Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)
Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

มันเป็นเรื่องง่ายหากคุณจะยกย่องชาติผู้ชนะสงครามว่ามีคุณธรรมเหนือทั้งสิ้นด้วยประการทั้งปวง Narrative ความดีและความชั่วถูกเผยแผ่ทั่วสะพัดผ่านระบบการศึกษาในปัจจุบัน

ผู้คนเริ่มอ่อนแอและอ่อนไหวกับสัญลักษณ์ของเหล่านาซี หรือ ขบวนการฟาสซิส ในทุกวันนี้จากการเคลื่อนไหวการต่อต้านหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่กับให้คุณค่าและสามารถแสดงออกผ่านสัญลักษณ์ของค้อนและเคียวของเหล่าคอมมิวนิสต์และลัทธิสังคมนิยมที่ครอบครองความคิดของประชาชนยุโรป และ เอเชียตะวันออกเกือบทุกภาคส่วน

“เพราะผู้ที่ชนะสงครามไม่ใช่ จักวรรดิแต่เป็นลัทธิภายใต้การปกครองของจักวรรดินั้นๆ“

การหว่านเมล็ดพืชวงไปในพื้นดินสิ่งที่โตมาก็มาจากรากฐานของสิ่งนั้นๆ หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง แนวคิดการช่วยเหลือเพื่อ ”มนุษยชน“ เริ่มผลิดอกออกผลจากผลกระทบของหลายๆภาคส่วน เมื่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มถือกำเนิด และ เหล่าทาส บางส่วนที่ไม่สามารถยกระดับตัวเองให้พ้น หรือ เอาชีวิตในตลาด ณ ตอนนั้นได้

เมื่อรัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายทางการเงิน ผ่านระบบธนาคารกลางเพื่อมา subsidize รวมถึงเหล่าธนาคารที่พยายามสร้างธุรกิจที่เสกเงินขึ้นมาได้

สงครามโลกครั้งที่หนึ่งคือจุดเปลี่ยน เมื่อความขัดแย้งภายในประเทศและการดำเนินนโยบายของเหล่านายธนาคารผู้มั่งคั่ง ลงขันกันสนับสนุนการโค่นล้มกษัตริย์แห่งราชวงศ์โรมานอฟ และการรวมชาติแบบในปัจจุบันเริ่มต้นขึ้น

ประชาชนชาวปรัสเซีย และ ออสเตรีย-ฮังการี เริ่มแตกสลายกลายเป็นประเทศเล็กๆย่อยๆ อย่างที่เราเห็นในทุกวัน และ ทุกที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการสร้างชาติแบบที่เราเห็น

”Modern State” หรือ “รัฐชาติสมัยใหม่”

จุดกำเนิดที่ดูสวยหรูและดูดี ผ่านอุดมการณ์ “เพื่อคนในประเทศ” และผู้ปกครองระยะสั้นผ่านระบบการจัดสรรค์ผู้นำสมัยใหม่ “ประชาธิปไตย” การหลอกลวงได้เริ่มต้นขึ้นในยุโรป ขณะที่ประชาชนชาวรัสเซียเผชิญหายนะที่ร้ายแรงกว่านั้นจากวลาดิเมีย เลนิน ที่ถูกยกย่องจากกลุ่มผู้สนับสนุนจนนำไปสู่เผด็จการทางสังคมและเศรษฐกิจ

เพราะนักปกครองที่ขึ้นมาไม่ใช่ผู้ปกครอง แต่เป็นเพียงนักการเมือง

สภาวะสุญญากาศและเรื่องราวของความเป็น “มนุษย์” ผ่านทางศาสนาที่มีเทพเจ้าองค์เดียว เศรษฐกิจที่ควบคุมโดยรัฐ และ มนุษย์ผู้เกิดมาภายใต้ความอ่อนแอจำเป็นต้องหาทางดิ้นรน ซึ่งระดับชั้นทางสังคมสามารถกำหนดให้พวกเค้าเป็นได้มากที่สุดแค่เพียงพ่อค้า หรือ นักธุรกิจ

ทางด้านสหภาพโซเวียดชนชั้นนายทุนเกือบ 90% ถูกกวาดล้างไปจนหมด เหลือแต่ผู้ที่ไม่สร้างประโยชน์ให้กับประเทศ และสิ่งที่ คาร์ล มาร์กซ์ทำนายไว้ได้เกิดขึ้นในด้าน การลดทอนคุณค่าของชนชั้นนายทุน มีเพียงข้าราชการและแรงงาน ซึ่งเหล่าข้าราชการก็มิสามารถสร้างการผลิตที่ดีได้ เช่นเดียวกันเหล่าแรงวานก็ไม่สามารถยกระดับความเป็นอยู่ได้จากศีลธรรมในช่วง 10 ปีให้หลังจากการปฏิวัติ และอุดมการณ์ทั้งหลายก็เกิดเป็นเพียงความฝัน…

เสรีภาพจงเจริญ.

กำลังดูซีรีย์ที่คิเว่าน่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับเรื่อง Dark ได้ เรื่อง 3Bodyproblem เรานึกว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์แบบเน้นๆงงๆผสมกาวนิดๆ เปิดมาแมร่งล่อฉากสมัยคอมมิวนิสจีนปฎิวัติละถ่ายทอดถึงความโหดร้ายของคอมมิวนิสจีนก่อนเลย 5555 เมกามรึงก็ใช้สื่อแบบโจมตีอีกฝั่งได้เชี่ยมาก การเมืองมีอยู่ทุกที่.

โชว์เนื้อ! โชว์ไข่ ถ้าใครหลับตาฟังไม่ดูภาพนี่ลามกแน่นอน อิอิ

Replying to Avatar BossMan

เห็นช่วงนี้เรื่อง Work Life Blance ตาม Mediastream Social Media กำลังเกิดเป็นที่ถกเถียงกันเอาจริงๆมันไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่เลยถ้าใครเคยอ่านหนังสือพ่อสอนลูกรวยโรเบิร์ตคิโยซากิพูดเอาไว้ชัดเจนว่า ชีวิตเรามีงานอยู่แค่2ประเภท คือ "งานที่เราชอบ" กับ "งานที่เราไม่ชอบ" ตอนนี้คุณกำลังทำงานประเภทไหนอยู่ความจริงแนวคิดเรื่องนี้ขัดกับหลักการเงินเรื่อง Passive Income มากผมคือคนหนึ่งไม่เชื่อเรื่อง Passive Income อยู่เฉยๆแล้วมันจะมีรายได้ไงวะ 555 บางคนอาจบอก อสังหาปล่อยเช่าไงเก็บค่าเช่า เออก็ดีนะแล้วถ้าสมมุติคนเช่าไม่จ่ายค่าเช่าละเบี้ยวละจะทำยังไงเห็นไหมคุณก็ต้องใช้แรงหรือใช้สมองคิดหาวิธีอยู่ดี ต่อให้คุณจะคิดค้นระบบที่ดีที่สุดออกมาได้แต่อย่าลืมว่าระบบนั้นที่คุณคิดขึ้นมันคือตัวแทนของแรงและเวลาที่คุณทุ่มเทคิดหนักและใส่ลงไปเห็นไหนไหมสุดท้ายผมก็ยังไม่เชื่อว่า Passive Income มันจะทำได้จริงๆละนะแต่จะถ้าจะบอกว่าหาข้อได้เปรียบในเรื่องที่แต่ละคนถนัดทำให้ต้นทุนของแรงและเวลาที่ทุกคนใส่ลงไปมันคุ้มค่าจนแรงและเวลามันล้นเกินออกมาผมเรียกสิ่งนั้นว่า Income เช่นคุณอาจจะทำงานบางอย่างที่คนทั่วไปคนส่วนใหญ่ใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่คุณทำเสร็จก่อนคนอื่นและมีคุณภาพเท่ากันโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจะเห็นได้ว่า อีก 8 ชั่วโมงของคุณคือกำไรเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอาชีพเดียวกัน กลับมาประเด็นเรื่อง Work Life Balance ถ้าผมทำงานที่ผมรักแล้วมีความสุขคำถามคือทำไมผมต้องให้คนอื่นทำ? ยกตัวอย่าง Studio Ghibil ถ้าผมเป็นปู่มิยาซากิ แม้จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมจะทำแล้ววางมือ แต่สุดท้ายท้ายสุดผมก็กลับมาสร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอยู่ดี สิ่งนี้แหละผมเรียกว่า งานที่เราชอบ กลับไปที่คำถามแรกวันนี้คุณรู้ตัวเองรึป่าวว่าคุณอยู่จุดไหนกำลังทำอะไรอยู่ งานที่คุณทำคืองานที่คุณไม่ชอบ หรืองานที่คุณชอบ ผมเชื่อว่าสุดท้ายท้ายสุดหากเรากำลังทำงานหรือสิ่งที่เราไม่ชอบ เราจะวิ่งเข้าไปหาสิ่งที่เราชอบเสมอไม่ใช่เพราะเราทำมันได้แย่หรือมีใครบอกว่าเราทำมันได้ดีแต่สิ่งที่เราวิ่งไปมันคือสิ่งที่เราชอบและเราต้องการแค่นั้นเอง #Siamstr

่ปู่มิยาซากิ บอกจะวางมือนานละแต่เอาไปมากลับมาทำต่ออีก 2-3 เรื่ิองเลยมั้ง ไฟยังแรงตลอดเวลา เรื่องล่าสุดได้ออสก้าด้วย

Replying to Avatar BossMan

เห็นช่วงนี้เรื่อง Work Life Blance ตาม Mediastream Social Media กำลังเกิดเป็นที่ถกเถียงกันเอาจริงๆมันไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่เลยถ้าใครเคยอ่านหนังสือพ่อสอนลูกรวยโรเบิร์ตคิโยซากิพูดเอาไว้ชัดเจนว่า ชีวิตเรามีงานอยู่แค่2ประเภท คือ "งานที่เราชอบ" กับ "งานที่เราไม่ชอบ" ตอนนี้คุณกำลังทำงานประเภทไหนอยู่ความจริงแนวคิดเรื่องนี้ขัดกับหลักการเงินเรื่อง Passive Income มากผมคือคนหนึ่งไม่เชื่อเรื่อง Passive Income อยู่เฉยๆแล้วมันจะมีรายได้ไงวะ 555 บางคนอาจบอก อสังหาปล่อยเช่าไงเก็บค่าเช่า เออก็ดีนะแล้วถ้าสมมุติคนเช่าไม่จ่ายค่าเช่าละเบี้ยวละจะทำยังไงเห็นไหมคุณก็ต้องใช้แรงหรือใช้สมองคิดหาวิธีอยู่ดี ต่อให้คุณจะคิดค้นระบบที่ดีที่สุดออกมาได้แต่อย่าลืมว่าระบบนั้นที่คุณคิดขึ้นมันคือตัวแทนของแรงและเวลาที่คุณทุ่มเทคิดหนักและใส่ลงไปเห็นไหนไหมสุดท้ายผมก็ยังไม่เชื่อว่า Passive Income มันจะทำได้จริงๆละนะแต่จะถ้าจะบอกว่าหาข้อได้เปรียบในเรื่องที่แต่ละคนถนัดทำให้ต้นทุนของแรงและเวลาที่ทุกคนใส่ลงไปมันคุ้มค่าจนแรงและเวลามันล้นเกินออกมาผมเรียกสิ่งนั้นว่า Income เช่นคุณอาจจะทำงานบางอย่างที่คนทั่วไปคนส่วนใหญ่ใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่คุณทำเสร็จก่อนคนอื่นและมีคุณภาพเท่ากันโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจะเห็นได้ว่า อีก 8 ชั่วโมงของคุณคือกำไรเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอาชีพเดียวกัน กลับมาประเด็นเรื่อง Work Life Balance ถ้าผมทำงานที่ผมรักแล้วมีความสุขคำถามคือทำไมผมต้องให้คนอื่นทำ? ยกตัวอย่าง Studio Ghibil ถ้าผมเป็นปู่มิยาซากิ แม้จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมจะทำแล้ววางมือ แต่สุดท้ายท้ายสุดผมก็กลับมาสร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอยู่ดี สิ่งนี้แหละผมเรียกว่า งานที่เราชอบ กลับไปที่คำถามแรกวันนี้คุณรู้ตัวเองรึป่าวว่าคุณอยู่จุดไหนกำลังทำอะไรอยู่ งานที่คุณทำคืองานที่คุณไม่ชอบ หรืองานที่คุณชอบ ผมเชื่อว่าสุดท้ายท้ายสุดหากเรากำลังทำงานหรือสิ่งที่เราไม่ชอบ เราจะวิ่งเข้าไปหาสิ่งที่เราชอบเสมอไม่ใช่เพราะเราทำมันได้แย่หรือมีใครบอกว่าเราทำมันได้ดีแต่สิ่งที่เราวิ่งไปมันคือสิ่งที่เราชอบและเราต้องการแค่นั้นเอง #Siamstr

น้านูญ ทำงานพากย์มาตั้งแต่ผมยังไม่เกิดได้ละมั้ง

https://youtu.be/cG3JylMxbsw?si=2_oJ9WNv4GbEOxpj

Replying to Avatar BossMan

เห็นช่วงนี้เรื่อง Work Life Blance ตาม Mediastream Social Media กำลังเกิดเป็นที่ถกเถียงกันเอาจริงๆมันไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่เลยถ้าใครเคยอ่านหนังสือพ่อสอนลูกรวยโรเบิร์ตคิโยซากิพูดเอาไว้ชัดเจนว่า ชีวิตเรามีงานอยู่แค่2ประเภท คือ "งานที่เราชอบ" กับ "งานที่เราไม่ชอบ" ตอนนี้คุณกำลังทำงานประเภทไหนอยู่ความจริงแนวคิดเรื่องนี้ขัดกับหลักการเงินเรื่อง Passive Income มากผมคือคนหนึ่งไม่เชื่อเรื่อง Passive Income อยู่เฉยๆแล้วมันจะมีรายได้ไงวะ 555 บางคนอาจบอก อสังหาปล่อยเช่าไงเก็บค่าเช่า เออก็ดีนะแล้วถ้าสมมุติคนเช่าไม่จ่ายค่าเช่าละเบี้ยวละจะทำยังไงเห็นไหมคุณก็ต้องใช้แรงหรือใช้สมองคิดหาวิธีอยู่ดี ต่อให้คุณจะคิดค้นระบบที่ดีที่สุดออกมาได้แต่อย่าลืมว่าระบบนั้นที่คุณคิดขึ้นมันคือตัวแทนของแรงและเวลาที่คุณทุ่มเทคิดหนักและใส่ลงไปเห็นไหนไหมสุดท้ายผมก็ยังไม่เชื่อว่า Passive Income มันจะทำได้จริงๆละนะแต่จะถ้าจะบอกว่าหาข้อได้เปรียบในเรื่องที่แต่ละคนถนัดทำให้ต้นทุนของแรงและเวลาที่ทุกคนใส่ลงไปมันคุ้มค่าจนแรงและเวลามันล้นเกินออกมาผมเรียกสิ่งนั้นว่า Income เช่นคุณอาจจะทำงานบางอย่างที่คนทั่วไปคนส่วนใหญ่ใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่คุณทำเสร็จก่อนคนอื่นและมีคุณภาพเท่ากันโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจะเห็นได้ว่า อีก 8 ชั่วโมงของคุณคือกำไรเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอาชีพเดียวกัน กลับมาประเด็นเรื่อง Work Life Balance ถ้าผมทำงานที่ผมรักแล้วมีความสุขคำถามคือทำไมผมต้องให้คนอื่นทำ? ยกตัวอย่าง Studio Ghibil ถ้าผมเป็นปู่มิยาซากิ แม้จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมจะทำแล้ววางมือ แต่สุดท้ายท้ายสุดผมก็กลับมาสร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอยู่ดี สิ่งนี้แหละผมเรียกว่า งานที่เราชอบ กลับไปที่คำถามแรกวันนี้คุณรู้ตัวเองรึป่าวว่าคุณอยู่จุดไหนกำลังทำอะไรอยู่ งานที่คุณทำคืองานที่คุณไม่ชอบ หรืองานที่คุณชอบ ผมเชื่อว่าสุดท้ายท้ายสุดหากเรากำลังทำงานหรือสิ่งที่เราไม่ชอบ เราจะวิ่งเข้าไปหาสิ่งที่เราชอบเสมอไม่ใช่เพราะเราทำมันได้แย่หรือมีใครบอกว่าเราทำมันได้ดีแต่สิ่งที่เราวิ่งไปมันคือสิ่งที่เราชอบและเราต้องการแค่นั้นเอง #Siamstr

น้ามนูญ นักพากย์เสียงไทย เป็นตัวอย่างที่ดีในกรณีนี้แก่พากย์เสียงการ์ตูนจนคนฮิตติดหู และหลายคนยอมรับว่าแก่ pro ด้านนี้มากแต่แก่เลิกพากย์เพราะว่าอาชีพนักพากย์ไม่ใช่ความฝันครับ หรืองานที่ทำได้ดีไม่เท่ากับงานที่แก่ชอบครับ ซึ่งเอาจริงๆผมก็คือคนหนึ่งที่เสียดาย

เห็นช่วงนี้เรื่อง Work Life Blance ตาม Mediastream Social Media กำลังเกิดเป็นที่ถกเถียงกันเอาจริงๆมันไม่ใช่เรื่องอะไรใหม่เลยถ้าใครเคยอ่านหนังสือพ่อสอนลูกรวยโรเบิร์ตคิโยซากิพูดเอาไว้ชัดเจนว่า ชีวิตเรามีงานอยู่แค่2ประเภท คือ "งานที่เราชอบ" กับ "งานที่เราไม่ชอบ" ตอนนี้คุณกำลังทำงานประเภทไหนอยู่ความจริงแนวคิดเรื่องนี้ขัดกับหลักการเงินเรื่อง Passive Income มากผมคือคนหนึ่งไม่เชื่อเรื่อง Passive Income อยู่เฉยๆแล้วมันจะมีรายได้ไงวะ 555 บางคนอาจบอก อสังหาปล่อยเช่าไงเก็บค่าเช่า เออก็ดีนะแล้วถ้าสมมุติคนเช่าไม่จ่ายค่าเช่าละเบี้ยวละจะทำยังไงเห็นไหมคุณก็ต้องใช้แรงหรือใช้สมองคิดหาวิธีอยู่ดี ต่อให้คุณจะคิดค้นระบบที่ดีที่สุดออกมาได้แต่อย่าลืมว่าระบบนั้นที่คุณคิดขึ้นมันคือตัวแทนของแรงและเวลาที่คุณทุ่มเทคิดหนักและใส่ลงไปเห็นไหนไหมสุดท้ายผมก็ยังไม่เชื่อว่า Passive Income มันจะทำได้จริงๆละนะแต่จะถ้าจะบอกว่าหาข้อได้เปรียบในเรื่องที่แต่ละคนถนัดทำให้ต้นทุนของแรงและเวลาที่ทุกคนใส่ลงไปมันคุ้มค่าจนแรงและเวลามันล้นเกินออกมาผมเรียกสิ่งนั้นว่า Income เช่นคุณอาจจะทำงานบางอย่างที่คนทั่วไปคนส่วนใหญ่ใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่คุณทำเสร็จก่อนคนอื่นและมีคุณภาพเท่ากันโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงจะเห็นได้ว่า อีก 8 ชั่วโมงของคุณคือกำไรเมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในอาชีพเดียวกัน กลับมาประเด็นเรื่อง Work Life Balance ถ้าผมทำงานที่ผมรักแล้วมีความสุขคำถามคือทำไมผมต้องให้คนอื่นทำ? ยกตัวอย่าง Studio Ghibil ถ้าผมเป็นปู่มิยาซากิ แม้จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมจะทำแล้ววางมือ แต่สุดท้ายท้ายสุดผมก็กลับมาสร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอยู่ดี สิ่งนี้แหละผมเรียกว่า งานที่เราชอบ กลับไปที่คำถามแรกวันนี้คุณรู้ตัวเองรึป่าวว่าคุณอยู่จุดไหนกำลังทำอะไรอยู่ งานที่คุณทำคืองานที่คุณไม่ชอบ หรืองานที่คุณชอบ ผมเชื่อว่าสุดท้ายท้ายสุดหากเรากำลังทำงานหรือสิ่งที่เราไม่ชอบ เราจะวิ่งเข้าไปหาสิ่งที่เราชอบเสมอไม่ใช่เพราะเราทำมันได้แย่หรือมีใครบอกว่าเราทำมันได้ดีแต่สิ่งที่เราวิ่งไปมันคือสิ่งที่เราชอบและเราต้องการแค่นั้นเอง #Siamstr

นั่นนะสิ เหทือนยังไม่เคลียร์ยังไงไม่รู้สิ 55 บอกไม่ถูก

#Siamstr ใครว่างๆมาฟังกันได้นะครับ

กินอีกเยอะๆครับ 🍗 พี่ตั้มน้อยไปอิอิ

อ.ลอย + หมอป๊อบ

Live นี้น่าสนใจดีนิ

#Siamstr