายหายไป หรือจะใช้เงิน (บิตคอยน์) ที่ไม่มีวันละลาย และมีเวลามากขึ้นในการได้คิดและไตร่ตรองในการใช้เงินแต่ละครั้ง หรือมีเวลามากขึ้นในการใช้เวลาที่มีไปกับการเรียนรู้ถึงวิธีการที่จะทำให้คุณสามารถประกาศความเป็นเจ้าของของมันได้มากขึ้นเพื่อตัวคุณเอง

#Siamstr

nostr:nevent1qqstqrp82lwf2uvus2dmylxl7tkhkgy80p9c0splvxjnjt07y3pramgzyq9arusvg7j0slfr9n7uwpq4wy9znjuwuzxpp6tvslvgp7euhw9uycjwppq

เฉียบ!

หมอ mainstream ยังโทษเกลืออยู่เลย

Facebook แม่งล้าหลังหรือความจริงมันช้าเกินไป 😂

#siamstr

ปล.ผมว่าเฟสบุ้คล้าหลังนะ ไม่ได้ว่าหมอ

หมอไม่ผิด ผิดที่ความจริงมันมาช้าไป คนที่ซวยสุดไม่ใช่หมอที่เหมือนจะเสียหน้าแต่คือ ผป.ที่เสียโอกาสรับการรักษาที่ดีกว่านี้😅

Q: If keto-low carb diet for ncd prevention is fully adopt around the globe thus the need of pharmaceuticals for ncd diminishes, could you provide an insight for future of pharmacists careers

ChatGPT: The potential widespread adoption of a keto-low carb diet for non-communicable disease (NCD) prevention could significantly impact the future of pharmacists' careers in several ways:

### 1. **Shift in Focus from Pharmaceuticals to Nutrition**

- **Role Expansion**: Pharmacists may shift from primarily dispensing medications to providing nutritional counseling and education. This would require additional training in dietetics and lifestyle medicine.

- **Collaborative Care**: Pharmacists could work more closely with healthcare providers, dietitians, and wellness coaches to create comprehensive health plans that prioritize dietary changes.

### 2. **Emergence of New Products**

- **Dietary Supplements**: As interest in low-carb diets grows, pharmacists may see an increase in the demand for dietary supplements, such as electrolytes, proteins, and vitamins designed for ketogenic diets.

- **Functional Foods**: There could be a rise in the availability of low-carb, functional food products that pharmacists can help promote or advise on.

### 3. **Patient Education and Support**

- **Chronic Disease Management**: Pharmacists could take on more active roles in educating patients about managing chronic diseases through lifestyle changes, reducing reliance on medications.

- **Behavioral Support**: Providing support for patients making dietary changes could become a key aspect of pharmacy practice, including motivational interviewing and behavior modification strategies.

### 4. **Research and Development**

- **New Therapeutics**: As dietary approaches become more mainstream, pharmacists may engage in research to explore new therapeutic agents that complement dietary changes or mitigate any potential negative effects of low-carb diets.

- **Clinical Trials**: Involvement in clinical trials related to dietary interventions could become a new avenue for pharmacists, enhancing their role in evidence-based practice.

### 5. **Regulatory and Policy Roles**

- **Advocacy**: Pharmacists could advocate for policies that support dietary education and the integration of nutrition into healthcare systems.

- **Guideline Development**: Participation in the development of clinical guidelines regarding dietary interventions for NCD prevention could be an emerging role.

### 6. **Technology Integration**

- **Telehealth and Apps**: As telehealth expands, pharmacists may utilize technology to provide virtual consultations focused on dietary management and medication therapy management.

- **Health Monitoring**: Integration of health monitoring technologies could allow pharmacists to track patient progress related to dietary changes and medication use.

### Conclusion

While the potential decrease in reliance on pharmaceuticals for NCDs could pose challenges, it also opens up numerous opportunities for pharmacists to evolve their roles in healthcare. Emphasizing nutrition, patient education, and collaborative care could position pharmacists as vital players in the future of holistic health management. Adapting to these changes will require ongoing education and flexibility within the profession.

ไม่เข้าใจว่าจะปกป้อง guideline ปัจจุบันและยาบางกลุ่มที่มันไม่ได้มีประโยชน์จริงๆไปทำไม ถ้าเราคิดว่า skill ที่เรามีมันมีค่ากะโลกใบนี้

(ผมถาม chat gpt ว่าถ้า keto-low carb global adoption เพื่อป้องกัน NCD เกิดขึ้นจริง อนาคตอาชีพเภสัชจะเป็นยังไง)

ถึงแม้ AI จะไม่มีความรู้เฉพาะด้าน คิดอะไรสร้างสรรค์ไม่ได้ แต่คำตอบที่มันให้ก็ make sense นะ

#siamstr

ชื่ออิสระ ฮาตะ นี่คุ้นหูอยู่ แต่จริงๆผมอะห่างหายคลิป RS มาพักใหญ่ๆอยู่ครับ 555555 🤣

เหตุการณ์เหล่า Creator อพยพจาก X ไปที่ Bluesky ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

ตอนนี้สิ่งที่ผมสังเกตได้หลังจากการตื่นตูมได้สงบลงคือ

- พวกเขาเริ่มทยอยกลับไปใช้ X เหมือนเดิม (ตามคาด) แต่ไม่ได้ทิ้งร้าง Bluesky เหมือนรอบก่อน

- มีคนออกมาโพสต์ว่าถ้าอยากให้คนมองเห็นกันเยอะ ๆ ต้องรีโพสต์กัน อย่าแค่ Like กันอย่างเดียวเหมือนตอนอยู่ X

ข้อแรกไม่แปลกใจอะไร มันออกเแนวเอาโพสต์ใน X มาแปะสำรองซะมากกว่า แต่ไม่ว่าจะข้อไหนผมก็รู้สึกว่ามันผิดปกติไปหน่อย

จะกด Like หรือ Repost อย่างเดียวมันไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะมันเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้งาน จะใช้อะไรก็ใช้กันไปตาอัธยาศัย แต่ที่ผมตั้งข้อสังเกตคือ "พวกคุณไม่คิดจะ Mention คุยกันหน่อยเรอะ !?"

เพราะสิ่งที่ผมเห็นในนั้นคือคนเอาแต่รีโพสต์กันไป ๆ มา ๆ ถ้าไม่ใช่ดราม่า (แบบตอน X) ก็แทบจะไม่คุยกันใต้โพสต์เลย

บรรยากาศตอนนี้ใน Bluesky ก็เลยไม่ต่างจาก X ที่คนมันไม่คุยกัน เน้นโพสต์และรีกันไป ๆ มา ๆ ไร้ชีวิตชีวาแบบสุด ๆ

และคือผมเป็นคนที่แทบไม่เล่นโซเชียลแล้วในทุกแพลตฟอร์ม (อาจเพราะเหมือนเราถอดปลั๊กกลาย ๆ ไปนานแล้วเลยไม่ได้อยากเข้าใช้มันบ่อย ๆ ) ขนาดแวะกลับไปที่ Bluesky ก็ยังแบบ...มันไร้ชีวิตชีวาจัง เหมือนบอทรีโพสต์กันมากกว่าคนใช้งานจริงทั้งที่พวกเขาก็คือ User ที่มีตัวตนน่ะ

กลับกัน ผมเข้ามาใช้ #nostr ก็แทบไม่ได้คุยกับใครมาก แต่ทุกครั้งก็จะเห็จชีวิตชีวาใน Note ของแต่ละคนที่ติดตาม เพราะพวกเขาคุยกัน ปฎิสัมพันธ์กันแบบที่มนุษย์คนนึงจะเข้าสังคมกันน่ะ ขนาดผมที่ไม่ค่อยคุยกับใครก็ยังไปเมนชั่นคุยกับคนอื่นอยู่บ้าง ตบมุกกันโบ๊ะบ๊ะเลยแหละ

เพราะแบบนี้ผมถึงเขียนไว้ในโพสต์แรก ๆ ของ Bluesky ว่าถ้าใจ้ใช้ชีวิตในนั้นต้องปฎิสัมพันธ์ให้เหมือนกับคนคุยกันจริง ๆ

และเพราะแบบนี้ผมถึงเชียร์ให้มาที่นี่ตลอด และผมก็ไม่คิดจะเลิกใช้ที่นี่เลยด้วย อย่างน้อยการโผล่มาที่นี่ก็รู้สึกได้คุยได้เข้าสังคมจริง ๆ มันดูมีชีวิตชีวาและ Slow Life มากพอที่ผู้ใช้งานจะค่อย ๆ ละเมียดไปกับแต่ละ Note (เว้นซะแต่คุณเปิดฟีด Global อันนั้นโคตรไว)

#siamstr

ส่วนหนึ่งในนั้นน่าจะขาดต้นกล้ารึป่าวนะ มันไม่ได้มี hero himmel party แบบทีมไรท์ชิพมาเปิดทางสร้างสภาพแวดล้อม อนุบาลให้คอมมูเบื้องต้นก่อนจะเริ่มโตแบบ organic

ละคือบุคลากรฯก็มองว่ามันลดอัตราการตาย 1% ฟรีๆ ไม่เสียหายไรนิ แต่จริงๆมันเสียไงงง😅

Replying to Avatar BKMiner

เห็นคอมเม้นนึงบอกเชิงๆว่า “เราไม่ต้องสนใจกลไกยา ว่ามันเกิดผลข้างเคียงได้ยังไง (เพราะไม่ได้เกิดกะทุกคน) หรือค่าแลป LDL อะไรหรอก เราสนแค่ว่าเปเปอร์บอกว่ามันกินแล้วลดอัตราการตายได้ (1% : ผมเสริมเอง) งั้นเราก็ควรใช้มันต่อไป”

555555555555 ไม่รู้ว่าเป็นคำพูดหมอหรือเภสัช แต่ในฐานะที่เป็นเภสัช (โรงงาน) ฟังแล้วสะพรึงในความประมาทของผู้ใช้ว่ะ 5555555 ตรูอุตส่าผลิตแล้วตรวจคุณภาพยาเมิงมาอย่างดี ให้ต้องไม่มีสารปนเปื้อนอันตรายนั่นนี่ แต่ตอนพวกเมิงเอาไปให้ลูกค้ากิน เมิงไม่สนกีสนแท๊ดกะอันตรายจากการออกฤทธิ์ของยาเล๊ย แบบนี้เอาเด็ก ม.4 มาอ่านไกด์ไลน์ก็รักษาคนแทนพวกเมิงได้นะ 😅

#siamstr

Side effect / pathway นี้ ไม่ได้เกิดกะทุกคน แต่จ่าย statin ให้กินทุกคนอยู่ดี 5555555

เห็นคอมเม้นนึงบอกเชิงๆว่า “เราไม่ต้องสนใจกลไกยา ว่ามันเกิดผลข้างเคียงได้ยังไง (เพราะไม่ได้เกิดกะทุกคน) หรือค่าแลป LDL อะไรหรอก เราสนแค่ว่าเปเปอร์บอกว่ามันกินแล้วลดอัตราการตายได้ (1% : ผมเสริมเอง) งั้นเราก็ควรใช้มันต่อไป”

555555555555 ไม่รู้ว่าเป็นคำพูดหมอหรือเภสัช แต่ในฐานะที่เป็นเภสัช (โรงงาน) ฟังแล้วสะพรึงในความประมาทของผู้ใช้ว่ะ 5555555 ตรูอุตส่าผลิตแล้วตรวจคุณภาพยาเมิงมาอย่างดี ให้ต้องไม่มีสารปนเปื้อนอันตรายนั่นนี่ แต่ตอนพวกเมิงเอาไปให้ลูกค้ากิน เมิงไม่สนกีสนแท๊ดกะอันตรายจากการออกฤทธิ์ของยาเล๊ย แบบนี้เอาเด็ก ม.4 มาอ่านไกด์ไลน์ก็รักษาคนแทนพวกเมิงได้นะ 😅

#siamstr

กำลังจะซื้อหนังสือออกกำลังกายของ Movnat ช่วง blackfriday พอดี

จากเหตุการ #toxicworkplace #โรงพยาบาลพระรามเก้า #เภสัชฆ่าตัวตาย #RIPนะน้อง พี่ขอมาถอดบทเรียนในนี้

ส่วนตัวผมเป็นลูกจ้าง เลย mindset จ้องแต่จะเอาเปรียบนายจ้างอะนะ ถ้าคนเป็นเจ้าคนนายคนมาอ่าน น่าจะระคาย ดังนั้น ผมเลยเตือนไว้ก่อน 55555

ความเห็นผมคือ สภาทำไรไม่ได้หรอก มันเรื่องของหัวหน้ากะลูกน้อง 55555

ผู้บริหาร/องกร เขาต้องเลือกเข้าข้างคนที่มีประโยชน์กะองกร มากกว่าอยู่แล้ว

คนที่ถ้าขาดไปงานจะหยุดทั้งแผนกเภสัช vs คนที่ขาดไปก็ให้คนอื่นทำแทนได้ easy choice for share holder

Optimal play ของลูกน้อง สำหรับผมมองว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนสมัครงาน ต้องหาข้อมูลมาให้ได้ การแอบหลังไมค์คุยกะคนรู้จักของคนรู้จักของคนรู้จักของคนรู้จัก ที่ทำงานอยู่ในนั้นงี้ หรือถ้าซ่าจัดก็ไปเปิดกระทู้ไม่ระบุตัวตนถามในกรุ๊ป pharmacafe ว่าที่…ดีมั้ย ส่งรีวิวมาที่ npub…. หน่อยสิ

ใช่ ผมกำลังคิดว่า nostr ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ตลาดแรงงานได้ ที่ร่ายมายาวๆก็เพื่อสิ่งนี้แหละ

ละคนจะไปรีวิว ไปคอมเม้นที่ทำงานตัวเองให้อื่นฟังอะ ต้องปิดตัวตนตัวเองหน่อยนะ เพราะกฎหมายสมัยนี้มันต่อต้าน free speech ไง เอาไว้ควบคุมทาส เปิดหน้าวิจารณ์อะไรมั่วๆโดน บ เขาฟ้องติดคุกได้นะเมิง

ถ้าเจ้าของ #pharmacafe เล่นทุ่งม่วง ก็เอาไปพิจารณาดู คุณจะได้สร้างกลุ่มที่เภสัชคุยกันได้แบบเปิดๆแบบคุณไม่ต้องรับผิดชอบโพสคนอื่นแบบตอนเป็นกรุ้ปเฟสเลยนะ 55555 รู้สึกว่าที่เปิดให้โพสไม่ระบุตัวตนได้แค่อาทิตละครั้งเพราะผู้ใหญ่ขู่จะฟ้องปะนะ 55555555