stay humble, stack sats.
การจะเข้าใจคำนี้ได้ มันยากมากนะครับ สำหรับผม กว่าจะเข้าใจได้ ต้องลองเจ็บด้วยตัวเองก่อนจึงจำความรู้สึกได้ ใช้เวลาหลายปี
ต้องลองเก็งกำไรกับหลายๆอย่างให้เห็นกับตาตัวเองก่อน ถึงจะรู้ว่า เราไม่ได้เก่งขนาดนั้น
ลองไปเรื่อยๆจนได้รู้ว่า ไม่มีการลงทุนอะไรที่ให้ผลตอบแทนเท่าบิตคอยน์อีกแล้ว (จริงๆอาจจะมี แต่ยังหาไม่เจอ)
ออมเฉยๆในเงินที่มั่นคง ก็เพียงพอแล้ว
วันก่อนฟังลุงโฉลกย้ำเตือนประเด็นของการตื่นจากฝันเฟียตเลยนึกถึงคำนี้ ดีมากเลย ชวนชมครับ
https://www.youtube.com/live/AmTzOwPKfHg?si=jOkrspaoVhVCTyui
พี่ที่ทำงานถามว่า “เราเคยรู้สึกเสียดายมั้ยที่ยกเลิก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ?“
ผมตอบไปว่า ไม่เลยครับ เพราะ ผมยังเด็ก และจุดประสงค์ของกองทุนมันคือเงินเกษียณระยะยาว ผมคำนวณแล้วว่า มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปซื้อบิตคอยน์ ในระยะยาวมันจะโตกว่า
ยิ่งศึกษาและเข้าใจมันมากขึ้น เราจะยิ่งดูเป็นพวกสุดโต่ง ทำตัวแปลกในสายตาคนทั่วไป ในใจก็คิดไว้แล้วว่า พี่เค้าคงไม่เข้าใจหรอก ไอสิ่งที่เราพูดไป แต่จะมานั่งอธิบายก็เสียเวลาเปล่าๆ ปลายังไม่หิว ยื่นให้คงไม่รับ แต่ก็ยินดีมากเลยที่เค้าถาม
เค้ารู้สึกว่า เงินที่บริษัทสมทบเพิ่มมาอีก 2-3 เท่า มันได้กำไรเห็นๆ
ยกเลิกไปก็เหมือนปิดกั้นโอกาสกำไรความเสี่ยงต่ำไปดื้อๆ
ผมก็เคยคิดแบบนี้มานาน จนมาเข้าใจว่า เงินของเรามันไม่ใช่ของเรา และ ผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีต่างๆมันคือ กลอุบาย
และอีกอย่าง จากประสบการณ์ตะลุยดีไฟย์ ซิ่งมาหลายที่ ผมค้นพบว่า มันยากมากที่จะหาสินทรัพย์ที่เพิ่มมูลค่าได้มากและเร็วเท่าบิตคอยน์
55555 รู้ทัน
ปล่อยวาง 
น่าสนใจ เดี๋ยวไปตามดูครับ ขอบคุณครัฟ
ถ้าเงินมีจำกัด แล้วดอกเบี้ยมาจากไหน?
ถ้าทั้งโลกนี้มีเงินอยู่ 100 หน่วย และไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้
สมมติ ผมมีเงินอยู่ 10 หน่วย
คุณมี 0 หน่วยและอยากกู้เงินจากผม
ผมให้กู้ 10 หน่วย คิดดอกเบี้ย 1% หรือ 1 หน่วย
คุณต้องหาเงินมาคืนผมให้ได้ 100 หน่วย บวก ดอกเบี้ยอีก 1 หน่วย รวมเป็น 101 หน่วย
คำถาม : ดอกเบี้ยอีก 1 หน่วย คุณหามาจากไหน?
ตอบ : จากคนอื่นที่ไม่ใช่ผม
ถาม : แล้วคุณไปเอาเงิน 1 หน่วยจากคนอื่นมาได้ยังไง?
ตอบ : คุณก็ทำประโยชน์ให้คนอื่นจนเค้ายอมจ่ายเงินให้คุณ 1 หน่วย
เราจะเห็นว่า ในระบบที่เงินเพิ่มจำนวนไม่ได้ คุณต้องตัดสินใจรอบคอบมากๆก่อนที่จะยืมเงินใครและให้ใครยืมเงิน เพราะว่า ดอกเบี้ยที่คุณต้องหามาจ่ายคืน มีทางเดียวที่จะได้มาคือ จากคนอื่น คุณไม่สามารถเสกมันขึ้นมาได้
สิ่งนี้มันสำคัญมาก เพราะว่า เมื่อต้นทุนของดอกเบี้ยสูงมากขึ้น คุณจะต้องแน่ใจจริงๆว่า จะได้เงินคืนมาและจะหาเงินมาคืนได้
ถาม : แล้วคุณจะแน่ใจได้ยังไง?
ตอบ : ก็ต้องมีฝีมือ เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์มากพอในสิ่งที่คุณจะทำ
ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในระบบที่สามารถเพิ่มจำนวนเงินขึ้นได้ไม่จำกัด
มันส่งผลกระทบลงมาเรื่อยๆจากธนาคารกลางมาสู่ระดับบุคคล
เมื่อมีคนบางคนในระบบสามารถหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยคืนได้ด้วยการเสกขึ้นมาใหม่ แทนที่จะมาจากคนอื่นในระบบ
มันเลยทำให้ ต้นทุนของดอกเบี้ยลดลง คนที่กู้ยืมเงินก็ลดความรับผิดชอบของตัวเองลงเรื่อยๆ และในที่สุดก็ลดการพัฒนาและสั่งสมความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของตัวเองลง
ผลกระทบนี้เราได้เห็นกันแล้วกับตาตัวเอง มันเป็นผลกระทบที่ไหลลงมาเรื่อยๆจากแหล่งผลิตเงิน สินค้าสมัยก่อนกับปัจจุบันเช่นตู้เย็น เครื่องล้างจาน รถยนตร์ เป็นต้น
เมื่อคุณภาพคนลดลง คุณภาพสินค้าก็ลดลงตามไปด้วย ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับผลกำไรสูงสุดมากกว่าคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน
สิ่งเหล่านี้ถูกปกปิดด้วยกลยุทธ์การตลาดบังหน้าไว้ด้วยดาราและอินฟลูเอนเซอร์อินเทรนด์ในแต่ละยุคสมัย
เช่น แทนที่ตู้เย็นจะจุของได้เยอะและมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลับชูจุดเด่นด้านรูปลักษณ์ภายนอก หรือแค่มีดาราคนนี้เป็นพรีเซนเตอร์ สิ่งของต่างๆมีฟังก์ชั่นเสริมมากมายที่ไม่จำเป็น เช่นเดียวกับผู้คนที่บริโภคสินค้าและบริการต่างๆที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิต แต่ถูกหลอกว่ามันจำเป็นต่อจิตใจ(ดีต่อใจ)
บิตคอยน์คือระบบการเงินใหม่ ที่เพิ่มจำนวนขึ้นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่ง(ประมาณปี ค.ศ. 2140) มันจะไม่สามารถเพิ่มจำนวนขึ้นได้อีก
ถ้าคุณเอาตัวเองไปอยู่ในระบบที่เงินสร้างยาก คุณภาพชีวิตของคุณจะต้องถูกบังคับให้ดีขึ้น เพราะว่าคุณจะอยู่ในระบบที่ผู้คนรอบตัวคุณถูกบังคับให้พัฒนาและรักษาคุณภาพของตัวเองอยู่เสมอ
hard choices, easy life
easy choices, hard life
#siamstr
เค้าน่าจะยังไม่รู้ว่า มนุษย์ขี้เหม็น ยิ่งมีอำนาจยิ่งเหม็นตุๆ
a good relationship is like having a podcast session everyday.
#siamstr
ใช่ครัฟ ความท้าทายอยู่ตรงนี้เลยครับ ว่าจะกลับมาสมดุลอีกได้เร็วแค่ไหน โชคดีที่ผมยังอายุไม่มากเลยสลับไปมาได้เรื่อยๆ แต่ถ้าอายุเยอะขึ้นคงทำได้ช้าลงครัฟ ตามสังขาร555
ขอมายืนยันอีกเสียงว่า คอเป็ด จาก MK มีอยู่จริง! และ คุ้มค่าจริงๆ!
จานนี้ คอเป็ดจานเล็ก ราคา 45 บาท!
ไม่มีในเมนู ต้องถามพนักงานเอง
ขอบคุณพี่ nostr:npub1jalt2rsvr9nhd7e84yp8pmzytxmcptp8u20tp5wnx4dcr8xf8resze0yfp ผู้ชี้ทางให้ครัฟฟ
#siamstr 
คาร์บไม่อั้น แต่ก็ไม่อ้วนสักที เห้อ!
การมีความยืดหยุ่นของระบบเผาผลาญนี่มันเหมือนพลังวิเศษเลยนะครับ มันดูน่าหมั่นไส้ในสายตา carb&sugar addict ซะเหลือเกิน 555
แนวทางของผมคือ อย่าเชื่ออะไร จนกว่าจะได้ลอง สูตรสำเร็จรูปไม่เคยมีอยู่จริง อย่ามโน มักง่าย หลักการอะไรจะไม่มีวันเวิร์คจนกว่าจะนำมาปรับเป็นหลักกู
การดูแลสุขภาพในระยะยาวจำเป็นต้องทดลองกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา และไม่ได้มีแค่เรื่องร่างกายและจิตใจของเราด้วย
อย่างมื้อนี้ ผมกินเพื่อใช้เวลากับคนใกล้ตัว ไม่ได้เอาอะไรกับสารอาหารมากนัก เติมเต็มความสัมพันธ์ให้สมดุลและสมบูรณ์
หลังๆมานี้เริ่มปล่อยวางกับบางเรื่องให้ไม่ต้องเคร่งเครียดเกินไปบ้าง ชีวิตเรามันสั้นมากเลย แค่วันนี้ตื่นมาก็ดีใจมากแล้ว ที่เมื่อคืนนอนไปแล้วจะไม่ตื่นมาอีกเลย 😅 
ประโยชน์ของ fiber สำหรับผม มันคือตัวช่วยชลอการดูดซึมน้ำตาลจากคาร์บ ให้อินซูลินไม่พุ่งมากเกินไป
fiber ไม่ได้ทำให้อึคล่อง
แต่ที่อึเยอะเป็นเพราะร่างกายไม่สามารถย่อย fiber ได้ มันจึงต้องขับออกมา
ดังนั้น หยุด มโนว่า fiber คือยาวิเศษ ถ้าคุณกินคาร์บเยอะ fiber คือตัวช่วย ไม่ใช่ตัวหลัก และ การกินแยก fiber เดี่ยวๆที่แปรรูปมา ก็ไม่ได้ทำให้ช่วยขับถ่ายดีขึ้นในระยะยาว กลับเป็นการทำให้สมดุลเพี้ยนด้วยซ้ำ
มนุษย์เรานี่ชอบทำตัวฉลาดกว่าธรรมชาติ ของมันมาเป็นแพ็คเกจเดิมๆมีไฟเบอร์ในสัดส่วนพอเหมาะกับคาร์บดีอยู่แล้ว ดันไปหัวใสดัดแปลง เอามาขายเพื่อทำกำไร แล้วไอคนซื้อ ดูโฆษณาก็เชื้อเชื่อง่ายซะเหลือเกิน
แปลว่าหากยังใช้งานกันเท่าเดิม เมื่อลด subsidy ลงครึ่งนึง สัดส่วน fee in reward ก็จะเพิ่มเป็น 20% หรือเท่าตัวนึงเลย
แต่หากมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอีก ก็จะเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ขึ้นไปอีก
ในมุมมองผู้ใช้งานในระบบ ผมคิดว่าปี 2032 ที่ subsidy ~0.75 และ miner น่าจะได้เงินจาก fee เป็นส่วนใหญ่ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ adoption bitcoin เพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดด เมื่อเทียบกับวันนี้
ผมว่าพอ subsidy น้อยลง มันจะเห็นลักษณะของ free market มากขึ้นในระบบ โดยที่ ผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ส่วนใหญ่ของนักขุด อาจจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นครับ
ปล. ทาง rightshift มีแผนแปลหนังสือ the sovereign individual มั้ยครัฟ อ่านภาษาต้นฉบับยากมากเลย 😅
Jurisdiction shopping
knowing bitcoin for the first time : btc is a risky asset!
studying bitcoin for years : btc is the safest asset you can hold.
this is called "proof of work"

