Avatar
Nataphol
c23b872883073cc5295004405541c7b60ef4052b6e94fc6a849b0c5d55b2d0fb
😅

people from a broken money place bought a book about broken money with money received from nostr. 🤯⚡️ nostr:note1x06vd5ut7j8hymcl740a6wr5as7pwjf88tast0pch6cavd3pygyqnast85

เราไม่เคยรู้สึกพร้อมเลย

ไม่รู้ว่าจริงมั้ย แต่เห็นคนที่มีลูกทุกคนพูดแบบนี้เหมือนกันหมดเลย

คิดเล่นๆนะครับ ไม่รู้ว่าเป็นจริงๆแบบนี้มั้ย

เวลาที่เรากด time preference ให้ต่ำลงมากๆ

ต่ำลงจนถึงจุดที่ไม่สามารถต่ำไปกว่านั้นได้อีกแล้ว จุดนี้แหละที่คนจะตัดสินใจมีลูก เพื่อส่งต่อความมั่งคั่ง legacy และสกิลต่างๆให้ลูกๆรุ่นถัดไป

พอเราสามารถมองอนาคตยาวไปได้มากกว่าชีวิตของเราแล้ว เราน่าจะอยากมีลูกเอง

ผมไม่เคยเข้าใจความคิดของคนที่อยากมีลูกเลย แต่พอคิดในแง่มุมนี้มันก็ดูสมเหตุสมผลดีนะ

และที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าไม่พร้อม น่าจะมาจาก ความรู้สึกไม่มั่นคงจากความมั่งคั่งที่มี ซึ่งวางอยู่บนฐานเงินที่อ่อนแอลงทุกปีๆ

แม้ bitcoiner หลายคนจะยังรู้สึกว่าไม่พร้อมมีลูก(รวมถึงผมด้วย) แต่วันนึงเราน่าจะรู้สึกอยากมีเอง เพราะชีวิตเรามันช่างสั้นซะเหลือเกิน

#siamstr

P'Somnuke is angry af,

love this energy. 🤟🏻 nostr:note1vh85g4zg03ys5ahh7m768m8f6yzfculm0ql9p7lct026fvfnkmtqmwg9h8

กินแต่คาร์บ มันจะเป็นเบาหวานมั้ยนะ 🤓

#ทำบุญหรือทำบาป

#siamstr

กระเป๋าไลน์นิ่ง Phoenix ที่เป็น self- custody ออกอัพเดทใหม่ splicing อ่านแล้วก็ยังงงๆอยู่ แต่เข้าใจว่าสามารถทำให้ channel เรายืดหยุ่นมากขึ้น กำหนดค่า fee ได้ง่ายขึ้น โอนเข้าออกระหว่าง on-chain และ off-chain สะดวกขึ้น

ไปลองกันได้ครับ #siamstr

https://acinq.co/blog/phoenix-splicing-update

มันน่าจะ pending อยู่ครับ

ได้ติ๊ก wallet selector มั้ยครับ

ปกติ zap แล้วมันจะเด้งไปแอพวอลเลตเลย

ครับ จริงๆผมก็สกิลไม่ตรงเท่าไหร่ คงต้องฝึกกับผู้รู้อีกทีนึง ขอบคุณนะครับบ

เอ อันนี้ไม่แน่ใจละครับ

Replying to Avatar Pikanet

ตื่นรู้ เพราะ Bitcoin

เมื่อผมเริ่ม “ตื่นรู้” เรื่องรอบๆตัวมากขึ้น จากการศึกษา Bitcoin และระบบการเงิน จนเริ่มอยาก exit จากระบบในวงการที่ทำงานอยู่ แม้ว่างานปัจจุบันไม่ได้ลำบากอะไร แต่มันเริ่มหมดรักในงานที่อยู่ในระบบเก่าๆนี้ไปแล้ว ผมต้องการแรงบันดาลใจ อยากทำในสิ่งที่เรารัก ที่เราจะอยู่กับมันไปจนทำงานไม่ไหวได้อย่างมีความสุข

ผมจึงเริ่มพยายามมองหาธุรกิจใหม่ๆ …ดูเหมือนผมจะโชคดี ที่มีเพื่อนๆพี่ๆ รอบตัวชวนทำธุรกิจหลากหลายอย่าง

แต่พอศึกษาอย่างจริงจังแบบไม่หลอกตัวเองแล้ว กิจการต่างๆที่รายล้อมเต็มไปหมดนั้น มันถูกทำลายด้วยระบบการเงินมายาลวงโลกแล้วทั้งสิ้น

- ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่ลงทุนกับการแต่งร้านให้ถ่ายรูปอวดกัน มากกว่าทำอาหาร กาแฟอร่อยๆ

- ธุรกิจอสังหาฯ ที่ลงทุนกับการตลาด มากกว่าการเน้นคุณภาพความเป็นอยู่จริง

- ธุรกิจงานศิลปะ ที่คุณค่างานศิลปะมันลดลงมาก งานศิลปะสูงค่าสมัยนี้เทียบไม่ได้เลยกับศิลปะในยุคก่อนๆ แค่ชมว่าสวย และสะสมตามๆกัน เพราะมันฮิตกันเท่านั้นเอง

- ธุรกิจเฟรนไชส์ ที่โฆษณาว่าคืนทุนในครึ่งปี เน้นการคืนทุนให้เร็ว และเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ

- ธุรกิจครีมเสริมความงาม ที่เปลี่ยนเทรนด์ไปตามเทรนด์โลกทุกๆปี โดยไม่ได้มีจุดยืนอะไรของสินค้าตัวเองด้วยซ้ำ

- ธุรกิจด้านคาร์บอนเครดิต ที่ดูเหมือนจะผลักภาระช่วยโลกใบนี้ให้กับผู้บริโภคทั้งสิ้น ซึ่งมันจะยิ่งผลักดันเงินเฟ้อให้เละไปกันใหญ่

มองๆไปแล้ว ผมกลับไม่เจออะไรที่อยากทำเลย สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกๆวงการคือ คำว่า “คุณภาพของสินค้า” มันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่จุดขายที่คนสนใจกันแล้ว เพราะเงินที่ถูกอัดฉีดเข้าไปในระบบมากเกินไป มันทำให้ทุกวงการมันกลายเป็นอย่างในปัจจุบัน การแทรกแซงจากนโยบายรัฐ และการแข่งขันที่สูงเกินไป ทำให้สมดุลผิดเพี้ยน ส่งผลให้ราคาขายสินค้า สูงกว่าต้นทุนที่แท้จริงที่ควรจะเป็นมาก เพราะเราให้ค่ากับต้นทุนแฝงที่ “ไร้สาระ” เยอะเกินไป มันไม่ใช่ต้นทุนที่เราต้องการซื้อแต่แรกด้วยซ้ำไป

Demand & Supply มันควรจะสมดุลกันสิ ราคาที่จ่ายควรใกล้เคียงกับต้นทุนที่เป็นผลิตภัณฑ์สร้างคุณค่าจริงๆ ผู้ซื้อควรจะได้สินค้าที่มีคุณค่าในราคาที่เหมาะสม ส่วนผู้ผลิตจะได้ผลตอบแทนจากคุณค่าของสินค้า ซึ่งคุณต้องเสียพลังงานสร้างมันขึ้นมาอย่างปราณีตและขยันขันแข็ง ซึ่งนั่นก็คือ POW ที่ควรจะมีในทุกๆวงการ

ตลาดเสรี แม้จะดูโหดร้ายแต่มันก็ยุติธรรม “เน้นคุณค่าของคุณภาพ” มากกว่า “คุณค่าทางการตลาด” ไร้สาระเหล่านั้น มันคือตลาดที่เราแข่งขันกันสร้างมูลค่าที่ “แท้จริง” ทุกคนต้องมองคุณภาพของตัวเองอย่างไม่หลอกตัวเอง ถ้าคุณดีพอ คุณก็ขายได้ ง่ายๆเท่านั้นเอง

มาถึงเรื่อง POW นี้ มันทำให้ผม ตื่นรู้ในตัวเอง แม้ความรู้ทางคอมฯผมจะแย่มาก เรียกว่าใกล้เคียงศูนย์เลย แต่ก็อดใจไม่ไหวที่จะลองทำสิ่งที่อยากทำ …. ผมเลยตัดสินใจทำ Bitcoin Mining เพราะผมอยากเก็บออมพลังงานของผมด้วย POW ที่ “แท้จริง” ที่ไม่ได้อยู่ในระบบ Matrix อัน “ไร้สาระ” น่ารังเกียจนี้แล้ว มันคงจะดีกว่าที่จะลงทุนในสิ่งที่เราศึกษามา และฝากอนาคตส่วนนึงของเราไว้กับสิ่งที่เราเชื่อมั่น

ผมเริ่มทำมาครึ่งปี และมีความสุขกับมันมาก ไม่สนใจราคาขึ้นลงอีกต่อไป มีสมาธิในการทำงานเดิมมากขึ้น เพื่อหา Fiat มาจ่ายค่าไฟ แลกเป็น Bitcoin

ที่น่าแปลกคือ … มันกลับทำให้ผมเริ่มกลับมารักงานของผมอีกครั้ง มีความอยากที่จะทำงาน เพื่อที่จะสามารถพัฒนาคุณภาพเหมืองเล็กๆที่เริ่มต้นไว้ อยากสร้างพลังงานไฟฟ้าที่ต้นทุนถูกลงในอนาคต เพื่อจะได้เพิ่มการออมให้มากขึ้นๆ ในอนาคตต่อไป ผมมีโอกาสได้ทำงานที่รัก และออมในสิ่งที่เชื่อมั่น แค่คิดก็มีความสุขแล้วครับ

ขอบคุณ Bitcoin ที่ทำให้ผมกลับมารักงานของผมอีกครั้ง

#siamstr #nostr

#thematrix #escapethematrix

#exitthematrix

เหมือนกันครับ ผมก็คิดว่าจะไปฝึกงานบริษัทขุดเหมือง เพราะสกิลที่ผมมีน่าจะใกล้เคียงงานด้านนี้ที่สุดแล้ว

ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆครับ

Damus สามารถ zaps ได้แล้ว

ใช้เวอร์ชั่น testflight แล้วกดลิ้งด้านล่าง ตู้ม! ปุ่ม zap กลับมาแล้ว!

https://nostrscript.suhailsaqan.com/

GM #siamstr nostr:note1rfnfmfywp6nkgj8j4d4dz6melupxnfxethd7z8hxnt6qufgg59tq3xyqwa

Replying to Avatar Khunjibna

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเองได้ทดลองการเดินจากสถานที่ทำงานไปยังจุดจอดรถ ระยะเวลาทางประมาณ 1.9 - 2.2 กิโลเมตรหลังเลิกงานทุกๆ วัน ซึ่งแน่นอนเวลาหลังเวลาเลิกงานหลัง 17.00 น. นั้นในช่วงการเดินทางไปยังจุดจอดรถเพื่อเดินทางกลับไปบ้านนั้น มีอะไรที่ได้คิดไป ทบทวนตัวเองไป ว่าวันนี้ได้เต็มที่กับมันหรือยัง หรือ จะเดินไปแบบชิวๆหรือวิ่งเยาะๆ ใส่หูฟัง ฟังเพลง ฟังวีดีโอ ในชุดทำงานไปแบบไม่ต้องกังวลมากมาย

ถึงแม้ว่าจะจะลด CAL ได้ไม่เยอะมากมายนักแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีโดยไม่ได้คิดว่าตัวเองจะลดน้ำหนักก็ตาม เพราะถ้าคิดแล้วมันจะเกิดความขี้เกียจทันทีไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน พอมาวัดแอพ Fitness บน IOS แล้วเดินจริงๆ ใช้ค่าเฉลี่ยเดินรวมๆ 3-4 km ทุกๆ วัน ไม่รวมยกของยกอุปกรณ์ตอนช่วงเวลาทำงานอีก

ทุกๆเย็นก็จะเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกัน มีทั้งแดดออก ฝนตก ครึ้มฟ้าครึ่มฝน บางวันก็มีเหงื่อ บางวันก็เปียกฝน และบรรยากาศที่คนที่เดินสวนทางกัน มองบรรยากาศรอบๆ สบตากับคนที่เดินผ่านไปมา ซึ่งก่อนที่จะถึงจุดจอดรถนั้นก็มีช่วงทางที่เป็นทางดิน ปนหินกรวด ก็ลองถอดรองเท้าเหยียบดินและเศษหินที่วางตามทางเดินไปยังจุดจอดรถ เอาเข้าจริงมันเจ็บนะ เหยียบหินพวกนี้ ทำให้คิดว่ารู้เลยมีสภาพอักเสบทั่วร่างกายแน่ๆ จากการนั่งทำงานนานเกินไป (ไปนวดแผนไทยทุกครั้งก็ยังเจ็บทุกครั้ง หมอบอกเส้นตึง หรือไปนวดอย่างอื่นน่าจะดีขึ้น 555 เราข้ามไปเรื่องนั้นได้ยังไง) แต่ก็เป็นการเดินเท้าเปล่าในระยะทางสั้นๆ แบบไม่ให้ใครเห็น (เดี๋ยวหาว่าบ้าอีกใครมาถอดรองเท้าเหยียบดินหิน สกปรกเปล่าๆ)

มีช่วงวันหนึ่งที่ตอนเช้าที่ตื่นมาฝนตกอย่างหนัก จนถามกับตัวเองว่าจะไปทำงานไหม ฝนตกหนักขนาดนี้ ในใจคิดนะว่ายังไงก็ต้องออกไป ไม่ได้ลาไว้ ก็ใส่เสื้อกันฝนไป จนไปถึงจุดจอดรถเสื้อกันฝนไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก็เปียกไปเกือบทั่วตัว จนถึงสถานที่ทำงาน หัวหน้างานก็บอกไปเช็ดตัวหาเสื้อมาใส่ชะ แต่มันไม่มีเสื้อแล้วก็อยู่ในสภาพเปียกทั้งตัวไปเกือบทั้งวัน เปิดแอร์แบบพัดลมค่อยๆ ให้มันไปแห้งไปช้าๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นไข้หรือเป็นหวัดอะไรนะ

ซึ่งพอเดินทดลองผ่านไปประมาณ สามสี่วันทำให้รู้สึกว่าร่างกายมีบางอย่างเปลี่ยนไปจนแปลกใจ คือ พอถึงช่วงเวลาที่ง่วงก็เข้านอนตามปกติ ช่วงประมาณสามทุ่มครึ่งก็เริ่มง่วงๆ ละ แต่มันชอบตื่นก่อนที่นาฬิกาปลุกซึ่งเป็นเวลาเดิมทุกๆ วันก่อนประมาณ 1 ชั่วโมงซึ่งปกติก็จะตั้งเวลาปลุกตื่นไว้ 7 โมงเช้า แบบไม่มีการสลึมสลือหรือเหมือนนอนไม่พอ ตื่นมาหัวโล่งแบบเหมือนโดนรีเซต ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน คือตื่นแล้วแบบว่านอนต่อไม่ได้ เหมือนพอนอนเพียงพอแล้ว เมื่อก่อนเคยเหมือนรู้สึกว่านอนเท่าไรก็นอนไม่พอ ง่วงประจำ มีปัญหานอนกรน แต่พอมาเริ่มทดลองแล้ว ปัญหานอนกรนก็เริ่มลดลงมาบ้างแล้ว นอนหลับเต็มอิ่ม การทำงานและการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

บางทีผมก็ไม่นึกหรอกแค่ตากแดด/ตากฝน/เหยียบพื้นดินด้วยเท้าเปล่า ทำให้ร่างกายได้ปรับสภาพอย่างที่มันควรจะเป็น ถึงแม้จะรับรู้ รับฟังใครมา แต่ถ้าไม่ได้ทดลองด้วยตนเองและรับรู้ด้วยตนเอง ก็ไม่รู้หรอกว่าจะเป็นอย่างไรไป บางทีเร็วๆนี้ผมอาจจะไม่ต้องไปร้านนวดมันก็ได้ แค่ใช้เท้าเหยียบพื้นดินพื้นหินก็เพียงพอ แต่ผมเองยังชอบเสียตังแลกความเจ็บปวดอยู่ โอ๊ยโดนเส้น เจ็บมากเลยหมอ (เส้นมันตึงแหนะ ต้องมาแก้เส้นบ่อยๆ นะ มาทุกอาทิตย์นะ)

การทดลองนี่ก็คงจะทำไปเรี่ยๆ จนกว่าน้ำหนักลงอย่างที่ต้องการ แน่นอนผมเองยังมีปัญหาความอ้วนอยู่ที่พุง ซึ่งมีที่พุงอยู่จุดเดียว มันค่อยๆ เพิ่มมา มาตลอดหลายปี ส่วนอื่นร่างกายนี่ผอมมีกล้าม แน่นอนมันยังอันตรายอยู่ ในการตรวจสุขภาพล่าสุด ไขมันในเลือดสูงมีโอกาสเป็นเบาหวานนะ มีค่านั่นนี่สูงอยู่นะ ซึ่งผมคงไม่แคร์ค่าอะไรเหล่านี้แล้วละ เพียงแค่เดินทุกๆ วัน ปรับพฤติกรรมการกิน ปรับมุมมองให้รู้สึกดีกับตัวเอง สุขภาพน่าจะดีขึ้นในทุกๆ วัน อาจจะไม่ได้ใช้ในเวลาแปบเดียว และอาจจะใช้ระยะเวลาเท่าๆ กับที่เราสะสมไขมันมา

หลายอย่างที่จะเริ่มทดลองในอนาคต อาจจะลองเดินในช่วงเช้าด้วย ถ้าฝนมันไม่ตก ถ้าถึงที่ทำงานในสภาพเหงื่อท่วมตัวบางทีก็อาจจะดูไม่ดีเท่าไร ยิ่งช่วงนี้ใกล้หน้าหนาวแล้ว คงได้รับแดดกันเต็มๆ เหงื่อแตกกัน ฮ่าๆ

การย้อนกลับมาใช้ชีวิตธรรมชาติเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้วละ ถึงแม้สภาพแวดล้อมในการทำงานปัจจุบันอาจจะไม่เอื้อ แต่เราก็ต้องสร้างหรือพาไปพบสถานการณ์เอง ก็ต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์กันไป

เจอกันในงานปีถัดไป ถ้ายังจองทันหวังว่าพุงหน้าท้องจะยุบนะ

น่าจะผอมแล้วนะ คิดว่าน่าจะแบบนั้นนะ (ถ้าได้ไปนะ) …

#SiamStr

ใช่เลยครับ ต่อให้รู้ทฤษฎีแม่นแค่ไหน ถ้าไม่ลองจะไม่มีวันรู้เลย เป็นกำลังใจให้ครับ 🏃🏻