ตี้มีแต่บอททิ้งไว้ ไม่อยู่จอกัน 55 ตี้คนเงียบเหงาเลย 😆
55 pc ต้องเซิฟเดิมคลาสสิคสุดๆ คิดถึงเหมือนกัน คนยังเล่นกันเยอะนะครับในกลุ่มเฟสเห็นซื้อขายกัน
โยกังขึ้นมาโฆษณาเต็มเลยครับ 55 มันกำลังจะปิดใหม่อยู่เดือนหน้า
H Right Shift Curation ปะคับ 😄
ได้เลยย นัดได้ครับ 🥳
ย้อนหลังมาแล้วนะครับ
หมอบ่น Fiat EP 40 Synbiotic Myst
https://rumble.com/v5gwv85-fiat-18-ep-40-synbiotic-myst.html?e9s=src_v1_ucp
#fastingfatdentist
#healthstr
#IFF
#fiat
#siamstrOG
#siamstr
#bitcoin
#siamesebitcoiners
#orangebaby
#หมอบ่นFiat
ขอบคุณค้าบ
ต้องลองบ้างแล้วครับ ใส่ไม่เยอะใช่ปะครับ
“รูปนี้ผมไม่ขายอะพี่…”
แชมป์เคยบอกผมไว้ตอนวาดรูปนี้เสร็จ
ผมเชื่อว่าใครก็ตามที่รู้จักแชมป์เหมือนผม ก็คงทำแบบเดียวกัน
เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมยังสนุกกับการเล่าเรื่องบิทคอยน์ให้คนรอบตัวฟัง ผมได้คุยกับคนมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ฟังแล้วผ่านไป แต่แชมป์เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กลายเป็นเหยื่อของผมในวันนั้น
แชมป์เป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจฟังและอินไปกับผมจริง ๆ และตามสูตร จบด้วยการส่งคลิป อ.ต้ำ ให้เขาดูต่อ
เรารู้กันดีว่ามีน้อยคนนักที่จะดูคลิปที่เราส่งให้ แต่แชมป์ดูจนจบ (ผมส่งไป 4 คลิป เป็นซีรีส์ที่ป้ายยาดีมาก)
จากนั้นแชมป์เริ่มมีคำถามมาไม่หยุด ทั้งเชิงกลไกและปรัชญา ลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนตอนนี้กลายเป็นว่าผมต้องถามเขาแทนแล้ว
แชมป์ค่อย ๆ กลายเป็นบิทคอยน์เนอร์ขึ้นเรื่อยๆ และเป็นบิทคอยน์เนอร์ที่เป็นบิทคอยน์เอนร์มากที่สุดคนหนึ่งที่ผมรู้จัก วิถีของแชมป์เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่เรื่องการเงิน แต่มันครอบคลุมถึงครอบครัว สุขภาพ ธรรมะ และความเข้าใจต่อโลกและผู้คนรอบตัว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “การเข้าใจตนเอง”
แชมป์ซื่อสัตย์กับตัวเองมาก หากคุณต้องบริหารโรงงานใหญ่โตของครอบครัว มีพนักงานเป็นร้อย การตัดสินใจหยุดทุกอย่างแล้วมาสร้าง POW ในสิ่งที่ตัวเองถนัดนั้นต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เพราะรู้ว่า POW สำคัญ รู้ว่ามันต้องใช้เวลา และรู้ว่าความยั่งยืนมีราคาที่ต้องจ่าย
และสิ่งสำคัญที่สุดคือ “รู้ว่านี่จะเป็นตัวอย่างให้คนรอบตัว”
ในบริบทเดียวกับแชมป์ มีไม่กี่คนที่กล้าทำแบบนี้ และผมก็คงเป็นหนึ่งในคนที่ไม่กล้า
แชมป์ใช้เวลาแถบทั้งหมดที่สตูดิโอสอนศิลปะ อยู่มันทั้งวันจนมีโต๊ะอธิการบดีเป็นของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่มันเป็นแค่นักเรียนหนึ่งคน เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติ การยอมรับ และความไว้วางใจที่คนรอบข้างมีให้กับแชมป์
แชมป์มักจะส่งรูปผลงานมาให้ผมดูเรื่อย ๆ หลายครั้งก็เอางานมาให้ผมเลยด้วยซ้ำ
จนวันหนึ่งเขาบอกว่าจะทำโปรเจ็กต์ใหญ่ บอกว่าภาพนี้จะเป็นรูปที่ใช้ "ป้ายยา" เล่าเรื่องตั้งแต่ประวัติศาสตร์การเงินจนถึงกลไกของบิทคอยน์
ผมก็นึกภาพไม่ออกหรอกว่ามันจะเป็นยังไง แต่แชมป์อัพเดตความคืบหน้าให้ผมตลอด เริ่มจากภาพร่างที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ไปจนถึงภาพของซาโตชิ มีหินไรไมต์ เหรียญทอง เครื่องปริ้นเงิน บิทคอยน์ HW จนถึงค่า difficulty
8 เดือน!!! ที่แชมป์อัพเดตผมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผมจะไม่เข้าใจอะไรเท่าไหร่ตั้งแต่แรก แต่ทุกครั้งที่เขาส่งมา มันเต็มไปด้วยพลังและความสุขที่ได้ทำอะไรบางอย่างให้ถึงเป้าหมาย
แชมป์ไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผมหยิบกีตาร์ขึ้นมาฝึกเล่นเพลงที่ผมไม่เคยคิดว่าจะเล่นได้ ตอนอายุ 40
และที่สำคัญที่สุด แชมป์เป็นตัวอย่างของคนที่กล้าทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่และสุดหัวใจให้ทุกคนในคอมมูเห็น
ทุกคนน่าจะเห็นชัดเจนถึงผลลัพธ์ของการทำสิ่งที่ตัวเองรักจากแชมป์
คุณเห็นความสุขที่แชมป์แสดงออกมาหรือเปล่า?
มีใครเคยคุยกับแชมป์แล้วรู้สึกเครียดบ้างไหม?
มีแม้แต่คนเดียวไหมที่ไม่สนุกเวลาอยู่กับแชมป์?
Community เกิดขึ้นได้จากการ communicate คุณเห็นพลังของการอยากสื่อสารกับคนอื่นจากแชมป์ไหม?
ผมไม่ได้เล่าเรื่องนี้เพื่ออวยแชมป์ (เพียงอย่างเดียว)
แต่การสร้าง community จำเป็นต้องสร้าง demand ให้คนอยากสื่อสารกับคุณ
คุณสร้าง POW มากพอหรือยัง จนคนอื่นอยากคุยกับคุณเรื่องนั้น? ถ้ามันมากพอ ความต้องการที่จะสื่อสารกับคุณจะมาเอง และมันจะมาพร้อมความเชื่อมั่นและไว้วางใจ
หลังจากนั้นคุณจะพาเขาไปทางไหนก็ได้ ต่อให้โกหก คนยังเชื่อเลย เชื่อผมสิ!
แต่ถ้าคุณคุยกับใครแล้วเขายังไม่คล้อยตาม อย่าเพิ่งโทษทัศนคติของเขา นั่นเป็นเพราะตัวคุณยังไม่ใหญ่พอ ต้องกลับไปเพิ่ม POW ของตัวเองให้มากขึ้นแล้ว
ผมว่า nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 มองขาดในเรื่องนี้ และเห็นพลังนี้ของแชมป์ (แม่งโดนใยเหนียวเลย 555)
แชมป์บอกผมว่าภาพนี้จะไม่ขาย มันวาดภาพนี้ให้ดูไม่ค่อยเข้าใจ เพื่อให้คนมาถาม แล้วจะได้เล่าเรื่องให้ฟัง และเก็บภาพไว้ที่แกลเลอรี่แบบนี้ ซึ่งภาพนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดี แชมป์ป้ายยาไปหลายคนแล้ว มีหลายคนในทุ่งม่วงนี้ที่มาจากโรงเรียนศิลปะของเขา
ภาพนี้ถูกแขวนอยู่ในแกลเลอรี่ของสตูดิโอศิลปะ เทียบเคียงกับผลงานระดับครูอีกหลายสิบภาพ ถ้าเป็นผมคงภูมิใจมาก
แล้ววันนั้นแชมป์ก็เลือกที่จะนำภาพไปประมูล
นี่คือ demand ที่ Right Shift สร้างได้สำเร็จ และมันมากพอที่แชมป์จะยอมยกเกียรตินี้ให้กับ RS
และแชมป์ก็สร้าง demand มากพอสำหรับผมเช่นกัน
nostr:npub16unl8g9ucanlpfvp94sdjdv2f4mukm2ywmgrywnrfdgt98qwrrdq0qcn35
... “กูภูมิใจในตัวมึงมาก” …
ไม่รู้ว่ากูมีสิทธิ์พูดคำนี้ไหม แต่กูรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
ปล.รู้มั้ยว่า Address ที่ผมโอนเงินประมูลไป คือ address ที่อยู่บนรูปนั่นแหละ อย่างเท่ห์..!!!!
#siamstr
#TBC2024 
🥹🥹🥹
The best skin care is food
ผิว คือกระจกสะท้อนสุขภาพร่างกายภายใน
หากต้องการมีผิวที่ดี ภายในต้องดีก่อน
ไม่มีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาผิวได้โดยที่ภายในร่างกายยังไม่ได้รับการแก้ไข
การใช้ยาภายนอกทาที่ผิว เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ
ถ้าผมบอกว่า ปัญหาสิวส่วนใหญ่สามารถเลี่ยงได้ด้วยการเลี่ยงน้ำมันพืชและน้ำตาลแปรรูป คนคงหัวเราะกัน แต่ผมทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว และก็ไม่เคยมีปัญหาผิวหนังเลย
น้ำมันพืช(ที่แปรรูป) จะเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ผมคงไม่ได้รู้ลึกถึงพันธะอะตอมเมื่อทำปฏิกิริยาในร่างกาย ที่ผมเข้าใจคือ มันไม่ใช่ไขมันที่ร่างกายต้องการ ร่างกายจึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบตามจุดต่างๆ รวมถึงตามผิวด้วย
น้ำตาล(กลูโคส) คือพลังงานที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ แต่ถ้ามีมากเกินไป ก็จะเกิดปัญหา หนึ่งในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับผิวคือ กระบวนการ Glycation เป็นภาวะที่กลูโคสมีในระบบมากเกินจนเซลล์นำไปใช้ไม่ทันและเกิดความเสียหายภายในเซลล์ ส่งผลเป็นอาการอักเสบภายใน และแสดงออกมาในรูปแบบริ้วรอยหมองคล้ำตามผิวหนัง
น้ำตาลในรูปแบบธรรมชาติ จะมาในแพคเกจที่มีกากใยผสมมาด้วย ซึ่งจะช่วยชลอกระบวนการ glycation ได้
แต่น้ำตาลแปรรูป จะเร่งกระบวนการนี้ เพราะไม่มีกากใยคอยชลอมันไว้
ถ้าคุณจะกินน้ำตาลจริงๆ ก็พยายามเลือกที่มีกากใยด้วย ก็จะช่วยได้บ้างครับ
สุขภาพลำไส้ที่ดี จะบ่งบอกได้ด้วยผิวพรรณที่ดี ดูมีชีวิตชีวา
ลำไส้มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆเป็นล้านๆตัว คอยทำหน้าที่ย่อยอาหารที่เรากินเข้าไป
สำหรับผมแล้ว การดูแลผิวที่ตรงจุดที่สุดคือ การดูแลอาหาร
อาหารที่ดีจะทำให้สมดุลเชื้อในลำไส้เราไม่ผิดเพี้ยน เราจะรู้สึกดีเมื่อได้กิน เราจะไม่มวนท้อง ร่างกายจะดูดซึมได้เต็มที่และทิ้งของเสียไว้ให้ลำไส้จัดการน้อยมาก และก็จะไม่ค่อยเหลืออะไรมากนักเมื่อขับถ่ายออกมาทางอุจจาระ เพราะร่างกายนำไปใช้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว
สำหรับตัวผม อาหารที่เหมาะสมมันคืออาหารที่มาจากสัตว์ครับ แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน คุณต้องค้นหาด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะรู้
อาหารที่เหมาะสมกับมนุษย์ คือ อาหารที่มนุษย์เมื่อ 100 ปีที่แล้วกินกัน
แม้ว่าปัจจุบันจะมีความก้าวกระโดดทางเทคโลโลยีการแปรรูปอาหารมากแค่ไหน
แต่การทำงานร่างกายของมนุษย์ก็ยังคงไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์เมื่อ 100 ปีที่แล้วมากนัก
แล้วคนสมัยก่อนเค้ากินอะไรกัน?
คนรุ่นคุณปู่ ย่า ตา ยาย เค้ากินอะไรกัน?
ผมคิดว่าเค้าก็คงกินแทบทุกอย่างที่เรากินกันในทุกวันนี้ จะต่างกันก็แค่ มันไม่ได้ผ่านการแปรรูปและปรุงเต่งเยอะเท่าปัจจุบัน
ทุกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด บำรุงดูแลร่างกาย เค้าก็ไม่ได้ใช้เหมือนกับเราที่มีส่วนประกอบหลายๆตัวที่เราก็อ่านไม่ออก ได้แต่หวังพึ่งคำเชื่อจากโฆษณา
สรุปง่ายๆก็คือหลายๆสิ่งที่เรากิน ใช้ ถ้าเราสามารถทำเองได้แบบบ้านๆ ไม่ได้ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ไม่ได้ต้องพึ่งเครื่องจักรไฮเทคอะไรมากมาย ส่วนใหญ่แล้ว มันมักจะไม่ได้ส่งผลเสียกับร่างกายเรามากนักครับ
ทั้งหมดที่กล่าวมา คือ ประสบการณ์ส่วนตัวที่ผมทดลองกับตัวเองแล้วได้ผลดี ไม่ได้มีงานวิจัยอะไรรองรับนะครับ อย่าเชื่อผมมาก แต่ละคนมีสภาพแวดล้อมและร่างกายไม่เหมือนกัน มันอาจจะเวิคหรือไม่ก็ได้ เพราะอย่าลืมว่า สุขภาพของคุณ มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่หมอนะครับ
ในรูปคือหนังหน้าผมเองครับ ไม่ได้ดีอะไร ไม่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอะไรเลย เจอแดดก็ไม่ทาครีมอะไรเลย ชอบแดดมาก
link บทความนี้ ไว้แชร์ต่อที่อื่นครับ : http://simp.ly/publish/V7DCgT
#Siamstr

ขอบคุณค้าบ เป็นประโยชน์มากๆ




