Avatar
Creature
9e5a3a1a019db4e13338cd0939acaee05eca128f3dc1c2e864b34095ed414e8d

What about the ability to use a keystore like Amber on mobile instead if trusting a client with your nsec? Is that feature on the backlog or.... 👀

Replying to Avatar corndalorian

Fantastic new feature in nostr:nprofile1qqs9xtvrphl7p8qnua0gk9zusft33lqjkqqr7cwkr6g8wusu0lle8jcq9vhrm . Use Nostr Wallet Connect to power your zaps in other apps, and it lets you set daily limits and revoke access to apps for additional security.

Wait .... You can use primal wallet on other apps? How? When I first joined Nostr a few weeks ago it was from primal. Then I checked out ither apps and got frustrated for not being able to use the Primal wallet on other apps. Took me a whole day to figure out a dumbass workaround chain: Primal wallet => YakiHonne wallet => Alby.

Br3akfast: oatmeal, milled flx seeds, chia seeds, hemp seed hearts, protein powder, fiber powder, raspberries & blueberries, eggs + Columbia coffee in a cup featuring my favorite house from the Game of Thrones.

#teamgreyjoy

What #awesome things are you going to do today, #nostr?

I heard Bitcoin can cure cancer AND resurrect the dead AND take a square root of a negative numbed.

Why hurt innocent snakes, tho?

Feeling calm is underrated. Everyone chases excitement, pleasure. We feel uncomfortable without constant entertainment. Rarely di we get to feel calm in our society.

Zap.stream is the nostr streaming platform. Also I heard rumors that Fountain might implement streaming but I'm not for sure. For zap.stream you use OBS software and put in the URL and key that website gives you. Unfortunately, it's not free.

Replying to Avatar maiakee

มรรคมีองค์ ๘: หนทางสู่ความพ้นทุกข์ตามพุทธพจน์

มรรคมีองค์ ๘ (อัฏฐังคิกมรรค) เป็นหลักธรรมสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ใน อริยสัจ ๔ โดยเป็นข้อปฏิบัติเพื่อนำไปสู่การดับทุกข์อย่างสมบูรณ์ หรือ นิพพาน

มรรคมีองค์ ๘ แบ่งออกเป็น สามหมวด คือ

1. ศีล (ความประพฤติดีงาม) – สัมมาวาจา, สัมมากัมมันตะ, สัมมาอาชีวะ

2. สมาธิ (ความตั้งมั่นของจิต) – สัมมาวายามะ, สัมมาสติ, สัมมาสมาธิ

3. ปัญญา (ความเห็นแจ้ง) – สัมมาทิฏฐิ, สัมมาสังกัปปะ

มรรคนี้ต้องปฏิบัติให้ครบทุกองค์ จึงจะนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์

๑. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) – รากฐานของมรรค

๑.๑ ความหมายของสัมมาทิฏฐิ

สัมมาทิฏฐิ หมายถึง ความเข้าใจถูกต้องในสัจธรรม โดยเฉพาะเรื่อง อริยสัจ ๔ ได้แก่

• ทุกข์ – เข้าใจว่าการเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นทุกข์

• สมุทัย – รู้ว่าตัณหาเป็นเหตุแห่งทุกข์

• นิโรธ – เห็นว่าการดับตัณหาคือการดับทุกข์

• มรรค – เข้าใจว่ามรรคมีองค์ ๘ เป็นทางแห่งความพ้นทุกข์

๑.๒ พุทธพจน์เกี่ยวกับสัมมาทิฏฐิ

พระพุทธองค์ตรัสใน สัมมาทิฏฐิสูตร (ม.ม. ๑๓/๒๕๒/๔๑๙) ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! บุคคลผู้มีสัมมาทิฏฐิแล้วย่อมเห็นอริยสัจ ๔ ตามความเป็นจริง ย่อมมีความเข้าใจในกุศลและอกุศลธรรม”

๑.๓ บทบาทของสัมมาทิฏฐิต่อองค์มรรคอื่นๆ

• ทำให้เกิดสัมมาสังกัปปะ – เมื่อเข้าใจอริยสัจ ย่อมเกิดเจตนาในการละกิเลส

• ทำให้ศีลบริสุทธิ์ – เพราะเห็นโทษของอกุศลกรรม

• ทำให้สมาธิแน่วแน่ – เพราะมีปัญญากำกับ

๒. สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ) – กำหนดทิศทางของจิต

๒.๑ ความหมายของสัมมาสังกัปปะ

สัมมาสังกัปปะ คือ ความคิดที่เป็นกุศล ซึ่งมี ๓ ประการ

1. เนกขัมมะ – คิดออกจากกาม

2. อวิหิงสา – คิดไม่เบียดเบียน

3. อพยาปาทะ – คิดไม่พยาบาท

๒.๒ พุทธพจน์เกี่ยวกับสัมมาสังกัปปะ

พระพุทธองค์ตรัสใน มหาจัตตารีสกสูตร (ม.ม. ๑๒/๔๖๓/๕๙๘) ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เมื่อบุคคลมีสัมมาทิฏฐิแล้ว สัมมาสังกัปปะย่อมเกิดขึ้นโดยชอบ”

๒.๓ บทบาทของสัมมาสังกัปปะต่อองค์มรรคอื่นๆ

• ทำให้ศีลสมบูรณ์ – เพราะเมื่อคิดดี ย่อมไม่กล่าวหรือกระทำผิดศีล

• ทำให้จิตสงบ – เพราะละอกุศลที่เป็นเหตุแห่งฟุ้งซ่าน

๓. ศีล ๓ ข้อ: รากฐานของความประพฤติ

๓.๑ สัมมาวาจา (วาจาชอบ)

• งดเว้นจากคำเท็จ, คำหยาบ, คำส่อเสียด, คำเพ้อเจ้อ

๓.๒ สัมมากัมมันตะ (การกระทำชอบ)

• เว้นจากฆ่าสัตว์, ลักทรัพย์, ประพฤติผิดในกาม

๓.๓ สัมมาอาชีวะ (อาชีพชอบ)

• ไม่ประกอบอาชีพที่ผิดศีล เช่น ค้าสัตว์เป็นอาหาร ค้ายาเสพติด

๔. สมาธิ ๓ ข้อ: พัฒนาจิตให้มั่นคง

๔.๑ สัมมาวายามะ (ความเพียรชอบ)

ความเพียรในการ ละอกุศลและเจริญกุศล ตามหลัก สัปปุริสธัมมะ ๔

1. อกุศลที่ยังไม่เกิด – ป้องกันมิให้เกิด

2. อกุศลที่เกิดขึ้นแล้ว – พยายามละให้หมด

3. กุศลที่ยังไม่เกิด – สร้างให้เกิดขึ้น

4. กุศลที่เกิดขึ้นแล้ว – รักษาให้เจริญยิ่งขึ้น

๔.๒ สัมมาสติ (สติชอบ)

การระลึกรู้ตามหลัก สติปัฏฐาน ๔ ได้แก่

1. กายานุปัสสนา – พิจารณากาย

2. เวทนานุปัสสนา – พิจารณาความรู้สึก

3. จิตตานุปัสสนา – พิจารณาจิต

4. ธัมมานุปัสสนา – พิจารณาธรรม

๔.๓ สัมมาสมาธิ (สมาธิชอบ)

การฝึกจิตให้เป็นสมาธิตามระดับต่างๆ

• ปฐมฌาน – มีวิตก วิจาร ปีติ สุข

• ทุติยฌาน – ไม่มีวิตก วิจาร เหลือแต่ปีติ สุข

• ตติยฌาน – มีแต่สุข สงบ

• จตุตถฌาน – มีแต่อุเบกขา

๕. ความเชื่อมโยงของมรรคมีองค์ ๘

• สัมมาทิฏฐิเป็นรากฐาน – ถ้าเห็นผิด องค์อื่นๆ จะผิดหมด

• สัมมาสังกัปปะเป็นทิศทาง – คิดดีแล้ว พูดดี ทำดี

• ศีลเป็นเครื่องควบคุม – ให้เกิดสมาธิที่มั่นคง

• สัมมาสติเป็นตัวกำกับ – ให้เกิดความรู้สึกตัวในปัจจุบัน

• สัมมาสมาธิเป็นผลลัพธ์ – นำไปสู่ญาณทัสสนะ

๖. บทสรุป (ครึ่งแรก)

มรรคมีองค์ ๘ เป็น กระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ซึ่งไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็น วิถีชีวิตที่ต้องปฏิบัติจริง

เมื่อปฏิบัติครบถ้วนแล้ว ปัญญา ศีล สมาธิจะเสริมซึ่งกันและกัน จนนำไปสู่ อาสวักขยญาณ (การสิ้นอาสวะ) ซึ่งเป็น เป้าหมายสูงสุด คือพระนิพพาน

ดังที่พระพุทธองค์ตรัสใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร (สํ.ม. ๑๐/๖๐๐/๑๔๖) ว่า

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ทางสายกลางนี้แหละ เป็นทางที่ทำให้เกิดญาณ ทำให้เกิดปัญญา นำไปสู่ความสงบระงับและพระนิพพาน”

ดังนั้น ผู้ใดเดินตามมรรคมีองค์ ๘ ผู้นั้นชื่อว่าเดินทางไปสู่ความพ้นทุกข์โดยแท้จริง

๗. การปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ในชีวิตประจำวัน

แม้ว่ามรรคมีองค์ ๘ จะดูเหมือนเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสำหรับพระภิกษุสงฆ์เท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ฆราวาสก็สามารถปฏิบัติได้ โดยประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสามารถแจกแจงเป็นแนวทางปฏิบัติตามหมวดศีล สมาธิ และปัญญาได้ดังนี้

๗.๑ ศีล (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ) ในชีวิตประจำวัน

• สัมมาวาจา – พูดด้วยเมตตา หลีกเลี่ยงคำพูดที่สร้างความขัดแย้ง

• สัมมากัมมันตะ – กระทำแต่สิ่งที่ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

• สัมมาอาชีวะ – ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ทำมาหากินโดยหลอกลวง

๗.๒ สมาธิ (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ) ในชีวิตประจำวัน

• สัมมาวายามะ – หมั่นฝึกสติ ไม่ปล่อยให้จิตใจไหลไปกับกิเลส

• สัมมาสติ – มีสติในการกิน เดิน นั่ง ทำงาน หรือพูดคุยกับผู้อื่น

• สัมมาสมาธิ – ฝึกจิตให้นิ่งสงบ เช่น สวดมนต์ นั่งสมาธิ ก่อนนอน

๗.๓ ปัญญา (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ) ในชีวิตประจำวัน

• สัมมาทิฏฐิ – ใช้ปัญญาไตร่ตรองก่อนเชื่ออะไร ไม่ตกเป็นเหยื่อของอคติ

• สัมมาสังกัปปะ – มีเจตนาที่ดีต่อทุกชีวิต ลดละความโลภและโทสะ

๘. การปฏิบัติสัมมาสติผ่านสติปัฏฐาน ๔

สติเป็นหัวใจสำคัญของมรรคมีองค์ ๘ โดยเฉพาะ สติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นแนวทางการพิจารณาตามความเป็นจริง

๘.๑ กายานุปัสสนา – เห็นกายตามความเป็นจริง

• การเจริญอานาปานสติ (สังเกตลมหายใจ)

• การมีสติรู้ตัวขณะเคลื่อนไหว

• การพิจารณาอสุภะ เช่น ความไม่เที่ยงของร่างกาย

๘.๒ เวทนานุปัสสนา – รู้เท่าทันความรู้สึก

• สังเกตความสุข ทุกข์ หรือความเฉยๆ ในปัจจุบัน

• ไม่ยึดติดกับความสุข ไม่ผลักไสความทุกข์

๘.๓ จิตตานุปัสสนา – รู้เท่าทันจิต

• พิจารณาว่าจิตขณะนี้เป็นกุศลหรืออกุศล

• สังเกตความโลภ โกรธ หลง ที่เกิดขึ้น

๘.๔ ธัมมานุปัสสนา – พิจารณาธรรมะ

• พิจารณาไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)

• สังเกตปัจจัยที่ทำให้กิเลสเกิดขึ้น

๙. สัมมาสมาธิ: การฝึกฌานเพื่อนำไปสู่ปัญญา

๙.๑ ฌาน ๔ ขั้นตอน

1. ปฐมฌาน – มีวิตก วิจาร ปีติ สุข

2. ทุติยฌาน – ละวิตก วิจาร เหลือแต่ปีติ สุข

3. ตติยฌาน – ละปีติ เหลือแต่สุข อุเบกขา

4. จตุตถฌาน – มีแต่อุเบกขา

๙.๒ พุทธพจน์เกี่ยวกับสัมมาสมาธิ

พระพุทธองค์ตรัสไว้ใน อานาปานสติสูตร (ม.ม. ๑๓/๖๗๗/๑๒๓) ว่า

“ภิกษุเมื่อเจริญอานาปานสติให้มาก ย่อมทำให้สัมมาสมาธิบริบูรณ์”

การฝึกสมาธิไม่เพียงแต่ทำให้จิตสงบเท่านั้น แต่ยังเป็น ฐานของปัญญา ที่จะเห็นไตรลักษณ์ตามความเป็นจริง

๑๐. การพัฒนามรรคมีองค์ ๘ ตามลำดับขั้น

มรรคมีองค์ ๘ ต้องพัฒนาตามลำดับ ไม่ใช่การเลือกทำเฉพาะบางข้อ โดยมีแนวทางดังนี้

๑๐.๑ เริ่มจากสัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ

• ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ

• ฝึกคิดอย่างถูกต้อง ไม่โลภ ไม่พยาบาท

๑๐.๒ เสริมสร้างศีลให้มั่นคง

• ถือศีล ๕ เป็นปกติ

• ระวังคำพูดและการกระทำ

๑๐.๓ พัฒนาสมาธิและสติ

• ฝึกสติในกิจวัตรประจำวัน

• นั่งสมาธิวันละ ๑๐-๓๐ นาที

๑๐.๔ เจริญปัญญาและเห็นไตรลักษณ์

• ใช้ปัญญาพิจารณาความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง

• ปล่อยวางจากความยึดมั่นถือมั่น

๑๑. มรรคมีองค์ ๘ กับการละกิเลสและเจริญกุศล

ตามหลักของพระพุทธศาสนา การปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ จะช่วยให้สามารถ

• ละอกุศลที่ยังไม่เกิด – ด้วยสัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ

• ละอกุศลที่เกิดแล้ว – ด้วยสัมมาวายามะ

• สร้างกุศลที่ยังไม่เกิด – ด้วยสัมมาสติและสัมมาสมาธิ

• รักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว – ด้วยสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ

เมื่อพัฒนามรรคครบทุกองค์ กิเลสจะเบาบางลงและปัญญาจะเกิดขึ้น จนนำไปสู่ อาสวักขยญาณ (การสิ้นอาสวะ)

๑๒. บทสรุป(ครึ่งหลัง): มรรคมีองค์ ๘ คือหนทางพ้นทุกข์ที่สมบูรณ์

พระพุทธองค์ตรัสไว้ใน ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่า

“ทางสายกลางนี้แหละเป็นทางที่ทำให้เกิดญาณ ทำให้เกิดปัญญา นำไปสู่ความสงบระงับและพระนิพพาน”

ดังนั้น ผู้ที่เดินตามมรรคมีองค์ ๘ อย่างครบถ้วน ย่อมชื่อว่าเดินไปสู่ความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

การปฏิบัติมรรคไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำได้ทันที แต่เป็น กระบวนการที่ต้องค่อยๆ พัฒนา เมื่อเราพยายามฝึกฝนไปเรื่อยๆ ศีล สมาธิ และปัญญาจะค่อยๆ บริบูรณ์ และนำไปสู่ ความหลุดพ้นโดยสมบูรณ์

#Siamstr #พุทธวจนะ #พุทธวจน #nostr #ธรรมะ

Beautiful!