Avatar
Nataphol
c23b872883073cc5295004405541c7b60ef4052b6e94fc6a849b0c5d55b2d0fb
😅

how it feel to use coldcard nostr:note1g38rvvkwdh4m0yd26cvehu00e57t388fm3m26juyugtsuekj2kvspaktj5

pleasure ❌

challenge ✅

#siamstr

#ThailandZapathon

อยู่ช่วงไหนกันครับ 555

ผมน่าจะอยู่ 3-4

#siamstr

#ThailandZapathon

ต้องเป็นคนแบบไหนถึงคิดแบบนี้ได้เนี่ย

#siamstr

#Thailandzapathon

ถ้าเรากู้ซื้อบ้าน จ่ายเงินดาวน์ 20% เท่ากับเรากำลัง leverage 5x

ในระยะเวลา 30-40 ปี เราหวังว่ามูลค่าบ้านจะขึ้น แต่ถ้ามันร่วงหละ

พอร์ทระเบิดได้ไม่ยากเลย

ถ้าไม่พร้อมจะเป็นหนี้ ก็เช่า หรือย้ายออกไปนอกเมืองที่ราคาเอื้อมถึง หรือเปลี่ยนไลฟสไตล์ชีวิต

#siamstr

https://youtu.be/WoVEL_wybWY?si=zkYAICeyseWTQd1O

rent seeking is an activity that didn't add anything to civilization but still gain financial benefit.

#dontbeabitch

#stayhumble_stackvalue

#siamstr

วิธีใช้บิตคอยน์เป็น fuck you money

ถ้าเรายังต้องทนทำงานที่ไม่ได้อยากทำ แต่ต้องทำเพราะไม่มีทางเลือกอื่น โดยรายได้ส่วนนึงแบ่งมาออม sats

ผมทดลองใช้วิธีคำนวณคร่าวๆ ว่า เราควรจะต้องมีบิตคอยน์เท่าไหร่ถึงจะมีอิสระมากพอที่จะเดินไปบอกหัวหน้าว่า "fuck you, I quit!" แล้วก็มาทำอะไรที่ตัวเองอยากทำได้

โดยเงื่อนไขคือ

- ถ้าถือบิตคอยน์มา 4 ปี โดยเฉลี่ยแล้วจะไม่ขาดทุน ผมให้ 5 ปีเลยเผื่อๆ

- โดยปกติบิตคอยน์จะร่วงจากจุดพีคประมาณ 80% ผมให้ 90% เลยเผื่อๆ

- ถ้างานที่ทำอยู่ให้รายได้ต่อปีที่โอเค และพออยู่ได้ สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอ ก็ให้ยึดตัวเลขนี้ไว้เป็นเงินที่จะต้องมีไว้ใช้ใน 1 ปี

แผนก็คือ

ถ้าราคาลดลง 90% เราต้องยังอยู่ได้ไปอีก 5 ปี

คำนวณง่ายๆครับ

รายได้ต่อปี * 5 = 10% * มูลค่าบิตคอยน์

สมมติ รายได้ต่อปี 500,000 บาท

500,000 *5 = 10% * ฿

฿ = 25,000,000 บาท

ถ้า ณ ราคาปัจจุบัน (~1 ล้านบาท/btc) ก็ต้องมีประมาณ 25 btc

ถ้าราคา 10 ล้านบาท/btc ก็ต้องมี 2.5 btc

เผื่อไว้เป็นเป้าหมายนึงในการ stack sat ครับ

#ดมกาวกันครับ

#siamstr

private key ที่แท้จริงคือชื่อเสียงและตัวตนของเรา ซึ่งทำให้ private key ในทางเทคนิคมีค่าขึ้นมา

คนติดตามเราก็เพราะตัวตนของเรา ไม่ใช่เพราะชื่อดูน่าติดตาม

ถ้าเราทำคีย์หาย เราก็แค่เจนใหม่ แล้วผู้ติดตามที่เราเสียไปก็จะกลับมาใหม่ได้ไม่ยากเลยเพราะเค้าตามเราที่ตัวตนของเรา ถ้าเค้าอยากตามเราจริงๆ ยังไงก็หาเราเจอได้ไม่ยาก

แต่ถ้าเราทำชื่อเสียงหรือตัวตนของเราเสื่อมลง คุณค่าก็ลดลง ผู้ติดตามก็ลดลง การจะได้ผู้ติดตามคืนมานั้นยากกว่ามาก

#siamstr nostr:note16r82k2a5ux2t4mctm937986kkvc5j526h9zhfekcj343s3ujh8ksklvhn2

อธิบายได้เข้าใจง่ายมากๆครับ 👏🏻👏🏻👏🏻

#siamstr

https://youtu.be/HgNV3TVLuDo?si=L8CKX3JBe2cjW_IS

Replying to Avatar Riina

เมื่อใดที่ระบบการเงินถูกพัฒนาแล้วจริงๆ กลายเป็น Bitcoin Standard คิดว่าเมื่อนั้น สิ่งที่เรียกว่า NFT จะถูกนำมาใช้อย่างแน่นอน

ส่วนตัวมอง NFT ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ การแสดงความเป็นเจ้าของในกรรมสิทธิ์ ยกตัวอย่างเช่น เอกสารการเป็นเจ้าของที่ดิน(โฉนด) การเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์

สิทธิ์ในการครอบครองสิ่งต่างๆเหล่านี้ หากถูกบันทึกลงในบล็อคเชน มีโหนดที่คอยยืนยันตรงกันว่า ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของมันจริงๆ มันคงง่ายกว่าการบันทึกลงในกระดาษอย่างเช่น โฉนด อย่างแน่นอน

ในปัจจุบันทุกอย่างยังต้องเชื่อมโยงกับรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะระบบของเรายังเป็นแบบนั้น

คงไม่มีใครซื้อขายที่ดินโดยไม่ต้องการโฉนด หรือใช้เอกสารการครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ผู้ขายทึกทักเอาเองว่าเป็นเจ้าของ ผู้คนยังคงต้องการได้รับการยืนยันจากรัฐในด้านกรรมสิทธิ์อยู่

แต่ในอนาคต การเก็บบันทึกในกระดาษ และการยืนยันการทำธุรกรรมที่ต้องผ่านคนกลางอย่างเข่นการนัดไปซื้อขายที่ดินที่สำนักงานที่ดินมันคงล้าหลังมาก

ทุกวันนี้เวลาเราต้องการขายบ้านสักหลัง หรือที่ดินสักผืน เราอาจจะต้องติดประกาศขายบ้านให้ผู้คนรู้ อาจจะประกาศขายบ้านในอินเทอร์เน็ต หรือฝากขายผ่านนายหน้า

หลังจากตกลงกับผู้ซื้อได้ ต้องนัดวันว่างให้ตรงกันแล้วก็พากันเดินทาง ไปที่สำนักงานที่ดิน แบกโฉนดกับเอกสารต่างๆ ไปให้เจ้าหน้าที่ รอตรวจสอบเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม และเสียภาษี เมื่อจบกระบวนการ ผู้ขายได้รับเงิน ผู้ซื้อได้รับโฉนดที่ดินและความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ รัฐบาลได้รับภาษี

วันหนึ่งคงมีรัฐใดสักแห่งที่มองเห็นสิ่งนี้ และเปลี่ยนรูปแบบการครอบครองกรรมสิทธิ์ต่างๆไปวางอยู่บนบล็อคเชน ผู้ขายก็แค่ตั้งขาย ผู้ซื้อก็เพียงแค่กดซื้อ บิทคอยน์ถูกโอนจากกระเป๋าของผู้ซื้อไปสู่กระเป๋าของผู้ขาย อำนาจในการครอบครองกรรมสิทธิ์ถูกส่งจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ รัฐจัดเก็บภาษีผ่านค่าธรรมเนียม ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องการคนกลาง ไม่ต้องมีสำนักงาน มันคงจะง่ายมากทีเดียวในการแลกเปลี่ยนอำนาจการครอบครองกรรมสิทธิ์

พอมีระบบการเงินที่ดี อะไรๆในลำดับถัดไปก็คงจะพัฒนาตามมาอีกเยอะเลยทีเดียว แม้เราจะไม่ชอบระบบรัฐมากแค่ไหน ในตอนนี้เราก็ยังปฏิเสธมันไม่ได้อยู่ดี ผู้คนยังต้องการส่วนกลาง ต้องการผู้นำ ต้องการผู้ควบคุมกฎกติกาในการที่จะอยู่ร่วมกัน แต่รัฐที่ไม่สามารถผลิตเงินเองได้ ในโลกของบิทคอยน์ น่าจะเป็นรัฐที่ดีและมีคุณภาพมากกว่าในปัจจุบัน

รัฐใดก็ตามที่คิดจะต่อต้านเงินที่ดีอย่างบิทคอยน์เพียงเพราะกลัวจะถูกลดทอนอำนาจ เป็นเรื่องโง่เขลา รัฐใดก็ตามที่เข้าร่วมก่อนย่อมได้เปรียบมากกว่า

เป็นแค่การมองภาพการนำ NFT มาใช้ประโยชน์ในแง่ของการครอบครองกรรมสิทธิ์ (ซึ่งเราอาจจะคิดผิดก็ได้นะ) แต่นี่คือภาพนึงที่เรามองเห็นการนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อถึงวันที่เรามีระบบการเงินที่ดี มันจะมีเลเยอร์อื่นๆที่ถูกพัฒนาอีกมากมายต่อมา บนระบบมาตรฐานของบิทคอยน์

คิดไปเรื่อยเปื่อย 😄

ใครที่มีมุมมองอื่นๆอีกมาแชร์กันได้นะคะ

อาจจะใช้ sidechain อย่างเช่น liquid network มาทำ nft ก็ได้นะครับ

ไม่ได้รวมศูนย์แต่เป็นแบบ federation คือเป็นกลุ่มคน องกรค์หลายๆแห่ง ทำ multisig ร่วมกัน

เป็นทางเลือกตรงกลางระหว่างรวมศูนย์กับกระจายศูนย์ครับ

Replying to Avatar Naphat09

ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้

วันที่โดนหมอด่าแบบแรงๆ

วันนี้พาแม่ไปหาหมอครับ และแน่นอนชาวเราที่ติดตามวิทยาการของโลก fiat เราย่อมมีมุมมองและคำถามไม่เหมือนคนส่วนใหญ่หรือคนที่สมาทาน AHA american health associates

1 คำถามของผมดูเหมือนทริกเกอร์อะไรบางอย่างในตัวเขา เขามองจ้องหน้าผมเกิน 10วิ และเป็นสายตาที่หากมองด้วยตาแบบนี้ในสถานการณ์อื่น เขาอาจโดนยิงได้

คำถามของผมนั้นเรียบง่ายมาก “ในเมื่อตับสร้างไขมัน เราต้องกินยาลดไขมัน(statin)มั้ย”

นอกจากสายนั้นทุกสิ่งที่เขาพูด คือคำดูถูกมากมายเท่าที่จะนึกออก “ความรู้หางอึ่ง ความรู้เท่าจิ๋ม โง่ มึงกำลังฆ่าแม่มึงทางอ้อม อย่างมึงจะมีปัญญาเป็นหมอได้มั้ย ตอน ม ปลายมึงทำอะไรอยู่ทำไมไม่สอบหมอล่ะ” และอีกสารพัด

พร้อมกับบรรยายความสามารถมากมายของเขา ประสบการณ์มากมาย เหตุผลที่มาเป็นหมอ ความยากลำบากของการเป็นผู้เชี่ยวชาญ อ่านเปเปอร์วันนึงเป็นร้อยๆหน้า ครอบครัวของเขา

ท้าทายให้ผมไปสอบหมอแล้วมาเป็นศาตราจารย์เพื่อมาสอนเขา และความวิเศษวิโสของจรรยาบรรณแพทย์อันสูงส่งที่เขามีให้กับคนไข้(ซึ่งเขาเคลมว่ามากกว่าความรักที่ผมมีให้แม่)

ระหว่างที่ฟังไปเรื่อยๆผมกลับไม่รู้สึกโกรธขนาดนั้น กลับกันผมกลับแอบสงสาร ตอนเขาพูดถึงครอบครัวว่าเมียเขาพูดว่าเขาเป็นพ่อที่ดี แต่อาจไม่ใช่สามีที่ดี พูดว่าเขารักลูกมากแค่ไหน

ตอนนั้นในหัวแอบคิดลึกๆว่าทำไม ประโยคสั้นๆของญาติคนไข้โง่ๆที่มีความรู้แค่หางอึ่งหรือจิ๋มมดตามที่เขาพูด ถึงได้ไปทริคเกอร์เขาได้ขนาดนี้

แอบคิดว่าความรู้วิชาแพทย์อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่ในชีวิตแล้วก็เป็นได้

มีหลายช่วงหลายจังหวะอยากจะตอบกลับ แต่คิดว่าเขาไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะรับฟังอะไรได้ง่ายนัก

บางจังหวะเขาพูดว่าเขารักษาแม่ผมมา 5 ปีทำไมเขาจะไม่รู้ว่าควรอะไร

ในช่วงนั้นผมแอบอยากตอบกลับ แม่ผมค่าน้ำตาลดีขึ้น ค่าไตดีขึ้น หลังจากผมเอาความรู้จากหมอเอกมาปรับใช้คุมพฤติกรรมแม่ แล้ว 5ปี ที่ผ่านมายาของหมอทำให้แม่ผมดีขึ้นมั้ย

อีกจังหวะตอนที่เขาท้าผมว่าลองไปถามหมอทุกคนในประเทศนี้ดู ว่าถ้า LDL สูงยังไงก็ต้องกิน statin แล้วผมเอาความรู้ที่ไหนมาบอกเขา เอาแต่อ่านจาก google เขาเป็นหมอศิริราช เขาจบแพทย์จุฬามา

สิ่งอยากตอบคือ ไอ้ที่ผมเอามาพูดก็มาจาก หมอในโรงพยาบาล นั่นแหละ ไม่ได้คิดเองพูดเอง และหมอหัวใจที่ดูแลแม่ ผมก็เคยพูดแบบนี้กับเขาแล้ว และเขาก็อธิบายได้อย่างใช้เหตุผล แถมยังแอบพูดกับผมเองเลยว่า เขายอมรับว่ามันมีบริษัทยาซื้อตัวหมอจริงๆ และมีการล็อบบี้เปเปอร์เขาข้างยาบางตัว แต่เขาจำเป็นต้องทำเพราะมันเป็นมาตฐานโรงพยาบาล

มันน่าเสียใจอยู่นะ ที่เขาคิดว่าผมรักแม่ผมน้อยกว่าเขา แต่ผมก็แอบเข้าใจว่าจรรยาบรรณแพทย์ของเขากำลังถูกท้าทายเขาจึงต้องปกป้องมัน

และเข้าใจโรงพยาบาลด้วยว่าถ้าลูกค้าหายโรคหมด หรือตายหมด โรงพยาบาลนี้คงไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นหรือติดอันดับ forbes นั้นจึงเป็นเหตุให้ในโรงพยาบาลมีร้านค้าขนมfiatๆ อยู่ภายในอาคารตั้ง2ร้าน นอกอาคาร 1 ร้าน และร้านอาหารของโรงพยาบาลก็มีแต่เมนู NDC(โรงเรื้อรัง) อีกตังหาก

สุดท้ายแล้วเหตุผลที่ทำให้ผมต้องพูดประนั้นออกไป ก็เพราะว่าค่าตับของแม่ผมสูงกว่าปกติ 3 เท่า หมอหัวใจ(ไม่ใช่คนที่ด่าผม) จึงสั่งงด statin ไป 2 อาทิตย์ และระหว่างนั้นก็ได้ตามหาสาเหตุอื่นๆคู่กันไป เช่น ไวรัสตับอักเสพประเภทต่างๆ

จนปัจจุบัน ค่าตับแม่ผมดีขึ้น 1 เท่าตัว และไม่เจอสาเหตุอื่นใด หมอทางเดินอาหารจึงสรุปว่าเป็นเพราะ statin จึงควรหยุดยาสักระยะหนึ่ง

#siamstr

เป็นกำลังใจให้คุณแม่ครับ

จะบอกว่าในคลิป Dr. Justin เค้าค่อนข้างโปรไปทาง plant based ซึ่งผมไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ แต่เค้าก็ให้ข้อมูลเรื่อง gut biome ได้น่าสนใจครับ

when you feel worthless, remember that there're trillion of organism counting on you.

#takecare

#siamstr

https://youtu.be/ouCWNRvPk20?si=AE_jhDfa5h-mGHZj

พลังงานสะอาด ไม่มีอยู่จริง

ถ้าเราไปอยู่ในป่า ตัวเปื้อนดิน เราไม่ได้ตัวสกปรก ไม่ได้ไม่สะอาด

สัตว์ในป่าไม่ได้คิดว่ามันตัวสกปรก

แนวคิดของความ “สะอาด” ถูกผลักดันให้เกิดการแบ่งแยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติ

ยิ่งตอนโควิดนี่ชัดเจนมาก เราถูกล้างสมองว่า ความสะอาด=ดี

เรื่องพลังงานก็เหมือนกัน มนุษย์แค่หยิบจับอะตอมชนิดนึงมาเล่นแร่แปรธาตุเป็นอีกชนิดนึง ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้อะตอมนึงพิเศษกว่าอีกอะตอมนึง มันแค่อะตอมเฉยๆ

พอคิดแบบนี่แล้ว จะกรองสิ่งไร้สาระออกจากชีวิตไปได้เยอะเลย

#cleanenergyisascam

#siamstr

ผมก็ว่าใช่นะ ออมเงิน แล้วรู้สึกปลอดภัย