อยากบ่นหวะ เซ็ง คือนี่เป็นเรื่องที่อยู่ในใจมานานละ คือเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้มีกลุ่ม Siamese กลุ่มคอมมู Bitcoin คือคนที่หาคำตอบว่า Bitcoin คืออะไรแทรกแซงได้ไหมในเชิงเทค บทสนทนาส่วนใหญ่ มันเลยไปในเชิงหาคำตอบ
.
แต่หลังมี Bitcoin standard และเกิดกลุ่มนี้ขึ้น แรกก็ไม่อะไรนะรู้สึกดีที่เออมีสังคมชาว Bitcoin เข้ามาชอบก็ดี พูดคุยกันในหลายเรื่องๆที่เป็นไปได้
.
แต่พอเริ่มมีแนวคิด Free speech Hate Speech เท่านั้นแหละ เริ่มรู้สึกว่านี่แม่งไม่ใช่ที่ของเราละ หลายทีที่มันกลายเป็นบทสนทนาด้วยอารมณ์โดยที่ไม่สนใจความเป็นจริง หรือแม้แต่การเหยียดคนอื่น ทำตัวเหนือคนอื่น คือรู้สึกว่าแม่งไม่ใช่สังคมที่เรามาหาคำตอบในเชิงความรู้
.
จำได้เลยช่วงนึงคุยเรื่อง DeFi ก็โดนคนในกลุ่มจับมาแขวน WTF ต้องระรานขนาดนั้น แล้วไอคนที่แขวนหรือมองว่า DeFi เป็นแชร์ลูกโซ่ยังไม่รู้จักแต่ระบบ AMM หรือ Tech ที่ใช้เลย แล้วมันต่างยังไงกับคนที่ไม่รู้จัก Bitcoin แล้วบอกว่า Bitcoin เป็นแชร์ลูกโซ่
.
Don't trust,Verfy คติสำคัญของวงการ Bitcoin ได้ใช้กันหรือเปล่า หรือแค่ฟังอันไหนแล้วถูกใจก็เชื่ออย่างเดียว ที่ ดร มั่วๆมาเคยลอง Verify จริงๆบ้างไหม?
.
จริงๆทุกวันนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนสังคม Bitcoiner ก็ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเห็นกรณีที่ว่าอยู่บ้าง ที่พูดนี่ไม่ได้เหมารวมทุกคน แต่โดยส่วนตัวเห็นสังคมในเชิงสร้างสรรค์มากกว่า
.
เมื่อก่อนเวลาคนไม่เข้าใจเรื่อง Bitcoin เราก็กวนตีนเค้าบ้างก็มีนะ แต่ไปเหยียดเค้านี้เราว่าไม่ใช่ คนมันมีความคิดต่างกัน แล้วคนที่เค้าไม่เชื่อก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องเหยียดเค้า
#siamstr
จากที่ได้เข้าไปฟังหาญ nostr:npub1kjzk6zu2q2heayph2yle0l6tw9n4jzwlezv4vgwruqaus55a9j8qvtpkyk คุยถกเถียงกับคุณดี้ เรื่อง ระบบเงินเฟียต กับ Bitcoin
หัวข้อที่เถียงๆก็เหมือนๆกับที่เราเถียงกันในกลุ่มจนได้ข้อสรุปกันมาหมดแล้วหลายครั้ง แต่มี Pain Point หนึ่งที่ผมว่าน่าสนใจและจำได้ว่า อ. ต๊ำ เคยถามมาใน Nostr แล้วรอบหนึ่ง คือ คนข้างนอกเขาบอกว่า เขาเบื่อเขาเอือมกับพวกที่อวย Bitcoin หรือพวกที่ เบี้ยวBitcoin เหมือนกัน นอกนั้นเขาไม่มีปัญหาอะไร ผมมีข้อเสนอสำหรับคนที่คิดแบบนี้คือ ลองให้เขาอ่านหนังสือที่ไม่เกี่ยวกับ Bitcoin ไม่เกี่ยวกับระบบการเงิน แต่มีข้อคิดเห็นบางอย่างที่ยังเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของระบบไร้ศูนย์กลางของBitcoin อย่างเช่นหนังสือเล่มนี้ดูครับ Agianst Method ของ Paul Feyerabend ว่าด้วยเรื่องการตั้งคำถามเชิงปรัชญาว่าทำไมวงการวิทยาศาสตร์ถึงเจริญกว่าวงการอื่น ซึ่งค่อนข้างเหมาะกับคนที่คิดว่าโลกของเรานี้ปกครองด้วยแค่ระบบคอมมิวนิสหรือไม่ก็ประชาธิปไตย2ระบบ แต่จริงๆแล้วมันมีระบบซึ่งดีกว่านั้นคือระบบที่ไม่ต้องมีรัฐครับ เมื่อไหร่ที่ระบบไหนไม่มีรัฐมากำกับดูแลแทรกแซงในระบบนั้น มนุษย์เราจะดูแลปกป้องและแข่งขันกันเอง เราจะค้นหาวิธีการที่ดีที่สุด หรือระบบที่ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้นขึ้นมา จนกว่าเราจะพบสิ่งใหม่ที่ดีกว่าที่จะมาทดแทนระบบเดิม ข้อดีของการแนะนำให้คนที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการรวมศูนย์ของอำนาจรัฐหรือมีอคติกับBitcoin อ่านหนังสือเล่มนี้คือ เขาจะไม่สามารถมาอ้างได้ว่าเขาเอือมหรือเบื่อ Bitcoin เพราะมันไม่เกี่ยวกับ Bitcoin หรือ เงินเฟียต แต่มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับว่าทำไมความเจริญก้าวหน้าหรือสิ่งที่ดีที่สุดจึงเกิดขึ้นมาได้ในระบบที่มีความเป็น Anarchist สูงมากกว่าระบบที่เกิดขึ้นภายใต้ระบบคอมมิวนิสหรือประชาธิปไตยและระบบใดที่ต้องการความก้าวหน้ารัฐไม่ควรมากำกับดูแลแซงแทรกหรือมายุ่ง ปล. ผมเชื่อว่าหนังสือแนวนี้น่าจะยังมีอีกครับผมคิดว่าในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์กับกลุ่มเราค่อนข้างมากเวลาที่มีคนมาถามหรือมีคนมาถกเถียงซึ่งเราใช้เป็นแหล่งอ้างอิงได้ #Siamstr

คือเราเซ็งมากนะที่แบบบางทีสังคม Bitcoiner ปฎิบัติเชิงเหยียดกับคนภายนอก
ขอป้ายยาปืนรมควัน
.
เนื่องจากช่วงนี้บ้าทำเนื้อจนอยากทำเนื้อรมควันกิน แต่เตารมควันมันแพงมากและใช้พื้นที่เลยซื้ปืนรมควันอันเล็กๆมาทดลองใช้อบกับสเต็ก
.
พบว่ามันก็ดีประมาณนึงแต่ไม่ได้ว้าวมาก คือกลิ่นมันติดสเต็กตอนกินสองสามคำแรกจะอร่อยมาก แต่หลังจากนั้นจะค่อยๆหายไปคำหลังๆไม่ค่อยติดละ
.
แต่วันก่อนทำแกงกะหรี่เสร็จคิดไงไม่รู้ ไหนเอามาลองรมควันหน่อยซิ เหยดแหม่ะแสงออกปากอร่อยฉิบหาย ถ้าเป็นพวกอาหารผัด แกง หรือเนื้อปลา กลิ่นมันจะติดทนทาน แล้วบอกเลยว่าเปลี่ยนโลกสุดๆ #siamstr 
#siamstr
อย่าไปคิดเลยว่า ดร มันไร้สาระโดยไม่เกิดประโยชน์ คนเราจะอยากหาข้อมูลเวลาต้องการจะไฟว์เนี่ยแหละ
.
ที่ Global Economy scale ซึ่งข้อมูลจะบอกว่าเรามีประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 5.5 USD ต่อวันหรือประมาณ 6000 บาทต่อเดือนน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดูไม่แย่ (มั้ง 6000 บาทต่อเดือนอะนะ)
.
แต่เนื่องจากว่าพยายามเข้าไปดู Raw data และการเก็บข้อมูลแล้วมันต้องจ่ายเงิน 29 USD เลยเปลี่ยนใหม่ไปดูข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ
.
ซึ่งก็บอกแบบเดียวกันว่าคนไทยจนน้อยลงจริงๆ โดยเมื่อปี 2555 มีคนจนประมาณ 12% ตอนนี้อยู่ที่ 5.5%
.
แต่พอเราเข้าไปดูว่าการดูว่ามันคำนวนยังไง คนจนนี้จะถูกคำนวนจากคนที่มีรายได้น้อยกว่าเส้นความยากจนซึ่งคำนวนจากด้านรายจ่าย
.
หรือถ้าเราไปดูตัวเลขของสำนักงานพัฒนาเศรษ๗กิจแห่งชาติก็จะได้ข้อมูลคล้ายๆกัน
แค่เงินเกิน 2700 บาทต่อเดือนไม่ถือเป็นคนจนแล้ว อ่านแล้วหัวเราะฟันจะหัก (เป็นการอุปมา)

https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blocksizewar-bitcoin
อันนี้เป็นเรื่องสนุกๆสมัย 2016 ของ Bitcoin อ่านแล้วจะได้เข้าใจว่าเกมการเมือง Bitcoin เป็นยังไงบันเทิงมากครับ
#siamstr
สรุปเค้าบอกว่าไรอะ อยากเข้าข้างนะแต่ดูเนื้อความก่อน 55555
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blocksizewar-bitcoin
มีคนบอกให้เอามาลง Nostr แต่ไม่แน่ใจใช้ tag อะไรดีว่าแต่ทำไมรูปไม่ชึ่น