Avatar
Nataphol
c23b872883073cc5295004405541c7b60ef4052b6e94fc6a849b0c5d55b2d0fb
😅

Take the orange pill!

https://planb.network

GM #siamstr

stay humble, stack sats.

การจะเข้าใจคำนี้ได้ มันยากมากนะครับ สำหรับผม กว่าจะเข้าใจได้ ต้องลองเจ็บด้วยตัวเองก่อนจึงจำความรู้สึกได้ ใช้เวลาหลายปี

ต้องลองเก็งกำไรกับหลายๆอย่างให้เห็นกับตาตัวเองก่อน ถึงจะรู้ว่า เราไม่ได้เก่งขนาดนั้น

ลองไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่า ไม่มีการลงทุนอะไรที่ให้ผลตอบแทนเท่าบิตคอยน์อีกแล้ว (จริงๆอาจจะมี แต่ยังหาไม่เจอ)

ออมเฉยๆในเงินที่มั่นคง ก็เพียงพอแล้ว

วันก่อนฟังลุงโฉลกย้ำเตือนประเด็นของการตื่นจากฝันเฟียตเลยนึกถึงคำนี้ ดีมากเลย ชวนชมครับ

https://www.youtube.com/live/AmTzOwPKfHg?si=jOkrspaoVhVCTyui

พี่ที่ทำงานถามว่า “เราเคยรู้สึกเสียดายมั้ยที่ยกเลิก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ?“

ผมตอบไปว่า ไม่เลยครับ เพราะ ผมยังเด็ก และจุดประสงค์ของกองทุนมันคือเงินเกษียณระยะยาว ผมคำนวณแล้วว่า มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อบิตคอยน์ ในระยะยาวมันจะโตกว่า

ยิ่งศึกษาและเข้าใจมันมากขึ้น เราจะยิ่งดูเป็นพวกสุดโต่ง ทำตัวแปลกในสายตาคนทั่วไป ในใจก็คิดไว้แล้วว่า พี่เค้าคงไม่เข้าใจหรอก ไอสิ่งที่เราพูดไป แต่จะมานั่งอธิบายก็เสียเวลาเปล่าๆ ปลายังไม่หิว ยื่นให้คงไม่รับ แต่ก็ยินดีมากเลยที่เค้าถาม

เค้ารู้สึกว่า เงินที่บริษัทสมทบเพิ่มมาอีก 2-3 เท่า มันได้กำไรเห็นๆ

ยกเลิกไปก็เหมือนปิดกั้นโอกาสกำไรความเสี่ยงต่ำไปดื้อๆ

ผมก็เคยคิดแบบนี้มานาน จนมาเข้าใจว่า เงินของเรามันไม่ใช่ของเรา และ ผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีต่างๆมันคือ กลอุบาย

และอีกอย่าง จากประสบการณ์ตะลุยดีไฟย์ ซิ่งมาหลายที่ ผมค้นพบว่า มันยากมากที่จะหาสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าได้มากและเร็วเท่าบิตคอยน์

ปล่อยวาง

ถ้าเงินมีจำกัด แล้วดอกเบี้ยมาจากไหน?

ถ้าทั้งโลกนี้มีเงินอยู่ 100 หน่วย และไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้

สมมติ ผมมีเงินอยู่ 10 หน่วย

คุณมี 0 หน่วยและอยากกู้เงินจากผม

ผมให้กู้ 10 หน่วย คิดดอกเบี้ย 1% หรือ 1 หน่วย

คุณต้องหาเงินมาคืนผมให้ได้ 100 หน่วย บวก ดอกเบี้ยอีก 1 หน่วย รวมเป็น 101 หน่วย

คำถาม : ดอกเบี้ยอีก 1 หน่วย คุณหามาจากไหน?

ตอบ : จากคนอื่นที่ไม่ใช่ผม

ถาม : แล้วคุณไปเอาเงิน 1 หน่วยจากคนอื่นมาได้ยังไง?

ตอบ : คุณก็ทำประโยชน์ให้คนอื่นจนเค้ายอมจ่ายเงินให้คุณ 1 หน่วย

เราจะเห็นว่า ในระบบที่เงินเพิ่มจำนวนไม่ได้ คุณต้องตัดสินใจรอบคอบมากๆก่อนที่จะยืมเงินใครและให้ใครยืมเงิน เพราะว่า ดอกเบี้ยที่คุณต้องหามาจ่ายคืน มีทางเดียวที่จะได้มาคือ จากคนอื่น คุณไม่สามารถเสกมันขึ้นมาได้

สิ่งนี้มันสำคัญมาก เพราะว่า เมื่อต้นทุนของดอกเบี้ยสูงมากขึ้น คุณจะต้องแน่ใจจริงๆว่า จะได้เงินคืนมาและจะหาเงินมาคืนได้

ถาม : แล้วคุณจะแน่ใจได้ยังไง?

ตอบ : ก็ต้องมีฝีมือ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มากพอในสิ่งที่คุณจะทำ

ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในระบบที่สามารถเพิ่มจำนวนเงินขึ้นได้ไม่จำกัด

มันส่งผลกระทบลงมาเรื่อยๆจากธนาคารกลางมาสู่ระดับบุคคล

เมื่อมีคนบางคนในระบบสามารถหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยคืนได้ด้วยการเสกขึ้นมาใหม่ แทนที่จะมาจากคนอื่นในระบบ

มันเลยทำให้ ต้นทุนของดอกเบี้ยลดลง คนที่กู้ยืมเงินก็ลดความรับผิดชอบของตัวเองลงเรื่อยๆ และในที่สุดก็ลดการพัฒนาและสั่งสมความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของตัวเองลง

ผลกระทบนี้เราได้เห็นกันแล้วกับตาตัวเอง มันเป็นผลกระทบที่ไหลลงมาเรื่อยๆจากแหล่งผลิตเงิน สินค้าสมัยก่อนกับปัจจุบันเช่นตู้เย็น เครื่องล้างจาน รถยนตร์ เป็นต้น

เมื่อคุณภาพคนลดลง คุณภาพสินค้าก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับผลกำไรสูงสุดมากกว่าคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน

สิ่งเหล่านี้ถูกปกปิดด้วยกลยุทธ์การตลาดบังหน้าไว้ด้วยดาราและอินฟลูเอนเซอร์อินเทรนด์ในแต่ละยุคสมัย

เช่น แทนที่ตู้เย็นจะจุของได้เยอะและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลับชูจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หรือแค่มีดาราคนนี้เป็นพรีเซนเตอร์ สิ่งของต่างๆมีฟังก์ชั่นเสริมมากมายที่ไม่จำเป็น เช่นเดียวกับผู้คนที่บริโภคสินค้าและบริการต่างๆที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต แต่ถูกหลอกว่ามันจำเป็นต่อจิตใจ(ดีต่อใจ)

บิตคอยน์คือระบบการเงินใหม่ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง(ประมาณปี ค.ศ. 2140) มันจะไม่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อีก

ถ้าคุณเอาตัวเองไปอยู่ในระบบที่เงินสร้างยาก คุณภาพชีวิตของคุณจะต้องถูกบังคับให้ดีขึ้น เพราะว่าคุณจะอยู่ในระบบที่ผู้คนรอบตัวคุณถูกบังคับให้พัฒนาและรักษาคุณภาพของตัวเองอยู่เสมอ

hard choices, easy life

easy choices, hard life

#siamstr

เค้าน่าจะยังไม่รู้ว่า มนุษย์ขี้เหม็น ยิ่งมีอำนาจยิ่งเหม็นตุๆ

a good relationship is like having a podcast session everyday.

#siamstr

ขอมายืนยันอีกเสียงว่า คอเป็ด จาก MK มีอยู่จริง! และ คุ้มค่าจริงๆ!

จานนี้ คอเป็ดจานเล็ก ราคา 45 บาท!

ไม่มีในเมนู ต้องถามพนักงานเอง

ขอบคุณพี่ nostr:npub1jalt2rsvr9nhd7e84yp8pmzytxmcptp8u20tp5wnx4dcr8xf8resze0yfp ผู้ชี้ทางให้ครัฟฟ

#siamstr

คาร์บไม่อั้น แต่ก็ไม่อ้วนสักที เห้อ!

การมีความยืดหยุ่นของระบบเผาผลาญนี่มันเหมือนพลังวิเศษเลยนะครับ มันดูน่าหมั่นไส้ในสายตา carb&sugar addict ซะเหลือเกิน 555

แนวทางของผมคือ อย่าเชื่ออะไร จนกว่าจะได้ลอง สูตรสำเร็จรูปไม่เคยมีอยู่จริง อย่ามโน มักง่าย หลักการอะไรจะไม่มีวันเวิร์คจนกว่าจะนำมาปรับเป็นหลักกู

การดูแลสุขภาพในระยะยาวจำเป็นต้องทดลองกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา และไม่ได้มีแค่เรื่องร่างกายและจิตใจของเราด้วย

อย่างมื้อนี้ ผมกินเพื่อใช้เวลากับคนใกล้ตัว ไม่ได้เอาอะไรกับสารอาหารมากนัก เติมเต็มความสัมพันธ์ให้สมดุลและสมบูรณ์

หลังๆมานี้เริ่มปล่อยวางกับบางเรื่องให้ไม่ต้องเคร่งเครียดเกินไปบ้าง ชีวิตเรามันสั้นมากเลย แค่วันนี้ตื่นมาก็ดีใจมากแล้ว ที่เมื่อคืนนอนไปแล้วจะไม่ตื่นมาอีกเลย 😅

ประโยชน์ของ fiber สำหรับผม มันคือตัวช่วยชลอการดูดซึมน้ำตาลจากคาร์บ ให้อินซูลินไม่พุ่งมากเกินไป

fiber ไม่ได้ทำให้อึคล่อง

แต่ที่อึเยอะเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถย่อย fiber ได้ มันจึงต้องขับออกมา

ดังนั้น หยุด มโนว่า fiber คือยาวิเศษ ถ้าคุณกินคาร์บเยอะ fiber คือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก และ การกินแยก fiber เดี่ยวๆที่แปรรูปมา ก็ไม่ได้ทำให้ช่วยขับถ่ายดีขึ้นในระยะยาว กลับเป็นการทำให้สมดุลเพี้ยนด้วยซ้ำ

มนุษย์เรานี่ชอบทำตัวฉลาดกว่าธรรมชาติ ของมันมาเป็นแพ็คเกจเดิมๆมีไฟเบอร์ในสัดส่วนพอเหมาะกับคาร์บดีอยู่แล้ว ดันไปหัวใสดัดแปลง เอามาขายเพื่อทำกำไร แล้วไอคนซื้อ ดูโฆษณาก็เชื้อเชื่อง่ายซะเหลือเกิน

Replying to Avatar Piriya ⚡🟧

อีก 1 วันจะวิ่งฮาล์ฟ .. เอ้ย ฮาล์ฟวิ่ง แล้วนะฮับ

ฮาล์ฟวิ่ง หรือ ฮาล์ฟเวนนิ่ง คืออะไร?

ฮาล์ฟวิ่งคือปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี หรือทุก ๆ 210,000 บล็อคที่บิตคอยน์จะลดอัตราการผลิตเหรียญใหม่ลงครึ่งหนึ่ง

บิตคอยน์ไม่มีผู้ควบคุม ไม่มีศูนย์กลางอำนาจ

แต่มีกฎที่ใช้ร่วมกัน

กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของบิตคอยน์ไม่มีการบังคับ ใครจะทำตามหรือไม่ทำก็ได้ แต่ผู้ใดที่ไม่ทำตามกฎ ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ และไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ๆ ที่เคารพกฎอยู่ได้

ฮาล์ฟวิ่ง เป็นการลดอัตราการผลิตเหรียญใหม่ในส่วนของ Subsidy ลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งหากบิตคอยน์ดำเนินตามแผนการดั้งเดิมที่ประจักษ์อยู่ในโค้ด มันจะลดอัตราการผลิตเหรียญใหม่ลงไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ สี่ปี จนในที่สุดจะไม่สามารถมีการผลิตเหรียญใหม่ได้อีกเลยในปีค.ศ. 2140 ซึ่งถึงตอนนั้นจะมีบิตคอยน์ถูกผลิตออกมาประมาณ 21 ล้านบิตคอยน์เท่านั้น

นักขุด หรือผู้ทำหน้าที่เรียบเรียงและป้องกันการแก้ไขบัญชีธุรกรรมย้อนหลัง จะได้รับค่าตอบแทน (block reward) สองส่วนด้วยกัน ได้แก่ subsidy และ fee (block reward = subsidy + fee) เมื่อพิจารณาตามนี้จะเห็นได้ว่าบิตคอยน์ถูกออกแบบมาให้สามารถรักษาความมั่นคงของระบบได้ด้วย fee ที่ผู้ใช้งานเป็นผู้จ่ายให้กับผู้รักษาความมั่นคงของระบบโดยตรง ดังที่ Lord William Rees Mogg และ James Dale Davidson ได้กล่าวไว้ใน The Sovereign Individual ที่กล่าวถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบการเงิน 'ฟรี' ว่าระบบการเงินที่ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมเป็น 0 นั้น ไม่ได้แปลว่ามันฟรี แต่แปลว่าคุณกำลังจ่ายค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบการเงินนั้นโดยทางอ้อม กล่าวคือ คุณกำลังจ่ายมันผ่านเงินเฟ้อ ที่ค่อย ๆ ทำให้เงินที่เหลืออยู่ของคุณด้อยค่าลงทุกวินาทีที่คุณใช้ระบบการเงินดังกล่าว

โดยหนังสือได้กล่าวถึง Cybercash ที่ใช้ระบบการเข้ารหัสอสมมาตรและบัญชีกระจายศูนย์ในการป้องกันการปลอมแปลงเงิน ทำให้เกิดสกุลเงินไร้พรมแดนที่ปราศจากเงินเฟ้อ กล่าวคือ ไม่มีธนาคารหรือรัฐบาลใดจะสามารถเสกเงินขึ้นมาได้อีก

แต่ในระบบเงินดังกล่าว ผู้ใช้งานจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบโดยตรง ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม

"จุดจบของเงินเฟ้อจะลบล้างผลกำไรแฝงที่เงินเฟ้อมอบให้กับผู้ผูกขาดอำนาจในการผลิตเงิน และถ้าหากผลกำไรแฝงจากการผลิตเงินใหม่ถูกกำจัดไปจนหมดสิ้นแล้ว กรรมวิธีในการทำธุรกรรมแบบใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องเกิดขึ้น เพื่อเป็นการจ่ายค่าตอบแทนเหล่าผู้ผลิตเงินโดยตรง การใช้ระบบการเงินใหม่นี้จึงน่าจะจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับการทำธุรกรรมโดยตรง โดยอาจเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 1 % ต่อปี ซึ่งจะถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายกว่า 2.7% ต่อปีที่เราต้องจ่ายให้กับรัฐบาล 99% บนโลกผ่านเงินเฟ้อ"

ระบบบิตคอยน์จะอยู่รอดได้ ก็ต่อเมื่อมันสามารถยืนอยู่บนขาของตัวเองได้อย่างสวยสง่า กล่าวคือ เมื่อผู้ผลิตเงิน หรือนักขุด ได้รับค่าตอบแทนจากผู้ใช้งานในรูปของค่าการทำธุรกรรมในปริมาณที่มากพอ

จากสถิติสัดส่วนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่อ subsidy เราจะเห็นได้ว่าบิตคอยน์กำลังพัฒนาไปในทิศทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

โดยจากสัดส่วนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำกว่า 0.5% ของ subsidy ในปี 2020 ได้ขยับขึ้นมาสูงถึง 10.66% ของ subsidy หรือประมาณ 0.7431 btc ต่อบล็อค โดยเฉลี่ยในปี 2024 ก่อนที่จะมีการลด subsidy ลงอีก 50% ในหนึ่งวันข้างหน้านี้

ค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรมบนระบบบิตคอยน์ในปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 0.00268% ของมูลค่าธุรกรรมโดยเฉลี่ย

ข้อมูลจาก bitinfocharts

แปลว่าหากยังใช้งานกันเท่าเดิม เมื่อลด subsidy ลงครึ่งนึง สัดส่วน fee in reward ก็จะเพิ่มเป็น 20% หรือเท่าตัวนึงเลย

แต่หากมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก ก็จะเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ขึ้นไปอีก

ในมุมมองผู้ใช้งานในระบบ ผมคิดว่าปี 2032 ที่ subsidy ~0.75 และ miner น่าจะได้เงินจาก fee เป็นส่วนใหญ่ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ adoption bitcoin เพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับวันนี้

ผมว่าพอ subsidy น้อยลง มันจะเห็นลักษณะของ free market มากขึ้นในระบบ โดยที่ ผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ส่วนใหญ่ของนักขุด อาจจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นครับ

ปล. ทาง rightshift มีแผนแปลหนังสือ the sovereign individual มั้ยครัฟ อ่านภาษาต้นฉบับยากมากเลย 😅

knowing bitcoin for the first time : btc is a risky asset!

studying bitcoin for years : btc is the safest asset you can hold.

this is called "proof of work"