Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)
Replying to Deleted Account

ความคิดเห็นส่วนตัวของผมสำหรับ "Fiat Food" ถึงแม้มันจะพาเราไปสู่ NCDs

แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า อาหารรอบตัวเรา ก็เต็มไปด้วยของพวกนี้ ช่วงแรกๆ

ผมก็ไม่ทานพวกที่เป็น fiat เลย แต่หลังๆมาก็มีทานบ้าง แต่จะเน้นทานของที่

มาจากธรรมชาติเป็นหลัก ผมลองมาสังเกตุ กรรมกรดู เขาก็กินตามมีตามเกิดเขา

แต่เขาก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร ทำให้ผมคิดได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ความ

พอใจของเรา ถ้าเราพอใจที่จะกิน เราก็แค่รับผลของมันให้ได้แค่นั้น พอผมลอง

ศึกษาเข้าไปลึกๆแล้ว ไม่ว่าอาหารอะไรก็ไม่ปลอดภัย 100% หรอกครับ

ไม่ว่าจะสาย Keto Low carb หรือ Vegan plant base มันก็มีข้อเสียของมันอยู่

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ มันอยู่ที่การใช้ชีวิตของคุณด้วย ว่าคุณใช้ชีวิตแบบไหน

ถ้าคุณไม่ได้เลี้ยงเอง ปลูกเอง คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า มันปลอดภัยสำหรับคุณจริงๆ

การทานอาหารก็เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของการที่จะมีสุขภาพที่ดี ผมมองว่ารูปแบบ

การใช้ชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราก็แค่ทานให้เหมาะกับเราก็พอ

#Siamstr

ไข่เป็นอาหารที่หาซื้อได้ง่าย สุดครับ

แต่คนเรามีความเชื่อว่ากินเยอะไม่ดี

Crisco จุดเริ่มต้นของน้ำมัน(จากเมล็ด)พืช

บทความต้น https://mariamindbodyhealth.com/how-crisco-started/...

..

หนึ่งศตวรรษก่อน น้ำมันหมูอยู่ในตู้กับข้าวและหม้อทอดของชาวอเมริกันทุกที่ แต่ทุกวันนี้น้ำมันหมูเป็นเรื่องแย่

.

คำว่าน้ำมันหมูกลายเป็นคำที่เลวร้ายที่เกี่ยวข้องกับไขมันและคอเลสเตอรอล

.

เรื่องราวการเริ่มต้นของ Crisco เริ่มต้นก่อนสงครามกลางเมืองในอเมริกา เมื่อนักเคมีชาวเยอรมัน E. C. Kayser พัฒนาศาสตร์แห่งไฮโดรจิเนชันโดยการเติมอะตอมไฮโดรเจนลงในสายโซ่กรดไขมัน (โดยมีนิกเกิลออกไซด์เป็นตัวช่วย)...หรืออีกนัยหนึ่งคือ เขานำน้ำมันจากเมล็ดฝ้าย ( ซึ่งเป็นน้ำมันที่เหม็นหืนอยู่แล้วและมีสารอนุมูลอิสระเต็มไปหมด) แล้วเติมโลหะเข้าไปด้วย

.

กระบวนการนี้เปลี่ยนน้ำมันจากเมล็ดฝ้ายเหลวให้เป็นของแข็งที่มีลักษณะคล้ายน้ำมันหมู (เติมสีย้อมเข้มข้นเพื่อกำจัดสีเทาที่น่าเกลียด…ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนมากำจัดออกด้วยสารฟอกขาวแล้ว!) สารนี้ถูกซื้อโดย Proctor and Gamble (P&G)เพื่อใช้ทำสบู่และเทียน….มันไม่ได้ตั้งใจทำเพื่อบริโภค!

.

แต่ช่วงเวลานั้นช่างยากลำบาก Proctor และ Gamble ต้องการที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์นี้ "วางขายได้" มากขึ้น ดังนั้นเนื่องจากมันดูเหมือนน้ำมันหมู ทำไมไม่ขายมันเป็นทางเลือกที่ "ดีต่อสุขภาพ" และราคาของน้ำมันหมูก็เริ่มแพงขึ้น

.

Crisco ได้รับการแนะนำเป็นสารอาหารในปี พ.ศ. 2454 ช่วงเวลาที่ภรรยาอยู่บ้านและปรุงด้วยเนยและน้ำมันหมูปริมาณมาก Crisco ต้องการโน้มน้าวแม่บ้านเกี่ยวกับคุณธรรมของสิ่งที่เรียกว่า "อาหาร" แคมเปญโฆษณาแรกของ P&G แนะนำว่าเป็น "ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการปรุงอาหารด้วยไขมันสัตว์ - - และประหยัดกว่าเนย” ด้วยประโยคเดียว P&G สามารถเอาชนะคู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดสองราย ได้แก่ น้ำมันหมูและเนย Crisco ถูกวางตลาดว่าสะอาดกว่า มีสุขภาพดีกว่า ย่อยง่ายกว่า ราคาไม่แพงกว่า และ "ทันสมัย" มากกว่าน้ำมันหมู นิตยสารต่างๆ แสดงให้เห็นว่าแม่บ้านที่ใช้ Crisco นั้นเป็นภรรยาและแม่ที่ดีกว่า บ้านของพวกเขาไม่มีกลิ่นฉุนในการทำอาหาร และลูกๆ ของพวกเขาก็จะประพฤติตัวดีขึ้น

.

เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของตนวางตลาดได้มากขึ้น พวกเขาจึงตีพิมพ์และแจกตำราอาหาร มีทุกอย่างตั้งแต่ขนมปังและซุปไปจนถึงของหวาน และทุกสูตรอาหารก็มี Crisco ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขาเริ่มกำหนดเป้าหมายไปที่แม่บ้านชาวยิว เนื่องจากในทางเทคนิคแล้วมันเป็นอาหาร "โคเชอร์"(อาหารที่มีการทำและปรุงแต่งตามหลักชาวยิว) แต่ยังปรุงเหมือนเนยและสามารถใช้กับเนื้อสัตว์ได้ สิ่งนี้ดึงดูดความสนใจของชาวยิวและพวกเขาก็กระโดดเข้าสู่การโฆษณาอย่างรวดเร็ว

.

เพื่อให้เห็นอกเห็นใจ ไม่มีใครรู้ถึงผลที่ตามมาที่เป็นอันตรายของ Crisco ซึ่งเป็นน้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วน…หรือที่เรียกกันว่ากรดไขมันทรานส์นั้น ส่งผลเสียต่อเรา P&G ก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ในตอนแรก แต่เมื่อปัญหาเช่นมะเร็งที่เพิ่มขึ้น โรคหัวใจ ภาวะมีบุตรยาก การเจริญเติบโตและปัญหาการเรียนรู้เริ่มปรากฏขึ้น P&G ก็ทำงานเบื้องหลังเพื่อปกปิดปัญหาเหล่านั้น ดร. Fred Mattson ทำงานให้กับ P&G และอาจถูกตำหนิสำหรับความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าไขมันสัตว์ทำให้เกิดโรคหัวใจ อิทธิพลของเขาแข็งแกร่งมากจนเขาชักชวน สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา ( American Heart Association : AHA ) ให้ประกาศข่าวเท็จเรื่องสมมติฐานไขมัน นี่คือวิดีโอสั้น ๆ เพื่อช่วยอธิบายสิ่งต่าง ๆ เพิ่มเติม: BIG FAT LIES! (https://www.youtube.com/watch?v=v8WA5wcaHp4)

.

ก็ไม่รู้สินะ แต่ฉันคิดว่าเนยมีรสชาติดีกว่าอยู่ดี!

.

live ที่เกี่ยวข้อง IFF Talk #82 : Healthy Cooking Oil มีจริงหรือ

https://youtu.be/J-i5_jA_Wy4

.....................................................................

ข้อมูลสุขภาพดีๆที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

https://www.youtube.com/@fastingfatdentist (แบบปกติ)

https://rumble.com/c/AntiFiatDent (แบบ uncen )

.

หากสนใจวิธีการดูแลสุขภาพตามแบบ IFF ต้องการปรึกษาส่วนตัว inbox มาสอบถามนัดหมายที่เพจได้เลยครับ

.

#ความน่ากลัวในการดูแลสุขภาพคือการที่เชื่อโดยไม่มีความรู้ .

.

ช่องทางต่างๆในการติดตามและติดต่อหมออ้วน https://linktr.ee/fastingfatdentist

#fastingfatdentist

#หมอบ่นfiat

#healthstr

#health

#IFF

#nutrition

#fiat

#siamstrOG

#siamstr

#bitcoin

#siamesebitcoiners

หมอเอกกกลับมาแล้ว..

Replying to Avatar BossMan

อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

[คำอ่าน : อัด-โถ, อัด-ถัด-สะ, นัก-ขัด-ตัง, กิง, กะ-ริด-สัน-ติ, ตา-ระ-กา]

“ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้”

(ขุ.ชา.เอก. 27/16)

ผมตีความได้ว่า

กริสฺสนฺติ ตารกา. พระพุทธเจ้าได้ท้าทายความเชื่อเรื่องดวงดาวหรือโหราศาสตร์ ซึ่งยุคนั้นศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า, เทพ,ดวงดาว ต่างๆ ได้แก่ ศาสนาพรหม ฮินดู หลักคิดของฮินดูจะคล้ายๆกับแนวคิดของกรีกโบราณที่มีความเชื่อว่า เราเป็นแค่ฝุ่นที่ลอยเกาะอยู่บนผิวของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่กว่าเราในจักรวาล ดังนั้นการโคจรของดวงดาวย่อมมีผลต่อชีวิตเรา เช่น ทุกคนเกิดมาวันที่นี้ เวลานี้ ตรงกับแพทเทิลรูปแบบดวงดาวนี้ จะเป็นคนมีลักษณะนิสัยแบบนั้นแบบนี้ อีกไม่กี่วิหรือกี่นาทีต่อ มาถ้าคนเกิดพร้อมกันก็จะมีนิสัยต่างกันยกตัวอย่างเช่น แฝด หน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยไม่เหมือนกัน

แน่นอนว่าพระพุทธเจ้า ก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกทำนายด้วยเช่นกันของศาสตร์นี้ แต่พระพุทธเจ้าไม่เชื่อ

จึงท้าทายและมีทัศนคติ ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ดวงดาวแต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณอยากมีความรู้ก็ต้องหาความรู้ ไม่มีใครนั่งเทียนอยู่เฉยๆแล้วก็มีความรู้ขึ้นมาเลย เป็นต้น

แต่เอาจริงๆแนวคิดพึงพาตนเป็นหลักนี้ตามความคิดผม ผมองว่ามีผลในกรอบเวลาเล็กๆ แต่ในกรอบเวลาใหญ่ๆนั้นไม่มีผล ถ้าอยู่ๆมีดาวจากไหนไม่รู้พุ่งมาชนโลกนี่ผมว่าเราก็ทำอะไม่ได้นะ หรือ สมมุติว่าอยู่ๆพระอาทิตย์หายหรือดับไปเลยอันนี้ก็ยังมีผลต่อเรานะ

ดังนั้น ถ้าวิเคราะห์จริงๆ โหราศาสตร์กับแนวคิดของพระพุทธเจ้าผมมองว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน

แต่ใช้ในกรอบเวลาหรือวัตถุสิ่งของที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าวันหนึ่งมนุษย์พัฒนาตัวเองจนถึงขั้นจับดาวมาชนกันได้ หรือ เปลี่ยนวิถีวงโคจรของดาวใหญ่ๆได้

อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว เราอาจมีศักยภาพเหนือดวงดาวตามที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้

#GM ครับ #Siamstr

Ref. : https://www.jaisangma.com/buddhist-proverb-24/

Credit งานวาด FB : Om โอมรัชเวทย์ Style

อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

[คำอ่าน : อัด-โถ, อัด-ถัด-สะ, นัก-ขัด-ตัง, กิง, กะ-ริด-สัน-ติ, ตา-ระ-กา]

“ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้”

(ขุ.ชา.เอก. 27/16)

ผมตีความได้ว่า

กริสฺสนฺติ ตารกา. พระพุทธเจ้าได้ท้าทายความเชื่อเรื่องดวงดาวหรือโหราศาสตร์ ซึ่งยุคนั้นศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า, เทพ,ดวงดาว ต่างๆ ได้แก่ ศาสนาพรหม ฮินดู หลักคิดของฮินดูจะคล้ายๆกับแนวคิดของกรีกโบราณที่มีความเชื่อว่า เราเป็นแค่ฝุ่นที่ลอยเกาะอยู่บนผิวของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่กว่าเราในจักรวาล ดังนั้นการโคจรของดวงดาวย่อมมีผลต่อชีวิตเรา เช่น ทุกคนเกิดมาวันที่นี้ เวลานี้ ตรงกับแพทเทิลรูปแบบดวงดาวนี้ จะเป็นคนมีลักษณะนิสัยแบบนั้นแบบนี้ อีกไม่กี่วิหรือกี่นาทีต่อ มาถ้าคนเกิดพร้อมกันก็จะมีนิสัยต่างกันยกตัวอย่างเช่น แฝด หน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยไม่เหมือนกัน

แน่นอนว่าพระพุทธเจ้า ก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกทำนายด้วยเช่นกันของศาสตร์นี้ แต่พระพุทธเจ้าไม่เชื่อ

จึงท้าทายและมีทัศนคติ ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ดวงดาวแต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณอยากมีความรู้ก็ต้องหาความรู้ ไม่มีใครนั่งเทียนอยู่เฉยๆแล้วก็มีความรู้ขึ้นมาเลย เป็นต้น

แต่เอาจริงๆแนวคิดพึงพาตนเป็นหลักนี้ตามความคิดผม ผมองว่ามีผลในกรอบเวลาเล็กๆ แต่ในกรอบเวลาใหญ่ๆนั้นไม่มีผล ถ้าอยู่ๆมีดาวจากไหนไม่รู้พุ่งมาชนโลกนี่ผมว่าเราก็ทำอะไม่ได้นะ หรือ สมมุติว่าอยู่ๆพระอาทิตย์หายหรือดับไปเลยอันนี้ก็ยังมีผลต่อเรานะ

ดังนั้น ถ้าวิเคราะห์จริงๆ โหราศาสตร์กับแนวคิดของพระพุทธเจ้าผมมองว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน

แต่ใช้ในกรอบเวลาหรือวัตถุสิ่งของที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าวันหนึ่งมนุษย์พัฒนาตัวเองจนถึงขั้นจับดาวมาชนกันได้ หรือ เปลี่ยนวิถีวงโคจรของดาวใหญ่ๆได้

อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว เราอาจมีศักยภาพเหนือดวงดาวตามที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้

Replying to Avatar BossMan

อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

[คำอ่าน : อัด-โถ, อัด-ถัด-สะ, นัก-ขัด-ตัง, กิง, กะ-ริด-สัน-ติ, ตา-ระ-กา]

“ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้”

(ขุ.ชา.เอก. 27/16)

ผมตีความได้ว่า

กริสฺสนฺติ ตารกา. พระพุทธเจ้าได้ท้าทายความเชื่อเรื่องดวงดาวหรือโหราศาสตร์ ซึ่งยุคนั้นศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า, เทพ,ดวงดาว ต่างๆ ได้แก่ ศาสนาพรหม ฮินดู หลักคิดของฮินดูจะคล้ายๆกับแนวคิดของกรีกโบราณที่มีความเชื่อว่า เราเป็นแค่ฝุ่นที่ลอยเกาะอยู่บนผิวของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่กว่าเราในจักรวาล ดังนั้นการโคจรของดวงดาวย่อมมีผลต่อชีวิตเรา เช่น ทุกคนเกิดมาวันที่นี้ เวลานี้ ตรงกับแพทเทิลรูปแบบดวงดาวนี้ จะเป็นคนมีลักษณะนิสัยแบบนั้นแบบนี้ อีกไม่กี่วิหรือกี่นาทีต่อ มาถ้าคนเกิดพร้อมกันก็จะมีนิสัยต่างกันยกตัวอย่างเช่น แฝด หน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยไม่เหมือนกัน

แน่นอนว่าพระพุทธเจ้า ก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกทำนายด้วยเช่นกันของศาสตร์นี้ แต่พระพุทธเจ้าไม่เชื่อ

จึงท้าทายและมีทัศนคติ ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ดวงดาวแต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณอยากมีความรู้ก็ต้องหาความรู้ ไม่มีใครนั่งเทียนอยู่เฉยๆแล้วก็มีความรู้ขึ้นมาเลย เป็นต้น

แต่เอาจริงๆแนวคิดพึงพาตนเป็นหลักนี้ตามความคิดผม ผมองว่ามีผลในกรอบเวลาเล็กๆ แต่ในกรอบเวลาใหญ่ๆนั้นไม่มีผล ถ้าอยู่ๆมีดาวจากไหนไม่รู้พุ่งมาชนโลกนี่ผมว่าเราก็ทำอะไม่ได้นะ หรือ สมมุติว่าอยู่ๆพระอาทิตย์หายหรือดับไปเลยอันนี้ก็ยังมีผลต่อเรานะ

ดังนั้น ถ้าวิเคราะห์จริงๆ โหราศาสตร์กับแนวคิดของพระพุทธเจ้าผมมองว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน

แต่ใช้ในกรอบเวลาหรือวัตถุสิ่งของที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าวันหนึ่งมนุษย์พัฒนาตัวเองจนถึงขั้นจับดาวมาชนกันได้ หรือ เปลี่ยนวิถีวงโคจรของดาวใหญ่ๆได้

อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว เราอาจมีศักยภาพเหนือดวงดาวตามที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้

#GM ครับ #Siamstr

Ref. : https://www.jaisangma.com/buddhist-proverb-24/

Credit งานวาด FB : Om โอมรัชเวทย์ Style

ซวยละรูปไม่ขึ้น 555

อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ กึ กริสฺสนฺติ ตารกา.

[คำอ่าน : อัด-โถ, อัด-ถัด-สะ, นัก-ขัด-ตัง, กิง, กะ-ริด-สัน-ติ, ตา-ระ-กา]

“ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้”

(ขุ.ชา.เอก. 27/16)

ผมตีความได้ว่า

กริสฺสนฺติ ตารกา. พระพุทธเจ้าได้ท้าทายความเชื่อเรื่องดวงดาวหรือโหราศาสตร์ ซึ่งยุคนั้นศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า, เทพ,ดวงดาว ต่างๆ ได้แก่ ศาสนาพรหม ฮินดู หลักคิดของฮินดูจะคล้ายๆกับแนวคิดของกรีกโบราณที่มีความเชื่อว่า เราเป็นแค่ฝุ่นที่ลอยเกาะอยู่บนผิวของดวงดาวที่ยิ่งใหญ่กว่าเราในจักรวาล ดังนั้นการโคจรของดวงดาวย่อมมีผลต่อชีวิตเรา เช่น ทุกคนเกิดมาวันที่นี้ เวลานี้ ตรงกับแพทเทิลรูปแบบดวงดาวนี้ จะเป็นคนมีลักษณะนิสัยแบบนั้นแบบนี้ อีกไม่กี่วิหรือกี่นาทีต่อ มาถ้าคนเกิดพร้อมกันก็จะมีนิสัยต่างกันยกตัวอย่างเช่น แฝด หน้าตาเหมือนกันแต่นิสัยไม่เหมือนกัน

แน่นอนว่าพระพุทธเจ้า ก็เป็นหนึ่งคนที่ถูกทำนายด้วยเช่นกันของศาสตร์นี้ แต่พระพุทธเจ้าไม่เชื่อ

จึงท้าทายและมีทัศนคติ ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ดวงดาวแต่ขึ้นอยู่กับตัวเรา

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น ถ้าคุณอยากมีความรู้ก็ต้องหาความรู้ ไม่มีใครนั่งเทียนอยู่เฉยๆแล้วก็มีความรู้ขึ้นมาเลย เป็นต้น

แต่เอาจริงๆแนวคิดพึงพาตนเป็นหลักนี้ตามความคิดผม ผมองว่ามีผลในกรอบเวลาเล็กๆ แต่ในกรอบเวลาใหญ่ๆนั้นไม่มีผล ถ้าอยู่ๆมีดาวจากไหนไม่รู้พุ่งมาชนโลกนี่ผมว่าเราก็ทำอะไม่ได้นะ หรือ สมมุติว่าอยู่ๆพระอาทิตย์หายหรือดับไปเลยอันนี้ก็ยังมีผลต่อเรานะ

ดังนั้น ถ้าวิเคราะห์จริงๆ โหราศาสตร์กับแนวคิดของพระพุทธเจ้าผมมองว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน

แต่ใช้ในกรอบเวลาหรือวัตถุสิ่งของที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าวันหนึ่งมนุษย์พัฒนาตัวเองจนถึงขั้นจับดาวมาชนกันได้ หรือ เปลี่ยนวิถีวงโคจรของดาวใหญ่ๆได้

อันนี้ก็น่าคิดเหมือนกันว่าแท้จริงแล้ว เราอาจมีศักยภาพเหนือดวงดาวตามที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้

#GM ครับ #Siamstr

Ref. : https://www.jaisangma.com/buddhist-proverb-24/

Credit งานวาด FB : Om โอมรัชเวทย์ Style

Replying to Avatar SOUP

ภาพวาด "The Right Shift" ไม่ได้เป็นเพียงภาพวาดที่นำมาแขวนบนผนังไว้เฉยๆ เท่านั้น แต่มันคือภาพสะท้อนความทรงจำอันล้ำค่าตลอดการเดินทางของ #สภายาส้ม ตั้งแต่ EP1 จนถึง EP40 ล่าสุดที่ผ่านมา มันคือสัญลักษณ์ของมิตรภาพ ความเชื่อใจ และความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างผม ทีม Right Shift และเพื่อนๆ บิตคอยเนอร์ทุกคน

ผมจำได้ไม่ลืม ถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2023 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รายการสภายาส้ม เข้าสู่ EP ที่ 8 (ประมาณ 9 เดือนที่ผ่านมา) และผมเห็นภาพวาดนี้บนทุ่งม่วงมันตื่นเต้นมาก แบบว่า "เฮ้ยมีคนวาดภาพพวกเราด้วย" ทุกคนใน Right Shift ตื่นเต้นกันหมดเลย นับเป็นช่วงเวลาที่พิเศษและน่าจดจำมากๆ กับการเดินทางของรายการสภายาส้ม จนกระทั่งถึงวันงาน Bitcoin Halving ที่ผ่านมา คุณ isitwhatiwanttodo ได้นำรูปต้นฉบับมาประมูลเพื่อเป็นที่ระลึก ซึ่งผมชนะการประมูลถึงแม้ราคาประมูลจะไม่ได้สูงมาก แต่มูลค่าที่แท้จริงของ "The Right Shift" สำหรับผมประเมินค่าไม่ได้จริงๆ

.

ผมมองว่ารูปวาดนี้เป็นเหมือนตัวแทนของความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของชาวบิตคอยเนอร์ที่ต้องการเห็นโลกที่ผู้คนมีอิสระอย่างแท้จริง กับการมีเงินที่เป็นของเราจริงๆ มันคือเครื่องเตือนใจว่าเราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่ยังมีพวกบิตคอยเนอร์บ้าๆ แบบพวกเรานี่แหละ 55555 ที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกันเสมอ

.

ขอบคุณ คุณ isitwhatiwanttodo มากๆ ครับ ที่นำภาพวาดนี้มาประมูล และขอบคุณเพื่อนๆ บิตคอยเนอร์ทุกคนที่ร่วมกันสร้างความทรงจำอันล้ำค่านี้ด้วยกัน

#Siamstr #RightShift

แรร์เลยครับ

Replying to Avatar chontit

GM #siamstr #ทีมตรู่ 🌅

สอนทำ Flash Drive สำหรับไว้ Sign Transaction บิตคอยน์แบบ Highly Secure Device พร้อมกับแนะนำการสร้าง Single/Multi Signature Wallet แบบจับมือทำ !!! 👋

คลิปนี้เหมาะกับใคร?

- ผู้ที่ยังไม่มี Hardware Wallet แต่อยากจะสร้าง Software Wallet ไว้สำหรับเก็บและใช้งานบิตคอยน์บ่อย ๆ (ถ้าจะเก็บอย่างเดียว วิธีการตามคลิปนี้ก็ไม่จำเป็น)

- ผู้ที่มี Hardware Wallet แล้วอย่างน้อย 1 อัน แต่อยากสร้างเป็น Multisig Wallet โดยการใช้ Hardware Wallet 1 อัน + Software Wallet 2 อัน และบันทึกไฟล์ Sparrow Wallet Database ไว้สำหรับ Sign Transaction (หรือผู้ที่ใช้งานบิตคอยน์นั่นเอง)

- ผู้ที่อยากลองเล่นอะไรใหม่ ๆ หรือทำความเข้าใจระบบใหม่ ๆ

เลือกหัวข้อรับชมได้ด้วยนะ 😉

00:00 - เกริ่นนำ

01:12 - เริ่มต้นทำ Flashdrive Tails OS Bootable

05:27 - เริ่มบูตเข้า Tails OS

07:03 - แนะนำการสร้าง Encrypted Drive (LUKS version 2)

12:17 - เริ่มต้นทำ Software Bitcoin Wallet!!! (แบบ 1 คีย์ หรือSingle Signature)

34:31 - แนะนำการทำ Bitcoin Multi-signature Wallet !!!

53:40 - การนำ xpub มาสร้างเป็น Watch-only wallet บนระบบปฏิบัติการ Windows (สำหรับไว้สร้าง Bitcoin Receiver Address, สร้างธุกรรม และประกาศธุรกรรม)

59:43 - แนะนำการสร้าง Bitcoin Transaction แบบ Partially signed bitcoin transactions (PSBT) จากนั้นนำไป Sign Signature ผ่าน Sparrow บน Tails OS และนำมาประกาศธุรกรรม (Broadcast Transaction) บน Sparrow Wallet ที่เชื่อมต่อกับ Bitcoin Node

https://youtu.be/4tiTfNmeNDs

ลองทำคลิปที่คิดว่าง่าย ๆ พอได้ลองทำจริง อห. (โอ้โหนั่นแหละ) เลย ... คลิปยาว 1 ชั่วโมง อัดไฟล์ดิบ 3 ชั่วโมง และใช้เวลา Post Production อีก 2 วันเต็ม ๆ 😴

ปล.ผมยังไม่ได้ลองนั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบอีกรอบเลยครับ มันนานเกิน 55555 หากมีจุดใดไม่เหมาะสมขออภัยมา ณ โอกาสนี้ครับ 😄

เห็นพี่เอ็มบ่นเรื่อง อะไรไม่รู้อะ ผมช่วยแชร์

ผม BookMark ไว้สมัยเข้าทุ่งมาใหม่ 555

❤️✌️😎🫰 #Siamstr

nostr:nevent1qqsqn7amn6tnv5hvux68ey8z55lc3q52uan6zlurqr0fvvlxjg6y9kgpr3mhxue69uhkummnw3ez6vp39eukz6mfdphkumn99e3k7mgzyqdtcsx9nvwj9qc5ftavgevu8kalcxsmyedtnm889zs2znrv6c8yzqcyqqqqqqgj5tx7q

ขอ 1 โพสละผมจะไม่เอาหน้าแก่มาแปะทุ่งม่วงอีกสัญญา 555

เห็นมีคนบอกว่า บางคนรู้จัก Bitcoin แล้วอยู่ๆก็มีความรู้นูนนี่นั่นมากขึ้นนี่ ผมเข้าใจว่าคนเขามีการศึกษามีการพัฒนาตัวเองนะครับ อันนี้ไม่แปลก

มนุษย์เราไม่จำเป็นต้องโง่ตลอดเวลานะครับ

มันก็ต้องพัฒนาตัวเองอะถูกแล้ว

อันนี้ผมให้ดูตัวอย่างว่า คนไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับ Bitcoin เลย ก็วิจารณ์ Lightning Networkได้

มาด่ามันด้วยนะครับ อย่าแซะแต่พวกเดียวกันนะ. จุฟๆ ❤️ #Siamstr

วิธีดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด คือวิธีที่คนไข้ปฎิบัติตามแล้วได้ประโยชน์สูงสุด คนอื่นว่าไงผมไม่รู้แต่ ณ เวลานี้ข้อมูลของหมอป็อบด้านสุขภาพผมถือว่าแก่ให้ประโยชน์ที่สุดละครับ

ใช่คับ ผมเทียบ fee ค่าถอนทุก Exchange ประมาณเดือน มีนา Okx ราคาดีสุดละครับ

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ทำไมผมถึงมองการตายแบบลัทธิทำลายล้างนั้นน่าอดสู และ เราควรเยาะเย้ยให้ความอ่อนแอ เหล่านั้น

การที่จะเปลี่ยนกฏหมายหรือกฏหมู่ตามใจฉันคุณต้องมีอำนาจหรืออยู่กับผู้มีอำนาจที่แท้จริงก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องใดๆ นี่คือ Realpolitik ที่ Left-winger ไม่เคยมองเพราะพวกเค้ามองสิ่งเดียวคือ อุดมการณ์ และ การได้ล่องลอย ไปใน ทฤษฎีของหมู่มวลแห่งความสุข ทำให้พวกเค้าจินตนาการภาพออกแม้แต่ตอนที่เค้าตาย

มันจะมีค่าได้อย่างไรหากคุณยังใช้ชีวิตท่ามกลางความฝัน

ผมเป็นคนเพ้อเจ้อครับ ไม่ใช่นักฝัน และ นักฝันที่มีอยู่เต็มประเทศ นี่ น่าอดสูยิ่งนัก พวกเค้ามากับอุดมการณ์ที่ไร้ซึ่งแรงต้านทานกับโครงสร้าง

และพรรคการเมืองบางพรรคก็ได้ประโยชน์จากการส่งเสริมการตายของเหล่านักฝัน

โอ้•พระเจ้า• จะมีการตายเพื่อบูชายัญ พระองค์ เพื่อให้มวลหมู่เหล่าของผู้อ่อนแอได้มาซึ่งอำนาจอีกครั้ง

พวกเค้าบูชาพระเจ้าหรือซาตานของพวกเค้ากันแน่ ?

การตายอันน่าสมเพศ เริ่มต้นจากอุดมการณ์และความคิดอันผิดเพี๊ยน

พวกเค้าจะผอมซูบ ทั้งที่มีอาหาร

พวกเค้าจะดูมีอุดมการณ์ แต่ไร้ซึ่งชีวิตที่นำมันมา

พวกเค้าอยากจะคายความเลวทราม แต่โครงสร้างของพวกเค้าคือความชั่วช้า

ลัทธินี้ได้กัดกินมนุษย์เป็นเวลาหลายแสนปี

สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่ต้องการจะแข็งแกร่งต้องหันลงมามองลัทธิอ่อนแอ นั้นไม่สมควรกับพวกคุณ จงหัวเราะกับชัยชนะของเหล่าคนโง่ ที่มารวมตัวกัน รุมทึ้งการบูชายัญอันแปลกประหลาด เพื่อหวังว่าพวกเค้านั้นจะมีชัยเหนือเทพเจ้าจอมปลอม

พวกเค้าโกหก และ สร้างคำโกหก พึงระลึกถึงคำโกหกที่พวกเค้าจะได้รับ

#siamstr

ล่าสุดมีคนเอาไปเทียบกับการอดอาหารของ คานธี เราตลกมาก แค่บารมีหรือ Power ก็เทียบไม่ได้แล้ว

Replying to Avatar BossMan

จากหนังสือ The Structure of Scientific Revolutions

ถ้าถามว่าวิทยาศาสตร์ เราอยู่ช่วงไหนผมว่าตอนนี้เราอยู่ช่วงวงแดงๆที่ผมวงไว้ครับ ตามประวัติศาสตร์แล้วอีกประมาณ 100 กว่าปีเราจึงจะมี New Normal Science ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ Bitcoin จะขุดจนครบ เงินFiat กำลังตาย อิงตามทฤษฎีของไอน์สไตนที่ปฎิวัติแนวคิดของ นิวตัน ก็ใช้เวลาประมาณ 200 กว่าปี ตอนนี้หลังไอนสไตน์โด่งดังก็ผ่านมาแล้ว 100ปี ดังนั้นยุคนี้ของผมถือว่าเป็นยุคในช่วงเปลี่ยนผ่าน วิธีสังเกตง่ายๆคือปัจจุบันมีทั้งคนถกเถียงกันถึงแนวคิดแบบใหม่ กับแนวคิดแบบเก่า ข้อเสนอของผมคือไม่มีข้อเสนอครับ เพราะสุดท้ายแนวคิดที่จะอยู่รอดคือแนวคิดที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่มนุษย์ชาติ อันไหนแย่สุดคนจะใช้น้อยลงหรือไม่ใช้เลย ซึ่งกระบวนการนี้ต้องรออีก 100 กว่าปี จนกว่าคนที่ออกมาปกป้องแนวคิดแบบเดิมๆจะตายไปจนเกือบหมด ดังนั้น Bitcoin จะขุดครบอีก 100 กว่าปี ผมว่า Satoshi ไม่ได้ใส่ตัวเลขมาเล่นๆแน่นอน 5 April คือวันที่ประกาศ (Executive Order 6102 by President Franklin D. Roosevelt in 1933) ยึดทองคำประชาชน ส่วนปี 1975 ที่ยังมีหลายทฤษฎีว่าเลขนี้มันคืออะไร ผมสนใจว่ามันตรงกับวันที่หนังสือ Agianst Method ของ Paul Fayerabend ฉบับแรกเผยแพร่ปี 1975 เพราะ Paul ได้แรงบรรดาลใจมากจากหนังสือของ Thomas Kunh ที่เผยแพร่ปี 1962 ดังนั้นหากคุณเชื่อว่าตัวเลขที่ Bitcoin จะขุดครบอีก 116 กว่าปี เป็นตัวเลขที่ Satoshi ไม่น่าจะใส่เข้ามามั่วๆผมคิดว่าทฤษฏีนี้ก็น่าสนใจอยู่นะครับ ทุกคนคิดยังไงกันบ้างครับ.

เพิ่มเติม

5 April 1975 คือวันเกิดที่

Satoshi Nagamoto ระบุลงหรือสมัครไว้ที่

P2P Foundation ครับ เห็น อ. ต๊ำ พูดในรายการนี้เลยคิดขึ้นได้ครับ https://www.youtube.com/live/XPeMD7nqc2o?si=dCV47QIOh2ZMXZBl