Avatar
Lunchblock
b3df9e236782459508b8ce70d2c7a1d29b6cd870e4e2dba23836da869a7497a0
Secure your Bitcoin with LunchBlock Seed Phrase Storage. Take control of your Bitcoin and protect your valuable assets with LunchBlock's secure seed phrase storage solution. Our products are designed to safeguard your private keys and ensure the long-term accessibility of your bitcoin. Protect your Bitcoin investment. Choose LunchBlock today.

ตัดตอนจากนิทาน #MaxsBedtimeBattle (Eng / Th)

Max tried many things, such as lying face down, sleeping naked, and singing a lullaby.

แม็กซ์พยายามทดลองหลายๆวิธี ทั้งลองนอนคว่ำหน้า ไม่ใส่เสื้อนอน หรือร้องเพลงก่อนนอน

but nothing seemed to help him stop wetting the bed. Finally, he went to his mother for help.

แต่ไม่ว่าวิธีไหนๆก็ล้วนไม่ได้ผล ไม่มีวิธีไหนเลยที่ช่วยไม่ให้เขาฉี่รดที่นอนได้ สุดท้ายแม็กซ์จึงขอคำแนะนำจากแม่ของเค้า

-

Owlmanstudio - นิทานเด็กสองภาษา

เราส่งเสริมให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังทุกวัน

อ่านฟรีบนเว็ปไซต์ : owlmanstudio.greenriver.in.th

#หนังสือเด็ก #นิทาน #หนังสือนิทานเด็ก #หนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก #นิทานภาษาอังกฤษ #childrensbooks #bookworm #homeschool #kidsbooks

#siamstr #thainostrich

ผิด account ครับ ขออภัย...

#siamstr #thainostrich

ตัดตอนจากนิทาน #MaxsBedtimeBattle (Eng / Th)

Then, he tried to wear double pajamas, but they couldn't help.

แม็กซ์พยายามสวมชุดนอนสองชั้น แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้ช่วยอะไร

He even tried to wear glasses to help him see better at night, but it was no use.

เค้าพยายามสวมแว่นตาก่อนนอนและหวังว่าจะช่วยไม่ให้เค้าฉี่รดที่นอน แต่มันก็เปล่าประโยชน์

-

Owlmanstudio - นิทานเด็กสองภาษา

เราส่งเสริมให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือให้เด็กๆฟังทุกวัน

อ่านฟรีบนเว็ปไซต์ : owlmanstudio.greenriver.in.th

#หนังสือเด็ก #นิทาน #หนังสือนิทานเด็ก #หนังสือภาษาอังกฤษสำหรับเด็ก #นิทานภาษาอังกฤษ #childrensbooks #bookworm #homeschool #kidsbooks

#siamstr #thainostrich

อ้อ ขอบคุณครับ เดี๋ยวโพสหน้าครับผม

Replying to Avatar Jakk Goodday

ชีวิตคนเราจะยอมแลกอนาคตกับความหลงไหลในบางอย่างได้มากแค่ไหนกัน?

เราถูกสอนให้รู้จักบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นอย่างดี.. เราค่อนข้างจะตัดสินใจกันแบบ Conservative เสียเป็นส่วนใหญ่ เมื่อถึงคราวต้อง Take risk กับอะไรบางอย่าง ไม่มีใครหรอกที่จะอยากเดินเข้าไปสู่หนทางอันมืดมิด

> แต่ผมกลับได้เจอกับ “**ผู้ชายคนหนึ่ง**” ที่กล้าจะยอมแลกทุกอย่างในชีวิตของเขา.. เพียงเพื่อบิตคอยน์

.

.

*“คนนี้เค้าชื่ออะไรเหรอตั๋ง? เขาเป็นใครน่ะ?”*

ผมถามเจ้าตั๋ง หลังจากที่ได้เห็นภาพถ่ายของชายคนนั้น..

ในมือถือแก้วเบียร์ สีหน้ามีความสุขล้น ผมจำแทบไม่ได้แล้วว่า.. ภาพนั้นเขาถ่ายกับใครหรือเป็นสถานที่ไหน มันก็นานมากแล้วเหมือนกัน แต่ใบหน้าของหมอนี่ค่อนข้างจะรบกวนจิตใจผมพอสมควร..

ผมเห็น “**เขา**” ผ่านตามาสักระยะนึงแล้ว..

เขามักจะโผล่มาโพสต์ในกลุ่ม [Siamese Bitcoiners](https://www.facebook.com/groups/siamesebitcoiners) อยู่เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ผมยังรู้สึกว่าหมอนี่ทำไมมันถึงต้องเอาจริงเอาจังกับบิตคอยน์ขนาดนั้นเลยวะ?

เขามักจะอ่านบทความต่างประเทศ โดยเฉพาะบทความของ Bitcoin Magazine เขาจะไฮไลท์บางส่วนในบทความมาแชร์ต่อให้เพื่อนๆ ในกลุ่มเสมอ โดยไม่สนใจด้วยว่าใครจะอ่านหรือไม่อ่าน

ที่เล่ามาคุณอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยนี่นา..

สิ่งที่พิเศษคือ.. ไม่ว่าในกลุ่มจะกำลังถกเถียงเรื่องอะไรกันอยู่ก็ตาม หมอนี่จะทำราวกับว่าไม่ได้สนใจกระแสที่เกิดขึ้นเลย (เขาอาจจะแว๊บไปมีส่วนร่วมกับมันบ้างแหละ พวกการปะทะคารมกันในกลุ่มน่ะ) สิ่งที่เขาโพสต์นั้น เหมือนกำลังจะบอกทุกคนว่า..

*“เฮ้! พวกเรา! มาดูนี่สิ โคตรเจ๋งเลย บิตคอยน์ของพวกเราแม่งสุดยอดไปเลยว่ะ!”*

*“เฮ้ย! อ.พิริยะ แม่งโคตรคูล ผู้ชายคนนี้นี่สุดยอดไปเลยนะ!”*

ผมสัมผัสได้ถึงความหลงไหลในบิตคอยน์ ผมสัมผัสได้ถึงเทคนิคทางด้านภาษาและสไตล์การเขียน วิธีที่เขาใช้เขียนหรือแนวทางในการสื่อสารนั้น.. มีเอกลักษณ์บางอย่างที่ผมคงต้องใช้คำว่า.. “**ละเมียดละไม**”

การแสดงออกของเขานั้นค่อนข้างให้ความรู้สึกว่า.. หมอนี่มันช่างใสซื่อกับบิตคอยน์เสียจริง..

มึงเพิ่งรู้จักบิตคอยน์มาไม่นานสินะ? ..ผมแอบคิดในใจ ในตลาดนี้มันจะมีมุมร้ายๆ ที่รอวันชำแหละพวกมือใหม่อยู่นะ..

มึงจะโลกสวยขนาดนี้เลยเหรอวะ?

.

.

*“คนนี้เขาเป็น ……….. นะพี่ เขาชื่อ…… ครับ”*

..ไอ้ตั๋งสุดหล่อตอบผมมาแบบนั้น

## คนที่ใช่ในเวลาที่คู่ควร

*"พี่ยะมาแล้ววว…"*

คำก็ "พี่ยะ" สองคำก็ "พี่ยะ"

อืมมม.. ทำไมเรารู้สึกหมั่นไส้ไอ้นี่จังวะ?

ชาวบ้านเค้าเรียก อ.ตั๊ม ไม่ก็ อ.พิริยะ หรือ ปิรันย่า กัน มึงไปเอาคำว่า "**พี่ยะ**" มาจากไหนกันล่ะเนี่ย.. ก่อนที่ผมจะหมั่นไส้ใครไปมากกว่านี้ ผมดึงสติตัวเองกลับมาคิดว่า.. คนนี้ไม่ใช่หรอที่ควรจะมีอะไรน่าสนใจให้เราได้ค้นหา..

เออ.. นั่นสินะ

ผมวางอคติส่วนตัวลงชั่วขณะ.. ตัดสินใจหาคำตอบและค้นคว้าข้อมูลของผู้ใช้คนนี้อย่างจริงจัง.. จนกระทั่งไปเจอเข้ากับ [บล็อกส่วนตัว](https://ljungdurst.wordpress.com/) ของเขาเข้า ใน Word press

![image]()

ในวันที่ใครๆ ก็เผยแพร่เรื่องราว บอกเล่าความคิดของตนลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หมอนี่กลับเขียนบล็อกจำนวนมากได้เป็นวรรคเป็นเวรมาตั้งแต่ปี 2007!!

ผมมีความสามารถติดตัวที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ เมื่อผมได้อ่านอะไรแบบนี้ ผมจะสามารถเจาะลึกเข้าไปในความรู้สึกนึกคิดของคนเขียนได้ ถึงแม้ว่า “**ตัวหนังสือ**” จะเป็นสิ่งที่ถูกประดิษฐ์ประดอยขึ้นมาโดยไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กับความจริงในใจเลยก็ตาม.. แต่สำหรับบล็อกนี้ผมสัมผัสได้เลยว่า.. เขาเขียนมันออกมาจากตัวตนของเขาจริงๆ

แต่ละคนก็มักจะมีความน่าสนใจ มีความพิเศษในตัวเองไม่มากก็น้อย หมอนี่เองก็เช่นกัน ซึ่งนอกจากสิ่งที่เขาเขียนกว่า 40 เพจบนบล็อกนั่นแล้ว ก็คงไม่มีอะไรต้องสนใจมากนัก

แต่สำหรับผม.. ผมสังเหตุเห็นบางมุมที่น่าค้นหา

ถ้าสังเกตกันให้ดี บล็อกของเขาจะถูกเขียนอย่างต่อเนื่องออกมาเป็นระยะๆ นับตั้งแต่ปี 2007 แต่แล้วมันก็หยุดไปดื้อๆ ในปี 2013

เขากลับมาเขียนมันอีกครั้งในปี 2022

> มันเพราะบิตคอยน์ใช่ไหมที่ทำให้เขากลับมามีพลังพลุ่งพล่านกับงานเขียนได้อีกครั้ง?

ผมยังค้นพบต่อไปอีกว่า..

แม้ผู้ชายคนนี้จะมีชีวิตจริงที่ดูเหมือนจะโลดโผน ถูกรายล้อมไปด้วยผองเพื่อน แต่เขาไม่น่าจะมี “**เพื่อนแท้**” ที่พอหาได้เลยสักคน บทความมากมายในบล็อกของเขาแสดงให้ผมเห็นว่า เขามีบางอย่างในใจที่ไม่สามารถพูดกับใครได้.. มันอาจไม่มีคนรับฟังเขา หรือเป็นตัวเขาเองที่ไม่ต้องการเปิดเผยมัน..

คนๆ กำลังมองหา "**ที่ของตัวเอง**" โดยที่อาจไม่รู้ตัว

ช่วงเวลาแห่งการสืบค้นนั้น.. Right Shift กำลังริเริ่มความคิดที่จะสร้างแหล่งบทความบิตคอยน์ขึ้นมาบนเว็บไซต์ ผมอยากเปิดโอกาสให้กับชาวคอมมูนิตี้ได้เข้ามา “**ปล่อยของ**” กันที่นั่น ในขณะเดียวกันก็จะเป็นการยอมรับและได้ค่อยๆ ทำความเข้าใจกับ Bitcoin Lightning ไปในตัว เพราะเราจะเปิดให้มีการรับทิปสำหรับบทความเหล่านั้นได้โดยตรงผ่าน LN ด้วยนั่นเอง

เรากำลังหาเหาใส่หัว.. เราปฏิเสธเรื่องนั้นไม่ได้

เพราะทั้งหมดมันจะตามมาด้วยภาระความรับผิดชอบ ที่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เราจะไม่ได้รับผลตอบแทน “**ทางตรง**” ใดๆ เลย แต่สำหรับผมแล้ว ผมอยากทำมันมากๆ เพราะผมเล็งเห็นถึงศักยภาพของคุณค่าที่เราจะได้รับกลับมาในอนาคต

ทุกคนถูกฝึกให้กลายเป็นนักแปลเกือบๆ จะเข้าใกล้คำว่ามืออาชีพ เราเริ่มกันอย่างกระท่อนกระแท่นจนกระทั่งเจอระบบการดำเนินการที่ลงตัวได้ในที่สุด

แต่อย่างไรก็ตาม.. ผมก็ยังรู้สึกว่าทีมของเรายังขาดอะไรอยู่บางอย่าง.. ผมพยายามหาคำตอบมาตลอดว่ามันคืออะไรกันแน่?

> สิ่งที่เรากำลังตามหา มันก็คือ.. ประสบการณ์อย่างมืออาชีพ

ปัญหา มักไม่เคยทำให้ผมรู้สึกกลัวหรือย่อท้อ ผมไม่เคยคิดว่าปัญหาคืออุปสรรค กลับกัน.. ปัญหาสำหรับผม มันเป็นแรงผลักดันชั้นดีให้เราได้ออกไปหาวิธีการจัดการกับมัน ปัญหาทำให้ผมรู้ว่าผมต้องการอะไรเพื่อจะไปให้ถึงเป้าหมาย มันคือบททดสอบว่าตัวเราจะไปได้ไกลแค่ไหนเมือเจอเข้ากับทางตัน..

มันคือชะตาฟ้าลิขิต..

วันหนึ่งหมอนั่นก็ส่งบทความแปลของตัวเองเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา

ด้วยสัญชาตญาณส่วนตัว.. ผมใช้เวลาไม่นานก็รู้ได้ทันทีว่า.. คนที่ผมแอบสนใจอยู่ คือ คนเดียวกันกับที่ผมกำลังพยายามควานหามานาน มันมีบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่า.. หมอนี่แหละจะเป็นคนที่ใช่สำหรับเราในอนาคต

![image]()

ผมใช้เวลาไม่นานมากนัก ในการทำความรู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว หลังบทความของเขาเริ่มทะยอยถูกเผยแพร่ขึ้นบนเว็บไซต์ของเราอย่างต่อเนื่อง ผมเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและเอาจริงเอาจังของเขาในเรื่องที่ผมอาจจะยังรู้สึกแค่เพียง “**เรื่องสนุก**” เท่านั้น แต่สำหรับเขา มันยิ่งใหญ่และเป็นความภาคภูมิใจเสียเหลือเกิน

ผมจะยังรออะไรอีกเล่า.. งั้นแกมาทำงานกับพี่เถอะ.. “**จิงโจ้**”

![image]()

## มืออาชีพไม่เคยต้องอวดอ้างสรรพคุณของตัวเอง

การเข้ามาในทีมบทความของจิงโจ้ สร้างบรรยากาศแบบใหม่ขึ้นในทีมน้องๆ ของผมที่อยู่กันมาก่อนแล้ว ทุกคนรู้สึกถึงพลังบางอย่างในตัวเขา ความสนุกสนานหยอกล้อเหมือนพี่น้องในตอนแรกเริ่มค่อยๆ กลายเป็นความตึงๆ อย่างเสียมิได้

ผมไม่คิดจะโทษจิงโจ้ในเรื่องนี้..

เพราะตัวเขาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น มันเป็นเรื่องธรรมชาติเมื่อเราต้องเจอเข้ากับ “**ของจริง**” เราจะรู้สึกยำเกรงและไม่กล้าเล่นสนุกกันมากเกินไป จิงโจ้นำเอาความเป็นมืออาชีพในด้านงานเขียนเข้ามาสู่ทีม เขาเป็นคนเดียวที่ให้ความเคารพกับผมในลักษณะที่ยังเป็นเหมือน เจ้านาย-ลูกน้อง อยู่ในตอนนั้น (ซึ่งผมไม่เคยต้องการให้เป็นแบบนั้น)

เขาทำงานให้เราอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับงานประจำที่ก็หนักหนาพอๆ กัน ไม่เคยคิดก้าวก่ายงานส่วนอื่นหากผมไม่ขอให้ช่วย ไม่ยุ่งเรื่องของใครมากนัก และดูจะตึงพอสมควรเท่าที่ผมสัมผัสได้ แต่มันก็เป็นความตึงที่มาจากความตั้งใจอันเปี่ยมล้นของเขา เป็นความตึงที่ไม่ได้มีเจตนาจะให้ใครตึงตามไปด้วย..

เขาแค่ไม่ได้ต้องการจะทำให้ผมรู้สึกผิดหวังเท่านั้นเอง

จิงโจ้ เก่งเกินกว่าที่ผมเคยคิดเอาไว้.. มันไม่แปลก เพราะนี่มันเป็นอาชีพของเขาเลยก็ว่าได้ เขาทำให้ผมรู้สึกว่า.. Right Shift จะไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ในด้านงานบทความและงานหนังสือ รวมไปถึงงานเขียนในด้านต่างๆ

> ตำแหน่ง บก. ที่เขาถูกเรียก ไม่ได้มาจากการที่ผมเป็นคนแต่งตั้งให้..

เด็กๆ ในทีม Right Shift ล้วนแต่เป็นเด็กที่ชาญฉลาด พวกเขาแยกแยะได้ว่าใครคือคนเก่ง ใครยังต้องพัฒนาต่อ พวกเขาเข้าใจดีว่าอะไรคืออะไร และสำหรับจิงโจ้ เด็กๆ ของเราก็เลือกเองที่จะให้เกียรติและเรียกเขาว่า "**บก. จิงโจ้**"

กับทีมงานนั้น.. จิงโจ้แสดงออกถึงมารยาทที่ดีและมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่เสมอ.. เขาไม่เคยยอมให้ความสามารถตัวเองไปกดดันเพื่อนร่วมทีมเลยสักครั้ง เขามีวิธีสื่อสารที่น่าฟัง เราใช้เวลาเกือบครึ่งปี ในการที่ผมจะหาทางละลายพฤติกรรมและความตึงเครียดของทุกคนให้ผ่อนคลายได้

ถ้าเรากำลังหงุดหงิดที่เพื่อนร่วมทีมของเราช่างไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย เราควรจะสอนหรือถ่ายทอดงานให้กับพวกเขา จริงอยู่ว่าวิชาของเราอาจจะไม่ได้มันมาง่ายๆ แต่มันจะดีกว่าไหม ถ้าเราไม่ต้องมาคอยแบกทีม หรือรับผิดชอบอะไรหนักๆ อยู่เพียงคนเดียวไปตลอด?

ผมแนะนำจิงโจ้ไปแบบนั้น ..หลังจากนั้นมันกลายเป็นวัฒนธรรมของเราที่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับจิงโจ้ แต่มันเกิดกับทุกคน พวกเรารู้สึกดีกว่ามากที่เราได้แชร์ประสบการณ์ให้แก่กัน รู้สึกดีที่ถูกรายล้อมไปด้วยคนที่เราจะเชื่อมือพวกเขาได้ ..นั้นแหละคือคีย์สำคัญของคำว่า "**ทีมเวิร์ค**"

> ความเชื่อใจ ที่บิตคอยน์ไม่เคยสอนเรา แต่กับบางเรื่องในชีวิตจริง เราก็ยังต้องการมันมากอยู่ดี

วันนี้กับวันนั้น เราไม่เหมือนเดิม ที่ Right Shift เราทำงานกันอย่างมีความสุข สนุกสนานและรักใคร่กลมเกลียวกันดี

นักฟุตบอลที่ลงซ้อมด้วยกันบ่อยๆ วันหนึ่งก็จะเล่นเข้าขากันได้เองในที่สุด ถ้าคุณพยายามทำความเข้าใจและศึกษาสไตล์ของเพื่อนร่วมทีมคุณให้มากพอ พูดง่ายๆ ก็คือใส่ใจในทีมมากกว่าตัวเอง

เรื่องราวของจิงโจ้ตามที่ผมเล่ามาดูเหมือนจะงดงามไปหมดเสียทุกอย่าง

แต่โลกของเรามันไม่ได้มีแค่มุมที่สวยงามหรอกนะครับ.. มนุษย์คนหนึ่งก็เช่นกัน ทุกคนก็มักจะมีด้านมืดและด้านสว่างปะปนกันอยู่

จิงโจ้เองก็ไม่เว้น..

## ตกบันได ต้องตกให้ถึงพื้น

เวลาที่คนดวงตก เวลาที่ทำอะไรก็ไม่เคยได้ดั่งใจ มันก็เหมือนกับการที่เรากำลังตกลงมาจากบันไดทีละขั้นๆ ถ้าหากบันไดมีทั้งหมด 7 ขั้น ไม่ว่าอย่างไรคุณก็จำเป็นต้องตกลงไปให้ครบทั้ง 7 ขั้น จนกระทั่งไปกองอยู่ที่พื้นก่อนเสมอด้วยกฏแห่งแรงโน้มถ่วง คุณจึงจะสามารถลุกขึ้นมาเดินขึ้นบันไดได้ใหม่อีกครั้ง..

ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าชีวิตกำลังแย่ มันอาจยังไม่ได้แย่ที่สุดก็ได้นะ.. ถ้าชีวิตของคุณพึ่งร่วงลงมาแค่ 5 ขั้น มันอาจยังเหลือเรื่องร้ายๆ ให้คุณต้องเจออีกตั้ง 2 ขั้นก็เป็นได้ นี่เป็นการเปรียบเปรยเพื่อให้คุณเห็นภาพได้ง่ายขึ้นเพียงเท่านั้น

เรื่องนี้เป็นสัจธรรมที่ผมได้ค่อยๆ เรียนรู้มาเองทั้งชีวิต

> การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

มันฟังดูค่อนข้างแย่.. แต่มันก็มักจะเป็นความจริง เรามักจะฝืนชะตาชีวิตในช่วงที่ทุกอย่างรอบตัวไม่เป็นดังหวัง ผมเลือกที่จะทำความเข้าใจและยอมรับในทุกความเป็นไป เลือกจะปล่อยตัวเองให้หล่นลงไปกองที่พื้น ผมรอให้ถึงเวลานั้นอย่างเข้าอกเข้าใจ

เพราะผมเชื่อในสังสารวัฏ ณ จุดที่ผมกองอยู่แนบพื้น ชีวิตของผมคงไม่อาจย่ำแย่ไปกว่านั้นได้อีกแล้ว จุดนั้นเองที่ผมจะลุกขึ้นมาทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ และก้าวเดินขึ้นบันไดไปอย่างมั่นคง ชีวิตหลังจากนั้นมันควรจะมีแค่ดีกับดี

มันจะแย่ไปกว่านั้นได้ยังไงล่ะ?

.

.

*"ผมอาจทำงานให้ Right Shift ไม่ได้แล้วครับ.."*

ผมหน้าชาเล็กน้อยเมื่อได้ยินถ้อยคำตัดพ้อของจิงโจ้.. มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อทุกอย่างกำลังดีเลยนะ? ทำไมจู่ๆ นายมาพูดกับพี่แบบนี้? หรือว่ามันเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในงาน.. หรือในทีม?

อย่างที่บอก.. ผมมักไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องจมอยู่กับคำถามใดๆ นานเกินไป ทำอย่างนั้นคงไม่มีประโยชน์ ผมเลือกจะสืบสาวราวเรื่องด้วยการโทรหาจิงโจ้โดยตรง เราคุยกันอย่างบิตคอยเนอร์ ซึ่งกินเวลานานกว่า 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว..

ในชีวิตคนๆ หนึ่ง คุณอาจเคยทำผิดพลาดได้หลายครั้งในชีวิต คุณอาจทำให้ใครสักคนไม่พอใจ คุณอาจทำเรื่องร้ายๆ มาบ้าง หรือต่อให้คุณไม่เคยข้องแวะกับใครเลย มันก็คงจะมีสักเรื่องหรือสักคนที่อาจจะทำให้คุณจิตตกได้เหมือนกัน

ผมให้อภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น ในทุกอย่างที่เขาพยายามปกปิดเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ และผมยังขอให้จิงโจ้ "**ให้อภัยตัวเอง**" อีกด้วย เพื่อที่เราจะยังเดินต่อไปได้ จิงโจ้รู้สึกผิดเพราะคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นตัวถ่วงของทีม.. สำหรับผม ผมไม่เคยคิดกับใครแบบนั้น

*"ผมขอเว้นวรรคไปฟื้นฟูความรู้สึกตัวเองสักพักละกันนะครับ.."*

จิงโจ้กล่าวลาผม เพื่อเดินทางไปพักผ่อนยังเวียดนาม.. เรารู้เรื่องนี้กันแค่ 2 คนในตอนนั้น ความเป็นมืออาชีพอย่างสุดลิ่มทำให้เขาเลือกที่จะไม่เอาปัญหาส่วนตัวมากระทบต่อขวัญกำลังใจของทีม..

(ขออนุญาตไม่เล่าเรื่องส่วนตัวของเขาในที่นี้นะครับ)

> ถ้าคุณต้องเลือกอนาคตของคุณ โดยต้องยอมแลก "ทุกอย่างที่เคยมีมา" กับ "บิตคอยน์" คุณจะเลือกอะไร?

## โลกใหม่ที่ไม่มีวันเหมือนเดิม

ผมไม่สามารถทำอย่างจิงโจ้ได้.. ผมยังคงต้องทำงานประจำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตเส็งเคร็งนี้ต่อไปด้วยเงินเฟียต แล้วจึงค่อยเจียดเอาเวลาอันน้อยนิดมาทำกิจกรรมต่างๆ ในงานของ Right Shift

แต่ผู้ชายคนนี้เลือกที่จะทิ้งทุกอย่าง…

ผมต้องใช้คำว่า "**ทิ้งทุกอย่าง**" จริงๆ นะ สำหรับการตัดสินใจของเขา เพื่อจะเบนเข็มมาผลักดันการยอมรับบิตคอยน์อย่างเต็มตัว ในฐานะส่วนหนึ่งของ Right Shift เรา..

อย่าเข้าใจผมผิด.. ผมไม่เคยพยายามจะโน้มน้าวหรือชักชวนให้เขาทำแบบนั้น ผมพูดกับเขาอย่างลูกผู้ชายว่าผมพร้อมจะยอมรับทุกการตัดสินใจของเขาเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าผลของมันจะออกมาดีหรือแย่ต่อ Right Shift ก็ตาม

> มันเป็นการตัดสินใจอันยิ่งใหญ่และน่ายกย่องของเขาเอง

มันทำให้ผมรู้สึกได้ทันทีว่า.. เมื่อเราได้รับเกียรติมากขนาดนี้ เราก็คงต้องคืนเกียรตินั้นให้กับเขาด้วยเช่นกัน ผมรู้สึกได้ทันทีว่าผมคงทำแค่เอาสนุกอีกต่อไปไม่ได้แล้ว ผมต้องทำให้สมกับที่คนๆ หนึ่งยอมฝากอนาคตไว้กับมัน

จิงโจ้หันหลังให้กับงานประจำแบบเฟียตๆ แทบทั้งหมด ทั้งหมดจริงๆ คนๆ นี้สามารถเขียนอะไรแค่ย่อหน้าเดียวก็สร้างรายได้หลักพันบาทได้แล้ว แต่การมานั่งหลังขดหลังแข็งทำงานเบื้องหลังให้กับ Right Shift นั้น.. ผมไม่เคยมีอะไรให้เขา ที่จะสามารถเทียบเคียงกับสิ่งที่เขายอมเสียไปได้เลย

เขาไม่เคยเรียกร้องอะไรหรอก.. เขาห้ามไม่ให้ผมคิดเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ

ถ้าคุณอ่านทั้งหมดแล้วพยายามทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ วางอคติทุกอย่างลง และมองเข้าไปยังจิตใจของชายคนนี้ โดยไม่คิดว่าผมกำลังสรรหาคำมาอวยเค้ามากเกินไป

สิ่งเดียวที่คุณคงจะอยากทำคงเป็นการ Standing ovation ให้กับเขา

เขาบอกกับผมว่า เขาไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจลงไป เขาได้รับมิตรภาพ ความสุข ความหวัง และรอยยิ้ม ทุกครั้งที่จะมีการอัดรายการสภายาส้ม จิงโจ้จะออกไปซื้อเบียร์มาเตรียมไว้ก่อนเสมอ คุณสามารถเข้าใจได้เลยทันที ว่าเขานั้นมีความสุขกับมันมากขนาดไหน

จิงโจ้เปลี่ยนเป็นคนใหม่นับจากการตัดสินใจในครั้งนั้น จากคนที่เคยตึงๆ ซีเรียสกับทุกเรื่อง ดูจะหวั่นไหวง่าย เขาค่อยๆ เย็นลง ดำเนินชีวิตไปอย่างช้าๆ ยิ้มและหัวเราะได้กับทุกๆ เรื่อง เข็มแข็ง และกลายเป็นคนน่าคบในสายตาของใครหลายๆ คน

สิ่งหนึ่งที่ผมพอสังเกตุได้ว่าเขาแทบไม่เคยเปลี่ยนเลย คือ ความเอาจริงเอาจังกับบทบาทที่ได้รับมอบหมาย ความทุ่มเทที่เขามีให้กับบิตคอยน์และคอมมูนิตี้นั้นมากมายเหลือเกิน

แม้ไม่เคยไม่ใครได้รู้ ว่าการตรวจทานและพยายามให้คำแนะนำกับนักเขียนในแต่ละบทความนั้น มันต้องใช้ความอดทนและความอุตสาหะพยายามมากขนาดไหน ทั้งแรงกายและเวลาที่เสียไปแบบไม่เคยได้รับผลตอบแทนอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (เรายังไม่มีรายได้สำหรับส่วนนี้ในตอนนั้น ตอนนี้ก็ยังไม่มีหรอก)

เมื่อคุณต้องทำงานอย่างมีมานะ เพื่อให้คนอื่นๆ ได้รับเครดิตอย่างที่เขาเหล่านั้นควรได้รับ คุณลองถามตัวเองดูสิว่า คุณต้องพกมายเซตแบบไหนใส่ลงไปในการทำงาน?

ใช่.. วันนี้เขาอาจเริ่มได้รับคุณค่าในแบบที่เขาควรได้ผ่านบทความสดุดีชิ้นนี้ของผม แต่ผมคงตอบไม่ได้ดีไปกว่าเจ้าตัว ว่าเขาทำทุกอย่างไปเพราะอะไรกัน?

ทุกวันนี้จิงโจ้เลี้ยงชีพตัวเองด้วยการเลี้ยงไก่และรับงานเฟียตแบบขัดใจตัวเองบ้างในบางครั้ง.. และใช้บิตคอยน์หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตนในทุกๆ วัน ..รวมทั้งเบียร์

**When Money Dies** คือ รางวัลแห่งความอุตสาหะที่ผมมอบหมายให้เจ้าตัวได้แสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่

ผมไม่ก้าวก่ายใดๆ แม้แต่นิดเดียว นี่จะกลายเป็นผลงานของเขาอย่างเต็มภาคภูมิ ผมอยากจะรอเห็นวันที่หนังสือเล่มนี้ถูกเขาแปลจนเสร็จและได้รับการตีพิมพ์ ..คงไม่สามารถมอบอะไรให้เขาได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว

![image]()

ผมมักจะเข้านอนเป็นคนสุดท้ายในทีม และตื่นเป็นคนแรกๆ อยู่บ่อยๆ แต่ผมก็ไม่เคยตื่นได้ก่อนหมอนี่เลยสักครั้ง

คำว่า "**ทีมตรู่**" ก็มาจากมันนี่แหละ..

.

.

*"พี่กลัวว่าแกจะป่วยเป็นแอลกอฮอล์ลิซึ่มตายจังเลยว่ะ.. จิงโจ้"*

ผมแซวด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง..

.

.

"*อย่างน้อยผมก็คงได้ตายอย่างมีความสุขครับพี่..*"

nsec คืออะไร?

ช่วงนี้หากใครๆเริ่มได้ยินคำว่า Nostr - Social media ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ที่ชูจุดเด่นในเรื่อง "การไม่ถูกปิดกั้น" อาจจะเคยได้ยินคำว่า "nsec" ผ่านหูผ่านตามาบ้าง และน่าจะมีความสงสัยอยู่ว่ามันคืออะไรกันนะ ? เดี๋ยวเราลองมาดูความหมายของมันเลย

อธิบายแบบง่ายๆ nsec คือรหัสลับที่ใช้ในการยืนยันตัวตนของคุณบน Nostr เปรียบเสมือนรหัสผ่านของคุณบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ หากคุณทำ nsec หายหรือถูกขโมย อาจทำให้บัญชีของคุณถูกแฮ็กได้

ตัวอย่างหน้าตาของ nsec

nsec18p0t7crq45x0rhxj7thdsoxdcujmn89ckdiey7cm7e5x97oi74zww57p76

nsec ย่อมาจาก "Nostr secret key" เป็นคี

ย์ลับที่ใช้สำหรับลงนามและตรวจสอบข้อความ Nostr nsec เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของข้อมูลประจำตัว Nostr และควรเก็บเป็นความลับ

nsec ใช้เพื่อสร้างคีย์สาธารณะ (npub : Nostr public key) ซึ่งใช้เพื่อระบุผู้ใช้ Nostr คีย์สาธารณะยังใช้เพื่อตรวจสอบลายเซ็นบนข้อความ Nostr

หากต้องการใช้ Nostr คุณต้องมี nsec คุณสามารถสร้าง nsec โดยใช้ไคลเอนต์ Nostr เมื่อคุณมี nsec แล้ว คุณสามารถใช้เพื่อสร้างบัญชี Nostr และเริ่มแบ่งปันเนื้อหา

สิ่งสำคัญคือต้องเก็บ nsec ของคุณเป็นความลับ หากมีคนได้รับ nsec ของคุณ พวกเขาสามารถแอบอ้างเป็นคุณและส่งข้อความในนามของคุณ พวกเขายังสามารถขโมย Bitcoin หรือสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ของคุณได้

ดังนั้น อย่าแชร์ nsec ของคุณกับใคร !

ด้วยความปรารถนาดีจาก

LunchBlock - Lock your seed.

เก็บซีดบิทคอยน์ให้ปลอดภัยด้วย #Lunchblock

ที่จดบิทคอยน์ซีดทั้งแบบ 12 คำ และ 24 คำ

-

#siamstr #thainostrich #btc #bitcoin #บิทคอยน์ #matrix #exit #exitthematrix

https://video.nostr.build/4b83ae3f50ffe3dca2938deb512cb7cb980b29931ea66f5d47864a074b73e0d4.mp4

ชีวิตของการทำงาน ภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม ลม ที่ถูกเป่าพัดมากระทบแผ่นหลังจากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน กำลังหลอกล่อร่างกายให้ทำงานได้อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

จากความรู้สึกจองหองที่นั่งอัดงาน ได้อยู่เป็นหลายต่อหลาย ชม. แล้วยังทำสิ่งที่นอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเองภายใต้ ชม. ของการทำงาน ราวกับคนเป็นบ้า กว่าจะรู้ตัวอีกที่ว่าร่างกายในตอนนี้แย่ลงไปแค่ไหน ก็เป็นตอนที่ต้องออกมาอยู่ภายใต้แสงแดดแรง ๆ กับอากาศที่ร้อนรน

โลกร้อนขึ้นจริง ๆ หรือเพราะเราแค่เคยตัว

โลกภายนอกที่ไม่ได้สุขสบายเท่ากับภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม กับอากาศเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศ หากเมื่อเรามองย้อนกลับไปยังอดีต สิ่งที่เราเคยเป็นเมื่อครั้งยังเด็ก นี่ใช่สิ่งที่เราเป็น และเป็นสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ หรือ

เด็ก ๆ ก่อนที่เราจะโตยังคงวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า อยู่กับดิน เล่นกับเม็ดฝน แสงแดดในยามเช้า และสายลมในฤดูหนาว เราแข็งแรงเมื่อสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวนั้นแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ

สองเท้าเปล่าย่ำอยู่บนพื้นดินที่แซมด้วยต้นหญ้าใบเขียว มือที่คุ้ยเล่นก่อกองทรายและก้อนหิน ต้นไม้ยอดสูงที่เราปีนขึ้นไป พร้อมเสียงตะโกนของแม่ "อย่าซน" ไม่อาจขัดขวาง ความอยากรู้อยากลองของเด็กตัวเล็ก ๆ กับจินตนาการของเขา

อณูละอองของแสงแดดที่ปะทะเข้ากับใบหน้า ปลุกเราให้ตื่นขึ้นจากความฝัน และเป็นแสงสลัวยามพบค่ำ ที่ทำเรานั้นให้หลับไป

ชีวิตที่ดำเนินไปพร้อมกับธรรมชาติ ด้วยระบบของธรรมชาติ เป็นความเรียบง่ายในชีวิตของเด็กคนหนึ่ง

อะไรกันนะที่พัดพาเรามาไกลจากสิ่งที่เราเป็น

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนเราให้ลุกออกจากที่นอน ความอ่อนล้ายังไม่ทันได้จางไป ร่างกายที่ไร้ซึ่งเสียง กำลังกระซิบบอกกับเราว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรจะตื่น

เราต้องฝืนลุกขึ้นแต่งตัว เพื่อไปให้ทันเข้าแถวหน้าเสาธง เพียงเพื่อเคารพธงชาติและเพลงชาติ ระเบียบที่ใครบางคนกำหนดเอาไว้ เนื้อเพลงที่ปลูกฝังค่านิยมของการรักชาตินั้น ให้คุณค่าใดกับเด็กคนหนึ่ง?

เสียงขูดกระดานจากแท่งชอล์กสีขาว เขียนสั่งการบ้านประจำวิชาที่ต้องส่งในวันรุ่งขึ้น ฝุ่นจากแปรงลบกระดานเมื่อเปลี่ยนคาบเรียนลอยฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ลมที่พัดมากระทบแผ่นหลัง จากพัดลมเพดานพร้อมกับเสียงการหมุนของมันที่ขาดการยอดน้ำมันหล่อลื่น กำลังกล่อมเราให้ง่วงหาวในยามบ่าย

เมื่อกลับถึงบ้าน กระเป๋าที่ถูกวางลงบนโต๊ะ ถูกเปิดออกโดยแม่เพื่อตรวจดูกองหนังสือที่ลูกแบกไปโรงเรียน และแบกกลับมาที่บ้าน สมุดเรียนที่ถูกกลางออก พร้อมกับการบ้านรายวิชาที่ต้องทำให้เสร็จก่อนนอนในคืนนี้

ภายนอกบ้าน เสียงของเด็กในละแวกลอยผ่านบานหน้าต่าง บอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นสนุกกันอยู่ จิตใจที่ไม่ได้อยู่กับสมุดและดินสอที่ถืออยู่ในมือ ทำเราให้เหม่อลอยออกจากพันธนาการของตัวอักษร การบ้านที่ต้องส่งพวกนี้ให้อะไรกับเด็กคนหนึ่ง?

ก่อนสิ้นสุดเทอม เด็กหลาย ๆ คนต่างขมักเขม้นอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวก่อนการเข้าห้องสอบ บ้างก็ยังคงเล่นสนุกกัน เวลาแห่งความเงียบงันได้มาถึง มีเพียงเสียงขูดของดินสอที่ถูกลากทำเครื่องหมายลงบนกระดาษ บ้างครั้งเป็นเสียงของกระดาษที่กำลังยับยู่ยี่จากการถูของยางลบ เสียงของพัดลมเพดานตัวเก่ายังคงดัง พร้อมกับพัดเอาลมมากระทบลงบนแผ่นหลัง

เวลาของเทอมใหม่ได้มาถึง สมุดพกที่ลงบันทึกผลของการเรียนและความประพฤติ เล่มสีเหลืองหุ้มปกด้วยพลาสติกใส ถูกเรียกขานชื่อและแจกให้กับเด็ก ๆ ภายในห้องเรียน

ดูเหมือนความพยายามของการตั้งใจเรียน ไปจนถึงการตั้งใจอ่านหนังสือก่อนการสอบ จะส่งผลให้คะแนนของแต่ละรายวิชาที่ถูกบันทึกลงในสมุดปกเหลืองนั้นเป็นไปได้สวย ที่บ้านจะต้องดีใจแน่ ๆ เด็กคนอื่น ๆ บ้างก็แลกกันดูสมุดพก บ้างก็รีบเก็บมันลงในกระเป๋า เพียงเพราะไม่อยากให้ใครได้เห็น

"ทำไมถึงไม่ได้ที่หนึ่ง? ที่หนึ่งของห้องได้คะแนนเท่าไหร่? นี่ตั้งใจเรียนแล้วใช่มั้ย? สอบได้ที่เท่านี้โตไปจะเอาอะไรกิน? เล่นให้มันน้อย ๆ ลงหน่อย"

ความผิดหวังแรกเริ่ม ได้กัดกินเข้าไปภายในจิตใจ คำถามที่ถามหาความหมายของสิ่งที่เด็กคนหนึ่งได้กระทำ เมื่อเขาทำเท่าที่เขาจะสามารถพยายามแล้ว ถูกเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางเสียงของการบ่นด่า

"พ่อครับ แม่ครับ ลูกยังเป็นลูกที่ดีไม่พอสำหรับพ่อกับแม่หรอครับ? ในสายตาของพ่อ ลูกไม่ดีเท่ากับลูกของคนอื่นใช่มั้ยครับ? คะแนนสอบในสมุดนั้น ทำลูกให้รักแม่น้อยลงหรอครับ?"

คำพูดที่จุกอยู่ในลำคอของเด็ก เสียงที่พ่อและแม่ไม่วันได้ยิน การแตกหักครั้งแรกที่เริ่มบั่นทอนสถาบันครอบครัวจากสมุดปกเหลืองเล่มหนึ่ง ระบบที่ใครบางคนเป็นผู้วางรากฐานเอาไว้ ให้อะไรกับครอบครัว ๆ หนึ่ง?

พ่อและแม่ที่หมดเวลาในหนึ่งวันไปกับทำงาน ไม่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของลูกที่อยู่ในรั้วโรงเรียน มีเพียงภาพจำที่ได้เห็นจากในตอนที่ตื่นขึ้นในยามเช้า และอีกครั้งที่ลูกนั้นกำลังนั่งทำการบ้านก่อนการเข้านอน

อีกมุมหนึ่ง มุมมองของลูกที่ไม่อาจเข้าใจถึงความเป็นพ่อและแม่ ความลำบากจากการต้องหาเงินให้เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูครอบครัว และเพื่อให้ลูกได้ร่ำเรียน พ่อกับแม่รักเงินมากกว่าเขาอย่างนั้นหรือ?

จากกฏระเบียบที่บีบบังคับให้ครอบครัวต้องแยกออกห่างกัน ทำวันและเวลาของครอบครัวให้เหลือสั้นลง พ่อและแม่ที่ต้องออกไปหาเงิน และลูกที่ต้องถูกส่งเข้ารับการศึกษาจากระบบ

ความหวังดีของพ่อและแม่ที่มีต่อลูก มองข้ามความเป็นธรรมชาติของเด็กคนหนึ่ง สิ่งใดกันที่ปลูกฝังชุดความคิดของพ่อและแม่ ว่าลูกที่ถูกส่งเข้าไปในระบบการศึกษานั้นจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุด มากกว่าการได้อยู่และรับการสั่งสอนเลี้ยงดูจากพ่อและแม่

พ่อที่แม้จะไม่ได้รับการศึกษาที่สูง เมื่ออยู่นอกเวลาของงานประจำนั้นยังเก่งกาจในการหาปลา ทั้งการถักแห ทั้งการผูกเบ็ด กรรมาชีพเหล่านี้เป็นความรู้ที่สามารถส่งต่อให้กับลูก ๆ เพื่อใช้ในการเอาชีวิตรอด พวกเราแทบไม่เคยอดอยากจากการหาอาหารเลย ถึงแม้ว่าพวกเรานั้นจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือน ๆ กับครอบครัว ๆ อื่น

ทำไม? เราถึงจำเป็นจะต้องมี "เงิน" ก่อนการมีอาหารสำหรับการมีชีวิตรอด มี "เงิน" ก่อนที่จะมีบ้าน มี "เงิน" ก่อนที่ชีวิตจะมีความมั่นคง

ทำไมเงิน? ถึงไม่เป็นสิ่งสุดท้ายที่เราควรจะมี เพื่อให้มันทำหน้าที่เก็บรักษาไว้ ซึ่งสิ่งที่เราหามาได้ ใครกันที่เป็นคนออกแบบระบบที่ผิดธรรมชาติแบบนี้ขึ้นมา

พ่อ ที่มองว่าการหาปลานั้นเป็นสิ่งที่เหน็ดเหนื่อยเกินไป จับเด็กคนหนึ่ง ลูกของเขาโยนเข้าสู่ระบบที่คนอื่นเป็นคนสร้าง พ่อ ที่ไม่รับรู้ถึงเล่ห์กลของผู้ออกแบบ คาดหวังให้ลูกของเขาเติบโตและยิ่งใหญ่ในเกมของคนอื่น ในโลกของเกมการเงิน โลกที่ทุก ๆ สิ่งหมุนวนอยู่รอบ ๆ เงิน

จากมุมมองภายใต้บล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยม พร้อมด้วยลมเย็น ๆ จากเครื่องปรับอากาศบนเพดาน ชีวิตที่กระเด็นออกมาไกลถึงตรงนี้ ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยน้อยลง จากวันที่ออกไปหาปลาพร้อมกับพ่อของเขาในวันหยุดแม้แต่น้อย

และในเวลานี้ สิ่งที่เราโหยหาอาจจะเป็นแค่การได้กลับไปเป็นเหมือนกับตอนที่ยังเป็นเด็กอีกครั้ง

การได้แก่เฒ่าอย่างแข็งแรง และแวดล้อมอยู่ท่ามกลางธรรมชาติพร้อมกับลูกหลาน เด็กตัวเล็ก ๆ ที่กำลังซุกซนจะช่วยเยียวยาวันเวลาที่หายไปของเราได้มากมายแค่ไหนกัน? เราต้องพยายามอีกสักแค่ไหน เพื่อที่จะหนีให้หลุดพ้นออกไปจากระบบบ้า ๆ นี่ ระบบที่เราไม่ได้ตั้งใจที่จะเข้ามาตั้งแต่แรก

ระบบ ที่ทำกับคนด้วยกันให้เป็นเหมือนกับเครื่องมือผลิตความมั่งคั่งให้กับผู้สร้าง

ระบบ ที่ถูกสร้างมาเพื่อสูบกินวันเวลาในชีวิตของผู้ที่ติดกับ

หรือบางที

คงเป็นวันที่ดินนั้นกลบลงบนใบหน้า หรือเราได้กลายเป็นเพียงเถ้าอัฐิ ที่ถูกลูกหลานของเราหยิบโปรยให้ลอยไปตามสายลม วันนั้น เราคงได้กลับไปอยู่กับธรรมชาติ เหมือนกับวันที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อีกครั้ง

"อย่าเพิ่งยอมแพ้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันเพิ่งจะเริ่ม :)"

Have a hope, We're all early in the bitcoin age.

#Siamstr

#Haveahope

กินใจมากเลยครับ

The Monkey Scam

ระวังพวกลิงหลอกลิง

สมมติว่า มีลิงน้อยชื่อ "บิต" เก็บเงินไว้อยู่ในตู้เซฟ ตู้เซฟนี้พิเศษตรงที่มีรหัสลับ 12 ตัว เท่านั้นที่จะเปิดได้ บิตเก็บรหัสลับนี้ไว้เป็นความลับสุดยอด

วันหนึ่ง บิตได้รับอีเมลจากลิงตัวหนึ่ง อีเมลนั้นบอกว่า บัญชี Bitcoin ของบิตถูกระงับ ลิงตัวนั้นขอให้บิตคลิกลิงค์เพื่อกู้คืนบัญชี

บิตสงสัย แต่ลิงตัวนั้นดูน่าเชื่อถือ บิตจึงคลิกลิงค์

เมื่อบิตคลิกลิงค์ ลิงค์อันนั้นก็พาบิตไปยังเว็บไซต์ปลอม เว็บไซต์ปลอมนั้นดูเหมือนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ Bitcoin wallet อย่างเป็นทางการ

ลิงตัวนั้นขอให้บิตป้อนรหัสลับ 12 ตัวเพื่อกู้คืนบัญชี

บิตป้อนรหัสลับให้ลิงตัวนั้น ลิงตัวนั้นก็ขโมยรหัสลับของบิตไป

ลิงตัวนั้นใช้รหัสลับของบิตเพื่อขโมย Bitcoin ของบิตไปทั้งหมด

บิตเสียใจมาก บิตเสียเงินทั้งหมดไป

บิตเรียนรู้ว่า อย่าเชื่อใครง่ายๆ โดยเฉพาะพวกลิงหลอกลิง

-

ข้อคิด

อย่าบอกรหัสลับของคุณกับใครก็ตามที่คุณไม่รู้จัก เก็บรหัสลับของคุณไว้เป็นความลับ

-

เก็บรักษา Seed Phrase ของคุณให้ปลอดภัย

LunchBlock - Lock your seed with LunchBlock

#lunchblock #seed #bitcoin #seedphrase #secure

เล่นด้วยๆ #Thailandzapathon

สิบสองคำ จงจดจำ

เก็บความมั่งคั่ง ชั่วนิรันดร์

คำธรรมดา เสมือนคำพูด

แต่หากลืม ท้งหมด คงมลาย

จงรักษา ให้ปลอดภัยตั้งแต่วันนี้

ในสถานที่ ที่มี แต่คุณรู้

ที่ที่ไม่มีใครจะหาเจอ

ให้ความมั่งคั่งของคุณเจริญเติบโต

Twelve words to remember,

Hold your wealth forever,

A simple phrase to say,

But if you lose it, all is lost.

So keep it safe today,

In a place you know,

Where no one can find it,

And your wealth will grow.

-

#BIP39POEM : EP01

Create by Bard , #LunchBlock

เราขาย Bitcoin's Seed Storage.

#siamstr #thainostrich

How to reserved free Nostr Address from Siamstr

วิธีจองชื่อ Username ใน Nostr

หลังจากที่เราเริ่มเล่น Nostr กันมาสักพักแล้ว เรามักจะเห็นคนอื่นพูดว่าขอ Npub หน่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าหลายๆคนคงจะไม่ทราบว่ามันคืออะไรกันนะ

โพสต์นี้ผมเลยขอถือโอกาสที่ Siamstr.com ได้สร้างเครื่องมือใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาอธิบายในทีเดียวเลย

โดย npub นั้นหมายถึง Address นั่นแหละ (เหมือนเวลาเราขอแลก line id หรือไม่ก็ขอเบอร์ BB กัน (เก่าไปมั้ย -"-) แต่มันจะอยู่ในรูปแบบรหัสยาวๆ

เช่น npub1k00eugm8sfze2z9ceecd93ap62dkekrsun3dhg3cxmdgdxn5j7sqtm9dde เป็นต้น

ซึ่งบางคนดูแล้วก็อาจจะแอบกลัวนิดๆ ดังนั้นจึงมีทีมผู้ใหญ่ใจดีอย่าง siamstr.com ที่สร้างเครื่องมือที่ย่อ npub ให้มันสั้นลงและอยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยรูปแบบที่ย่อมาแล้วนั้นจะเรียกว่า Nostr Address นั่นเอง ตัวอย่าง nostr address ก็เช่น lunchblock@siamstr.com จะเห็นได้ว่ารูปแบบออกมาอ่านง่ายใช้สะดวกคล้ายๆอีเมลล์

หลักการจองชื่อของ Nostr Address ก็ง่ายมาก แค่ไปบอก siamstr ว่า "ขอฉันผูก npub ของฉัน กับ Nostr Address (Username) ที่ชั้นตั้งขึ้นมาหน่อย ก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการ ที่สำคัญ siamstr.com เปิดให้จองได้ฟรีๆอีกด้วย ! (ขอขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะตามไป zap ให้นะครับ)

อธิบายหลักการมาซะยาว มาดูวิธีทำการเลย

--

วิธีจอง Nostr Address (ขอ username@siamstr.com)

1. ไปที่เว็ปไซต์ siamstr.com

2. เอา npub ของตัวเองมากรอกในช่อง npub

(วิธีหา npub ให้เข้าไปใน App Client ของ Nostr เช่น Ametyst แล้วไปที่ Profile แล้ว copy npub มา)

3. เลือก username ที่ตนเองต้องการ แล้วกรอกลงในช่อง username (ถ้าระบบแจ้งว่าใช้ได้ก็แปลว่าใช้ได้ ถ้าซ้ำก็ต้องเลือกชื่ออื่น ดังนั้นรีบจองกันนะครับ)

4. กด Register

ปิ๊ง ท่านจะได้ username@siamstr.com ที่ท่านต้องการ

และเอา username นี้ไปกรอกในช่อง nostr address ของ app ของท่านได้เลย

-

#siamstr #thainostrich #nostr #นกม่วง

https://video.nostr.build/823c91206c8eb6385db52a711ae174b45e70174b0cf762608c32e371f1a21dbb.mp4

How to reserved free Nostr Address from Siamstr

วิธีจองชื่อ Username ใน Nostr

หลังจากที่เราเริ่มเล่น Nostr กันมาสักพักแล้ว เรามักจะเห็นคนอื่นพูดว่าขอ Npub หน่อยๆ ซึ่งผมคิดว่าหลายๆคนคงจะไม่ทราบว่ามันคืออะไรกันนะ

โพสต์นี้ผมเลยขอถือโอกาสที่ Siamstr.com ได้สร้างเครื่องมือใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาอธิบายในทีเดียวเลย

โดย npub นั้นหมายถึง Address นั่นแหละ (เหมือนเวลาเราขอแลก line id หรือไม่ก็ขอเบอร์ BB กัน (เก่าไปมั้ย -"-) แต่มันจะอยู่ในรูปแบบรหัสยาวๆ

เช่น npub1k00eugm8sfze2z9ceecd93ap62dkekrsun3dhg3cxmdgdxn5j7sqtm9dde เป็นต้น

ซึ่งบางคนดูแล้วก็อาจจะแอบกลัวนิดๆ ดังนั้นจึงมีทีมผู้ใหญ่ใจดีอย่าง siamstr.com ที่สร้างเครื่องมือที่ย่อ npub ให้มันสั้นลงและอยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยรูปแบบที่ย่อมาแล้วนั้นจะเรียกว่า Nostr Address นั่นเอง ตัวอย่าง nostr address ก็เช่น lunchblock@siamstr.com จะเห็นได้ว่ารูปแบบออกมาอ่านง่ายใช้สะดวกคล้ายๆอีเมลล์

หลักการจองชื่อของ Nostr Address ก็ง่ายมาก แค่ไปบอก siamstr ว่า "ขอฉันผูก npub ของฉัน กับ Nostr Address (Username) ที่ชั้นตั้งขึ้นมาหน่อย ก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการ ที่สำคัญ siamstr.com เปิดให้จองได้ฟรีๆอีกด้วย ! (ขอขอบคุณมากครับ เดี๋ยวจะตามไป zap ให้นะครับ)

อธิบายหลักการมาซะยาว มาดูวิธีทำการเลย

--

วิธีจอง Nostr Address (ขอ username@siamstr.com)

1. ไปที่เว็ปไซต์ siamstr.com

2. เอา npub ของตัวเองมากรอกในช่อง npub

(วิธีหา npub ให้เข้าไปใน App Client ของ Nostr เช่น Ametyst แล้วไปที่ Profile แล้ว copy npub มา)

3. เลือก username ที่ตนเองต้องการ แล้วกรอกลงในช่อง username (ถ้าระบบแจ้งว่าใช้ได้ก็แปลว่าใช้ได้ ถ้าซ้ำก็ต้องเลือกชื่ออื่น ดังนั้นรีบจองกันนะครับ)

4. กด Register

ปิ๊ง ท่านจะได้ username@siamstr.com ที่ท่านต้องการ

และเอา username นี้ไปกรอกในช่อง nostr address ของ app ของท่านได้เลย

-

#siamstr #thainostrich #nostr #นกม่วง

หรือว่าจริงๆแล้ว Onepiece ก็คือ Bitcoin !?? (ไม่มีสาระอะไรนะครับ 🙂

ขออนุญาตทักทายหลังจากไม่ได้โพสมาหลายสัปดาห์ สาเหตุหลักๆก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่ยังไม่รู้ว่าเนื้อหาที่วางแผนไว้จะทำได้นานแค่ไหน คือผม Topic ที่เตรียมไว้โพสอยู่บ้างแล้ว อีกทั้งเครื่องมือที่จะสามารถช่วยสร้างคอนเทนต์เดี๋ยวนี้เราก็มี Ai คอยช่วย (แต่เราก็ต้องตรวจดูอีกทีอยู่ดี)

ปัญหาของผมตอนนี้ ผมยังไม่มีแผนเชิงรายละเอียดในการทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมถ้างานมันไม่ต่อเนื่องและยาวนานผมก็ยังไม่อยากเริ่มเท่านั้นเองครับ

อีกอย่างผมรู้สึกว่าคอนเทนต์มันต้องมีคุณภาพประมาณนึง (ซึ่งต้องต้องแลกมากับทรัพยาการทั้งพลังงานและเวลา ก็ตาม Proof of work นั่นแหละ) ดังนั้นผมต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย

โพสนี้ไม่มีอะไรครับแค่อยากกระตุ้นตัวเองเล็กน้อย

อนึ่ง ตั้งแต่แรกเลยก่อนไปออกงานผมคิดว่าจะผลิต mass content แบบด้อยคุณภาพเน้นปริมาณ แต่หลังจากไปออกงาน BTC2023 ผมได้รับพลังงานบวกมามากเลย ทำให้ไม่กล้าที่จะทำงานไม่ดีออกไป ยังไงก็ขอบคุณหลายๆท่านเลยนะครับที่ช่วยแชร์รวมถึงพูดถึง LunchBlock

ขอบคุณครับ

??? แสกมรึเปล่าครับ

สวัสดีๆครับ เข้าได้แล้ว

1. Pull สร้างความน่าดึงดูดจากภายใน, Content Provider

ผมว่าต้องเริ่มจาก content ครับ ผมมองว่าโมเดลคล้ายกับการสร้างห้างหรือสร้างตลาด

ห้างอยากให้คนมาเดินเยอะๆส่วนคนจะไปเดินเยอะก็ต้องเริ่มจากว่ามีข้าวของบริการให้จับจ่ายพอกับที่เขาต้องการ แต่ในขณะเดียวกันร้านที่จะมาเปิดก็อยากจะเปิดในที่ที่คนมาเดินเยอะ เป็นปัญหาไก่กับไข่

ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบในบริบทนี้กับการสร้างชุมชน , content provider ควรจะมีบทบาทก่อนครับ ซึ่ง content provider แม้จะไม่เสียค่าเช่าที่ก็จริงแต่ก็ต้องแบ่งทรัพยากรมาสร้าง content ในนี้ (ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ยากอะไรเพราะว่าแค่แชร์ content เดียวกันจากแพลตฟอร์มอื่นมาลงในนี้เท่านั้นเอง) แม้จะใช้ทรัพยากรเพิ่มแต่ก็คิดว่าไม่มาก

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ Barrier of entry, การลง app อาจจะต้องดู Friendly มากขึ้น คำศัพท์อะไรอาจจะต้องลดลง (เช่น รีเลย์) เพราะคนจะกลัวกันครับ ซึ่งผมคิดว่าเดี๋ยวพอผ่านไปสักพักก็คงดีขึ้น คิดว่าทีม Dev เองก็คงรู้อยู่แล้ว

ปล.ชื่อ app กับชื่อโปรโตคอลจริงๆถ้าเป็นชื่อเดียวกันได้ก็คงดี 555 ผมไปหา App Nostr ตั้งนาน

2. Push , แรงผลักดันจากภายนอก

ผมว่าเหมือนระบบการเงิน,การเมือง ครับ เมื่อคนเริ่มเอียนกับเงินที่แย่ หรือเริ่มเบื่อกับการเมืองที่ไม่ว่าหัวจะเปลี่ยนเท่าใดระบบก็ยังเหมือนเดิม

เมื่อนั้นเขาจะเริ่มมองหา exit ครับ

😁😁 ยังงูๆปลาๆอยู่เลยครับ ของมไปใช้ไปละกันครับ 55

What is Nostr?

Nostr is a decentralized social networking platform that is designed to be more secure and censorship-resistant than traditional social media platforms. Nostr uses a peer-to-peer network to distribute messages and data, which makes it more difficult for governments or other organizations to censor or control the platform.

Nostr is still under development, but it has the potential to be a major player in the social media space. The platform is already being used by a number of people who are looking for a more secure and censorship-resistant way to connect with others.

How does Nostr work?

Nostr uses a peer-to-peer network to distribute messages and data. This means that there is no central server that stores all of the data on the platform. Instead, the data is stored on the computers of the users who are using the platform.

This makes it more difficult for governments or other organizations to censor or control the platform. If a government were to try to shut down Nostr, they would have to shut down every computer that is running the platform. This would be a very difficult task, and it is likely that many people would continue to use Nostr even if it were shut down.

What are the benefits of using Nostr?

There are a number of benefits to using Nostr. These include:

Security: Nostr is a more secure platform than traditional social media platforms. This is because there is no central server that stores all of the data on the platform. Instead, the data is stored on the computers of the users who are using the platform. This makes it more difficult for governments or other organizations to censor or control the platform.

Censorship resistance: Nostr is a censorship-resistant platform. This means that it is difficult for governments or other organizations to censor the content that is posted on the platform. This is because the data is not stored on a central server.

Privacy: Nostr is a more private platform than traditional social media platforms. This is because the data that is stored on the platform is encrypted. This means that only the user who posted the data can see it.

What are the drawbacks of using Nostr?

There are a few drawbacks to using Nostr. These include:

Complexity: Nostr is a more complex platform than traditional social media platforms. This is because it uses a peer-to-peer network to distribute messages and data. This can make it more difficult for some people to use the platform.

Speed: Nostr is not as fast as traditional social media platforms. This is because the data is not stored on a central server. Instead, the data is stored on the computers of the users who are using the platform. This can make it slower to load pages and send messages.

Conclusion

Nostr is a decentralized social networking platform that is designed to be more secure and censorship-resistant than traditional social media platforms. Nostr is still under development, but it has the potential to be a major player in the social media space.

The platform is already being used by a number of people who are looking for a more secure and censorship-resistant way to connect with others. Nostr has a number of benefits, including security, censorship resistance, and privacy. However, it also has some drawbacks, such as complexity and speed.

Overall, Nostr is a promising platform that has the potential to change the way we use social media. However, it is still early days for the platform, and it remains to be seen whether it will be able to overcome its drawbacks and become a major player in the social media space.