Avatar
Nataphol
c23b872883073cc5295004405541c7b60ef4052b6e94fc6a849b0c5d55b2d0fb
😅

if you transact fiat digitally, they knew. always

tax collection is a psycological practice to tame you overtime.

https://nostrcheck.me/media/public/nostrcheck.me_6049144389116044351693711893.webp

ถ้าอ.พิริยะคือไอดอลบิตคอยเนอร์ในด้าน fundamental

พี่ป้ำคือไอดอลด้าน practical

พอได้ฟังเรื่องราวแล้วผมนับถือครอบครัวพี่มากๆครับ 🙏🏻

https://youtu.be/khr-seAyWA8?si=1EkzyE1dPYNOK-1q

If you have friends that wonder how everything is fucked up but don't know why.

send them this.

one of the best orange pill worth half an hour of their life.

https://youtu.be/8Mhu6dxj7qk?si=fl0GeRZ01SzvuRrJ

Replying to Avatar Nataphol

ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองสนใจการเงินตอนอยู่มหาลัยที่เพื่อนทักว่า "นี่ มึงมาเรียนนิเทศน์ทำไมวะ?" พอนึกๆย้อนกลับไปแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ผมชอบมาโดยตลอด "การลงทุน"

ปี 2013

รู้จักบิตคอยน์ครั้งแรกที่ราคาทำจุดสูงสุด $1,000 แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดแค่ว่าเป็นเงินบนอินเตอร์เน็ต มีจำนวนจำกัด ไม่มีเจ้าของ เป็นแค่เครื่องมือลงทุนที่เหวี่ยงอันนึง แล้วไงใครแคร์

ปี 2017

กลับมาสนใจคริปโตอีกรอบ ยุค ico บูม กระโดดเข้าไปซื้อ shitcoin ตัวนึง ไม่กี่วันก่อนประกาศลิสบน exchange บูม! ทำกำไร 10x ภายในเวลาไม่กี่วัน ตอนนั้นคิดว่าเราเก่งมาก ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมเลยกระโดดช้อนซื้อ ออล อิน dogecoin ที่ Top (wtf lol) ตื่นมาวันรุ่งขึ้น ตลาด crash เงินหายไปครึ่งนึง ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลย มันชาไปทั้งตัว ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เข็ดไปสักพัก

ปี 2018

ได้รู้จักกับรายการยูทูปชื่อ CDC Bitcoin Talk มีพี่แว่นคนนึงพูดเรื่องบิตคอยน์ตลอดเวลา ฟังไปฟังมาเริ่มสนใจบิตคอยน์ในเชิง fundamental อีกครั้ง เหมือนได้กลับมามองมันในอีกมุมนึง

ปี 2019

ยุค DeFi บูม กระโดเข้าไปคลุกวงในอยู่หลายโปรเจค โดน rug pull ไปไม่น้อยเลย เล่นท่ายากเยอะมาก ตอนนั้นรู้สึกสนุกมาก คิดว่ามันเหมือนเครื่องมือลงทุนที่สมัยก่อนเข้าถึงได้แต่นักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น ตอนนี้มันเข้าถึงเราแล้ว!

ปี 2020

แม้ตลาดจะร่วงอย่างหนัก ก็ยังคงสนุกอยู่กับ DeFi ทั้งที่ก็โดน rekt ไปแล้วหลายโปรเจค สมองก็ยังไม่งอกสักที

ปี 2021

หลังจากเจ็บหนักมากับหลายๆโปรเจค ก็มาสะดุดกับประโยคนึงที่ อ.พิริยะ พูดในรายการ "อย่าเพิ่งเล่นท่ายาก อยู่นิ่งๆให้เป็นก่อน" ตอนนั้นบิตคอยน์ทำจุดพีคที่ 6 หมื่นกว่า ก็เพิ่งตระหนักได้ว่า เชี่ย นี่ถ้ากูถือเฉยๆมาตั้งแต่ 2017-18 กูกำไรไม่รู้กี่เท่าแล้วเนี่ย ก็เลยทำให้กลับมาทบทวนตัวเองใหม่หมด จนได้ตกผลึกว่า พวก DeFi มันคือ fiat on steroid นี่เอง

ตอนนั้น เริ่มมีแสงเลเซอร์ออกมาจากตาแบบอ่อนๆ เริ่ม Stack sats แล้วย้ายเข้า cold storage เรียกได้ว่า เริ่มลงเข้าไปในหลุมกระต่ายเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง

ปี 2022

ค้นพบวิธีกินอาหารแบบ Carnivore จากพอดแคสของ Saifedean จำได้ว่าเป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก ทำไมบิตคอยเนอร์หลายๆคนสนใจการกินอะไรแนวๆนี้กันเยอะมาก ก็เลยทดลองกิน carnivore ดู ผลคือ รู้สึกสุขภาพโดยรวมดีขึ้น เริ่มลงหลุมกระต่ายด้านสุขภาพอีกหลุมนึงอย่างเต็มตัว

ได้รู้จัก หมอเอก และลงเรียนคอร์สพื้นฐาน รู้สึกคุ้มค่ามากๆ ถูกเบิกเนตรกับหลายๆเรื่องที่เราถูกหลอกมาตลอด

ช่วงเดียวกันนี้เองก็เริ่มสนใจ red pill เป็นยาเม็ดที่เลี่ยงไม่ได้ถ้าเราลงหลุมกระต่ายมาแล้ว ซึ่งแรงพอสมควร เพราะมันขัดกับขนบธรรมเนียมที่สังคม woke ต้องการจะให้เราเป็น เรียกได้ว่าตาเลเซอร์ถูก activated ทุกส่วน สามารถมองทะลุม่าน fiat bs ได้แทบจะทุกอย่าง ถ้าเป็นในหนัง ผมคือนีโอที่รู้จัก #matrix เป็นครั้งแรก มันทั้งสับสนและก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน

ปี 2023

สิ่งที่ทำให้ความสงสัยหลายๆอย่างเกี่ยวกับ "การลงทุน" กระจ่างชัดเจนขึ้น คือ คำพูดของอ.พิริยะ "ความลับ คือ จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องเทรดก็ได้"

ตอนนั้นเริ่มตกผลึกอีกรอบแล้วว่า บิตคอยน์ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือการลงทุน มันคือ เทคโนโลยีการออมที่ทรงพลังที่สุด เพราะ ถ้าเงินมันไม่เสื่อมค่า เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปลงทุนเลย เราแค่เก็บออม ไอสิ่งที่เราหมกมุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นผลพลอยได้ของการที่เงินมันห่วยลงทุกวันแต่เราแค่มองไม่เห็นความแตกต่างที่ค่อยๆเปลี่ยนไปแบบเนียนๆผ่านกลยุทธ์ fiat bs ที่ตอนนี้เรามองเห็นมันแล้ว

ปัจจุบันผมก็ยังคงทำงาน fiat อยู่ เรียกได้ว่าเป็นงาน rent seeking อย่างนึงเลยก็ได้ ยังไม่ได้มีแผนชัดเจนว่าจะออกจาก #matrix นี้ยังไง คิดว่าผมคงหนีมันไม่พ้นในช่วงชีวิตนี้ คงต้องอยู่กับมันไป แต่ก็จะตระหนักรู้ไว้เสมอว่า it's not real

ความฝันเล็กๆที่ตั้งไว้คือ ซื้อที่ดินทำฟาร์ม มีธุรกิจเล็กๆภายในพื้นที่ชุมชน คิดว่าตัวเองสามารถทำได้ แต่คำถามคือเมื่อไหร่? ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้

กำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมยังคงเดินในเส้นทางนี้คือคำพูดของพี่ชิตที่ว่า "ความจริงแม่งช้า" เพราะความจริงจะค่อยๆเปิดเผยทีละ halving ซึ่งเห็นได้ชัดจากตัวผมเองที่รู้จักบิตคอยน์มาตั้งแต่ 2013 กว่าจะเห็นความจริงได้ชัดขนาดนี้ก็ปี 2023 สิบปี หรือเกือบ 3 halving ที่ความจริงมันค่อยๆเผยออกมา ช้ามาก 555

#fixthemoneytheworldwillfixitself

#escapethematrix

#exitthematrix

#thainostrich #siamstr

ขอบคุณครับบ

ใช่ครับเป็นเรื่อง simple ที่กว่าจะเข้าใจได้ ก็เสียค่าบทเรียนไปเยอะมาก 555

ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองสนใจการเงินตอนอยู่มหาลัยที่เพื่อนทักว่า "นี่ มึงมาเรียนนิเทศน์ทำไมวะ?" พอนึกๆย้อนกลับไปแล้วมันก็เป็นสิ่งที่ผมชอบมาโดยตลอด "การลงทุน"

ปี 2013

รู้จักบิตคอยน์ครั้งแรกที่ราคาทำจุดสูงสุด $1,000 แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร คิดแค่ว่าเป็นเงินบนอินเตอร์เน็ต มีจำนวนจำกัด ไม่มีเจ้าของ เป็นแค่เครื่องมือลงทุนที่เหวี่ยงอันนึง แล้วไงใครแคร์

ปี 2017

กลับมาสนใจคริปโตอีกรอบ ยุค ico บูม กระโดดเข้าไปซื้อ shitcoin ตัวนึง ไม่กี่วันก่อนประกาศลิสบน exchange บูม! ทำกำไร 10x ภายในเวลาไม่กี่วัน ตอนนั้นคิดว่าเราเก่งมาก ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมเลยกระโดดช้อนซื้อ ออล อิน dogecoin ที่ Top (wtf lol) ตื่นมาวันรุ่งขึ้น ตลาด crash เงินหายไปครึ่งนึง ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลย มันชาไปทั้งตัว ทำอะไรไม่ได้เลย แล้วก็เข็ดไปสักพัก

ปี 2018

ได้รู้จักกับรายการยูทูปชื่อ CDC Bitcoin Talk มีพี่แว่นคนนึงพูดเรื่องบิตคอยน์ตลอดเวลา ฟังไปฟังมาเริ่มสนใจบิตคอยน์ในเชิง fundamental อีกครั้ง เหมือนได้กลับมามองมันในอีกมุมนึง

ปี 2019

ยุค DeFi บูม กระโดเข้าไปคลุกวงในอยู่หลายโปรเจค โดน rug pull ไปไม่น้อยเลย เล่นท่ายากเยอะมาก ตอนนั้นรู้สึกสนุกมาก คิดว่ามันเหมือนเครื่องมือลงทุนที่สมัยก่อนเข้าถึงได้แต่นักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น ตอนนี้มันเข้าถึงเราแล้ว!

ปี 2020

แม้ตลาดจะร่วงอย่างหนัก ก็ยังคงสนุกอยู่กับ DeFi ทั้งที่ก็โดน rekt ไปแล้วหลายโปรเจค สมองก็ยังไม่งอกสักที

ปี 2021

หลังจากเจ็บหนักมากับหลายๆโปรเจค ก็มาสะดุดกับประโยคนึงที่ อ.พิริยะ พูดในรายการ "อย่าเพิ่งเล่นท่ายาก อยู่นิ่งๆให้เป็นก่อน" ตอนนั้นบิตคอยน์ทำจุดพีคที่ 6 หมื่นกว่า ก็เพิ่งตระหนักได้ว่า เชี่ย นี่ถ้ากูถือเฉยๆมาตั้งแต่ 2017-18 กูกำไรไม่รู้กี่เท่าแล้วเนี่ย ก็เลยทำให้กลับมาทบทวนตัวเองใหม่หมด จนได้ตกผลึกว่า พวก DeFi มันคือ fiat on steroid นี่เอง

ตอนนั้น เริ่มมีแสงเลเซอร์ออกมาจากตาแบบอ่อนๆ เริ่ม Stack sats แล้วย้ายเข้า cold storage เรียกได้ว่า เริ่มลงเข้าไปในหลุมกระต่ายเป็นครั้งแรกอย่างจริงจัง

ปี 2022

ค้นพบวิธีกินอาหารแบบ Carnivore จากพอดแคสของ Saifedean จำได้ว่าเป็นความรู้สึกที่ประหลาดมาก ทำไมบิตคอยเนอร์หลายๆคนสนใจการกินอะไรแนวๆนี้กันเยอะมาก ก็เลยทดลองกิน carnivore ดู ผลคือ รู้สึกสุขภาพโดยรวมดีขึ้น เริ่มลงหลุมกระต่ายด้านสุขภาพอีกหลุมนึงอย่างเต็มตัว

ได้รู้จัก หมอเอก และลงเรียนคอร์สพื้นฐาน รู้สึกคุ้มค่ามากๆ ถูกเบิกเนตรกับหลายๆเรื่องที่เราถูกหลอกมาตลอด

ช่วงเดียวกันนี้เองก็เริ่มสนใจ red pill เป็นยาเม็ดที่เลี่ยงไม่ได้ถ้าเราลงหลุมกระต่ายมาแล้ว ซึ่งแรงพอสมควร เพราะมันขัดกับขนบธรรมเนียมที่สังคม woke ต้องการจะให้เราเป็น เรียกได้ว่าตาเลเซอร์ถูก activated ทุกส่วน สามารถมองทะลุม่าน fiat bs ได้แทบจะทุกอย่าง ถ้าเป็นในหนัง ผมคือนีโอที่รู้จัก #matrix เป็นครั้งแรก มันทั้งสับสนและก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน

ปี 2023

สิ่งที่ทำให้ความสงสัยหลายๆอย่างเกี่ยวกับ "การลงทุน" กระจ่างชัดเจนขึ้น คือ คำพูดของอ.พิริยะ "ความลับ คือ จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องเทรดก็ได้"

ตอนนั้นเริ่มตกผลึกอีกรอบแล้วว่า บิตคอยน์ มันไม่ใช่แค่เครื่องมือการลงทุน มันคือ เทคโนโลยีการออมที่ทรงพลังที่สุด เพราะ ถ้าเงินมันไม่เสื่อมค่า เราก็ไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปลงทุนเลย เราแค่เก็บออม ไอสิ่งที่เราหมกมุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นผลพลอยได้ของการที่เงินมันห่วยลงทุกวันแต่เราแค่มองไม่เห็นความแตกต่างที่ค่อยๆเปลี่ยนไปแบบเนียนๆผ่านกลยุทธ์ fiat bs ที่ตอนนี้เรามองเห็นมันแล้ว

ปัจจุบันผมก็ยังคงทำงาน fiat อยู่ เรียกได้ว่าเป็นงาน rent seeking อย่างนึงเลยก็ได้ ยังไม่ได้มีแผนชัดเจนว่าจะออกจาก #matrix นี้ยังไง คิดว่าผมคงหนีมันไม่พ้นในช่วงชีวิตนี้ คงต้องอยู่กับมันไป แต่ก็จะตระหนักรู้ไว้เสมอว่า it's not real

ความฝันเล็กๆที่ตั้งไว้คือ ซื้อที่ดินทำฟาร์ม มีธุรกิจเล็กๆภายในพื้นที่ชุมชน คิดว่าตัวเองสามารถทำได้ แต่คำถามคือเมื่อไหร่? ผมก็ยังตอบตัวเองไม่ได้

กำลังใจสำคัญที่ทำให้ผมยังคงเดินในเส้นทางนี้คือคำพูดของพี่ชิตที่ว่า "ความจริงแม่งช้า" เพราะความจริงจะค่อยๆเปิดเผยทีละ halving ซึ่งเห็นได้ชัดจากตัวผมเองที่รู้จักบิตคอยน์มาตั้งแต่ 2013 กว่าจะเห็นความจริงได้ชัดขนาดนี้ก็ปี 2023 สิบปี หรือเกือบ 3 halving ที่ความจริงมันค่อยๆเผยออกมา ช้ามาก 555

#fixthemoneytheworldwillfixitself

#escapethematrix

#exitthematrix

#thainostrich #siamstr

Why the world is always in an emergency of something?

always.

nature don't give a shit.

when you happen to be in a wrong place & time, you die. that's it.

relax, let nature doing their things.

because according to the entire history, you cannot fight them.

when someone come up with a plan to 'change' nature, be curious.

What happen when people use house as a store of value?

answer : China.

#hfsp

What is the consequence of paying no price for making wrong decision?

You become weak overtime.

With #bitcoin , everyone have to pay upfront by any form of energy.

Your money, your responsibility. Deal with it.

สุดยอดครับบ เท่มาก!

มีเป้าหมายในการออมบิตคอยน์เป็นอะไรกันบ้างครับ?

ของผมเองคือซื้อที่ดินทำฟาร์ม ทำธุรกิจเล็กกับคนพื้นที่ครับ

#siamstr #thainostrich

เหมือนทวิตเตอร์เป๊ะ แต่เป็น nostr client

สวย ใช้งานง่าย

รู้สึกว่าคนทำเป็นคนจีน น่าจะไว้สำหรับชาวจีนโดยเฉพาะ

ชอบตรงที่ ในหน้า plaza(global) สามารถฟิลเตอร์ภาษาได้ด้วย nostr:note15u26yyrrm4q2f8t8u0wystwxg99ytzc4jcapxmrmmk3at40t986sj02lmf

เดี๋ยวทำมั่ง nostr:note1r668fzsyt86n5ln8d469kyj88vxzxn9a7dhfs6jdy3mmnacle73q6r7wth

orange pilling on street nostr:note17ty89yuwmfzelcjhau57y5apyslq2rjnkrnle665vky9qh03kfxsdpkpkt