Avatar
Bosthai
af91edc9430a091e038157ed673991f7d4e8852a3b4720ae54f1ae37cd6d42aa

ในภาพ 500 กรัมครับ ฟาดหัวแมวแตกได้ ส่วนมันตรงกลางหั่นออกแล้วเก็บไว้ทำกากเนื้อ แซ่บๆ

Bosthai Recommend

ถ้าเบื่อ Picanha วัว Black Angus ลองตัวนี้ มันแทรกทุกจุด นุ่มมาก #siamstr

จะทำท่าเทรด ท่าStaking ยังไงก็ไิด้ แต่ถ้า Net Return แพ้ DCA โง่ๆ นี้

ไก่เลยนะ #siamstr

ไส้กรอกหมู Meathub ใช้ลำไส้แกะ โลละ 500 ไร้แป้ง ไร้น้ำตาล เอาเข้าหม้อไฟฟ้า หนังกรอบ อร่อยโฮก #siamstr #แซ่บstr

Replying to Avatar chontit

🧡 รู้มั้ยว่า 'Bitcoin is a Generation Wealth" คำนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ? 🤔

.

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวว่า ..

❗️ทุกคนที่ศึกษาบิตคอยน์จนกระทั่งมีความเข้าใจในเรื่อง Self-Custody แล้วนั้น ล้วนทราบดีว่าการส่งต่อบิตคอยน์ให้ลูกให้หลานสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการ "ส่งมอบ Seedphrase" ที่เป็นคำศัพท์เฉพาะจำนวน 12, 20 หรือ 24 คำ ✅

แต่เชื่อได้เลยว่าหลาย ๆ คนคงนึกไม่ถึงอีกหนึ่งวิธีที่สามารถใช้ในการส่งมอบบิตคอยน์ให้แก่ลูก ๆ หลาน ๆ ได้เช่นเดียวกัน 🤭

‼️แต่ไม่จำเป็นต้องส่งมอบ Seedphrase !! (เป็นไปได้อย่างไรกัน โคตรมหัศจรรย์) 👍👏

ซึ่งวิธีการนั้นเรามีชื่อเรียกว่า..

.

🧡 Absolute Locktime Function 🧡

.

…หลักการก็ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลย ,, เพียงแค่เราสร้างธุรกรรมโอนบิตคอยน์ และเพิ่มการกำหนดวันที่ธุรกรรมนี้สามารถประกาศได้ ➡️ จากนั้นเราก็บันทึกเจ้าไฟล์ 'Bitcoin Transaction' (นามสกุล .txn) ไว้ หรือส่งมอบให้ลูกให้หลานเอาไปเก็บไว้เองได้เลย ✅👍

แต่!!! ลูก ๆ หลาน ๆ จะ ‘สามารถประกาศธุรกรรม (Broadcast Transaction) ได้’ ก็ต่อเมื่อ.. “ถึง Bitcoin Block Height หรือถึงเวลาตามที่กำหนดไว้” ในขั้นตอนที่เราสร้าง Transaction นั่นเอง (ถ้าประกาศก่อนมันจะ Error ตามภาพปลากรอบ)🥹

❗️โคตรมหัศจรรย์เลยนะขอบอก 👏🤭

.

แล้วประโยชน์ของกระบวนการนี้ คือ ? 🤔

1️⃣ เราไม่จำเป็นต้องส่งมอบ Seedphrase ทั้งหมดให้กับผู้ที่เราต้องการส่งต่อบิตคอยน์ (เช่น มีลูกหลายคน เลยจะขอแบ่งบิตคอยน์ให้แต่ละคนไว้เลย ไม่งั้นเดี๋ยวทะเลาะแย่งบิตคอยน์กันอีก🫠 แต่ยังไม่อยากโอนให้ในวันนี้) ,, ทั้งนี้‼️เราต้องให้ลูกหลานเรามีกระเป๋าบิตคอยน์ของพวกเค้าเองก่อนนะ ,, เพราะว่าเราจำเป็นต้องใช้ Address สำหรับรับบิตคอยน์ 555 😂

2️⃣ ถ้าบังเอิญว่า.. ลูกหลานคนที่เราตั้งใจจะโอนให้ 35,000 satoshi (มูลค่าก็คงประมาณ 35 ล้านบาทแล้วมั้ง) ,, เป็นเด็กไม่รักดี ทำตัวเละเทะ ถ้าได้บิตคอยน์ไปมันผลาญหมดแน่!! ,, เราก็ทำให้ 'Bitcoin Transaction' (นามสกุล .txn) นั้นเป็นโมฆะซะ ‼️ ด้วยวิธีการง่าย ๆ ก็คือ .. เราโอนบิตคอยน์ออกจาก UTXO ที่กำหนดไว้ในไฟล์ Tx ก่อนที่จะถึงเวลาที่กำหนดไว้ โดยจะโอนไปไหนก็ได้ โอนเข้ากระเป๋าตัวเองก็ได้ ,, เพียงแค่นี้ UTXO ที่เราวางแผนจะโอนให้ลูกไม่รักดี.. มันก็กลายเป็น UTXO ที่มีสถานะ 'ถูกใช้งาน' แล้ว และไฟล์ Tx นั้นก็จะ Invalid 👍🥰

.

🧡 ตัวอย่างสถานการณ์สมมุตินะ เผื่อมีคน งง 🫣

➡️ ผมต้องการโอนบิตคอยน์ให้ลูกสาว ตอนที่เธอมีอายุครบ 20 ปี บริบูรณ์ ,, ผมก็สร้างธุรกรรมให้เธอ โดยกำหนด Absolute Locktime ไว้ที่ เดือน ม.ค. ปี 2038

➡️ จากนั้นผมก็ Sign Transaction ด้วย Hardware wallet ตามปกติ แล้วบันทึกไฟล์ 'Bitcoin Transaction' (นามสกุล .txn) ไว้ ,,, โดยที่เก็บไว้บนคอม, Google Drive, iCloud หรือที่ต่าง ๆ เท่าที่จะนึกออก (เผื่อหาย)

➡️ ระหว่างนี้จนกว่าจะถึงเดือน ธ.ค. ปี 2037 นั้น ใครๆ ก็จะไม่สามารถ Broadcast Transaction ได้ (เพราะยังไม่เป็นไปตาม Locktime ที่กำหนดไว้) ,, แต่ทันทีที่ถึงวันปีใหม่ ของปี 2038 ,, ลูกสาวนำไฟล์ Bitcoin Transaction ที่บันทึกไว้ มาประกาศธุรกรรมผ่าน Software อะไรก็ได้ (ที่มีใช้งานในตอนนั้น) ก็จะสามารถประกาศได้โดยทันที และรอ Confirmation ตามปกติ

➡️ เมื่อได้ Confirmation เรียบร้อย ,, บิตคอยน์ก้อนนั้นก็เป็นของลูกสาวผมโดยสมบูรณ์ ✅👍

❗️อ้อ.. หากระหว่างเวลานั้นผมไม่อยู่แล้ว แต่ Tx ก็ยังสามารถ Broadcast ได้ตามปกติ เพราะว่าถูก Sign เรียบร้อยแล้ว

พอเข้าใจกันมั้ยหว่า...😅

.

‼️ข้อควรระวัง‼️

➡️ ค่าฟีต้องกำหนดไว้เผื่ออนาคตนะ ,, ถ้าเกิดว่าเรากำหนดค่าฟีไว้แค่ 7.13 sats/vByte ตามตัวอย่างในขั้นตอนที่ 1 ,, แล้วบังเอิญว่าเมื่อถึงปี 2038 หรือช่วงเวลาที่ประกาศธุรกรรมได้นั้น ค่าฟีของตลาดพุ่งไปที่ 20 sats/vByte ,, เราจะไม่ได้รับ Confirmation เลยนะ และไม่สามารถทำ RBF ได้ด้วย (ถ้าเราตุยก่อน) 🫠 แต่ถ้าเรายังอยู่เราก็ทำ Transactions โอนใหม่ได้ ไม่มีปัญหา ✅🎉

.

Sensitive Information? 🤔

🧡 ข้อมูลในไฟล์ Bitcoin Transaction นั้น (ตามภาพขั้นตอนที่ 4) ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นความลับ!! สามารถนำมาโพสต์แปะไว้หน้าเฟสบุ๊กเลยยังได้ เพราะว่ามันเป็นข้อมูลที่ถูกกำหนด 'ต้นทาง' และ 'ปลายทาง' ไว้อยู่แล้ว ,, ไม่สามารถแก้ไขใด ๆ ได้อีก 😊

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ.. คนที่ขโมยไฟล์ Tx เราไป ,, เค้าสามารถทำได้อย่างเดียว คือ ประกาศธุรกรรมให้เรา 😂

.

❗️‘ซาโตซิ’ สุดยอดมั้ยล่ะ ? คิดแนวทางไว้ครบหมดแล้ว 🙏👍

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์

#bitcoinselfcustody

#Siamstr

โอ้ย ฝุ่น นครปฐม ไข้แดรก ไม่หายสักที ออกไปข้างนอกอาการกำเริบตลอด #siamstr

Replying to Avatar HereTong

#siamstr

แมวเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวหลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการที่มันไม่สามารถรับรสหวานได้ครับ 55555

แมวไม่มีต่อมรับรสหวานหรือ “sweet taste receptors” ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์และสัตว์กินพืชหลายชนิดที่สามารถรับรสหวานได้อย่างชัดเจน สาเหตุของเรื่องนี้เกิดจากการกลายพันธุ์ในยีน TAS1R2 ซึ่งเป็นยีนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตัวรับรสหวานในแมว

ยีนนี้กลายพันธุ์จนไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้แมวไม่สามารถรับรู้รสชาติของน้ำตาลหรือสารให้ความหวานใดๆ

การไม่มีต่อมรับรสหวานของแมวนั้นสอดคล้องโดยตรงกับพฤติกรรมการกินอาหารในธรรมชาติของแมว เนื่องจากแมวเป็นสัตว์กินเนื้อโดยสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า obligate carnivore อาหารหลักของแมวจึงประกอบไปด้วยโปรตีนและไขมันจากเนื้อสัตว์ โดยไม่มีความจำเป็นต้องพึ่งพาคาร์โบไฮเดรตหรืออาหารที่มีรสหวาน เช่น ผลไม้

ดังนั้นแมวจึงไม่ได้มีความอยากกินของหวานไปโดยธรรมชาติและไม่เลือกอาหารหวานเป็นตัวเลือกในชีวิตประจำวันของมัน อย่างไรก็ตาม ก็อาจยังมีในบางกรณีที่มนุษย์พยายามบังคับหรือทดลองให้แมวกินของหวาน แมวอาจกินได้เพราะถูกหลอกล่อด้วยกลิ่นหรือเนื้อสัมผัสของอาหารเหล่านั้น มากกว่าที่จะสนใจในรสชาติจริงๆ

ถึงแม้แมวจะไม่มีความสามารถในการรับรสหวาน แต่บางครั้งเราอาจสังเกตเห็นว่าแมวดูเหมือนจะสนใจอาหารหวาน เช่น ไอศกรีมหรือขนมต่างๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแมวคือกลิ่นหรือเนื้อสัมผัสของอาหารเหล่านั้น ไม่ใช่รสชาติที่หวานของอาหาร การให้แมวกินอาหารที่มีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานจึงอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมัน เช่น การเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานหรือปัญหาตับ

ที่น่าสนใจคือ แมว ไม่ได้เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่มีตัวรับรสหวานครับ สัตว์บางชนิด เช่น โลมาและเสือชีตาห์ ก็ไม่มีตัวรับรสหวานเช่นกันงว่อออออ

แม้ว่าตัวรับรสหวานจะไม่ทำงาน แต่แมวยังคงมีตัวรับรสชาติอื่นที่ไวต่อการรับรู้ โดยเฉพาะรสขม ซึ่งช่วยป้องกันมันจากการกินอาหารที่อาจมีพิษหรือไม่ปลอดภัย

ดังนั้น หากคุณเคยคิดว่าแมวชอบรสหวาน ความจริงแล้วอาจไม่ใช่อย่างที่คิด สิ่งที่มันสนใจในอาหารไม่ได้มาจากรสชาติหวานเหมือนที่มนุษย์สัมผัสได้ แต่เป็นเพราะองค์ประกอบอื่น เช่น กลิ่นหรือความนุ่มของอาหาร แมวจึงไม่แสวงหาของหวานโดยธรรมชาติ และการบังคับให้มันกินอาหารประเภทนี้ไม่เพียงแค่ขัดกับธรรมชาติของมัน แต่ยังอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้อีกด้วย สิ่งนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการอันชาญฉลาดที่ปรับตัวให้แมวสามารถอยู่รอดในโลกธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แล้วกูต้องรู้มั๊ย 55555 คืองี้ครับ

มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการดัดแปลงยีนที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อน้ำตาลในมนุษย์ ไม่ว่าจะที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore, NUS) มหาวิทยาลัยอริโซนา (University of Arizona)

แต่ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะแรกของการศึกษาในระดับทดลองหรือเป็นการวิเคราะห์ทางทฤษฎี แนวคิดนี้เกี่ยวข้องกับการปรับเปลี่ยนการทำงานของยีนที่เกี่ยวข้องกับการรับรสหรือการตอบสนองต่อกลูโคสและน้ำตาลในระบบประสาทและระบบเผาผลาญของร่างกาย

ในมนุษย์ การรับรสน้ำตาลเกิดจากตัวรับรสหวานที่มีพื้นฐานจากโปรตีนสองชนิดคือ TAS1R2 และ TAS1R3 ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อรับรู้รสชาติหวานของน้ำตาลหรือสารให้ความหวาน งานวิจัยบางชิ้นกำลังพยายามศึกษาเกี่ยวกับการดัดแปลงหรือยับยั้งการแสดงออกของยีนเหล่านี้เพื่อทำให้มนุษย์ไม่ตอบสนองต่อรสหวาน

แม้ว่าการดัดแปลงยีน TAS1R2 และ TAS1R3 ในมนุษย์จะยังไม่ถึงขั้นทดลองในคนจริง ๆ แต่ในสัตว์ทดลอง เช่น หนู มีความก้าวหน้าในเรื่องนี้อย่างน่าสนใจ งานวิจัยหลายชิ้นได้ใช้เทคนิคการดัดแปลงพันธุกรรม เช่น CRISPR-Cas9 เพื่อปิดการทำงานของยีนทั้งสองนี้ในหนู ผลการทดลองพบว่า หนูที่ถูกดัดแปลงไม่สามารถรับรู้รสหวานจากน้ำตาลหรือสารให้ความหวานได้อีกต่อไป และพฤติกรรมการเลือกอาหารของพวกมันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หนูเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะกินอาหารที่มีรสจืดหรือรสขมได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับหนูที่ยังคงมียีนทำงานตามปกติ นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าการดัดแปลงยีนไม่ได้ส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญในหนูทดลองแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข้อค้นพบที่ช่วยเปิดประตูไปสู่การประยุกต์ในมนุษย์ในอนาคต

ในกรณีของมนุษย์ ยังมีการศึกษาในระดับเซลล์และแบบจำลองในห้องปฏิบัติการที่พยายามเลียนแบบการปิดยีน TAS1R2 และ TAS1R3 อีกด้วย

นักวิจัยกำลังมองหาวิธีการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการปรับเปลี่ยนการแสดงออกของยีนเหล่านี้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ในร่างกาย และการวิจัยในห้องปฏิบัติการที่ใช้แบบจำลองเซลล์ก็ได้รับการสนับสนุนจากหลายสถาบันและหน่วยงานวิจัยทางการแพทย์เพื่อพัฒนาเทคนิคการดัดแปลงยีนที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการควบคุมการตอบสนองต่อน้ำตาลในร่างกาย เช่น การทำงานของระบบประสาทหรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรสหวานเกี่ยวข้องกับสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับโดปามีน การทดลองกับมนุษย์จึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นต่ออารมณ์และพฤติกรรมในระยะยาว

แม้ว่าการดัดแปลงยีน TAS1R2 และ TAS1R3 เพื่อให้มนุษย์ไม่ตอบสนองต่อรสหวานยังไม่ถูกนำไปใช้จริง แต่ผลการทดลองในหนูและการวิจัยเบื้องต้นในระดับเซลล์ให้ความหวังว่าในอนาคต การดัดแปลงยีนเหล่านี้อาจกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาล เช่น โรคอ้วนหรือเบาหวาน หากสามารถพัฒนาวิธีการที่ปลอดภัยและคำนึงถึงผลกระทบระยะยาวได้อย่างเหมาะสม

ปิดท้ายด้วยความลับของแมวคือ ยีน Tas1r1 และ Tas1r3 ทำให้พวกมันรับรสอูมามิ ได้แบบสุขสุดๆๆๆๆๆ 5555

#กูต้องรู้มั๊ย #pirateketo

สมัยเด็กเคยเลี้ยงแมวแล้วเอาไวท์ช็อคโกแลตให้กิน นึกว่าน้องชอบของหวาน แต่น่าจะชอบบอดี้ครีมมี่ๆ มากกว่า

ยุคไบเดนช่วงปลาย ผมไม่ได้ตามข่าวเศรษฐกิจเลย ฟังแต่ดราม่า Woke วงการเกม

พอเข้ายุคทรัมป์ โอ้โห้ แต่ละวัน บันเทิงจริงๆ #siamstr

หัวหินรับ Lighting น้อยจุง #siamstr

ไข้ขึ้น แต่มีคนมาดูแลแต่เช้าเลย

โนบิตะไม่ค่อยออกกำลังกาย ไม่มีกล้าม แต่มันยิงปืนแม่นได้ไงวะ

Grounding แค่ 20 นาที ถือว่าพอไหม หรือแนะนำเป็น 1 ชม #siamstr

เห็นพิมพ์ๆ กันว่า ป.3 ขอกันยากเหลือเกิน 🥲

Glock กระบอกละ 120,000 เลยหรอ 🫠 #siamstr

2 ลูกสมุนกำลังทำตามคำสอนของลัทธิๆ นึง #siamstr

ระ-รร-รรร

ระ-รน-รอน