Avatar
BossMan
d0864ad0528ff7e0becdd502d19e9ddc18ccadc790318fd60f9988e3ca373f75
BossMan (เจ้ามนุษย์!)

ดีมากๆเลยครับ Wherostr

จะได้เอาไปแนะนำคนไทยอื่นๆต่อง่ายอีกหน่อย

ใครมีแนวทางการใช้ชีวิตตรงกับสำนักใดกันบ้าง

ของผมอยู่สำนัก ไม่รู้ ไม่รู้ ไม่รู้ 😜

#Siamstr สวัสดีวันหยุด 12 สิงหาคม 2567

การเบียดคนอื่นมันทำได้เช่นกันครับ มันก็คือหนึ่งในเจตจำนงเสรี แต่คุณก็ต้องรับผลกรรมที่จะตามมาด้วย เช่น คนๆนั้นอาจไม่ชอบคุณหรือคุณได้ศัตรูเพิ่ม ดังนั้นเมื่อมีใครสักคนมาเบียดเบียนหรือเอาเปรียบเราเราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้หรือไม่ตอบโต้ได้เช่นกัน ทุกอย่างมันจะมีลูปของสิ่งๆนั้นปรากฎขึ้นเสมอครับ มันคือสิ่งที่ผมเขียนลงไปนั่นแหละว่าทุกทางเลือกมีค่าเสียโอกาส หรือ ราคาที่ต้องจ่าย เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเลือกได้คุ้มค่าและมีเหตุผลหรือสมเหตุผล กับเรื่องนั้นๆเสมอ

ปัญหาสังคมในยุคๆหนึ่งบางครั้ง มันใหญ่กว่าตัวเราเสมอ เราอาจจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลยชั่วชีวิตของเรา แต่เราเขียนหนังสือด่ามันได้และนี่คือสิ่งที่นักปราชญ์ทำ

เมื่อเรายอมรับสภาพความเป็นจริงที่ต้องเผชิญ

เมื่ออยู่ต่อหน้าได้เราก็จะสามารถแก้ปัญหาและก้าวต่อไปได้ ผมเข้าใจว่า Kierkgaard เสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่รักเพราะศาสนา และเข้าใจว่าท่านก็ไม่อาจแก้ปัญหาในยุคนั้นๆของสังคม แต่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริง แต่สำหรับผมเมื่อเรายอมรับสภาพความเป็นจริงที่โหดร้ายได้มันคุ้มค่าสำหรับการหาทางดิ้นรน ดังเช่นที่ พุทธะ หนีออกนอกกำแพงวังเมื่อตอนเป็นเจ้าชาย ได้มาพบกับความจริงที่ว่า มีคนเกิด คนแก่ คนเจ็บ คนตาย มากมายที่ไม่ได้มีความสุข พุทธะจึงเข้าใจทันทีว่าสิ่งนั้นคือ ความทุกข์ที่ทุกชีวิตต้องเผชิญ เพราะความทุกข์นี่แหละคือความเป็นจริง เพราะโลกนี้ไม่มีใครไม่เป็นทุกข์ แต่เมื่อเราได้เผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่โหดร้าย การเลือกยอมรับความจริงแล้วไม่ทำอะไรเลยก็เป็นทางเลือกที่เป็น เจตจำสงเสรี เมื่อเจอความจริงแล้วทำบางสิ่ง ก็เป็นเจตจำนงเสรี เช่นกัน แต่ถ้าเรายังพอมีแรงดิ้นรน เพื่อหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหา หากแก้ไม่ได้ก็ล้มเหลว หากแก้ปัญหาได้ก็อาจได้พบคำตอบที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นภายหลังที่กำลังเดินตามข้างหลังและกำลังหาคำตอบเดียวกัน ดังนั้นทุกทางเลือกสำหรับข้าพเจ้าไม่มีผิด ถูก ทุกคนสามารถเลือกสิ่งใดก็ได้ แต่จงยอมรับผลที่จะตามมาในทุกๆทางเลือก เพราะทุกทางเลือกมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ. ดังนั้นโดยสันดารมนุษย์เรามักจะเลือกทางที่คุ้มค่าและสะดวกที่สุดเสมอเช่นกัน

ไอนสไตล์บอกจะไปเล่นไวโอลีนกับพระเจ้า

ดูเม็ดเงินไหลไปที่ Leftshift 😂🤣

บ่งบอกได้ว่าสังคมอินกับอะไร แต่ข้อมูลนี้ผมไม่แน่ใจว่ายอดทั้งหมดคือยอดที่บริจาคโดยสมัครใจหมดรึป่าว เบิดคำสิเว้า

เมื่อสังคมกำลังกระโจนเข้าสู่ Leftshift

นึกสภาพไม่ออกเลย แต่ก็ยังดีที่พอมีเวลาให้เตรียมตัว ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองให้ดีนะครับ สงครามแห่งอุดมการณ์นี้ยังอีกยาว

Replying to Avatar Somnuke

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อนที่ทุกอาณาจักรไม่ว่าจะเล็กหรือยิ่งใหญ่แค่ไหน จะพบกับการล่มสลาย ต่างมีสัญญาณบ่งชี้เหมือนๆ กัน

1. ผู้ปกครองลุแก่อำนาจ โดยเฉพาะการทำลายสกุลเงินจากการพิมพ์เพิ่ม ปล้นน้ำพักน้ำแรงและอนาคตที่ดีของประชาชนออกไป

2. ข้าวยากหมากแพง จากเงินที่เสื่อมค่า รายจ่ายแซงรายได้ เมื่อคนส่วนใหญ่เอาตัวไม่รอด สังคมก็เสื่อมทราม ทุกคนจำเป็นต้องแก่งแย่งชิงดีเพื่อมีชีวิตต่อไป แม้มันจะไปทำร้ายใครก็ช่าง

3. อัตราการเกิดต่ำลงเรื่อยๆ เลี้ยงตัวเองยังแทบตายจะเอาปัญญาที่ไหนไปเลี้ยงลูก? แม้แต่คนที่พอมีกำลังก็ไม่คิดอยากมี เพราะหมดหวังกับอนาคต ไม่อยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาในสังคมที่เฮงซวย

4. เมื่อเด็กเกิดใหม่น้อยมาก สังคมก็มีแต่คนแก่ แถมเป็นคนแก่ที่ไม่มีเงินเก็บพอที่จะเลี้ยงดูตัวเองในบั้นปลาย และเศรษฐกิจมันโตไม่ได้ถ้าคนทำงานแทบไม่มี

สถานการณ์ที่เราต้องเผชิญ ณ ตอนนี้ "มีครบทุกข้อ" เมื่อคนส่วนใหญ่พึ่งพาตัวเองไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาผู้ปกครอง และการช่วยเหลือเหล่านั้นคือตัวเร่งการล่มสลาย

เพราะคุณเชื่อได้เลยว่าที่มาของเงินจะมาจากการผลิตเงินเพิ่มไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะเลือกกู้ประเทศที่เสกเงินได้ หรือให้ธนาคารกลางเสกเงินจากอากาศมาปล่อยกู้ให้รัฐผ่านการขายพันธบัตรก็ตาม

ทั้งหมดล้วนให้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน นั่นคือ เงินของทุกคนที่หามาอย่างยากลำบากจะเสื่อมค่า ทุกอย่างจะแพงขึ้นและแพงขึ้น โดยรายได้คุณไม่มีวันโตตามทัน

ชีวิตที่ลำบากอยู่แล้วยิ่งฉิบหายไปกันใหญ่ เพราะเขาช่วยให้เรารอดวันนี้พรุ่งนี้ แลกกับนรกขุมที่ลึกกว่ารอทุกคนอยู่ในอนาคต

ก.า.รเ.มื.อ.ง เคยเป็นความหวังเดียวของเรา แต่ต่อสู้กันมาหลายช่วงอายุคนนอกจากไม่เคยสำเร็จ มันยังเหี้ยหนักกว่าเดิม แล้วคิดว่าในช่วงชีวิตเรามันจะสำเร็จเหรอครับ? ในเกมที่เขาคือผู้คุมกฎ เราสู้ยังไงก็แพ้

ทางเดียวที่เราจะมีโอกาสชนะ อันดับแรกคือต้อง "หนี" ออกจากเกมที่เขาออกแบบไว้ เอาสิทธิ์ในการควบคุมชะตาชีวิตตัวเองกลับคืนมา จะดีจะเลวก็ขอให้มันเป็นไปด้วยน้ำมือของเรา

เมื่อเขาไม่สามารถควบคุมและปล้นเราผ่านการทำให้เงินเสื่อมค่า เขาจะค่อยๆ อ่อนแอลง และวันนั้นการต่อสู้และเสียสละของทุกคน จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ

Best saving technology of mankind ที่ช่วยปกป้องอนาคตของเรา ลูกหลานเรา จากพวกโลภมากบ้าอำนาจไม่มีที่สิ้นสุด มันรอคุณอยู่ตรงหน้าแล้ว และมันมแบโอกาสให้เราหนีจากความอัปปรีย์ที่เกิดขึ้น

มุมมองคนส่วนใหญ่ ความคิดผมคงถูกโยนไปอยู่ในหมวดแนวคิดขยะเพ้อเจ้อเลอะเทอะ ตัวเลขดิจิทัลที่ดูเหมือนแชร์ลูกโซ่บ้าๆ บอๆ นี้นี่นะ คือทางออก

ซึ่งก็ไม่แปลกใจ เพราะเราทุกคนถูกหลอกมานับร้อยปี ว่า "เงิน" ต้องเป็นกระดาษควายๆ เท่านั้น ราคาข้าวของแพงขึ้นทุกวันคือเรื่องปกติ และประชาชนจะมีชีวิตที่ดีจำเป็นต้องมีอัศวินขี่ม้าขาวมาดูแลทุกซอกทุกมุม

แต่วันนี้กูไม่ได้บ้าอยู่คนเดียวโว้ยยยยยยย มิตรรักแฟนเพลงเกลื้อนสนิทมิตรสหายกูเยอะม๊ากกกก พวกกูไม่ยอมให้มึกแดกง่ายๆ หรอก ไอเวรตะไล

แล้วเจอกันในงาน TBC2024 ครับ

Bitcoin will come for you one day no matter what.

#Siamstr

อยากกินไก่ทอดเลยฮะ

เห็นเหล่านักสู้ เสรีภาพ ภารดรภาพ บอกว่า ศาสนาพุทธ นั้นดีแต่ขาดเรื่องสังคมไป ผมอยากจะบอกว่าถ้าจะเอาด้านสังคมด้วย คุณต้องไปทาง มาร์กซ์ คาร์ล แนวคิดนิยายขายฝันจะถูกต้องกว่า เพราะตัว พุทธะ จริงๆมันคือคำสอนและสอนให้คุณใช้ปัญญาพึ่งพาตนเอง ส่วนแนวคิดทางสังคมนั้นมันคือแนวคิดแบบทาส และบังคับให้คนอื่นต้องเป็นแบบที่คุณวาดฝันไว้โดยไม่ใช้ปัญญา ซึ่งมันขัดแย้งกัน การช่วยเหลือผู้อื่นควรเป็นปัจเจก ไม่ใช่การบังคับ การบังคับให้ใครสักคนช่วยใครอีกคนโดยที่คนช่วยเหลือเขาไม่ได้สมัครใจแต่ถูกบังคับให้ต้องช่วยแม้ว่าเขาจะไม่สะดวกจะช่วยก็ตาม มันไม่ใช่เสรีภาพที่เหล่านักสู้ฝ่ายซ้ายสายสังคมถามหาอันนี้มันคือเผด็จการ โดยบังคับให้ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่โดยแท้จริงแล้วมนุษย์เราเกิดมามันไม่ได้มีอะไรเท่าเทียมกันสิ่งนี้ มันเพ้อฝัน ยกตัวอย่างเช่น พุทธะตรัสรู้ เพราะศึกษาหาวิชาและความรู้จากหลายสำนักและสุดท้ายลาอาจารย์ทุกสำนักเพื่อนำความรู้และแนวทางที่ตนเองได้เรียนมาคิดวิเคราะห์ต่อยอดจนตกผลึกและค้นพบเส้นทางที่ตัวเองต้องการจริงๆ จนมีความรู้แตกฉานจนเกิดองค์ความรู้ใหม่ที่มีแนวคิดแตกต่างจากทุกสำนักที่ตนเองเรียนมา สิ่งที่พุทธะทำนั้นมันสะท้อนให้เห็นว่า ก่อนที่จะยื่นมือไปช่วยผู้อื่นหรือไปสั่งสอนผู้อื่นให้เห็นแก่สังคมหรือใดๆก็ตามแต่ ควรพัฒนาศึกษาหาความรู้และพึ่งพาตนเองโดยใช้สติปัญญาของตนเองให้ตนเองหลุดพ้นจากสิ่งที่มันเป็นปัญหาส่วนบุคคลของแต่ละคนก่อน จะไปช่วยเหลือสังคมหรือช่วยผู้อื่น อย่างเช่น เวลาเราเห็นคนจมน้ำ ถ้าตัวเราเองยังว่ายน้ำไม่เป็นการโดดไปช่วยคนที่กำลังจมน้ำนอกจากจะช่วยเขาให้รอดไม่ได้ ตัวเราก็ตายเขาก็ตาย หรือบาดเจ็บเสียหายไปด้วยกันทั้งคู่ ทางเลือกเช่นนี้เป็นทางเลือกของคนซึ่งไม่มีปัญญาและไม่ใช้สติปัญญาใช้แต่ความเมตตากับความกล้ามากเกินไป ดังนั้นสิ่งที่พุทธะสอน คือเขาสอนให้ใช้สติปัญญาแก้ปัญหาของตนก่อน ก่อนจะไปช่วยผู้อื่นดังนั้นสิ่งนี้คือเรื่องที่ฉลาดและคุ้มค่ากว่า นอกจากจะแก้ปัญหาส่วนตนได้แล้ว ยังนำเรื่องที่เป็นประสบการณ์ในการแก้ปัญหาของเราไปช่วยเป็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ดังนั้นจะกระทำการสิ่งใดควรใช้สติปัญญา เป็นที่ตั้งก่อนเสมอ

(นักปรัชญาถนัดยิงป้อม)

อันนี้น่าจะโพสแรกบน Nostr ของผม

ส่วนพี่ๆน้องที่รู้จักกันใน Commu Bitcoin

ไม่รู้จะอวยอะไรกันดี เพราะผมอวยกันมาตลอด 2-3ปี จนเบื่อแล้ว

nostr:nevent1qqsv6cgpleck4drsqp8nja3z85lg99efcy8jceygav97jsvt4m8p6dgpzemhxue69uhk2er9dchxummnw3ezumrpdejz7q3q6zry45zj3lm7p0kd65pdr85amsvvetw8jqccl4s0nxyw8j3h8a6sxpqqqqqqz0q5e50