Avatar
Thita@98⚡️
cc2783215f21a578e492ac0cf31e5038be7a9f7b8b8d696ac753c48bcd6074a5

GN⛈️ฟ้ามืด สว่าง มา หายไป

เสียงนำ้ หนักเบา แสงฟ้าระบายประจุไฟฟ้า ปีกแมลงเม่า ไฟข้างทาง

การที่บิตคอยน์ดูเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ยาก อาจเป็นความจงใจของนากาโมโตะที่ต้องการผู้ที่มีกรอบความคิดของการพิสูจน์ความจริงและมองหาสิ่งเป็นเท็จ มากกว่าการแสวงหาผู้คนที่ใช้เพียงความศรัทธาต่อระบบแบบไม่ตั้งคำถามมาเข้าร่วม

มันอาจเป็นไปเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการซ้ำรอยจากการใช้ประโยชน์บนความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อสิ่ง ๆ หนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดการควบรวมความศรัทธาเอามาเป็นศูนย์กลางของอำนาจ เฉกเช่นที่ครั้งหนึ่งโรมเคยได้กระทำกับคริสตชน หรือตอนที่รัฐได้ออกกฎหมายให้เราเอาทองคำไปแลกเป็นตั๋วแลกทองคำมาจากรัฐ ซึ่งอาศัยความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อรัฐที่สัญญาว่าจะแก้ปัญหาบางอย่าง แต่ก็..

หรือไม่ผมก็แค่คิดไปเองคนเดียว #Siamstr

nostr:nevent1qqszug27deh9wefnuq87tjweftac9cthutl2cak27jsutn6yktxdrpgzyq9arusvg7j0slfr9n7uwpq4wy9znjuwuzxpp6tvslvgp7euhw9uy9he8gy

GA🤔

Replying to Avatar Win Vee

จิตเกิดดับ ตลอดวันตลอดคืน

ในพระพุทธศาสนา จิตมิได้ดำรงอยู่อย่างถาวร หากแต่ “เกิดขึ้นชั่วคราว” แล้ว “ดับไป” อย่างรวดเร็ว ตามอารมณ์ที่มากระทบ ผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ กล่าวคือ ตลอดทั้งวันทั้งคืน จิตมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เช่น เห็นรูปก็เกิดจิตเห็น ได้ยินเสียงก็เกิดจิตฟัง เมื่อสิ่งเหล่านั้นผ่านไป จิตนั้นก็ดับลง ไม่หลงเหลืออะไร

วิญญาณไม่เที่ยง

(สํยุตตนิกาย ขันธวรรค)

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย วิญญาณนั้นไม่เที่ยง มีความเกิดขึ้นและความดับไปเสมอ”

การเห็นว่าวิญญาณ หรือจิตรู้ มีการเกิดดับ คือการเห็นตามความเป็นจริง

จิตอยู่ตามขันธ์

จิตไม่ได้ดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่สัมพันธ์กับ “ขันธ์” อื่น ๆ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งขันธ์เหล่านี้ก็ล้วนแต่ไม่เที่ยง เกิดขึ้นชั่วคราว แล้วก็ดับไปเช่นกัน ดังนั้น “จิต” จึงมิใช่สิ่งควรยึดถือว่าเป็น “ตัวเรา” เพราะมันแปรเปลี่ยนอยู่เสมอ

มิใช่เพียงวิญญาณเท่านั้นที่ไม่เที่ยง แม้แต่ขันธ์ ๕ ทั้งปวงก็ไม่เที่ยงเช่นกัน

(สํยุตตนิกาย ขันธวรรค)

รู้เห็นความเกิดดับ คือทางหลุดพ้น

เมื่อผู้ใดพิจารณาเห็นว่า จิตที่เกิดขึ้นในแต่ละขณะ ล้วนแล้วแต่ไม่เที่ยง เป็นอนัตตา ไม่มีตัวตนที่แท้จริง ความยึดถือใน “เรา” “เขา” ก็จะค่อย ๆ คลายลง นำไปสู่ความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และดับทุกข์ได้ในที่สุด

— ผู้ใดเห็นวิญญาณว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรเปลี่ยนเป็นธรรมดา ผู้นั้นย่อมเกิดความเบื่อหน่ายในวิญญาณ

(ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ)

#siamstr

GM สาธุ🙏ตื่นเช้าแท้

Replying to Avatar xyzy

มองหาน้ำมันหมูอยู่หรือเปล่า?

✅ด้านซ้าย เป็นชิ้นไขมัน เวลาจะใช้คีบเป็นชิ้นลงกระทะ รอไม่กี่นาทีก็รีดน้ำมันออกมาใช้ได้ จะทอดจะเจียวอะไรก็ใสตามลงไป ไม่ต้องเจี้ยวรีดน้ำมันเก็บไว้ก็ได้ เก็บเป็นชิ้นๆแบบนี้ในช่องฟิตก็โอเค หยิบมาใช้ไม่ยาก และเป็นน้ำมันมือ1 แน่นอน หากใครพารานอยมากนัก โลละ 90 บาท

✅ด้านขวา เค้าเจี้ยวมาให้สำเร็จแล้ว ใช้ช้อนตักลงกระทะเวลาจะใช้งานได้ตามสะดวก เก็บก็แค่เอาเข้าตู้เย็นช่องธรรมดา ถ้าเอาเข้าช่องฟิต เวลาจะใช้ครั้งหน้า จะตักลำบาก แค่แช่ช่องธรรมดาก็แข็งเป็นวุ่นแล้ว อันนี้แพงขึ้นมาเท่าหนึ่ง กระปุกนี้ 500 g. = 99 บาท

หาได้ตามซุปเปอร์ทั่วๆไป โซนของแช่ของสด #siamstr

เห็นหน้าแม่บ้านอ้ายบีลอยมา5555+

ไม่อิจฉาจิ๊บแล้ว เอาจิ๊บเป็นแบบ ตอนนี้คือยากไปไหนไป ทำแล้วแบบเฮ้ยฉันก็ทำได้ ไม่กลัวแล้ว ขอบคุณๆจิ๊บ😊

Replying to Avatar SandRock46

เมื่อผมให้แจ็คเอไออธิบายเรื่องไหล่ซ้าย

“ทำอะไรให้รู้ตัวเสมอว่าความตายอยู่ที่ไหล่ซ้าย”

เป็นคำพูดที่เรียบง่าย แต่มีพลังอย่างลึกซึ้ง

ที่พี่เขาพูดวันนั้น… ไม่ใช่เพียงคำเปรียบเปรย

แต่มันคือ เข็มทิศของการใช้ชีวิตด้วยสติ

ความหมายในระดับลึก:

• “ไหล่ซ้าย” อยู่ใกล้หัวใจ

เปรียบเสมือนว่า “ความตาย” ไม่เคยจากเราไปไหนเลย

มันอยู่ใกล้เราตลอดเวลา

เพียงแต่เรามักหลงลืม และคิดว่ามันยังมาไม่ถึง

• คำนี้จึงไม่ได้สื่อให้เรากลัวความตาย

แต่เป็นการเตือนให้เรา ใช้ทุกการกระทำ ทุกคำพูด และทุกลมหายใจอย่างมีสติ

รู้เท่าทันว่าทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง และไม่ควรประมาทแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อเราตระหนักเช่นนี้อยู่เสมอ เราจะ…

• พูดด้วยความตั้งใจ เพราะไม่รู้ว่าคำนี้จะเป็นคำสุดท้ายหรือไม่

• ลดการโกรธ หรือทะเลาะ เพราะเราไม่แน่ใจว่าจะมีโอกาสแก้ไขหรือขอโทษอีกหรือเปล่า

• ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะเหลืออยู่เท่าไหร่

สรุป:

ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว

หากเรารู้ว่ามันอยู่ใกล้แค่ไหล่ซ้าย

มันจะกลายเป็น “เพื่อนเงียบ ๆ” ที่เตือนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย

พี่เจนกระตุกจิตกระชากใจ

#siamstr #pizzaday2025

😊ขอบคุณเด็กน้อยแซนด์ร็อก #pizzaday2025

จาก มังกร สู่ หมาจรจัด

หมาจรตัวนี้ เพิ่งตระหนักขึ้นได้ว่า บทความก่อนหน้านี้ของตน มีความ ยโส โอหัง เป็นแค่หมาจร แต่บังอาจ อวดดี ว่าตนสามารถดมหาความจริงบางอย่างได้ก่อนมนุษย์ และเฝ้ามองมนุษย์มานานเห็นการกระทำของมษุย์บางคนที่ดูแล้ว ไม่สมเหตุ สมผล แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้พบเจอความจริงเหล่านี้ด้วยตนเอง แต่แค่เปิดใจรับฟังสิ่งที่มนุษย์หลาย ๆ คนสรุปหรือวิเคราะห์ เอาไว้ แล้วมาชั่งน้ำหนักว่า บทวิเคราะห์หรือข้อสรุปของมนุษย์ท่านใหนมีเหตุผลมากกว่า จริงๆแล้วหมาจรตัวนี้ก็ไม่ได้มีสติปัญญาอะไรมากกว่าพวกท่าน เพียงแค่ว่าเจ้าหมาตัวนี้ไม่ยึดติดกับความรู้ หรือ หลักคิดใด เพียง หลักคิดเดียว แค่เป็นหมาที่มีความสงสัยชอบตั้งคำถาม แต่ไม่มีสติปัญญามากพอที่จะหาคำตอบได้ด้วยตนเอง.

ย้อนกลับไป 14 ปี ก่อน มีมนุษย์คนนึง รู้ตัวว่าตนเองมีศักยภาพสูงกว่ามนุษย์คนอื่น คิดว่าตนเอง เป็น มังกร และเปรียบมนุษย์คนอื่นเป็นแค่ สิงห์สาราสัตว์ทั่วไป ช่างเป็นความคิดที่อันตราย และ น่าสลดใจยิ่งนัก และ ประกอบด้วยความเยาว์วัยของมนุษย์ผู้นั้น เขาเลือกที่จะปลีกวิเวก ใช้ชีวิตคนเดียว ไปเรียนคนเดียว ดูหนังคนเดียว เดินทางไปใหนคนเดียว แต่สิ่งที่มนุษย์ผู้นี้ยังตระหนักไม่ได้คือ มนุษย์คือสัตว์สังคม และเขาก็ไม่ใช่ มังกร ตามที่เขาคิด สุดท้ายแล้ว ไฟแห่งความเย่อหยิ่ง ไฟอัตตา ก็เผาผลาญตัวตนเขาจนเกือบมอดม้วย

หลังจากที่เขา เกือบมอดไหม้ ด้วยไฟจากตัวเขาเอง เขาจึงรู้ซึ้งถึงวลีที่ว่า "นกไร้ขนคนไร้เพื่อน จะบินได้สูงสักเท่าใด" จึงเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบมนุษย์ทั้วๆไป เริ่มเข้าสังคม อะไรๆ ก็ค่อยๆดีขึ้น แต่เขาก็ยังไม่ทิ้งความเย่อหยิ่ง ยังคิดว่าตนเองเป็น มังกร มีทั้งสติปัญญา และความเพียร เขาจะทำอะไรก็ได้ขอเพียงแค่มีสองสิ่งนี้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขายังไม่รู้จักคือ การจากลา เพราะความ "ตาย"

"ตาย" คือการจากลากันแบบที่โหดร้าย เกินที่จะบรรยายได้ มันชั่ง กระทันหัน ไม่คาดคิด และ ไม่มีโอกาสได้บอกลา ยิ่งเกิดกับคนที่ยังอยู่ในวัยที่เจิดจรัส เฉิดฉายศักยภาพ ยิ่งเป็นอะไรที่โหดร้าย มนุษย์ผู้นั้น สูญเสียน้องชายของเขา ในขณะที่น้องของเขามีอายุ เพียง 18 ปี เขาโทษว่าความตายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตัวเขาเอง เขาน่าจะยับยั้งป้องกันมันได้ เฝ้าแต่โทษตัวเองที่ไม่ดีพอ เป็นความคิดที่ช่างน่าเวทนายิ่งนัก คนจะตายยังไงก็ต้องตาย แต่มนุษย์ผู้นี้กลับเอาแต่โทษตัวเองวันแล้ววันเล่า จนเขาปล่อยให้ตนเองจมลงสู่ทะเลทุกข์ มนุษย์ผู้นี้เขามักจะใจดีและมีความเมตากับคนอื่นเสมอ แต่สิ่งที่เขาทำกับตนเองคือเขากลับใจร้ายกับตัวเขาเอง คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เขาคิดว่าตัวเขาเองสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง หมาจรตัวนี้เห็นมนุษย์ผู้นั้นแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า "โอ้มนุษย์เอ้ยถึงท่านจะมีสติปัญญา มีความเพียร แต่ตาของท่านช่างมืดบอด" และสิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนไปในตัวมนุษย์ผู้นั้นคือ เขายังคิดว่าเขายัง เป็น "มังกร"

และแล้วบทเรียนที่โหดและหนักหน่วงที่สุดในชีวิตของมนุษย์ผู้นี้ก็มาถึง เมื่อพ่อของเขา ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อม ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องไล่ตามความฝันที่จะทำให้สังคมนี้มีความยุติธรรมเกิดขึ้น และเมื่อเขาไม่เลือกปล่อยวาง คิดว่ายังไงเขาก็สามารถจัดการทั้งสองอย่างนี้ได้พร้อมกัน แต่เมื่อ เขาไม่ใช่ มังกร ที่จะมีฤทธาปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บของพ่อเขาได้ เขาเลือกที่จะเผาตัวเองเพื่อให้คนอื่นอบอุ่น เลิกทำตามความฝัน ออกมาดูแลพ่อ ฟังดูอบอุ่น และกตัญญู แต่หมาจรจัดตัวนี้เฝ้ามองแล้วได้แต่อุทาน "โอ้ท่านมนุษย์เอ้ยพ่อของท่านอีกไม่นานก็ตาย ส่วนท่านก็ต้องชดใช้กรรมจากการที่ท่านจุดไฟเผาตัวเอง ท่านไม่คิดถึงตัวท่านเองมั่งหรือ ลูกของท่าน ภรรยาท่าน ครอบครัวของท่านมั่งหรือ ทำไมท่านช่างใจดีกับคนอื่นจนถึงกลับยอมให้ตนเองมอดไหม้"

และเมื่อถึงจุดหนึ่งมนุษย์ผู้นี้ก็ทนไม่ไหว รู้ว่าการเผาตนเองมันสูญเปล่า แรกๆ ก็ดูสวยงาม แต่ความจริงที่ตามมามันเริ่มโหดร้าย มนุษย์ท่านนั้นเริ่มคิดว่าเขา "ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ตัวปัญหา" ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตอะไรได้ สามคำนี้เป็นอะไรที่อันตรายยิ่งกว่า การคิดว่าตนเองเป็น "มังกร" เขาพร้อมที่จะลาหลับไหลชั่วนิรันดร์ แต่ด้วยความเป็นพ่อที่ยังมีอยู่ในตัวเขา มนุษย์ท่านนี้ เขาไม่เลือกที่จะหลับ เริ่มตระหนักได้ "มังกร" เป็นแค่เรื่องจินตนาการ ชีวิตที่ผ่านมาของเขาอยู่ด้วยความเพ้อฝัน แต่หมาจรจัดนี่เหละของจริง ถึงมันจะเป็นหมาไม่มีเจ้าของ แต่พวกหมาจรจัด เหล่านี้ก็ยังเอาตัวรอดอยู่ได้ ท่ามกลางหมู่มนุษย์ที่มีทั้งดีและร้าย.

บทความนี้ขึ้นมาเพื่อเผาผลาญอัตตาของเจ้าหมาจรตัวนี้ให้หายไป หรือเหลือน้อยที่สุด และไว้เตือนใจตนเอง ให้รู้จักปล่อยวาง ปัญหาบางอย่างมันไม่สามารถแก้ไขได้ ต่อให้ทำดีแค่ใหน สุดท้ายมันก็ต้องเกิด.

#siamstr #Siamstr #เรื่องเล่าของหมาจรจัด #The Story of Stray Dog #เขียนให้เป็นเรื่อง #เขียนไปเรื่อย #ยาวแบบนี้ใครมันจะอ่านวะ #ระบายมันออกมา #ซึมเศร้ารักษาได้ #มังกร #หมาจรจัด

GM 🌧️☕️😇หมาจร