หัวใจของ Full Time Trader คือ ความเเน่นอนของกำไร เทียบต่อ เวลาที่ใช้ไป #siamstr #fulltimetrader

จิตวิทยาสายเม่า EP.9 Asymmetry of Gain and Loss Function
Asymmetry of Gain and Loss Function หรือ เป็นแนวคิดในพฤติกรรมศาสตร์ที่มาจาก ทฤษฎีโอกาส (Prospect Theory) โดย Daniel Kahneman และ Amos Tversky ซึ่งอธิบายว่าเม่าให้ความสำคัญและมุมมองจากผลกระทบที่ได้จาก "กำไร" และ "ขาดทุน" อย่างไม่เท่ากัน
แกนหลักของแนวคิด
อคติในมุมมองของความสูญเสีย (Loss Aversion):มนุษย์ให้ "น้ำหนักทางอารมณ์" ต่อการขาดทุนมากกว่าการได้กำไรในระดับเดียวกัน เช่น การสูญเสียเงิน $100 ทำให้รู้สึกแย่มากกว่าการได้กำไร $100 ทำให้รู้สึกดี
Asymmetry (ความไม่สมมาตร)
ผลกระทบต่อการตัดสินใจ:เมื่อเผชิญหน้ากับการเลือกที่มีโอกาสขาดทุน เม่ามักหลีกเลี่ยงแม้จะมีโอกาสได้กำไรที่คุ้มค่า
แต่ในสถานการณ์ที่ต้องรับความเสี่ยงเพื่อลดการขาดทุน เช่น การพนันเพื่อ "เอาทุนคืน" ผู้คนกลับยอมรับความเสี่ยงสูงขึ้น #ชอบถัว
ความไม่สมมาตรระหว่าง Gain และ Loss:กำไร (Gain): ผู้คนมักระมัดระวัง (Risk-Averse) และหลีกเลี่ยงความเสี่ยง เพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นให้ความสุขลดน้อยลง
ขาดทุน (Loss): ผู้คนมักรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงหรือชดเชยการสูญเสีย (Risk-Seeking)
ตัวอย่างในชีวิตจริง
การลงทุน:นักลงทุนมัก "ขายเร็ว" สำหรับหุ้นที่กำไรเล็กน้อย เพราะกลัวว่าจะสูญเสียกำไร (Risk Averse in Gains)
แต่เมื่อติดหุ้นขาดทุน มักจะถือหุ้นต่อหรือเพิ่มการลงทุน หวังให้ราคาฟื้นตัว (Risk Seeking in Losses)
การตลาด:ผู้ขายมักใช้อารมณ์ "กลัวการสูญเสีย" (Fear of Missing Out - FOMO) เช่น โฆษณาที่ว่า “ซื้อวันนี้ลดพิเศษ 50% เฉพาะ 3 วันเท่านั้น” ซึ่งมุ่งเน้นการกระตุ้นด้านการขาดทุนมากกว่าการได้กำไร
คาสิโนหรือการพนัน:คนที่เริ่มขาดทุนมักจะเดิมพันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามคืนทุน แม้รู้ว่าเสี่ยงที่จะสูญเสียมากขึ้นไปอีก
Asymmetry of Gain and Loss Function เป็นผลกระทบจาก Loss Aversion ที่ทำให้มนุษย์มองความสูญเสียว่าสำคัญกว่าความได้กำไร แม้จะมีมูลค่าเท่ากัน อคตินี้ส่งผลต่อการตัดสินใจอย่างมากในด้านการลงทุน การตลาด หรือชีวิตประจำวัน การลดอคตินี้ต้องอาศัยการพิจารณาปัจจัยอย่างเป็นระบบ แทนการปล่อยให้อารมณ์หรือความกลัวกำหนดการตัดสินใจ
#siamsr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.8 Self-Attribution Bias
Self-Attribution Bias (อคติในการให้เครดิตกับตนเอง) คือ ความผิดพลาดในการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากการที่เรามักจะให้เครดิตกับตัวเองในกรณีที่ประสบความสำเร็จ (คือเชื่อว่าการเดาถูก มันมาจากความสามารถของตัวเอง) แต่เเต่พอเดาผิดก็หาสิ่งมาอธิบายความผิดพลาดของตัวเองจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ เช่น โชคไม่ดีเลยน้า
ลักษณะของ Self-Attribution Bias
- ถ้าเดาถูก = ตัวเองเก่ง
- ถ้าเดาผิด = โทษปัจจัยภายนอก
ตัวอย่างของ Self-Attribution Bias
- ข่าวไม่ดีจากโลกภายนอก , การเปลี่ยนแปลงในนโยบายของรัฐ , การประกาศของ Fed / Bank ชาติ
- เเพ้บอล โทษ กรรมการ
- ขาย ตต ล้มเหลว โทษกฏใหม่
สาเหตุของ Self-Attribution Bias
- ความต้องการปกป้องตัวเอง: อยากให้คนอื่นมองตัวเองว่าเป็น คนดี* คนเก่ง* จึงห้ามผิด
- ค่านิยมในความสำเร็จ: อยากได้รับการยอมรับ ชื่นชมจากผู้อื่นเเบบผิดๆ
- การมองในแง่ดี(เกินไป): คาดหวังว่าผลลัพท์ที่ดี เกิดจากความสามารถของตัวเอง ทั้งๆที่ เทรดเดอร์กำไร มาจากสิ่งภายนอก รวมไปถึงตลาดพาไป มีคนอื่นมาซื้อต่อ เเทบจะไม่เกี่ยวกับรายย่อยเลย เเต่รวบทุกสิ่งมาเป็นเพราะจากความสามารถของตัวเอง ถูก*เอาดีเข้าตัว ผิด*เพราะปัจจัยภายนอก #ว่าซั่น
ผลกระทบของ Self-Attribution Bias
ในระยะยาวคนผู้นั้นจะตัดสินใจไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อขยันโทษสิ่งภายนอกย่อมขาดการปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น จะไม่มีวันเก่งขึ้น
มีโอกาสที่จะสร้างความขัดแย้งผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆเพราะรับความจริงไม่ได้
วิธีการลดผลกระทบของ Self-Attribution Bias
- ต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วยทั้งยามถูก เเละ ยามผิด ฟลุ๊คถูก ก็รู้ว่าฟลุ๊ค พนันถูกก็รู้ว่าพนันถูก
- ยอมรับความคิดเห็นจากคนอื่น โดยเฉพาะคนที่เป็นกลาง ไม่มีผลประโยชน์อะไรกับเรา
- มองความล้มเหลวเป็นโอกาสในการเรียนรู้ และพยายามเข้าใจว่าอะไรเป็นสาเหตุ ไม่ใช่แค่การหาข้ออ้างไปเรื่อย
หากลด Self-Attribution Bias ที่เป็นความเอนเอียงที่ทำให้เราให้เครดิตกับความสำเร็จเป็นของตัวเอง แต่กลับหาข้อแก้ตัวที่ภายนอกสำหรับความล้มเหลว การลดอคตินี้จะช่วยเพิ่มระดับความสามารถในการตัดสินใจของเราให้ดียิ่งขึ้นได้นะ
#siamstr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.7 Recognition Effect
Recognition Effect คือ อคติทางความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลใช้ความรู้สึก "คุ้นเคย" หรือ "จำได้" เป็นตัวตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีข้อมูลจำกัด
สมองเรามักเข้าโหมดประหยัดพลังงานโดยไม่รู้ตัว เเต่การสร้างระบบประหยัดพลังงานที่ดีที่ยังคงให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเป็นเรื่องที่จำเป็น* ตฤณมักสอนเรื่องนี้ในชื่อเรื่องที่ว่า "กระบวนการ การทำให้ง่าย" มันไม่จบเเค่ทำได้ เเต่มันจบที่กระบวนการ การทำให้ง่าย
ตัวอย่างของ Recognition Effect
การลงทุน:นักลงทุนเลือกซื้อหุ้นของบริษัทที่รู้จักดี เช่น GULF หรือ CPALL แทนที่จะเลือกบริษัทที่อาจมีศักยภาพสูงกว่าแต่ไม่รู้จัก
การโหวตในเลือกตั้ง:ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอาจลงคะแนนให้ผู้สมัครที่ชื่อคุ้นหูหรือเคยเห็นตามสื่อบ่อย แม้จะไม่ได้ศึกษานโยบายของพวกเขา
การบริโภคสินค้า:ผู้บริโภคอาจเลือกซื้อสินค้าที่แบรนด์เป็นที่รู้จัก เช่น โค๊ก-เป๊ปซี่ แทนแบรนด์เล็กที่อาจมีคุณภาพดีกว่า
การตัดสินกีฬา:เมื่อคนถูกถามให้เดาผลการแข่งขัน พวกเขาอาจเลือกทีมที่มีชื่อเสียงมากกว่า เช่น Manchester United แม้จะไม่รู้ฟอร์มของทีมในฤดูกาลนั้น
วิธีลดผลกระทบของ Recognition Effect
อย่าพึ่งพาความคุ้นเคย เเต่อาจจะมี Check List บางอย่าง เพื่อรวบกระบวนการตัดสินใจ เช่น จุดซื้อที่ดีมักจะอยู่ใกล้ EMA89 หรือระบบช่วยตัดสินใจด้านอื่น High ก่อนหน้า / Low ก่อนหน้า PE PBV Zone ต่ำ หรือ Check List เงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เราไม่ตัดสินใจออกไปนอกกรอบ
#siamstr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.6 Illusion of Knowledge
Illusion of Knowledge หรือ ภาพลวงตาแห่งความรู้ คือ อคติทางความคิดที่เกิดขึ้นเมื่อคนเชื่อว่าตนเองรู้หรือเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งดีพอ อคตินี้เกิดจากความมั่นใจเกินจริงในระดับความรู้ของตนเอง และอาจทำให้การตัดสินใจหรือข้อสรุปผิดพลาดได้โดยไม่รู้ตัว คล้ายๆ Dunning-Kruger effect ที่ตฤณชอบเรียกว่า หมูไม่กลัวน้ำร้อน
ลักษณะของ Illusion of Knowledge
1.เชื่อว่ารู้ทั้งหมด : เช่น อ่านบทความสั้นๆ และคิดว่าครอบคลุมเนื้อหาในเรื่องนั้นทั้งหมด
2.การอนุมานผิดพลาด : เช่น อ่านสรุป เเต่คิดว่าตัวเองรู้ทั้งหมด / เข้าใจพื้นฐานของแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งและคิดว่าสามารถนำไปใช้กับสถานการณ์ซับซ้อนได้
3.ความตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ (Novelty Bias) : เห็นข่าวใหม่แล้วเชื่อทันทีว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงที่สมบูรณ์
ตัวอย่างของ Illusion of Knowledge
- นักลงทุนอ่านรายงานผลประกอบการของบริษัทและคิดว่าเพียงพอจะทำให้เข้าใจศักยภาพระยะยาวของบริษัท ทั้งที่ไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เช่น กลยุทธ์ธุรกิจ การแข่งขันในอุตสาหกรรม
- คนวิดีโอสั้นบน YouTube แล้วเชื่อว่าตนเองเข้าใจหัวข้อที่ซับซ้อน เช่น ควอนตัมฟิสิกส์ หรือเศรษฐศาสตร์
วิธีป้องกัน Illusion of Knowledge
- ยอมรับว่าตัวไม่รู้
- ไม่หยุดที่คำตอบเเรกของคำถาม
- ทดสอบตัวเองด้วย Feynman Technique หรือ อธิบายให้ผู้อื่นฟังได้ง่ายๆหรือไม่ ถ้าไม่ เเสดงว่าเราอาจจะยังรู้ไม่จริง
ในโลกที่ข้อมูลไหลเข้าหาเราอย่างมหาศาล การระมัดระวังที่จะไม่มั่นใจในความรู้มากเกินไป และแสวงหาความเข้าใจที่แท้จริงจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจ และเพิ่มความสามารถในการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน
#siamstr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.5 Illusion of Control
Illusion of Control หรือ ภาพลวงตาของการควบคุม คือ อคติทางจิตวิทยาที่ทำให้เทรดเดอร์บางคนเชือว่าตนเองสามารถควบคุมหรือมีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ของสถานการณ์หรือเหตุการณ์ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจจะเป็นเรื่องของ โชคหรือดวง โดยปราศจากความเกี่ยวข้องกับความสามารถของตัวเองเลยซักนิด
ตัวอย่างที่ดีๆ
- นักพนันบางคนเลือกวิธีทอยลูกเต๋าแบบพิเศษหรือการใส่เงินเดิมพันในลำดับที่เจาะจง เพราะ เชื่อในบางอย่าง
- คนซื้อล๊อตเตอรี่ เลือกเลขที่ตัวเองชอบ เเละ คิดว่ามันมีโอกาสถูกมากกว่าเลขอื่น
- คนขับรถบางคนเชื่อว่าการเปลี่ยนเลนบ่อยๆอยู่ตลอดทำให้ถึงจุดหมายเร็วกว่า ทั้งๆที่การเปลี่ยนเลนบ่อยๆไปๆมาๆ ไม่มีนัยยะสำคัญที่จะทำให้ถึงเร็วขึ้นเลย
- เเฟนบอลบางคนเชื่อว่า ถ้าใส่เสื้อตัวเก่งไปเชียร์ทีมรัก จะทำให้ทีมชนะ
ผลจาก Illusion of Control
- Over Position Size หรือ เราจะใส่บางไม้หนักเป็นพิเศษ
- การรับ Buy On Dip ทั้งๆที่รู้ว่าพื้นฐานเปลี่ยน หรือ เป็นหุ้นปั่น เเต่มั่นใจใน MM เเละการตัดสินใจของตนเอง
วิธีลด Illusion of Control
- เมื่อรู้ว่าสิ่งใดไม่มีรูปเเบบ อย่าพยายามสร้างรูปเเบบขึ้นมา
- หัวใจของการเก็งกำไรมีเเค่ เป็นสัจพจน์ เเละ ไม่เป็นสัจพจน์ เเค่นั้น
- Focus ที่ Game Theory เเละ รูปเเบบสามัญพื้นฐานก็พอ Dow Theory / Elliott Wave
#siamsrtr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.4 Law of Small Numbers
หลายคนมักจะมาถามว่ากองทุนที่ขึ้นยาวต่อเนื่องไปเเล้ว 2-3ปี ว่าซื้อดีมั้ย? จำได้เลยว่ากอง REIT ตรงยอดดอยมีคนมาถามตฤณเยอะมาก
การปั่นเเปะหัว-ก้อย ต่อให้ออกหัวติดๆกันมาเเล้ว 5 ตา เเต่ความน่าจะเป็นของครั้งต่อไปก็คือ 50/50 เท่าเดิม เเต่เม่ามักจะเชื่อว่า ควรจะออกก้อยบ้างได้เเล้วน้า เเนวความคิดนี้ล่ะ ที่ชอบเทรดสวนเทรนทั้งหลายทั้งเเหล่ ไม่ว่าจะดัก Low หรือ ดัก High
วิธีป้องกันข้อผิดพลาดจาก Law of Small Numbers
- ศึกษาหาข้อมูลให้กว้างมากพอ ลงเเล้ว ลงอยู่ ลงต่อ เเละ ออกจากตลาดไปเลยก็มีมาเเล้วนักต่อนักเเต่ไม่เคยสนใจ ยังชอบดัก Low หุ้น Down Trend / ขึ้นเเล้ว ขึ้นอยู่ ขึ้นต่อ ไป 10 เด้ง 100เด้ง ก็มีมากมาย
- ล่วงรู้การตระหนักถึงอคติ : อคติ ก็รู้ ให้รู้ ว่าอคติ เเล้ว อคติจะเบาบางลง
Law of Small Numbers เป็นกับดักทางความคิดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจที่อาจผิดพลาด โดยเฉพาะทุกอย่างที่ชอบอ้างว่ามาจากงานวิจัย ที่เราไม่เคยได้สืบค้นด้วยตัวเองว่าเค้าใช้ Sample Space ที่ใหญ่ขนาดไหน หรือ ไปถามคนที่เราก็ไม่รู้ว่าเค้าใช้หลักการณ์อะไรมาตอบเรา การค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตัวเองจะช่วยลดความผิดพลาดได้อย่างมากเลยนะ
#siamstr #psychologyoftrade
จิตวิทยาสายเม่า EP.3 Endowment Effect
คือ อคติทางพฤติกรรมเศรษฐศาสตร์ ที่ทำให้คนเรามักให้คุณค่าแก่สิ่งที่ตนเองเป็นเจ้าของสูงกว่าความจริงเสมอ
พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย พี่คับ ไปต่อมั้ย
ถ้าตฤณมีของมันก็ ไปครับ (ถ้าตฤณไม่มีของ ก็ไม่ไป)
เหตุปัจจัยของ Endowment Effect
- ความกลัวการสูญเสีย เพราะ การสูญเสียจะสร้างภาระทางใจให้มือสมัครเล่นมากกว่าการได้มาก เช่น ถ้าได้ 10 เสีย 10 การเสีย 10 จะสร้างความเจ็บปวดทางใจที่มากกว่า
- ความผูกพัน เพราะ ในทุกความผูกพัน จะมีความทรงจำที่ดีอยู่ในนั้น เช่น ตัวนี้เคยเขียวอยู่กับเรามานาน เข้ามาเห็นทีไรก็ชื่นใจทุกที
- สถานภาพทางจิตใจ เพราะ คนเรามีชินกับสถานการณ์เดิม ขายเเล้วก็ต้องไปหาซื้อตัวใหม่อีก เสียเเรงเสียเวลา เเม้หุ้นตัวนั้นจะไม่ไปไหนมาเป็นปีเป็นชาติเเล้วก็ตาม
ตัวอย่าง Classic คือ การตั้งราคาขายบ้านที่เคยอยู่อาศัย เคยสร้างความสุขของครอบครัวที่เคยอยู่ร่วมกันมา มัก มีราคาเเพงเกินจริงอยู่เสมอ
วิธีเเก้ คือ
- ฝึกการตามรู้ หรือ รู้เห็นตามจริงตามหลักพุทธศาสนา จะทำให้เรามองเห็นทุกสิ่งได้ด้วยความเป็นกลางไร้อคติ
- ถามผู้เชี่ยวชาญ
-สมมุติว่าถ้าเราไม่ได้เป็นคนขายเเต่เป็นคนซื้อเเทนจะยังอยากซื้อตรงนั้นอยู่มั้ย
Endowment Effect เป็นอคติที่ทำให้เทรดเดอร์ประเมินคุณค่าของสิ่งที่ตนเองครอบครองสูงกว่าความเป็นจริง การตระหนักถึงอคตินี้และใช้ระบบที่ช่วยตัดสินใจอย่างเป็นกลาง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการซื้อขายและการลงทุนได้อย่างมาก
#siamstr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.2 Disposition Effect
Disposition Effect คือ อคติทางพฤติกรรมทางการเงิน ที่อธิบายถึงแนวโน้มของเทรดเดอร์ที่มักจะ "ขายสินทรัพย์ที่กำไรเร็วเกินไป" และ "ถือสินทรัพย์ที่ขาดทุนไว้นานเกินไป" โดยหวังว่าหุ้นที่ขาดทุนจะฟื้นตัวกลับมามีกำไรในอนาคต
เหตุปัจจัย ของ Disposition Effect
1.ความกลัวการสูญเสีย
2.การมองการขาดทุนเป็นความล้มเหลว
3.ความมั่นใจที่มากเกินไป
Disposition Effect จะสร้างผลเสียหลายด้านเช่น
- ลดโอกาสในการเพิ่มกำไร
- เพิ่มโอกาสในการสูญเสียมากขึ้น
- Portfolio Management ไร้ประสิทธิภาพ (เรื่องนี้ไว้ขยายให้ฟังในโอกาสต่อไป)
ทางเเก้ คือ
- กำหนดกลยุทธิ์การขายที่ถูกต้อง เเละ มีนัยยะสำคัญ ไม่ทำอะไรตามใจฉัน
- มีระบบการตัดสินใจ หรือ ช่วยตัดสินใจ
- การกระจายความเสี่ยงจะช่วยลดภาระ Bias ลงได้ ตัวทีดีกว่ามีมาเสมอ
- วินัย หากไม่มีก็บอกลาเป้าหมายได้เลย
- มีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน
Disposition Effect เป็นอคติที่ถ้าลดลงได้ พอร์ตจะโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลย มุ่งมั่นที่พอร์ตโตไม่ใช่ชัยชนะเป็นเกมส์ๆไปนะ
#siamstr #psychologyoftrade

จิตวิทยาสายเม่า EP.1 Availability Heuristic
Availability Heuristic คือ การนำระบบการตัดสินใจ เเละ ประเมิณสถานการณ์ โดยอิงจากข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่สามารถนึกถึงได้อย่างง่ายดายในความทรงจำของตนเอง
เช่น อุบัติเหตุเครื่องบิน มักน่ากลัวกว่า อุบัติเหตุรถยนต์ ทั้งๆ ที่เครื่องบินนั้นปลอดภัยกว่ารถยนต์ เเละ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินนั้นต่ำกว่ามาก เพราะเรามักจะเห็นอุบัติเหตุทางเครื่องบินที่มักเป็นข่าวใหญ่โตกว่าเสมอ
เทรดเดอร์บางคน อาจจะชอบหุ้นบางตัวเป็นกรณีพิเศษ หากเคยได้กำไรจากมันมาก่อน ทั้งๆที่เหตุปัจจัยปัจจุบันอาจะเปลี่ยนไปเเล้วก็ตาม เมื่อหุ้นตัวที่ชอบมา ก็มักจะลำเอียงชอบ ลำเอียงเชื่อมากกว่าตัวอื่นเสมอ
Availability Heuristic เป็นกลไกการตัดสินใจแบบอิงความทรงจำที่สะดวกและรวดเร็ว แต่มักนำไปสู่การตัดสินใจที่มีอคติหากข้อมูลที่นึกถึงได้ง่ายนั้นไม่ใช่ภาพรวมของความจริงทั้งหมด
#siamstr #psychologyoftrade

งานของผู้บุกเบิกเส้นทางให้ผู้คนเดินตาม
ผู้บุกเบิก คนถางหญ้าให้ผู้คนเดินตาม เป็นงานที่ค่อนข้างยากลำบากอยู่เหมือนกันจะว่าเสี่ยงก็เสี่ยง เพราะว่าต้องคอยบอกว่าเรื่องนั้นผิด เรื่องนี้ผิด ซอยนั้นอย่าไปมันตัน ทางโน้นมันลวง ทางนู้นมันไม่สุด เดินทางนั้นทางนี้ง่ายกว่า
ตลอดอาชีพนักถางเส้นทางให้ผู้คนเดินตลอด 10กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกเสมอมีผิดบ้างมีถูกบ้าง เเต่ก็เเก้ไขปรับปรุงจนได้เส้นทางที่ ถูกต้อง ตรงทิศ ทำได้จริง จนมีผู้คนมากมายนั้นเดินตาม
เส้นทางที่ดี ไม่ใช่การบังคับ ฝืนใจ สั่งให้เดิน หรือจำใจต้องทำ เเต่มันคือทางเดินที่ผู้คนเลือกด้วยหัวใจ ว่ามันเหมาะเเละดีต่อเขาเหล่านั้น เดินทางนี้ จะพาเค้าไปถึงจุดหมาย เร็วบ้าง ช้าบ้าง ตามเเต่บุคคล เเต่มันถึงเเน่นอน
ปีนี้ยังคงเป็นคนถางเส้นทางใหม่ๆ ผู้เดินตามอยู่เหมือนเดิม ยังมีเเรง มีกำลังเเละมีไฟจากคนใหม่ๆมาช่วยเติมให้ตลอด
เส้นทางนี้ เดินได้นะ
สวัสดีปีใหม่ 2568 
