Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)
Replying to Avatar Right Shift

นิทานอิสซุป มนต์รัก wtf เฟียต ปฐมบทแห่ง Austrian Economics

มาทำความรู้จักกับศาสตร์ลึกลับที่ถูกคนบางกลุ่มพยายามทำให้สาปสูญไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนรู้และเข้าใจถึงธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจ กลไกของตลาดมันมีอยู่แล้ว และไม่มีวันที่มนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้าคนใด จะแทรกแซงกลไกและไม่ต้องรับหายนะที่จะตามมาได้ เพราะทุกการบิดเบือนธรรมชาติมีราคาที่ต้องจ่าย

.

เราเชื่อว่า คุณ ในฐานะพ่อพระมาโปรด นักบุญทุนชาวบ้านผู้แสนประเสริฐ คุณเป็นคนเก่ง มีความรู้ความสามารถ มีหรือที่คุณจะไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร? ทุกการแทรกแซงและการดึงเงินในอนาคตมาใล้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายที่คุณกำลังทำมันจะส่งผลอะไรตามมา? แต่คุณก็ยังเลือกที่จะทำมันต่อไปและทำมันมากขึ้น...มากขึ้น

.

ก็เพราะจริงๆ แล้วคุณรู้ดีอยู่เต็มอก ว่าคุณมีสิทธิ์หลีกเลี่ยงผลกรรมจากสิ่งที่คุณก่อได้ คุณสามารถโยนบาปใหญ่หลวงนี้ให้ประชาชนเป็นผู้รับเคราะห์แทน โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ และคุณกับพวกพ้องก็รับผลประโยชน์แบบเต็มอัลบั้มไปแล้วเรียบร้อย 4 ปีน่ะมันสั้น รอบหน้าคนก็อาจจะไม่เลือกแล้ว ใครทำผลประโยชน์เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง ก็โง่น่ะสิ ลงทุนไปเท่าไรกว่าจะได้อำนาจมาครอบครอง ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองไปก็เท่านั้นถ้าฐานะทางการเงินฉันยังก๊อกๆ แก๊กๆ อยู่

.

เอาล่ะ ถึงเราจะไม่มีทางเลือกที่ต้องประสบเคราะห์กรรมที่ใครบางคนสร้าง แต่เราจะศึกษาเรียนรู้มันให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อบอกกับท่านผู้เจริญทั้งหลายว่า "พวกกุรู้ทันโว๊ยย" และตอนนี้เราเจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว และเราจะชักชวนเพื่อนมนุษย์ให้มากที่สุดเพื่อจับมือเกินไปด้วยกัน และสุดท้ายหวังว่าพวกเราจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ให้ได้สักวัน

.

รับชม นิทานอิสซุป Ep. 1 The History of Austrian Economics พร้อมกัน 1 ทุ่มตรง ที่เดิม แล้วพอกันครับ

#Siamstr #SiamesBicoiners

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

Know your enemies…

นายใจ อึ้งภากรณ์ ได้กล่าวเอาไว้ในเว็ปไซด์ marxists.org

โดยนายใจกล่าวว่า เราต้องแยกแยะเผด็จการและคอมมิวนิสต์ให้ออกร่วมกันอย่างชัดเจน

โดยในบทความเรื่อง ทุนนิยมแห่งรัฐ ของนายใจ ถือว่าน่าสนใจทีเดียวในประเด็นที่เค้าต่อต้านอำนาจรัฐบาล และ กล่าวว่า รัฐบาลของนายคิมจองอึน รวมถึง สตาลินในอดีตว่าพวกนี้ นำไปสู่ลัทธิบูชาตัวบุคคล และ รัฐยังทำงานภายใต้กลไกตลาดและเศรษฐกิจอยู่

หรือ เรียกสั้นๆ “ทุนนิยมแห่งรัฐ” (State Capitalism)

บทความข้างต้น ที่นายใจกล่าวว่านั้นเป็นความจริงและตัวอุดมคติของพวกมาร์กซิส ดั้งเดิม ที่ต้องการทำลายระบบตลาด

ผมอยากนำเสนอเรื่องที่ว่า ทำไมเหล่าเผด็จการที่เรียกตัวเองว่าคอมมิวนิสต์ พวกนั้นถึงไม่สามารถปรับวิถีสู่มาร์กซิส หรือ คอมมิวนิส ถาวร หรือ ขนานแท้ ตามที่ คาร์ลมาร์ก ได้ กล่าวใน Communist Manefiesto และ ทำไม “ทุนนิยมแห่งรัฐ” จึงเกิดขึ้นเสมอ แม้แต่ตัวของรัฐเองก็เอาตัวเองออกจากการแลกเปลี่ยนในตลาดเสรี

โดยสาเหตุหลักๆ นั่น เป็นเพราะว่า โลกทั้งใบ ณ ช่วงนั้น ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนไปตามอุดมการณ์หรือทำให้ซานต้าครอสผู้แสนดีมีจริง ขึ้นมาได้

เพราะกลไกตลาด นั้นแหละคือตัวการและธรรมชาติ ในการแลกเปลี่ยนที่แท้จริง

บทเรียนนี้คือ Basic Ecomics ขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ว่า เราปรารถนาจะได้ในสิ่งที่เราต้องการโดยปัจเจกชน เพื่อปัจเจกชน ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนที่เน้นไปทางปัจเจกชน อิสรนิยมชน (Economic Liberaization) เชื่อว่าการแลกเปลี่ยนของปัจเจกนั้นจะนำไปสู่ความเป็นมนุษยวิถีในความต้องการของเค้าผู้นั้น และ มือที่มองไม่เห็น(เดี๋ยวมาขยายความคำว่ามือที่มองไม่เห็นในวันที่อยากเขียน) นำไปสู่ความทะเยอทะยาน ของขีดความเป็นมนุษย์

ดังนั้นหากทรัพยากรณ์ของตัวรัฐเองมีไม่เพียงพอ จึงต้องเกิดการแลกเปลี่ยนขึ้นมาซึ่งรัฐก็จะเป็นผู้ดูแลทุนนั้นเอง เพื่อกระจายทรัพยากรณ์ไปสู่ประชาชน สิ่งเหล่านี้เมื่อ รวมศูนย์อำนาจแล้วจึงเป็นที่มาทำให้องค์กรณ์ของรัฐทั้งหมดมีอำนาจสูงสุดและนำไปสู่เผด็จการ

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Anarcho-Communism นั้นเกิดขึ้นจริงไม่ได้

เมื่อคุณไม่สามารถทำลายกลไกทางตลาดลงได้ เพราะจะเกิดการแลกเปลี่ยนภายใต้เงาของมัจจุราช อย่างที่เห็นในเกาหลีเหนือ นั่นจึงนำไปสู่การปฏิวัติหลักการของฝ่ายซ้าย ณ ปัจจุบัน ประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจนั่นคือประเด็น “ด้านสังคม” ที่สังคมเรากำลังเผชิญอยู่คือ “ความเหลื่อมล้ำ”

ดังนั้นหลักการคอมมิวนิสต์อีกขั้นที่ว่าของสังคมปัจจุบันมีคือความเหลื่อมล้ำ และ เกิดการเกิดขึ้นของ Neo-Marxism Antonio Gramsci

เมื่อผู้นำมีอำนาจ หรือผู้ที่แสวงหาอำนาจผู้อื่น มักจะใช้เรื่องนี้เป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อแสวงหามัน และระบบที่ง่ายนั้นมาพร้อมเสรีภาพเทียม โดยอิสรภาพในการเลือกผู้นำ “ประชาธิปไตย”

“วาทะกรรม ความเหลื่อมล้ำ”

การปกป้องสังคมจากความเหลื่อมล้ำ นี่คือคำตอแหลตั้งแต่มาร์กซิสยันเคนเชี่ยน

มาร์กซิส ใช้เรื่อง Surplus Value หรือ มูลค่าของผลกำไรส่วนเกินจากการผลิตของแรงงานที่นายทุนได้รับไปนั้นเป็น ความเหลื่อมล้ำ ชนิดหาตัวจับได้ยาก และทำให้แรงงานและนายทุนนั้นไม่เท่ากันเพราะทรัพยากรณ์ธรรมชาติ มีแค่นิดเดียว แต่พวกนายทุนกลับหาผลประโยชน์โดยการขูดรีดแรงงานเหล่านี้

เช่นเดียวกันกับวาทะกรรมของนายจอน เมนาย์ดเคนส์ ที่พรรคเพื่อไทยใช้เป็นข้ออ้างหาเสียงอย่างทุกวันนี้คือภาวะเงินฝืดจากผลกระทบของรัฐบาลระยำของ พล.เอกประยุทธ์ ที่ทำให้คนจนมากขึ้นจากกฏหมายเอื้อพวกพ้อง ทำให้คนไม่สามารถเจริญเติบโตได้จากธุรกิจของปัจเจก ดังนั้นเราเลยต้อง กู้ กู้ กู้ กู้ แล้วไข่ไว้ให้ลูกหลานเรามาสานต่อ

พรรคที่ชนะเลือกตั้งอย่างพรรคก้าวไกล ได้เสนอนโยบายลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการทำนโยบายรัฐสวัสดิการ แจกสามพันบาท จากงบภาษี ที่ไม่แน่ไม่นอนจากนายทุน และขึ้นค่าแรงเป็น 450 บาท ทันที (โชคดีที่ไม่ได้เป็น)

พรรคลุงและพวกพ้อง เสนอนโยบายแทรกแซงมันทุกอย่าง ตั้งแต่ สถาบันยันกัญชา หลังจากที่ทำมาแล้ว โดยเสนอว่าจะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและกฏหมายที่ตัวเองได้ทำไว้

คุณคิดว่าคนเหล่านี้แม่งตอแหลแค่ไหน กับ วาทะกรรมทางสังคมเหล่านี้

Economic inequality is feature of Free Market-Capitalism

เมื่อประเด็นทางสังคมมาถึงสินค้าสำคัญอย่างเงิน จึงมีบทบาท ทางเศรษฐกิจอย่างมาก

เพราะเมื่อการคัดสรรค์จากธรรมชาติมาถึง นั่นไม่ได้เป็นสิ่งบ่งบอกว่า ผู้ที่สร้างประโยชน์ให้กับตลาดเป็นจำนวนมากจะได้รับผลรับกลับคืนไป ไม่ว่าเค้าจะเป็นคนดีหรือไม่ดี ขอเพียงแค่เค้าทำประโยชน์ให้กับตลาด

ดังนั้นสิ่งที่ผมมองว่าเราทุกคนควรจะมีคือ “ศีลธรรมแห่งความเป็นนาย” ตามที่นิทเช่ได้กล่าวไว้

เมื่อมีสิ่งจอมปลอมเข้ามาจากผู้ที่ปกครอง หรือเงินจอมปลอม ขึ้นมา สิ่งเหล่านั้นจะเป็นแรงดึงดูดให้สิ่งแปลกปลอมเข้ามา

คุณสามารถยกตัวอย่างแม่ค้าออนไลน์ ที่สร้างภาพ ขายของไร้คุณภาพ แต่มีรถสปอร์ตเงินฝากเป็นสิบล้าน จากการตระเวนด่าลูกค้า คุณสามารถเห็นการมีเซ็กกับคนแปลกหน้ากลายเป็นเรื่องธรรมดา คุณสามารถเห็นเด็กที่อ่อนแอทางด้านร่างกายจากการดื่มแอลกอฮอล์และอาหารขยะ เต็มท้องถนน

อะไรคือ สิ่งที่ดีงามเมื่อสิ่งแปลกปลอมนั้นเล็ดลอดเข้ามา?

#siamstr

นายต้องเอารูปขึ้นก่อนสิ ใส่บทความใต้รูป

😝

ถ้ามังงะเรื่อง 20th Century Boy

ไม่ได้ทำเป็นอนิเมะหรือได้ทำก็คงโดนเซ็นเซอร์หนักแน่ๆเป็นมังงะ24ปีก่อนที่มาก่อนกาลจริงๆ 🤣

ละเนื้อหาบางอย่างมันคล้ายๆช่วงโควิดอีก 🤣

การเสพติด คือ การกินเพื่อความเพลิดเพลินมากกว่าที่ร่างกายต้องการจริงๆ

______________________________________

By DietDoctor Thailand

(56.09 นาที https://youtu.be/kxkrStzJ6b8)

อ่านทีแรกอย่างฮาเลยครับ กำลังนั่งกินข้าว

Gm ครับ

มีด, ม้า, ไม้

เงินไม่เคยฝืดครับ ถ้าไม่มีเงินเฟ้อตั้งแต่แรก

ถ้าตามตรรกะ คนมีเงินเก็บมมากกว่า 500,000 ไม่น่าจะถอนเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้เพียงเพื่อรับเงินหมื่นเดียวครับ และเงื่อนไขอีกอย่างคือรายได้มากกว่า 70,000 รับไม่ได้ เอาจริงๆคนจะมีเงินเก็บมากกว่า 500,000 นอนเล่นๆในบัญชีเราคิดว่าเขาควรมีสภาพคล่องต่อเดือน เดือนละเท่าไหร่ถึงจะใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้โดยไม่รบกวนเงินเก็บ 500,000 บาทที่อยู่ในบัญชีเลย และต่อให้เงินในบัญชีที่มากกว่า 500,000 เป็นมรดกที่ครอบครัวทิ้งไว้ให้แต่ถ้ารายได้ต่อเดือนไม่พอใช้สภาพคล่องไม่ดียังไงก็ต้องเอาเงินที่ครอบครัวฝากไว้ให้มาเบิกใช้อยู่ดีมันจึงเป็นเหตุผลที่รัฐกำหนดเงื่อนไข 2เกณฑ์นี้ขึ้นมาครับถ้าลงล็อคเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งก็หมดสิทธิ์รับ กลับมาเข้าเรื่องว่า Bank Run เพราะเหตุนี้เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้น้อยมากๆครับ เพราะเงินเก็บนอนนิ่งๆในบัญชี 500,000 แล้วไม่ใช้เลยส่วนใหญ่จะเป็นคนที่บริหารสภาพคล่องได้ดีหรือมีรายได้พอจ่ายในชีวิตประจำวันเยอะมากพอที่จะไม่ยุ่งกับเงินเก็บก้อนนี้ครับ และเขาคงไม่สนใจเงินดิจิม่อนนะผมว่าเพราะเขาน่าจะหาได้มากกว่านี้ และถ้ามีลูกนักเรียนนักศึกษาน่าจะไปตรงเงื่อนที่ลูกหลานเขามากกว่าดังนั้นต่อให้เขาไม่ได้ลูกหลานเขาก็ได้ครับ เรื่อง BankRun เพราะเหตุนี้น่าจะยากครับเพราะเงื่อนไขคนที่จะได้ก็คือคนที่ไม่ค่อยจะมีเงินเก็บในบัญชีหรือไม่ได้เก็บเงินไว้ในบัญชีธนาคารคงไม่มีอะไรให้ถอนเยอะขนาดนั้นอยู่ละครับ ส่วนรายได้ไม่ถึง 70,000 แต่ไม่เก็บเงินไว้ในธนาคารเก็บเป็น Bitcoin ก็น่าจะชาวเรานี่แหละครับ ส่วนตัวไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายนี้ครับแค่ตอบส่วนที่บอกว่า Bank Run เพราะเหตุนี้ได้ไหมผมมองว่าเป็นไปได้ยากครับ

Replying to Avatar siamstr.com

มุมมองผมนะ ถ้าคุณจะกลัวการโดนปล้น คุณควรจะกลัวบัตรเครดิตของคุณก่อนเลย

ใน Darkweb มีบัตรเครดิตลงขายทุกวัน supply ล้น ๆ ลดแลกแจกแถม และคนขายยังใจดี

ถ้าได้บัตรที่โดนอายัด ขอเครมบัตรใหม่ได้อีก ขายกันราคาถูกมากบัตรละไม่ถึง 100 บาทยังมีเลย

แถมคนทำไม่ต้องลงมือลงแรงอะไรมากด้วย แต่ตั้งเครื่อง skimmer ไว้รอเหยื่อมารูดก็ได้ข้อมูลไปหมดแล้ว

และไม่ต้องลงมือรูดบัตรเองด้วย ขายไปให้พวกที่มีฝีมือ social-engineering หรือที่เรียกว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แสกมเมอร์ต่าง ๆ นา ๆ พวกนี้น่ากลัวกว่าโจรอีก เพราะมันขโมยได้โดยที่คุณไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ

เจอโจรตัวเป็น ๆ ยังยิงสวนได้ เจอโจรไซเบอร์ เงินหายไม่รู้ตัวนะครับ

#siamstr

nostr:nevent1qqs2whrx6j524k4r8ac5dxlujfc0sfym2nnayakmykcasckpmp6g2wqpzamhxue69uhhyetvv9ujuumfv9khxarj9e3k7mgpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdu2g29gm

ญาติผมพึ่งโดนรูดไปซื้อ Iphone ล่าสุดเลยครับ

Replying to Avatar BossMan

บทความในวารสาร Nature ชื่อ Why blue carbon cannot truly offset fossil fuel emissions เขียนโดย Sophia C. Johannessen และ James R. Christian สถาบันวิทยาศาสตร์มหาสมุทร ในแคนาดา ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นปัญหาของการชดเชยคาร์บอนสำหรับทดแทนการปล่อยแกสเรือนกระจกที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลว่า อาจไม่ได้ผลอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ เพราะปัญหาของ "มาตรเวลาที่ไม่ตรงกัน" (timescale mismatch)ของ"วัฏจักรใหม่" ของคาร์บอนกับ "วัฏจักรของคาร์บอนทั้งหมด"

วัฏจักรใหม่ของคาร์บอน (modern carbon cycle) เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันจนถึงประมาณหนึ่งศตวรรษ หรือนานถึง 2,000-3,000 ปีในกรณีของการปรับสมดุลกับคาร์บอนที่อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทร เช่น ไฟป่าจะปล่อยคาร์บอนจากต้นไม้กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ และการปลูกป่าบก ป่าชายเลน หรือหญ้าทะเลจะดึงดูดคาร์บอนบางส่วนกลับ แต่นี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบวัฏจักรคาร์บอนใหม่ (actively cycling modern system) ตามแผนภาพเท่านั้น ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายดึงดูดคาร์บอนออกจากระบบอย่างแท้จริง

ในทางตรงกันข้าม เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกแยกออกจากวัฏจักรคาร์บอนใหม่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเกิดขึ้นหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา เป็นการเพิ่มคาร์บอนโบราณเข้าสู่วัฏจักรคาร์บอนสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว แต่มาตราส่วนเวลาในการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินโดยกระบวนการทางธรรมชาตินั้น ใช้เวลานับหมื่นนับแสนปีในกรณีการผุพังของหินซิลิเกต และอีกหลายร้อยล้านปีสำหรับการก่อตัวของเชื้อเพลิงฟอสซิลขึ้นมาใหม่

การเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากแหล่งกักเก็บระยะสั้นแห่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง(ในกรณีการชดเชยคาร์บอนหรือคาร์บอนเครดิต)เป็นวงจรคาร์บอนในวัฏจักรใหม่ โดยไม่ได้เป็นการเคลื่อนคาร์บอนกลับไปสู่ระบบอย่างที่เข้าใจแต่ประการใด

บทความได้สรุปประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารเกี่ยวกับการชดเชยคาร์บอนกับการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ ดังนี้

1) การขจัดการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อจะไม่ทำให้ปัญหาแย่ลง แต่สิ่งนี้จะไม่ทำให้ผลกระทบของการปล่อยคาร์บอนที่ผ่านมาของมนุษย์ย้อนคืนไปเหมือนเดิมได้

2) การฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าไม้พืชพรรณและบลูคาร์บอนในทะเล สามารถเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศไปยังพืชพรรณ ดิน และตะกอนได้ในระยะสั้น เป็นการซื้อเวลาในการหาทางเลือกอื่นๆเพิ่มเติมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

3) ข้อเสนอทางออกโดยการใช้เทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงพลังงานชีวภาพที่มีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน การฉีดคาร์บอนไดออกไซด์เหลวลงในหินบะซอลต์ซึ่งจะกลายเป็นแร่แข็ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาพความเป็นด่างขนาดใหญ่ของมหาสมุทร เป็นต้นนั้น อาจย้อนคืนสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบางส่วนได้บ้าง แต่มนุษย์ยังไม่ทราบความเสี่ยงและประสิทธิผลของมัน

อ่านแล้ว แม้จะไม่ได้ให้ความหวังกับสิ่งที่เรียกว่า "การชดเชยคาร์บอน" แต่ก็ทำให้เราอยู่กับความจริงและพร้อมรับมือกับผลพวงที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นนับตั้งแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา

https://www.nature.com/articles/s43247-023-01068-x

บทความในวารสาร Nature ชื่อ Why blue carbon cannot truly offset fossil fuel emissions เขียนโดย Sophia C. Johannessen และ James R. Christian สถาบันวิทยาศาสตร์มหาสมุทร ในแคนาดา ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นปัญหาของการชดเชยคาร์บอนสำหรับทดแทนการปล่อยแกสเรือนกระจกที่เกิดจากเชื้อเพลิงฟอสซิลว่า อาจไม่ได้ผลอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ เพราะปัญหาของ "มาตรเวลาที่ไม่ตรงกัน" (timescale mismatch)ของ"วัฏจักรใหม่" ของคาร์บอนกับ "วัฏจักรของคาร์บอนทั้งหมด"

วัฏจักรใหม่ของคาร์บอน (modern carbon cycle) เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันจนถึงประมาณหนึ่งศตวรรษ หรือนานถึง 2,000-3,000 ปีในกรณีของการปรับสมดุลกับคาร์บอนที่อยู่ลึกลงไปใต้มหาสมุทร เช่น ไฟป่าจะปล่อยคาร์บอนจากต้นไม้กลับคืนสู่ชั้นบรรยากาศ และการปลูกป่าบก ป่าชายเลน หรือหญ้าทะเลจะดึงดูดคาร์บอนบางส่วนกลับ แต่นี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนระหว่างส่วนต่าง ๆ ของระบบวัฏจักรคาร์บอนใหม่ (actively cycling modern system) ตามแผนภาพเท่านั้น ไม่ใช่การเคลื่อนย้ายดึงดูดคาร์บอนออกจากระบบอย่างแท้จริง

ในทางตรงกันข้าม เชื้อเพลิงฟอสซิลถูกแยกออกจากวัฏจักรคาร์บอนใหม่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเกิดขึ้นหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา เป็นการเพิ่มคาร์บอนโบราณเข้าสู่วัฏจักรคาร์บอนสมัยใหม่อย่างรวดเร็ว แต่มาตราส่วนเวลาในการกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนเกินโดยกระบวนการทางธรรมชาตินั้น ใช้เวลานับหมื่นนับแสนปีในกรณีการผุพังของหินซิลิเกต และอีกหลายร้อยล้านปีสำหรับการก่อตัวของเชื้อเพลิงฟอสซิลขึ้นมาใหม่

การเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากแหล่งกักเก็บระยะสั้นแห่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่ง(ในกรณีการชดเชยคาร์บอนหรือคาร์บอนเครดิต)เป็นวงจรคาร์บอนในวัฏจักรใหม่ โดยไม่ได้เป็นการเคลื่อนคาร์บอนกลับไปสู่ระบบอย่างที่เข้าใจแต่ประการใด

บทความได้สรุปประเด็นเกี่ยวกับการสื่อสารเกี่ยวกับการชดเชยคาร์บอนกับการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ ดังนี้

1) การขจัดการปล่อยคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อจะไม่ทำให้ปัญหาแย่ลง แต่สิ่งนี้จะไม่ทำให้ผลกระทบของการปล่อยคาร์บอนที่ผ่านมาของมนุษย์ย้อนคืนไปเหมือนเดิมได้

2) การฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าไม้พืชพรรณและบลูคาร์บอนในทะเล สามารถเคลื่อนย้ายคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศไปยังพืชพรรณ ดิน และตะกอนได้ในระยะสั้น เป็นการซื้อเวลาในการหาทางเลือกอื่นๆเพิ่มเติมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

3) ข้อเสนอทางออกโดยการใช้เทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงพลังงานชีวภาพที่มีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน การฉีดคาร์บอนไดออกไซด์เหลวลงในหินบะซอลต์ซึ่งจะกลายเป็นแร่แข็ง ซึ่งจะทำให้เกิดสภาพความเป็นด่างขนาดใหญ่ของมหาสมุทร เป็นต้นนั้น อาจย้อนคืนสภาพการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศบางส่วนได้บ้าง แต่มนุษย์ยังไม่ทราบความเสี่ยงและประสิทธิผลของมัน

อ่านแล้ว แม้จะไม่ได้ให้ความหวังกับสิ่งที่เรียกว่า "การชดเชยคาร์บอน" แต่ก็ทำให้เราอยู่กับความจริงและพร้อมรับมือกับผลพวงที่มนุษย์ได้สร้างขึ้นนับตั้งแต่ปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา

https://www.nature.com/articles/s43247-023-01068-x

Replying to Avatar Right Shift

## #Siamstr | Announcement

🟥 LIVE ทุกรายการของเรานั้น เผยแพร่เพื่อวัตถุประสงค์หลักดังนี้ :

- เปิดโอกาสให้ผู้ดำเนินรายการแก้เซ็ง / แก้คัน

- มอบ "ช่องแชท" ให้กับเพื่อนๆ ได้คลายเหงา

- สาระ / ความรู้ เป็นเพียงข้ออ้างของเราเท่านั้น

ท่านใดรับชม LIVE อย่างตั้งใจ... แชท และเสพสมอารมณ์เม้า อย่างเต็มอิ่ม โปรดแจ้งให้เราทราบ จะนับเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เราจะถือว่านั่นคือหนึ่งในความสำเร็จอันยิ่งยวดของเรา 🙏

กรณีช่องแชทขัดข้อง / มุกฝืด / หงอยเหงา ทางเราต้องขอประทานอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

## เสพแชทได้ทางไหนได้บ้าง ?

- จันทร์ | BitcoinTalk (เว้นวีค) / หมอบ่นเฟียต

- อังคาร | Gracialo Solo

- พุธ | สภายาส้ม (บันทึกเทป)

- พฤหัสบดี | นิทานอิสซุป

- ศุกร์ | สภายาส้ม LIVE (เว้นวีค)

### รายการประเภทไม่มีปี่มีขลุ่ย

- สภายาม่วง (แล้วแต่ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85)

- สภายาแดง (แล้วแต่ nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk)

- Thailand Zapathon (นึกได้เมื่อไหร่ค่อยว่ากัน)

//Jakk Goodday

การถล่ม Chat คือความสุขของผู้เสพอย่างแท้จริง 🤣