Avatar
unh
9e54bff600eb2e0f0ca80b1b8e5241d5df9e511b862f4a25f4531496ff4239e7
Proof Of Work (POW)

ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ารูปจาก AI มีลิขสิทธิ์ไหม

GM ทดลองใช้ Copilot ของ Microsoft สวยดี

#siamstr #AI

GM ครับ 🐈🐈

Replying to Avatar HGGlobal

#iPhone X ใช้ลากยาวมา 7 ปี จนมันไม่ให้ update iOS แล้ว ปีนี้เลยถึงเวลาเปลี่ยน ซึ่งกำลังคิดอยู่ว่าจะไป 16 หรือจะไป Z fold 6

ผมเห็นหลายคอนเทนต์บอกว่าการซื้อ iPhone ทุกปี โดยนำเครื่องเก่าไปแลกเครื่องใหม่ หรือขายเป็นมือสองนั้นคุ้มกว่า เพราะเท่ากับเสียเงินปีละ 10000 และได้ใช้เทคโนโลยีใหม่ทุกปี

ซึ่งถ้าคุณเป็นสาย production มันก็คงคุ้มกับสิ่งที่คุณทำ content ได้ แต่ผมเชื่อเลยว่า 90% ของคนที่ทำแบบนี้ ไม่ได้รีดศักยภาพของโทรศัพท์ให้เต็มที่ เพราะงาน production แบบสุด กล้องโทรศัพท์เอาไม่อยู่ ยังไงก็ต้องไปกล้องใหญ่

ถ้าตามความคิดผม ซื้อรุ่นใหม่แล้วใช้ลากยาวไปให้เกิน 6-7 ปี แล้วค่อยเปลี่ยนใหม่ เพราะ 6-7 ปีในโลก #Fiat มันเพียงพอที่เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแบบมีนัยสำคัญ ระยะเวลาแค่ 1-2 ปี แล้วคุณต้องจ่ายเงินทิ้งเล่นๆปีละ 10000 มันไม่น้อยเลย

แล้วคุณก็จะเหลือเงินไป #stacksats หากคุณทิ้งช่วงระยะเวลาซัก 7 ปี จะเป็นระยะเวลาประมาณ 2 cycle ของ #Bitcoin ซึ่ง 70000 บาทที่คุณซื้อ Bitcoin สะสมทุกปี อย่างน้อยๆแบบไม่ได้อะไรเลยมันจะงอกขึ้นมาเป็น 140,000-210,000 บาท เป็นอย่างน้อย ขึ้นกับว่าคุณซื้อ #BTC ช่วงไหน

สรุปสำหรับคนที่บอกว่าเปลี่ยนทุกปีแล้วคุ้ม เพราะแลกกับ Fiat Technology ที่ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย ผมว่าลองคิดใหม่ เอามาซื้อ BTC แล้วผ่านไป 7 ปีแบบผม ค่อยเปลี่ยนทีเดียว

#Siamstr

ใช่เลยครับ

GM ครับ ตื่นมาวิ่งเหมือยกันเลย 55

Replying to Avatar Panai Lawasut

เช้าวันอาทิตย์ที่งาน #TBC2024 คุณอาจต้องเลือกระหว่าง ToffeeCake กับ Jimmy Song

5555555 จั่วหัวมาน่าหมั่นไส้ฉิบหาย อย่าถือสากันนะ

ปีนี้ที่ร้านทำขนมมาขายพอ ๆ กับปีที่แล้ว ผมเองเดาไม่ถูกว่าต้องเตรียมขนมมากน้อยขนาดไหน แต่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะนี่คือเต็มกำลังผลิตของ 1 สาขาที่พนักงานเริ่มเข้างานตั้งแต่ตี 3 และขนมออกมา 6 โมงครึ่งแล้ว (ปกติเข้างานตี 5) ยังไงก็มาได้เท่านี้แหละ ซึ่งนับเฉพาะ toffee cake ก็ 500 กว่าชิ้นต่อวันแล้วนะ

กำลังผลิตขนาดนี้ มีไม่กี่ร้านในชลบุรีที่ทำได้ เราสามารถรองรับออร์เดอร์ระดับหลายพันชิ้นจากโรงงานได้ แต่นั่นก็มาจากหลายสาขา และไม่ใช่เช้าขนาดนี้

และด้วย game theory เท่านั้น ที่ทำให้มันเป็นไปได้ ผมคงไม่สามารถขอให้น้อง ๆ ตื่นมาตั้งแต่ตี 2 ครึ่ง 2 วันติดกันเพื่อมาทำขนมให้ผมเอาไปใช้งานสนุก ๆ ยิ่งโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่งานที่ร้านหนักมากพออยู่แล้ว มันคงไม่ใช่แค่เรื่องของความมีน้ำใจให้องค์กรอย่างเดียวแน่นอน แต่ก็ต้องถือว่าน้อง ๆ ใจกันพอสมควร ตอนผมขอไม่มีอิดออดกันซักคำ

อย่างไรก็ตาม “ขนมไม่พอ” ไม่พอแบบไม่พอเลยซักนิด

วันแรก toffee cake หมดตั้งแต่ 11 โมง ส่วนเค้กกล้วยหอมและคุกกี้ก็ทยอยหมดไปตอนบ่ายสาม (จริง ๆ ทั้ง 2 อย่างเป็นแรร์ไอเทมของที่ร้านนะ เพราะกำลังผลิตน้อยกว่าเยอะ) ผมเองเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดีแล้ว เพราะมีคนมาที่บูธแล้วผิดหวังหลายราย

ผมแอบหวังว่าวันที่สองอาจจะอยู่นานกว่านี้หน่อย เพราะหลาย ๆ คนคงซื้อกันไปวันแรกแล้ว

ผิดคาดอย่างแรง..!!

ผมตื่นด้วยเสียงเตือนจากโทรศัพท์ว่ามียอดไลท์นิ่งเข้า น่าจะเกือบ ๆ 8 โมงมั้ง (คืนก่อนแจ๊คพาผมทัวร์ถึงตี 2 กว่าจะถึงห้องได้อาบน้ำนอนก็เกือบตี 3)

แล้วเสียงเตือนก็ดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงตอนที่ผมถึงงาน ยันผมเข้าฮอลล์ไปฟัง Jimmy Song ผมกระวนกระวายใจจนทนไม่ไหว ต้องออกมาดูที่บูธ แล้วก็พบว่าขนมหมดแล้ว นั่นมันเพิ่ง 9 โมงเองนะ

เฮ้ย..วันอาทิตย์เช้า คนก็ยังไม่ได้เยอะซะหน่อย!!

เฮ้ย..ไม่เข้าไปฟัง surprise ของงานกันเหรอ Jimmy Song เลยนะเว้ย!!

เฮ้ย..แล้วจะซื้อขนมตั้งแต่เช้าแล้วถือเดินไปเดินมาตลอดทั้งวันเลยเหรอ!!!

ใจจริง ๆ ผมดีใจและประทับใจลูกค้าทุกคนมาก พวกท่านให้เกียรติและให้ priority กับร้านเรามาก ผมขอบคุณจากใจจริง ๆ

แต่ผมรู้ดีว่าแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับผู้จัดแน่นอน ผมรู้ดีว่าภาพที่ออกไปมันจำเป็นต้องดูดี มันควรจะต้องมีบูธเยอะ ๆ มีของเยอะ ๆ มีคนมุงเยอะ ๆ แต่นี่มาถึงบูธเราโล่ง ๆ ไม่มีของ ไม่มีคน ภาพมันเสียหมด

ผมรีบไปขอโทษ อ.โบว์ และแจ๊คทันที ทั้งสองคนไม่มีใครคิดเหมือนเรา ไม่มีใครสนใจภาพ และตอบเหมือนกันคือดีใจกับผมมาก ๆ ด้วยความจริงใจด้วยผมสัมผัสได้ ไม่ใช่แค่บอกว่าไม่เป็นไรแบบผ่าน ๆ

ผมมานั่งคิดถึงข้อผิดพลาดของตัวเอง ความตั้งใจเดิมตั้งแต่ปีที่แล้วคือเอาขนมมาแจก แต่ให้ได้ใช้ไลท์นิ่งซักหน่อยจะได้สนุก ๆ กัน ซึ่งปีนี้ผมก็ทำเช่นเดิม แต่ความรับรู้ถึงตัวขนมร้านเราต่างจากเดิมไปเยอะ มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเหมือนขนมทานเล่นในงานคนละนิด ๆ หน่อย ๆ เหมือนปีที่แล้ว

มันผิดที่ผมเองเลย ของมีจำกัด ความต้องการมีมากขึ้น ผมดันไปแทรกแซงราคา คิดน้อยไป ถ้าผมได้ทันคิดเรื่องนี้แต่แรกผมจะไม่ตั้งราคานี้ ไม่ใช่เพื่อให้ผมได้ยอดขายเยอะขึ้นนะ แต่เพื่อให้คนส่วนใหญ่ได้ทานอย่างที่ผมตั้งใจไว้ตอนแรก

คุยกับพี่เดชา พี่เดชาบอก “แบบนี้เรียกลูกค้าอราบิทราชขนมคุณ” 5555555

อย่าเพิ่งโกรธกัน ถือว่าผมขออนุญาตเล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาละกัน

อีกเรื่องที่น่าสนใจมาก

ปีที่แล้ว ผมมียอดการใช้ไลท์นิ่งที่บูธอยู่ 91 ครั้ง มีลูกค้าประมาณเกือบครึ่งที่ไม่มี LN wallet และอีกส่วนหนึ่งเลยถามว่า lightning คืออะไร (มีหลายคนที่เปิดแอป exchange ขึ้นมาเพื่อจะซื้อขนมด้วย)

ปีนี้มียอดใช้ LN รวม 2 วันอยู่ 261 ครั้ง (ยังไม่ได้หักที่ gen QR ผิดนะ น่าจะซัก 20) ตัวเลขต่อวันอาจดูเติบโตไม่เยอะ เพราะแต่ละบิลซื้อเยอะพอสมควร แต่ที่ชัดเจนเลย ไม่มีใครเลยที่ไม่มี LN wallet เข้ามาที่บูธ ไม่ต้องพูดถึงว่าถามว่า LN คืออะไร

นี่คือ Proof ที่ยืนยันว่า Work ของ nostr:npub1ejn774qahqmgjsfajawy7634unk88y26yktvwuzp9kfgdeejx9mqdm97a5 นั้น success สิ่งที่ RS กำลังพยายามทำอยู่ ออกดอกออกผลอย่างชัดเจน

จริง ๆ ผมเชียร์ให้ RS รวบรวมสถิติการใช้ LN ในงานทุก ๆ ปี ผมว่าไม่ใช่ตัวเลข sensitive หรอก เปิดเผยได้ แล้วจะทำให้เราเห็นอะไรหลาย ๆ อย่างเลย

ผมเชื่อว่ามันจะทำให้เราเห็นว่า

“คอมมูบิทคอยเนอร์ไทยนั้น..ระดับโลก”

นี่คือโน๊ตออกตัว ปนขอโทษและขอบคุณ ยังคิดโน๊ตรีวิวไม่ออก มันอยู่ในหัวเยอะเหลือเกิน

#siamstr

#TBC2024

ตั้งแต่เกิดมา ผมเพิ่งเคยลองกินท๊อฟฟี่เค้กครั้งแรกก็ร้านพี่นี่แหละครับ อร่อยมากๆ

Replying to Avatar Khunjibna

สำหรับผมเองแล้วงาน TBC2024 เป็นงานที่ผมเองรู้สึกว่า Mission บางอย่างผมได้ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว ผมได้จบ Quest บางอย่างกับตัวเองหลังจากที่เริ่มเข้ามาใช้ Nostr ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาผมเข้ามาเล่นใน Nostr มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก จากเดิมเป็นคนที่เรียบร้อยไม่ค่อยชอบพูดคุยกับใคร ในปีที่ผ่านมาและจนมาถึงปีนี้ มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงตัวตนของผมมากขึ้นกับคนที่มีความเข้าใจเหมือนๆกันที่ได้มาพบเจอกัน ผมไม่รู้ตัวเลยนะนะ แต่ดันไปชอบไล่คุยถามคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด ทักทายมั่วชั่วมาก ถ้าเป็นโลกปกตินี้ ใครวะทักกู แต่ภายในงานนั้น กลายเป็นว่าทักทายกันได้แบบสบายๆใจ เอ่อวะกูก็ทำได้เหมือนกันนี่หนา ด้วยความที่สิงสถิตอยู่ใน nostr เป็นส่วนใหญ่และเข้ามารังนก รังข้าวโพด และจบในรังผึ้ง มันคงจะสนิทกันเกินไปสำหรับบางท่านที่อยู่ในสถานที่ดังกล่าวจนกลายเป็นว่าปีนี้ ก็มีเพื่อนมาตั้งแต่ก่อนวันเริ่มงานกันเลยทีเดียว

ทั้งสองวันของงานจริงๆ MAIN STAGE นั้นผมแทบจะไม่ได้เข้าไปเลย เข้าไปฟังพี่ชิตและการสร้างคอมมูนิตี้ในไทย น่าจะประมาณนั้น ส่วนใหญ่ก็วนๆ อยู่ด้านนอกฮอลส่วน Workshop Stage ก็ได้ไปฟังและให้กำลังใจ Nostr Development ของนิกเดฟ(ถั่ว) และ Bitcoin Diploma เท่านั้นเองโน้นชอบจริงๆ ก็ไปเล่นบอร์ดเกม Age of Bitcoin (ของ BitToon) จากใจคนเลยไม่เล่นบอร์ดเกมมาก่อนเลย ยอมรับว่าถ้าตั้งใจศึกษามันนิดหนึ่งมันโครตสนุก มันเหมือนการจำลองสถานะการณ์การใช้ชีวิตจริงหลังเรียนจบ คุณสามารถเลือกทางเดินกับเส้นทางชีวิตอย่างไรตามที่คุณชอบเลย (คุณอย่างทำงาน/อยากขุด/อยากเทรด/อยากเรียน) คุณมีอิสระอย่างเต็มที่ แต่ในเกมกับชีวิตจริงมันก็ต่างกันแค่ว่า คุณไม่รู้หรอกว่าชีวิตจริงมันจะเป็นอย่างไร คุณสามารถตัดสินใจได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต และการตัดสินใจของคุณมันจะส่งผลกระทบอย่างไรกับคนอื่นบ้างแค่นั้นเองแหละ รวมทั้งเวลาที่ผ่านไปเรี่ยๆ ตามสภาวะเงินที่เฟ้อขึ้นเรี่ยๆ แต่ในเกมยังพอเดาสถานะการณ์ได้เพื่อที่จะวางแผนในการตัดสินใจเพื่อเป้าหมายของคุณ ซึ่งทั้งสองวันนั้นผมก็ได้เข้าไปเล่นทั้งสองวัน มันสนุกมากจนผมรู้สึกว่าถ้าสินค้ามาจริง ผมก็คงได้สนับสนุนแน่นอน เพื่อว่าชักวันหนึ่งหากได้อยู่กับเพื่อนจะได้ใช้เกมนี้เพื่อให้เขาเข้าใจในสิ่งที่ผมจะสื่อให้เขาได้รับรู้ เขาจะรับรึไม่เป็นเรื่องของเขาแต่เราก็ช่วยเพื่อนอย่างเต็มที่ของเราแล้วละ (เกือบชนะเกมนี้ละจากผู้เล่น 4 คนระยะเวลาชั่วโมงกว่าๆ)

สำหรับ Nostr Development ของนิกกี้เดฟ(ถั่ว) อันนี้หลังจากที่ได้เข้าไปฟังแล้ว มันเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนา Client ต่างๆมากขึ้น มันมี Tools มากมายรองรับการเชื่อมต่อ Nips แล้วเพียงแค่อยากจะพัฒนาให้คนใช้งานได้อย่างไรบ้าง แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบ้างในบางประเด็น สำหรับผมแล้วถือว่าเปิดโลกพอสมควร แค่ทำความเข้าใจกับมันไม่จำเป็นต้องสนใจ User ผู้ใช้งาน แค่นี้ก็ลดความยุ่งยากจัดการผู้ใช้งานมาระดับหนึ่งละ นักพัฒนาจะได้โพกัสในการพัฒนา Client เพื่อรองรับผู้ใช้งาน Nostr มาทดลองใช้งานทดลองเล่นตามกลไกลตลาด และหลังจากนี้ผมเชื่อว่าจะมี Client ใหม่ๆ ได้มาทดลองเล่นกันมากมายใน siamstr แห่งนี้ หลังจบ Workshop ก็เลี้ยงเบี้ยร์ นิกกี้เดฟ หนึ่งแก้ว(จากคอมเมนต์ใน nostr) แต่ก็ได้รางวัลจากการเข้าร่วมกิจกรรมของ Wherostr ทำให้งานนี้กำไร (+1000sats) เอิ๊กๆ ส่วนตัวเองก็แว๊บทักทายเป็นระยะๆ เสียดายนายน่าจะเอาถั่วมาด้วยนะ ไม่งั้นจะเป็นมีมกันเลยทีเดียว ส่วนตัวผมเองก็รู้แหละว่ามันน่าสนุกนะถ้าอยากจะลองฝึกฝนตัวเองมาลองพัฒนา Client สนุกๆ บน Nostr ที่ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไร แค่ตัวเองอยากทำเพื่อสนอง Need ตัวเองก็น่าจะเพียงพอแล้ว ก็เพียงแค่ว่าอยากทำตอนไหนแค่นั้นเอง เมื่อไรก็ตอนนั้นแหละ เอิ๊กๆ

(ผมมีไฟแช็คพร้อมน้ำมันดีเชล พร้อมเผาตัวเองเสมอแหละ ถ้าผมต้องการ 555+)

Bitcoin Diploma เป็นอีก Session หนึ่งที่เข้าไปฟังไปเป็นกำลังใจให้แต่ก็ไม่นึกว่าคนจะเข้าเต็มห้องจนไม่มีที่นั่ง เป็น Session ที่ดีนะ แนะนำเกี่ยวกับการแปลหนังสือ Bitcoin Diploma และรวมทั้งสร้างแนวทางการสอน Bitcoin Diploma ในประเทศไทยเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะมีผู้คนเข้ามาศึกษาและสร้างแนวร่วมเพื่อให้คนไทยเข้าใจระบบการเงินมากขึ้นและเข้าใจ bitcoin มากขึ้น สามารถนำหนังสือนี้ไปประยุกต์ในการทำสื่อการเรียนการสอนได้อีกมากมาย ก็ยังรอผลงานของไทยอยู่นะครัช :)

สำหรับการสร้างคอมมูนิตี้ในไทยนั้น ผมดีใจนะว่าการที่ผมเข้ามาอยู่ใน nostr นั้นเอง นับตั้งแต่ที่ได้ตามเข้ามาหลังงาน BTC2023 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้น มันมีพัฒนาการมากขึ้น คนเข้ามาใช้งานและก็ออกไปเป็นอย่างธรรมชาติ ซึ่งในไทยเองก็ใช้แท๊ก siamstr เพื่อให้ชาวไทยใน nostr ได้มาติดตามโพสต์หรือ note ของผู้ใช้งานที่เข้ามาอาศัยอยู่ประจำและบางครั้งบางคราวเป็นอยู่รำไป มีกิจกรรมมากมายที่อยู่ใน nostr ที่อยู่ในนี้ มีเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่คนที่อยู่ประจำเห็นพัฒนาการหรือ meet up ตามสถานที่ต่างๆ มากมายที่พบปะกัน

ใน session นี้ ผมได้เห็นมุมมองการสร้างคอมมูนิตี้ที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละคนมองแบบไหนสุดท้ายตัวเราเองนี่แหละ ก็เลือกอยู่ในคอมมูนิตี้ที่เหมาะสมกับตัวเราก็เท่านั้นเอง และปล่อยให้กลไกลตามธรรมชาติทำงานของมันไป จากการอยู่ใน nostr มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักกันมาเจอกันในชีวิตจริง แค่นี้ผมก็รู้สึกว้าวแล้วนะ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องเทรดมันกับมาคือความเสี่ยงและเวลามันคุ้มค่าที่จะแลกกับมันหรือป่าวก็เท่านั้นเอง ผมเชื่อว่าอนาคตการสร้างคอมมูนิตี้ในหลายๆพื้นที่จากคนในพื้นที่ที่พร้อมมาพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ bitcoin หรือไม่หากมีการนำแนวคิดของ bitcoin มาปรับใช้ภายในกิจกรรมภายในบริบทพื้นที่เหล่านั้น สร้างทางเลือกในการใช้งาน bitcoin ก็จะมีคนใหม่ๆเข้าร่วมและมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้พบเจอเพื่อกระจายองค์ความรู้ต่อไปเรี่ยๆ เพื่อให้แต่ละพื้นที่นำไปใช้ในบริบทดังกล่าวจากผู้คนจำนวนเล็กน้อย ณ ปัจจุบัน อนาคตก็จะเติบโตขึ้น เติบโตขึ้น ผมเชื่อว่าอย่างงั้นนะ

ภายในงานปีนี้บูธเบียร์ DJ-TAR นี่ยอมรับว่ามีหลายรสชาติมากบอกไม่ถูกว่ารสชาติไหนจะเข้าปากกูวะ แต่สัมผัสรสชาติมันมีความแตกต่างซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ารสอะไรจะถูกปาก ผมก็ชิมมันไปทุกรสชาติมันนี่แหละ ผมเสียดายหมูปิ้งมากๆหมดไปชะก่อน อดกิน ภายในงานนี้มี welcome drink หนึ่งแก้วและ dinner party ก็อีกหนึ่งแก้วที่เหลือก็สอย เอาเข้าจริงก็กินไปเกือบ 9 แก้วเยอะอยู่นะ แต่ไม่รู้เพราะว่าพูดจนหายเมาหรือป่าวเลยไม่ค่อยมึนหัวเท่าไร ฮ่าๆ (ปิดท้ายงานก็ฟรีๆ เอ้าพี่เอาไปหนึ่งแก้วจะหมดละ) และโอเครผมก็ได้ชิมนมดิบจาก DJ-TAR ด้วยขอบคุณมากๆ (ผมก็ยังเป็นนักล่าตามหานมดิบเหมือนครั้งแรกที่ไปงาน north101 เหมือนเคย ทุกที่ที่ผมอยากไปผมอยากไปกินนมดิบเท่านั้นเว้ย ซึ่งยังเป็นมีมที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย 555+)

สำหรับอาหารการกินนั้น ผมได้แวะซอปชิมหมดเลย Toffee Cake Chonburi/กาแฟดริปคุณมิก/ชีทเค้กคีโต ตำรับเอ๋/เบอเกอร์สมนึก (dinner party) แต่ละสินค้าที่นำมาขายเหล่านี้มีเอกลักษณะเฉพาะตัว ผมชอบนะที่ได้จ่ายด้วย lightning เพื่อสนับสนุนสินค้าต่างๆ ให้ชาวเพื่อนๆ ใน nostr และในส่วนของ dinner party นั้นอาหารมีเลือกเยอะนะแต่น้อยไปน้อย(ปริมาณ) ส่วนใหญ่ต่อแถวไปรอคิวเนื้อโน้นยาวเลย หลังจากที่ไม่ได้กินอะไรทั้งวันก็หาอะไรรองท้องไปพลางๆ ก็เลยสอยในส่วนที่คนไม่ได้หยิบกันและก็ได้กินเบอร์เกอร์สมนึกแล้ว ในช่วงนั้นก็ได้พูดคุยกับหลายๆ ท่านต่อจากช่วงเช้าที่ผ่านมา พอชักพักกลับมาดูอาหารอีกทีอ้าวหมดชะละ ฮ่าๆ แต่สอยเบียร์แทนจนมานั่งคุยกับหลายๆท่านด้านนอก ทั้งคุณบี, คุณ Pruk, nikydev เท่าที่ความทรงจำที่พอจำได้ ทุกคนต่างมีจุดร่วมกันและที่มาจนมาเจอกันภายในงานแห่งนี้ คุยจนเขาไล่ละ ก็พาคุณ Pruk ลากคอพากันกลับที่พัก (นึกถึงตอนเชียงใหม่ตอนนั้น)

สำหรับคุณมิกเอง อาจจะเป็นที่ผมได้ไปเยี่ยมชมที่ร้าน สุญญ- ไม่ใช่ร้านกาแฟ ณ ห้วยผึ้ง ณ สถานที่จริง แล้วเลยทำให้ผมชอบวนๆ อยู่แถวๆรอบบูธนั้น ผู้คนต่างเดินไปมารอการชงกาแฟดริป แอบไปเป็นผู้ช่วยปั่นกาแฟดริปสุ่มมาจากหลายที่หลายแก้วเหมือนกัน ไหนใครให้ผมปั่นให้เอา sats มา 555+ ไม่รู้สิเผื่อไว้คราวหน้าก็คงจะกลับไปแวะชิมที่ร้านอีกครั้ง ไปสนทนาธรรมและไปกางเต้นนอนบนเขา ถ้ามีโอกาสนะ ประโยคที่คุณมิกมักพูดกับผมเสมอเวลาเจอกัน รักษาสุขภาพให้ยืนยาวมากที่สุดนะ อะไรที่ไม่ได้ทำก็ทำมันซะ ก่อนที่จะไม่ได้ทำอีก (ซึ่งหลายอย่างก็ยังไม่ได้ทำ ฮาๆ จะพยายามรีบทำครัช)

ในช่วงวันงานช่วงเวลาหนึ่งพี่แชมป์กับคุณริทก็มานั่งคุยกันเรื่องแนวทางการพัฒนาโปรเจคที่แกส่งเข้าประกวด ผมเห็นมุมมองของการสร้างและพัฒนาโปรเจค Grants แล้วและเนื้อเรื่องแล้วทั้งของทั้ง พี่แชมป์กับคุณริทแล้ว มันสามารถสร้างจุดเชื่อมโยงบางอย่างได้ก็เลยมานั่งคุยถึงแนวทางที่กำลังอยากจะทำต่อในอนาคต แต่ละท่านก็เล่ากันในมุมมองเนื้อหาของเรื่องราวต่างๆ และอาจารย์อาร์มก็มาแนะนำแนวทางเหมือนกัน อยากได้อันนั้นอันนี้ (มาไหมมาช่วยอีกคนไหมอาร์ม ใยแมงมุมนี่อยากเอาไฟเผาทิ้งจริงๆ เหนียวตัวไปหมด) สำหรับผมมันน่าสนุกนะมันมีแนวทางการต่อยอดได้อยู่พอสมควร ผมเองอาจจะไม่ได้อะไรมากเพียงแค่อยากเล่าในมุมมองของผมที่อยากมาช่วยอะไรบางอย่างตามทักษะที่สามารถทำได้ ซึ่งผมเองจะอยู่ตรงไหนก็ลุ้นเอาละกัน // อย่าสปอยกันก่อนนะพี่แชมป์ คุณริท ทำหลายคนมันสนุกโว๊ย พี่แชมป์ได้กล่าวไว้ 😉

แต่ที่ขาดไม่ได้เลยที่ทำให้ทักษะการฟังและการพูดเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นไปได้อย่างไรคือแก๊งชาวรังม่วง รังข้าวโพด รังทั้งหลายที่ผมได้แอบเข้ามาฟังแบบเงียบๆ หรือคุยบ้างตามประสาหลากหลายเรื่อง จนมาพบกันในชีวิตจริงจาก meeting ก่อนที่จะมาถึงงาน TBC บางท่านก็พึ่งได้เจอครั้งแรกเหมือนกันอย่าง ปังปอนด์/ไม้/ตั๋ง/เสี่ย หรือเจอกันประจำก่อนมางานอย่าง หมออ่าน/พี่เจน/พี่แคท จริงๆจะกลายเป็นนักเลงกันในรังชะแล้ว ฮ่าๆ รู้สึกว่ามาในงานนี้ก็มาป่วนกันหน่อยๆ ถ้าไม่มีนี่ สีสันคงหายกันเยอะ ผมดีใจนะที่ได้เจอและได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวบบางอย่าง จนจบงานก็ได้ไปจัดรายการสภายาดอง/สภาสาโถกันต่อข้างนอก เอ่อนะ

Mission ในใจผมมสามารถทำได้สำเร็จก็คือการได้เจอบุคคลยุคแรกๆของ nostr ได้มาพบปะหน้ากันอย่าง เฮียหมู โอเว่น และ เฮียตุ๊ก ที่ได้มาพูดคุยกันเจอหน้ากัน สำหรับผมเองดีใจมากๆที่ได้มีโอกาสพูดคุย และขออภัยที่ผมชอบป่วนพาไปแนะนำคนนั้นคนนี้เต็มไปหมด เพราะจำได้ว่าช่วงนั้น สามคนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำแต่ที่โดนใจคือ ชอบคอมเมนต์ต้อนรับผู้ใช้งาน nostr ในช่วงนั้น ผมก็คิดนะว่าสนิทกันได้ยังไงเนี้ย ทำให้มีสีสันในยุคแรกๆ ที่ผมได้เข้ามาติดตามและเห็นเห็นใน feed ไม่ซ้ำในแต่ละวัน ผมขอบคุณมากๆที่ได้เจอกันและแลกเปลี่ยนเรื่องราวบางอย่างถึงแม้จะเจอกันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ดีใจมากที่ได้พบเจอ ขอบคุณมากครับ

และอีกๆหลายๆท่านที่ผมได้พบเจอและแลกเปลี่ยนมุมมองทางด้านต่างๆ มันเยอะมากจนผมจำไม่ค่อยได้ละ เป็นสองวันที่ตัวเองไม่รู้ว่าเอาพลังงานมาจากไหน แว๊บไปฟังไปทักทายนั่นนี่บ่อยๆ ตามที่ตัวเองสนใจ อาจจะมีบ้างเรื่องที่ต้องกลับไปคิดเหมือนกันแต่ก็นั่นแหละ ท้ายที่สุดแล้วก็ขึ้นกับตัวเราเองว่าตัดสินใจอย่างไร และก็ผ่านไปกลายเป็นความทรงจำที่ดีต่อกันไป

ส่งท้ายนี้ ผมเองขอบคุณ right shift และทีมมากๆครับ ที่จัดงานสำหรับในปีนี้และทำให้หลายๆ คนได้มาพบเจอกัน สำหรับปีแรกของการจัดงานนั้นผมมาโดดเดี่ยวไม่ได้ทักทายใครเลย มานั่งเป็นนักเรียนเงียบๆ กลับไปแบบเหงาๆ พอหลังจากเข้าในทุ่งม่วงแห่งนี้ (nostr) และพบหลายเรื่องที่ได้รับรู้และลองเข้ามามีส่วนร่วมใน siamstr ก็ทำให้ผมได้รู้จักหลากหลายท่านมากได้มองเห็นมุมมองเปลี่ยนไปเยอะพอสมควร ปี 2024 นี้ก็เลยกลายเป็นปีที่ หากเทียบการเข้ามหาวิทยาลัยเป็นเด็กปีสองที่ไม่ต้องเข้าเรียนละ ไปจำตอนสอบ และไปนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน ไปขอติวกับคนอื่นตอนใกล้สอบแทน วันสุดท้ายของงานก็จบด้วยการกอดซึ่งผมเองก็ยกใครไม่ได้เหมือนกัน คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะฟิตร่างกายไปยกใครชักคนให้ได้เอิ๊กๆ จากนี้ผมก็ไปรับค่าประสบการณ์ จาก NPC คนนั้นและเวลก็ขึ้นมาเวลหนึ่งพร้อมรางวัล ส่วนต่อไปนั้นก็อยู่ที่ตัวผมเองเลือกจะรับภาระกิจใหม่จาก NPC คนอื่นหรือเดินชมธรรมชาติไปเรี่ยๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไปก็เท่านั้น

ขอบคุณที่ Bitcoin เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเราได้มาเจอกัน ขอบคุณครับ

#siamstr #TBC2024

อ่านสนุกมากกด

Replying to Avatar A Ant Mod

Recap งาน #TBC2024 (Day1)

*งานนี้ประทับใจจนกลับบ้านมาเมียทักว่าหน้าดูมีความสุขมากๆๆๆ555*

- ก่อนงานเริ่มผมไปแต่เช้าเพื่อไปจอดรถที่โรงแรม Lumen แล้วก็กะจะเดินไปงานเลย เดินมาซักพัก เจอชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังเดินจ้ำไปในทางเดียวกัน

ซักพักพี่อั๋นก็หันมากวักมือเรียกผมให้ไปเดินด้วยกัน ช่างเป็นชายที่อบอุ่นจริงๆ^^

- พอเริ่มเข้าไปในงาน ผมนึกขึ้นได้ว่า จารย์ตั้มเคยบอกไว้ว่าอาจจะไม่ว่างมาถ่ายรูปด้วย ผมเลยขอถ่ายกับจารย์ไป 1 ที

- เข้าไปลงทะเบียน ก็เจอพี่วินกี พี่เป็ด และอีกหลายๆท่าน เลยเดินมาหาไรกินแก้ง่วงก็เจอเพื่อนๆที่คุ้นเคยอย่างเอ็ม , พัตเตอร์ , พี่เอดและพี่เต้ ยืนคุยกับเพื่อนๆไปซักพักจำไม่ได้ใครเป็นคนพาบุรุษในตำนานอย่าง Hipknox มา (ขนนี่ลุกซู่เลย) ผมเลยชวนๆกันไปถ่ายภาพซัก 1 ใบ

- ซักพักก็เดินเข้าห้องประชุมกับฟรุ๊คฟริ๊ค ไปดูโชว์เปิดงานของคุณทิพย์และน้องๆทีมงานของพี่เต้ ถือว่าจัดโชว์ได้แปลกใหม่ดูดีเลยทีเดียว จากนั้นมาต่อกันที่ session ของพี่ชิตที่แม่งโคตรดุดันสุดๆ ฟังไปพลังขึ้นไป รวมถึง session ของ Dr.Big จริงๆหัวข้อเรื่องดุดันไม่แพ้กันแต่ด้วยแนวทางการนำเสนอ ทำให้ดูเบากว่าพี่ชิตหน่อย แต่ผมชอบทั้ง 2 session เลย *Saving is mother of capital*

- ออกจากห้องประชุมมาเจอพี่เจนยังอยู่หน้าบู๊ทกาแฟของมิก ผมเลยชวนแกถ่ายรูปด้วยกันซะหน่อย เพราะเจอกันคราวที่แล้วที่งาน #korat102 ไม่ได้ถ่ายด้วยกันดีๆเลย มีหมออ่านและฟรุ๊คฟริ๊คมาร่วมด้วย ^^

- เดินเล่นมาเจอพี่อั๋น Bitcoiner คนเดียวที่ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน กำลังตั้งบู๊ทขายเนื้ออยู่ผมเลยอุดหนุดแกโดยจัดเนื้อตุ๋นมา 1 กล่อง

- หลังจากเดินหาที่นั่งกินอยู่นานเลยเดินไปที่โซน workshop เจอเอ็มกับแฟนนั่งอยู่ได้คุยกันเรื่องลูกกับแฟนเอ็มอยู่ซักพักพี่แสน nostr:nprofile1qqszarvzc2ur2xks5tf488xd0uqkpq8d3zr98tccmurg3s8nr6q2wectvxszr ก็เดินมานั่งด้วย ได้คุยกันยาวทั้งเรื่องลูก การวางแผนอนาคต และเรื่องการทำงานในองค์กร ทำให้ผมได้สัมผัสกับมุมมองของผู้บริหารแบบที่ไม่มีเส้นกั้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องเลย ขอบคุณมากๆเลยครับ

- หลังจากนั้นก็เดินเล่นอยู่ในตลาดนัด LN เม้ามอยคุยกับเพื่อนจนถึง Dinner party ช่วง party ได้คุยกับน้องกันที่เป็น CFP เกี่ยวกับการวางแผนความเสี่ยง และได้ชิมเหล้าต้มจากลำปางของพี่ขวัญ (รสชาติละมุนจริงๆ) อยู่ในห้องซักพักสู้เสียงดังไม่ไหวเลยเดินออกมานั่งข้างนอกกันจนถึงประมาณ 4 ทุ่มแล้วก็แยก้ายกลับโรง

- ก่อนกลับโรงแรมเกือบได้ไปกินต่อกับตาแจ๊คแล้ว แต่เนื่องจากฝนตกผมเลยอาสาไปส่งพี่บูมแทนพี่แชมป์เพราะแกไม่ได้พักที่ Lumen (พี่แชมป์ก็ใจดีชิบหาย พักอยู่คนละทางยังอาสาไปส่งพี่บูมอีก ชุมชน Bitcoiner ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจริงๆ) การที่ได้ไปส่งพี่บูมทำให้ได้รู้เลยว่าการใช้ชีวิตด้วยรถเข็นมันมีความลำบากอยู่พอสมควรเลย การที่แกเดินทางมาด้วยตัวคนเดียวแบบนี้ ผมนับถือแกจริงๆ

- พอมาถึง lumen ผมกับพี่บูมก็จัดการมา check-in เสร็จ ก็เจอจารย์ตั้มและทีมงาน RS และหมอเอกนั่งอยู่ที่ Lobby ผมเลยเนียนไปนั่งคุยกับหมอเอกและน้องอิสเรื่องฟุตบอลซะหน่อย เพราะวันอาทิตย์มีศึก North London derby คุยกันซักพักก็แยกย้ายกันขึ้นไปนอน (บอกตรงๆว่านอนไม่หลับ ไม่รู้เพราะต่างถิ่นหรือกินกาแฟเยอะเกิน 5555)

#siamstr

ได้คุยกันแปบเดียวเอง 55

Replying to Avatar pango

#CDCTalk ep 15:

มันเป็นความคิดที่กระซิบว่า..

อาการย้ำคิดย้ำทำ

แก้ที่เหตุ นั่นคือ *จิต* ของทุกคน

ขั้นแรก (แก้อาการของจิต = *เจตสิก*) เอาสิ่งที่เราย้ำคิดย้ำทำออกไป คือต้องเอาสิ่งอื่นเข้ามาใส่ เจตสิกเกิดพร้อมกับจิต และดับพร้อมกับจิต แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

สิ่งที่เราใส่เข้าไปแทน คือ *ความสุข* ที่พิเศษและไม่มีเพราะ ความสุขที่ประกอบด้วยปัญญา สิ่งนี้ High กว่าใช้เห็ดซะอีก เราจะไปย้ำที่ความสุขแทน แล้วเราค่อยไปแก้ไม่ให้ย้ำต่อไป

วิธีแก้การย้ำคิดย้ำทำ หมกหมุ่น

ด้วยการฝึก *เมตตา* นึกถึงตัวเอง ปรารถนาให้ตัวเองมีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ต้องฝึกแม้เริ่มจากทางอ้อม คือ การไปหาพระ (ผู้มีเมตตาสูง) เราจะมีแต่ความปรารถนาจะให้ อยากเห็นคนอื่นมีความสุข คนไม่เบียดเบียนกัน

เราจะเริ่มให้ หรือ เหตุของ *ทาน* ทานที่มีเมตตา จึงถือเป็นทานบารมี ให้ทานโดยความบริสุทธิ์ใจ เริ่มเข้าวัดบ่อยขึ้น รู้สึกมีความสุข เกิดอานิสงค์ของทาน ความสุขที่มี จะรู้สึกสุขมากขึ้นไปอีก ซึ่งมีทั้งวัตถุทานและสังฆทาน การให้ทาน ผู้ให้ทานต้องมีศีล จนไปถึง *อภัยทาน* (ทานสูงที่สุด เกิดเป็น *ศีล*) คือ ความไม่มีภัย ชีวิตนี้จะไม่เบียดเบียนใครอีก

ต้องแยกการถือศีลแบบควายถือ กับ ศีลที่เกิดจากทานบารมี มันแตกต่างกัน ศีลจากทานบารมี คือ มี *เจตตา* ที่จะไม่ฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต เกิดอินทรียสังวรศีล และสังวรเรื่องอื่นๆ ต่อไป เราจะไม่สร้างภัยต่อใคร เกิดความไม่เดือดเนื้อร้อนใจในชีวิต เกิดความ *ปราโมทย์ ปิติ* (อิ่มใจ) เกิดความสงบระงับ คือ *ความสุขที่ไม่เพราะ*

และเกิด *สมาธิ* ตามมา เห็นหลายอย่างที่เกิดขึ้น มันถูกต้องแล้วที่เกิดแบบนั้น ไม่เกิดความปารถนาให้สิ่งใดสิ่งนึงไปเป็นอีกสิ่งนึง (ไม่อยากให้เป็ดเป็นไก่ และ ไก่เป็นเป็ด) ทุกอย่างไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็เสื่อมไป ไม่มีอะไรตั้งอยู่ตลอดไป ไม่ได้มีอะไรมีแก่นสารเท่าๆ กัน เราเกิดความพอใจ เราจะเสพความสุขที่ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ

การฝึกกรรมฐานในเด็ก เพื่อแก้โรคย้ำคิดย้ำทำ ต้องเริ่มจากพ่อแม่ทำได้ก่อน (ลูกเห็นตัวอย่าง) ไม่ใช่ให้กินยา (นั่นคือการแก้ที่ผล)

# สรุป #

เมตตา > ทาน > ศีล > ปราโมทย์ > ปิติ > ความสุข > สมาธิ > เห็นความเป็นอย่างนั้นเองของสิ่งทั้งหลาย

สาธุ 🙏

#siamstr

สาธุ 99