Avatar
Songpop
bc9bd83ed5fa5cb4e7369b0553367070d553fcb46a7e8336ed7ebccc856afd2c

สิ่งประดิษฐ์ที่ชั่วร้ายที่สุดในยุคสมัยนี้คือ Social Media

หน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียวคือดึงเวลาของชีวิตมนุษย์ให้ติดอยู่กับมันให้นานที่สุด และเป็นเครื่องมือชี้นำควบคุมความคิดพฤติกรรมของผู้คนให้เป็นไปตามที่ต้องการได้...

#siamstr

วันนี้ Wallet of Satoshi ส่ง Sats หน่วงๆบางครั้งใครเป็นบ้าง?

#siamstr

พุทธศาสนาเป็นวิถีชีวิต คือการปฎิบัติที่เน้นการอยู่ร่วมกัน(ศีล) และการพัฒนาจิตใจให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป (สมาธิและปัญญา) เพื่อการพ้นทุกข์ และการอยู่โดยไม่เบียดเบียนกัน

[จากหนังสือพุทธเศรษฐศาสตร์]

#siamstr #dhama_str

ฟังลุงโฉลกไม่ได้ฟังเรื่องการเทรดนะเพราะแกสอนเหมือนเดิมทุกครั้ง (เหมือนง่ายแต่ทำยาก)

แต่ฟังเพราะชอบฟังเรื่องธรรมมะมากกว่า

#siamstr

GN ครับ ไม่ต้อง zap กันนะ โอนช่วย สร้างอุโบสถได้เลย

ขออนุญาตลุงครับ

https://www.chaloke.com/forums/topic/cdc-d2316/

เรียนเชิญ ร่วมเป็นเจ้าภาพทอดกฐินสามัคคีสร้างพระอุโบสถ วัดกก ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี วันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2566

ผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบุญโดยตรงได้ที่ มูลนิธิโฉลกดอทคอม บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 3513015720

แจ้งการโอนเงินได้ที่นี่: http://tiny.cc/juqcvz

ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งโอนที่นี่ : http://tiny.cc/buqcvz

#siamstr

#nostr

ขอบคุณที่บอกบุญครับ เมื่อกี้ร่วมบุญกับมูลนิธิโฉลกดอทคอม เรียบร้อยครับ

Replying to Avatar Gracialo679

"ถนนสู่ความเป็นทาส" (The Road to Serfdom)

F.A. Hayek

Hayek อธิบายว่า ลัทธิสังคมนิยมจะนำไปสู่ความเป็นทาสของรัฐ

เขาได้อธิบายว่าลัทธิสังคมนิยมต้องการการควบคุมทางเศรษฐกิจโดยรัฐ ซึ่งจะนำไปสู่การจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลและเศรษฐกิจ

ในที่สุดสิ่งนี้จะนำไปสู่การกดขี่ข่มเหงและการปกครองแบบเผด็จการในที่สุด

-ลัทธิสังคมนิยมแบบวางแผนไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Hayek ต้นด้วยการวิจารณ์ลัทธิสังคมนิยมแบบดั้งเดิม ว่าเป็นอุดมคติที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้

เขาอธิบายว่าเศรษฐกิจแบบวางแผนนั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากับเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี

เนื่องจากมันสามารถจัดการกับความซับซ้อนและความไม่แน่นอนของตลาดได้

เศรษฐกิจแบบตลาดเสรีอาศัยการแบ่งงานและการแข่งขันเพื่อจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้บริโภคสามารถเลือกสินค้าและบริการที่พวกเขาต้องการจากผู้ผลิตหลายรายในตลาด

ผู้ผลิตจะแข่งขันกันเพื่อเสนอสินค้าและบริการที่มีคุณภาพดีที่สุดในราคาต่ำที่สุด

ในทางกลับกัน เศรษฐกิจแบบวางแผนต้องการการวางแผนจากส่วนกลางโดยรัฐ

รัฐต้องตัดสินใจว่าสินค้าและบริการใดที่จะผลิต ผลิตอย่างไร และจัดสรรอย่างไร

สิ่งนี้ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและความสามารถในการคาดการณ์ที่แม่นยำ

ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่สามารถบรรลุได้อย่างสมบูรณ์

-ประวัติศาสตร์ของลัทธิสังคมนิยม

Hayek จึงสำรวจประวัติศาสตร์ของลัทธิสังคมนิยม

เขาแสดงให้เห็นว่าลัทธิสังคมนิยมทุกรูปแบบได้นำไปสู่การจำกัดเสรีภาพส่วนบุคคลและเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเช่น สหภาพโซเวียตภายใต้ Joseph Stalin เป็นเผด็จการรัฐพรรคเดียวที่ควบคุมเศรษฐกิจอย่างเบ็ดเสร็จ

ในสหภาพโซเวียต รัฐเป็นเจ้าของและควบคุมธุรกิจทั้งหมด

รัฐกำหนดราคาสินค้าและบริการทั้งหมด ประชาชนไม่มีทางเลือกในสิ่งที่พวกเขาจะซื้อหรือขาย

รวมไปถึง รัฐยังควบคุมการเคลื่อนไหวและความคิดของประชาชนอีกด้วย

-ลัทธิสังคมนิยมเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

Hayekสรุปว่าลัทธิสังคมนิยมเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพและเสรีภาพทางเศรษฐกิจ

เขาเรียกร้องให้ผู้คนระมัดระวังลัทธิสังคมนิยมและสนับสนุนเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี

<------------------------------------------>

ลัทธิสังคมนิยมต้องการการครอบงำทางความคิดเพื่อให้ประสบความสำเร็จ

ประชาชนต้องเชื่อในอุดมคติของลัทธิสังคมนิยมและยอมรับการปกครองแบบเผด็จการโดยรัฐ

สิ่งนี้มักทำได้ผ่านการโฆษณาชวนเชื่อและการควบคุมสื่อ

ลัทธิสังคมนิยมมักนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำมากกว่าระบบเศรษฐกิจอื่นๆ

รัฐบาลมักมีอำนาจในการแจกจ่ายทรัพยากรและโอกาสอย่างไม่เท่าเทียมกัน

สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความไม่พอใจและความขัดแย้งในสังคม

ลัทธิสังคมนิยมมักไม่ยั่งยืนในระยะยาว

เศรษฐกิจแบบวางแผนไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้

สิ่งนี้อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและวิกฤต

#siamstr

ถ้าเกิดมีการใช้ AI ในการคำนวณควบคุมจัดสรรค์ทรัพยากร รวมถึงควบคุมข้อมูลข่าวสาร ควบคุมความคิดผู้คนจะเกิดอะไรขึ้น?

ท่องไว้เลยว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

อันนี้ก็จริงนะครับ พอลองคิดดีๆแล้วก็ไม่ควรเอาความคิดของเราไปตัดสินใครได้เลย

(ความคิดส่วนตัว)

ผู้หญิงจะชอบผู้ชายสักคนรูปร่างหน้าตามันก็เป็นส่วนหนึ่ง

แต่ถ้าประกอบกับการเป็นคนมีเป้าหมาย ลงมือทำอย่างมุ่งมั่น มั่นใจ มีความหลงไหลในสิ่งที่ทำแล้ว

อย่างหลังน่าจะมีน้ำหนักเกินกว่า 50% ในการเลือกคู่ชีวิต

#siamstr

Replying to Avatar Jakk Goodday

ขอบคุณที่เมนชั่นถึงนะครับ.. ประสบการณ์ตะกอนความคิดในบทความนี้ไม่มีในตำราเศรษฐศาสตร์ เป็นบุญของผู้ที่ได้ผ่านมาเจอ.. กรุณาอ่านจนจบและขอดเกร็ด

จริงๆ แล้วพี่ก็คล้ายๆ ผม แต่คงมีบางอย่างที่ต่างกันอยู่ ผมเป็นพวกไร้เพดานและฟลอร์ เป็นคนที่ชอบวิเคราะห์จนทะลุปรุโปร่งจึงตัดสินใจ แต่คนก็มีกคิดว่าผมผลีผลามใจเร็วด่วนได้ ..ผมคงคืดอะไรได้เร็วเกินไป

ด้วยเหตุนี้ครูประเภทเดียวที่ผมมี คนประเภทเดียวที่จะกล้าพอมาแนะนำผมในแนวสัจธรรม จริยธรรม ความฉลาดทางอารมณ์ หรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์อะไรทำนองนั้น

ผมพึ่งทำคาเฟ่มาหมาดๆ กับเพื่อนเมื่อปีกลาย (ขายหุ้นไปแล้วเนื่องจากไม่มีเวลาบริหาร จับปลาหลายมือไม่ไหว) ผมคิดในเชิงบูรณาการหลายชั้นเพื่อเลือกทำเลและกลยุทธ์ทั้งสั้น กลาง ยาว เนื่องจากผมผมเคยทำ Feasibility มาพอสมควร กระบวนการวางแผนนั้นจึงซับซ้อน (อยู่คนเดียว) ซึ่งคงอธิบายตรงนี้ไม่ไหว

ผมจะเหมือนหมอแปลก ที่ชอบนั่งทางในดูว่าใน 14 ล้านทางเลือก ผมจะชนะเกมนี้ด้วยโซลูชั่นไหน ชนะได้แบบไหน ชัยชนะพอหอมปากหอมคอหรือประเดี๋ยวประด๋าวผมจะปัดตกไปเลยแต่แรก หรือถ้ามันไม่มีหนทางที่ยั่งยืนมากพอ.. ผมก็แค่จะเปลี่ยนเรื่องไปทำอย่างอื่นเลย

อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงรู้แล้วว่า เหตุผลแท้จริงที่ผมขายหุ้นร้านกาแฟคืออะไร..

เมื่อจ้องไปที่ทรัพยากรทั้งองคาพยพ ในหัวผมจะมองหาวิธีใช้มันให้สิ้นเปลืองน้อยที่สุด แต่ยังเสือกให้ผลลัพธ์ดีสุดๆ ถามว่าจำเป็นไหม.. ก็คงต้องบ้าระดับหนึ่งถึงจะเอาแต่คิดอะไรแบบนี้

บ่อยครั้งเหมือนกันที่ "ลงทุนให้ได้ขั้นต่ำ" ก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่ผมเคยหยิบจับ พี่ได้อธิบายเชิงปฏิบัติไว้หมดแล้ว ผมขอข้ามไปเลยละกัน

มีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างชัดว่าเราเหมือนกัน คือ ขอลุยเองก่อน ขอเข้าใจมันด้วยตัวเอง และฉันอยากสร้างความแตกต่าง ฉันนอนไม่หลับถ้าต้องทำเหมือนคนอื่น

ขอตัดภาพไปที่ MBTI ซึ่งพี่ค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว มันมีเรื่องที่ผมอยากแชร์เกี่ยวกับหัวข้อนี้

เรื่องนั้นก็คือ "เราวิวัฒน์ตัวเองได้" ถ้าเราเป็นคนที่ชอบขยับแข้งขยับขาอยู่ตลอดเวลา.. เราอยากเป็นอีกคนที่ดีกว่าเดิม ในทุกๆ ปีเราจะไม่เคยเหมือนเดิมเลย ดังตัวอย่างต่อไปนี้...

ในปี 2018 ผลทดสอบของผมออกมาแบบนี้ ซึ่งมันก็ค่อนข้างตรงกันตัวผมในตอนนั้น..

เรื่องน่าประหลาดก็คือ ในช่วงก่อนโควิดผมรับจ๊อบเป็น System analyst และ Software Architecture อยู่พอดี สิ่งแวดล้อมและพฤติการณ์ต่างๆ คงจะหล่อหลอมให้เป็นตัวเรา...

ต่อมาในปีแห่งโรคระบาด 2019 ที่ผมไปทำจ๊อบต่อที่ไหนไม่ได้นอกจากวางแผนครุ่นคิดและสั่งการจากบ้านผ่านทางอินเตอร์เน็ต..

ในเวลาปีเดียวเราเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบ แม้จะแค่จาก P กลายเป็น J ก็ตาม.. นั่นก็คือวิวัฒนาการส่วนตัวแล้ว..

ผ่านเวลาโควิดอันเนิ่นนานมาหลายปี ผมเริ่มพาตัวเองเข้ามาในแวดวงบิตคอยน์ สิ่งต่างๆ ที่ได้พาลพบและช้อมลุกคลุกคลาน ประสบการณ์ที่ไหลบ่าเข้ามาได้เปลี่ยนตัวผมไปเป็นอีกแบบอย่างสิ้นเชิง จนกระทั่งนึกครึ้มไปลองทดสอบอีกครั้งในปี 2021

https://i.nostrimg.com/faae09202486b3d8377035e61653ea91c23be1434bfb865e1ddbd2547dac9a30/file.webp

ผมคาอนข้างประหลาดใจกับผลการทดสอบครั้งนี้ เราที่เคยคิดว่าตนเป็นพวก Introvert มาโดยตลอด คิดยังไงก็จินตนาการไม่ออกว่าตูกลายเป็น Extro ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วไอ้ Campaigner สี่มันคืออะไรเหรอ?

ผมไม่รู้ว่าตัวเองได้กลายเป็นคนแบบใหม่ไปแล้ว จนกระทั่งวันนี้ จากผลลัพธ์ต่างๆ ที่ปรากฏ ผมจึงเข้าใจความหมายของ ENFP ได้อย่างลึกซึ้ง.. พี่คิดว่าผมเหมือน ENFP สักนิดบ้างไหม?

นอกจากนี้ผมยังนึกสนุกไปลองทำแบบทดสอบของ Ray Dario ด้วย.. ซึ่งบททดสอบห่าอะไร ทำนานมากยังกะสอบเอนทรานซ์.. ผลที่ได้คือ..

https://i.nostrimg.com/8f309ebe251736dddbba92e47018c5960c49a4735d57fd2262c7ae577dbad667/file.webp

https://i.nostrimg.com/46c2cbe348313c5cbd5b8447fddae322ae66e48f176474027aa8e14d97d78624/file.webp

https://i.nostrimg.com/5881ee65bedc28db153fec9a54cac93444354c7bb391374891be1f1fccc22088/file.webp

https://i.nostrimg.com/37330b31c471f83b2d069d21247a01a2ff9830e9d70041c98ed97176f9b0a86c/file.webp

ตั้งแต่นั้นมาผมก็ยังไม่ได้ทดสอบอีกเลย ซึ่งผมผ่านเรื่องราวบิตคอยน์มาสารพัดอย่าง.. น่าสนุก

วันนี้ผมจะกลายเป็นอะไรไปแล้วนะ?

เจ๋งหวะ!!

Replying to Avatar Panai Lawasut

“พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”

มีน้องคนนึงเคยคุยกับผมไว้

“ลงทุนมันมีขั้นต่ำอยู่นะพี่

อย่างถ้าพี่ลง 1 ล้าน อาจจะได้ซัก 10 ล้าน

แต่ถ้าลง 9 แสน อาจจะไม่ได้อะไรเลย

พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะ”

ในตอนที่ผมได้ยินครั้งแรก ผมไม่ buy idea นี้เลย

อย่างที่ผมเคยเล่าๆไป พ่อแม่ผมเริ่มจากทำขนมกันที่บ้าน เราตีไข่กันในบ้าน เคี่ยวขนมกันในครัวหลังบ้าน เอาออกมาอบแล้วก็ตัดขายกันหน้าบ้าน

ทั้งๆที่บ้านผมเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ อยู่ในซอยที่แสนจะเล็ก และไม่มีที่จอดรถให้ลูกค้าใดๆทั้งสิ้น

เวลาลูกค้าเข้ามาเยอะๆ ที่ยืนหน้าบ้านก็ไม่มี บ่อยครั้งล้นไปยืนตากแดดอยู่นอกบ้าน

แต่ก็มีลูกค้าเข้าร้านอยู่แทบจะตลอดเวลา

ลูกค้าหลายเจ้ามาถึงก็จะเล่าให้ฟังแกมบ่นว่าเค้าเดินทางกันมามาจากจังหวัดนู่นจังหวัดนี้เลยนะ

นั่นทำให้ผมคิดว่า ทำเลไม่ใช่เรื่องสำคัญ หรือเรื่องจะลงทุนตกแต่งร้านให้สวยนั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ ขอเพียงขอเราดีจริงๆ มันจะขายตัวมันเองได้

ผมเคยรีโนเวทร้านที่บ้านครั้งนึง ใช้เงินประมาณ 3 แสน บ้านก็ดูเป็นร้านขึ้นมานิดนึง ขยายกำลังผลิตมาได้พอสมควร แต่มันก็ยังเป็นทาวน์เฮ้าส์เล็กๆอยู่ในซอยเล็กๆเหมือนเดิม มันไม่ถึงกับมี impact ที่ significant กับร้านเท่าไหร่

วันนึงผมออกไปเปิดสาขาแรก ไปได้ศาลาไทยที่เค้าสร้างไม่เสร็จอยู่ริมถนนมา ต้องพยายามหาคอนเนคชั่นเชื่อมโยงจนไปถึงตัวเจ้าของที่ ไปอ้อนวอนให้เค้าปล่อยเช่า สุดท้ายเค้าคิดค่าเช่าให้ 4,000 บาท/เดือน

ด้วยความที่เร่งรีบมาก และงบประมาณจำกัดสุดๆ ผมลงทุนไปประมาณ 5แสน จากศาลาที่ถูกทิ้งร้าง ฝ้ายังไม่ได้ทำ ผนังยังปิดไม่ครบ ไม่ต้องพูดถึงระบบน้ำไฟหรือห้องน้ำ ผมทำมันเสร็จใน10กว่าวัน (คืองานไม้ ฉันชอบ ฉันก็ลงไปทำกะช่างเลยอะ)

ทำเลมันไม่ได้ดีมากนะ มีที่จอดรถที่ดูไม่เหมือนว่าจอดได้ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จอดริมถนน แต่มันก็ขายได้ ขายได้พอสมควรด้วย

มันยิ่งตอกย้ำความคิดผมที่ว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะ ไม่จำเป็นต้องทำเลดีมาก ถ้าของมันดีมันจะขายตัวมันเองได้

ผมอยู่ที่ศาลาไทยได้ประมาณ 3 ปี วันนึงผู้ให้เช่ามาบอกว่าต้องออกภายใน 3 เดือนนะ มีเจ้าใหญ่เค้ามาเซ้งที่ดินทั้งหมด

…ในหัวผมมีแต่คำว่า ฉิบหายแล้ว!!…

ผมเร่งหาที่ใหม่ ในพื้นที่ใกล้เคียงเดิม วิ่งหาทุกวัน ทั้งวัน อยู่เก็นอาทิตย์ ไม่มีที่ไหนถูกใจ ส่วนใหญ่ถ้าทำเลดี ก็จะไม่ค่อยมีที่ว่าง ถ้าว่างก็แพงมาก ผมพยามมองหาทำเลที่ไม่ต้องดีมาก เข้าถึงง่าย ค่าเช่าถูก….ณ ตอนนั้น ไม่มี

แล้วอยู่ดีๆผมก็ไปนึกถึงคำพูดของรุ่นน้องคนนึงที่เคยพูดกับผมไว้ “พี่ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำนะพี่”

รุ่นน้องคนนี้เค้าเป็น Developer อสังหาที่ success เป็นคนที่ผมนับถือวิธีคิดมาก ถ้าให้ผมเทียบ ผมมีความรู้สึกว่าเค้าเหมือนกับ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 จริงจัง สุดทางทุกเรื่องตลอดเวลา (ถ้าใน MBTI เค้าเป็น ENTJ ผมเชื่อว่าตั้มก็ตัวเดียวกัน)

จากคำพูดของรุ่นน้องวันนั้น ผมลองเปิดใจกับที่ที่ค่าเช่ามันแพงแต่ทำเลดี

มันเป็นโชว์รูมขายมอเตอร์ไซค์มาก่อน พื้นที่ใหญ่เกินจำเป็นสำหรับผมไปมาก และเจ้าของคิดค่าเช่าเดือนละ 70,000 แต่ขอเก็บรายปีแบบ front load !!!! (ขอเก็บหนักปีแรกปีต่อไปถอยลง แต่เฉลี่ยแล้วคือ 70,000/ด.)

สรุปว่าผมต้องจ่ายในครั้งแรก 1,500,000 !!!

ผมหนักใจมาก คิดอยู่พักใหญ่ จากค่าเช่า 4,000 กลายเป็น 70,000 แถมต้องจ่ายเงินก้อนไปก่อนด้วย ค่ารีโนเวทไม่ต้องพูดถึง น่าจะหลายเท่าของที่เคยใช้ แม่ผมก็เชียร์นะ ไม่รู้แกเห็นว่ามันดี หรือแค่เชื่อมั่นในตัวผม แต่มันสเกลที่ไม่เคยอยู่ในหัวผม ครั้งนั้นผมต้องปรึกษาหมอดูเลย ไม่มีความมั่นใจอะไรเลยจริงๆ

…สุดท้ายเอาก็เอาวะ…

การตัดสินใจเช่าครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร้านผมเลย ร้านที่มันใหญ่มันมีอิมแพคมากกว่า ไม่ใช่แค่กับคนผ่านไปผ่านมา มันถูกพูดถึง มันเกิดการรับรู้ถึงตัวแบนด์ไปในวงกว้าง ยอดขายโตหลักเป็น 100%

และมันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความคิดผมด้วย ผมมีขั้นต่ำในการลงทุนของผมที่ไม่น้อยเลยในแต่ละสาขา เพื่อนๆผมฟังค่าใช้จ่ายในแต่ละที่ของผมแล้วตกใจทั้งนั้น (หลายคนมองว่าผมไม่ฉลาดด้วยซ้ำ)

ผมไม่เคยมีปัญหากับค่าเช่าสูง ทำเลที่ดีค่าเช่าต้องสูงอยู่แล้ว ราคาที่สูงมันช่วยตัดคู่แข่งที่จะมาแย่งเราเช่าไปเกือบหมดตลาด มันทำให้ผมอยู่ในจุดที่ไม่มีผู้เล่นรายอื่นมาเล่นด้วย

ปัจจุบันโชว์รูมมอเตอร์ไซค์อันนั้นกลายเป็นกระดูกสันหลังของร้านไปแล้ว พื้นที่ๆเคยว่าใหญ่เกิน ถูกใช้เต็มอณู วัตถุดิบของทุกสาขาถูกชั่งตวงและส่งออกจากที่นั่น

และเราก็ซื้อมันก่อนที่จะต้องต่อสัญญาเช่าครั้งต่อไป 😎

“ต้องลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” จริงๆมันก็ไม่มีใครรู้หรอกว่าขั้นต่ำมันอยู่ตรงไหน สำหรับผมคือ จุดที่ใหญ่พอที่จะมีอิมแพค จุดที่มากพอจะตัดผู้เล่นรายอื่นออก จุดที่วันนึงมันคงคืนทุนได้

ซึ่งมันไม่ได้ต่ำเลย 55555

เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่มิติเรื่องทุนทรัพย์อย่างเดียว

ถ้าเรามอง proof of work เป็นการที่เราลงทุนเวลาและพลังงานของเรา มันก็มีขั้นต่ำที่เราต้องไปให้ถึงเหมือนกัน

มันจะมีจุดคุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อให้ตลาดเห็น value คุณ

มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง เพื่อตัดผู้เล่นรายอื่นออก (เอาให้แบบคนอื่นเห็นPOWคุณ แล้วถอดใจไปเลยอะ)

มันมีจุดที่คุณต้องลงทุนให้ถึง ถึงจะได้สัมผัสกับความรู้สึก secure ว่า POW เราเยอะพอใช้ได้แล้วนะ

เอาจริงๆความหมายของ”ลงทุนให้ถึงขั้นต่ำ” ของผมคือ “ทำมันให้สุดนั้นแหละ เดี๋ยวพอพ้นขั้นต่ำแล้วเราจะรู้เอง”

GM ครับ

#ทีมตรู่

#Siamstr

ดีมากๆ ผมกำลังทำธุรกิจและล้มลุกคลุกคลานมากช่วงนี้เป็นประโยชน์มากครับ

แม้ความสุขและความทุกข์จะเป็นคนละด้านของเรื่องเดียวกัน คือถ้าทุกข์น้อยก็สุขมาก ดังที่พุทธศาสนาแสวงหาการพ้นทุกข์ เมื่อพ้นทุกข์ก็สุขเหลือหลาย

.

คำจำกัดความของความสุขที่ดีก็คือ "ความสุขคือการสิ้นไปของความทุกข์" แต่ "ยุทธศาสตร์การแก้ทุกข์" กับ "ยุทธศาตร์การสร้างสุข" นั้นไม่เหมือนกันเลยและนำไปสู่ผลที่แตกต่างกันมาก

.

พระพุทธเจ้าทรงเลือก "ยุทธศาสตร์การแก้ทุกข์" แต่ตะวันตกได้เลือก "ยุทธศาสตร์การสร้างสุข"

พึงศึกษาเรื่องเศรษฐศาสตร์กับพุทธศาสนาโดยนัยนี้ด้วย จะทำให้เข้าใจว่ายุทธศาสตร์ในการสร้างความร่ำรวยกับยุทธศาสตร์แก้ความยากจนก็ต่างกันราวฟ้ากับดิน

จาก หนังสือพุทธเศรษฐศาสตร์

#siamstr

#dhamma_str

แม้ความสุขและความทุกข์จะเป็นคนละด้านของเรื่องเดียวกัน คือถ้าทุกข์น้อยก็สุขมาก ดังที่พุทธศาสนาแสวงหาการพ้นทุกข์ เมื่อพ้นทุกข์ก็สุขเหลือหลาย

.

คำจำกัดความของความสุขที่ดีก็คือ "ความสุขคือการสิ้นไปของความทุกข์" แต่ "ยุทธศาสตร์การแก้ทุกข์" กับ "ยุทธศาตร์การสร้างสุข" นั้นไม่เหมือนกันเลยและนำไปสู่ผลที่แตกต่างกันมาก

.

พระพุทธเจ้าทรงเลือก "ยุทธศาสตร์การแก้ทุกข์" แต่ตะวันตกได้เลือก "ยุทธศาสตร์การสร้างสุข"

พึงศึกษาเรื่องเศรษฐศาสตร์กับพุทธศาสนาโดยนัยนี้ด้วย จะทำให้เข้าใจว่ายุทธศาสตร์ในการสร้างความร่ำรวยกับยุทธศาสตร์แก้ความยากจนก็ต่างกันราวฟ้ากับดิน

จาก หนังสือพุทธเศรษฐศาสตร์

Replying to Avatar Max

จุดเริ่มต้นของ"อาหารเช้านั้นสำคัญ"

เมื่อก่อนผมเป็นโรคกระเพาะหนักมาก แล้วคิดไปว่าต้องกินอาหารให้ครบ 3 มื้อ ถ้าไม่กินปวดท้องแน่ๆ ปัจจุบันผมทาน 1-2 มื้อต่อวัน ไม่เป็นโรคกระเพาะแล้ว

ก่อนอื่นต้องเข้าใจหลักการทำงานของร่างกาย กระเพาะอาหารและสมองของเราก่อน

เมื่อเราทำสิ่งใดบ่อยๆ และเวลาเดิม สมองจะจำ เพราะฉนั้นการทานอาหารครบ 3 มื้อ สมองจำเวลาการทานของคุณได้ แล้วยิ่งคุณเป็นนักกินคาร์บหรือน้ำตาลด้วยแล้ว สมองคุณจะก้าวร้าวมากเวลาหิว และเมื่อถึงเวลากิน สมองจะสั่งให้คุณมึนหัว ปวดท้อง หงุดหงิด แล้วเมื่อคุณไม่เข้าใจคุณจะไปหาอะไรมาเข้าปากทันที นี่แหละคุณแพ้

ทีนี้เราจะชนะร่างกายอย่างไรหล่ะ ง่ายๆคือค่อยๆปรับ วิธีการส่วนตัวที่ผมใช้ คือตัดแป้งแปรรูปกับนำตาลก่อนเป็นอันดับแรก ตัวช่วยที่ผมใช้คือ น้ำมันมะพร้าวMCT ถั่วแอลมอน และกาแฟดำหรือแอปเปิ้ลไซเดอร์

จะใช้ถั่วอื่นก็ได้เลือกที่คาร์บน้อย

ให้ทานถั่วแทนมื้อเช้ากับกาแฟดำใส่น้ำมันมะพร้าวMct แล้วค่อยๆลดถั่วไปเรื้อยๆจนวันนึงคุณจะเหลือแค่กาแฟดำกับน้ำมันมะพร้าว และวันนึงคุณก็จะเหลือแต่กาแฟดำเพียวๆ

หัวใจสำคัญคือคุณต้องรู้ทันร่างกายของคุณว่าสมองมันกำลังบังคับคุณอยู่ จริงๆร่างกายเรามีพลังงานไขมันเป็นแสนแคลลอลี่ คุณทำไปเรื่อยๆวันนึงสมองคุณจะเลิกติดแป้งน้ำตาล และใช้พลังงานจากไขมันในร่างกายคุณแทน

คุณจะไปวิ่งมาราทอนในตอนเช้าก็ยังได้

โดยที่พลังงานเหลือเฟือ และคุณจะเลิการเป็นทาสของอาหารเช้าอีกต่อไป

#siamstr

#siambitcoiner

nostr:nevent1qqsfvs73zqgalvypjv83klmzkuxkp055y92t9zdwqeqc8nry2m3yrtqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzp90hhs6ardt94r875netl8k76vhsjwctu0wd232t27jgr90e6qdwqvzqqqqyyu9vt5yp

ตอนนี้ผมไม่ได้ทานข้าวเช้าเหมือนกัน มีกาแฟดำ 1 แก้ว ข้อดีคือไม่ต้องยุ่งเสียเวลาในการเตรียมอาหารเช้าด้วย

.

ใจจริงอยากจะงดอาหารเย็นด้วยแต่กลัวสารอาหารจะไม่พอ และตอนเย็นจิตใจมักไม่ค่อยเข้มแข็งอดใจยาก

ชอบมากครับอ่านจบทั้ง 3 บทความเลย

บทความที่1

"ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือเวลา จงเอาตัวผมไปอยู่ในที่ที่เห็นคุณค่าในตัวผมให้ได้ ถ้าผมทำได้ เวลาของผมมีจะสร้างมูลค่าได้มหาศาลกว่านี้"

บทความที่2

ผมก็ชอบเขียนบทความเหมือนกันและก็เขียนไว้เยอะครับตั้งแต่สมัย Bloggang โน่นแต่ไม่ค่อยมีใครอ่านหรอกครับ 55555

บทความที่3

คุณค่าของบางสิ่งจะมีมูลค่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับคนที่ตีมูลค่ามัน