Avatar
SOUP
d5c3d0636715f1a9d5be2af8adae092d75579623ab223f7e970516184d1159b3
การถูกพรากอิสรภาพ เป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ Bitcoin is freedom

พรุ่งนี้เจอกันครับ

ไม่ใช่เพราะ "ความหวัง" หรอกหรือ

ที่ทำให้เราทุกคนมาอยู่ตรงนี้ #Siamstr

มามองตากัน มาหัวเราะใส่กัน

มาถกเถียงกัน มาชนแก้วกัน มากอดกัน

มาเจอกันโว้ยยยยยยยยย #TBC2024

Replying to Avatar pango

Lecture 4/8 Principles of Economics

15.08.67 by Wichit Saiklao

: Trade and Money

____________________________________________________________________

ฉบับเต็ม*

# โฟกัสที่มุมมองระดับสังคม (social)

คนมา interaction, engagement, transactions กัน

save time = save cost

time* คือต้นทุนที่แพงที่สุด

การ trade ช่วย save cost ด้วยเช่นกัน เกิด specialization เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

การเกิด society เกิดจากการ produce เพื่อจะ serve/สนอง คนอื่น (produce to serve other) นำไปสู่ trading/exchange ซึ่งกันและกัน

ภายนอก cooperation เกิดจากความสมัครใจ ส่วนภายใน เกิด competition เพื่อให้เกิดความแตกต่างและทำให้ต้นทุนลดลง เป็นการบังคับให้ทุกคน go specialization เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน (competitive edge) สุดท้าย output ของเราก็จะไป competitive อยู่ในตลาด

พี่ชิตเรียก.. 'ทฤษฎีแตกใน' (ภายนอก cooperation ภายใน competition มีการเคลื่อนไหว) โลกอยู่ได้เพราะมี consumer เห็นคุณค่าของ producer ซึ่ง producer ต้องปรับตัวให้ทัน ต้องเก่งและเจ๋งจริง จึงจะสู้คนอื่นได้

Commoditized/Commoditization

เคยเจ๋ง แต่เมื่อทุกคนเข้าถึงเงินและเทคโนโลยี ใครๆ ก็ทำได้ เช่น ใครๆก็ต้มเบียร์ได้ แต่ไม่ใช่ใครก็ทำธุรกิจเบียร์ได้ การแข่งขันสูงขึ้นตลอดเวลา หาจุดที่แตกต่างจากคนอื่น จึงจะหลุดพ้นจาก commoditized เพื่อให้มีที่ยืนและได้ไปต่อ สุดท้ายเกิด civilization แม้จะมีการล้มหายตายจากไปมากมาย

T model

once ถูก motivated ต้องมุ่งเข้าสู่ 'T model' ลงให้ลึกที่สุดของเรื่องนั้นๆ ได้ นั่นคือ การสร้าง masterpiece การพัฒนาตัวเองในด้านที่ตัวเองถนัดหรือหลงใหล มากกว่า 10,000 ชั่วโมง (ไม่การันตรีว่าจะได้เป็น expert แม้ผ่าน 10K ชั่วโมง)

ท้ายสุด Finished good ยังต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ อีกมากมาย ก่อนจะถึงมือผู้บริโภค เราต้องลด Logistics & Supply chain ให้น้อย + เร็วที่สุด (ของจากโรงงานมาถึงมือผู้บริโภคเลย)

# สรุป #

มนุษย์ผลิตเพื่อคนอื่น (value for value/Time for time) เกิด Trade & Exchange มุ่งเป้าการพัฒนาตัวเองสู่ Masterpiece (go specialized) นำไปสู่สังคมที่เจริญรุ่งเรือง (Civilized society)

Money สำคัญ ทำให้ทุก transaction ลื่นไหลตามอุดมคติ แม้บางการ trade ไม่จำเป็นต้องใช้ money (barter system) ซึ่งทำได้ในระดับหมู่บ้าน/ตำบล

The coincident problem of wants มี 4 มิติ

บางทีเราได้สิ่งนึงแต่อีกคนไม่ได้อยากได้ของเรา > ตกม้าตาย

1. Time (Durable, Hard to make)

2. Good (Select a few media as possible)

3. Space (Transportable) เคลื่อนย้ายไปได้

4. Scale (Homogenous, Divisible) ต้องแบ่งย่อยเป็นหน่วยเล็กๆ ได้

Indirect Exchange

คือ medium of exchange (เงิน) ทำให้การแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นได้ ซึ่ง barter system จะเป็น direct system *โลกต้องอยู่ด้วย Indirect exchange

The purchasing power of money

การขายเบียร์ของพี่ชิต ต้องหาที่เก็บ economic energy เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นได้ในอนาคต ซึ่งเงินทำหน้าที่เป็น store of value (หายากและยากที่จะสร้างใหม่), Medium of exchange และ Unit of account ซึ่งสินค้า (Goods) ที่ทำหน้าที่

Salability across time พี่ชิตมองว่าสำคัญที่สุด* เพราะรักษาพลังงานและมูลค่าข้ามผ่านเวลาได้

One money why ?

The winner takes all

Gold > USD > BTC

Fixed money supply

ควรจำกัด money supply เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ money สิ่งที่เราต้องการคือ purchasing power เพื่อให้เกิดการอำนาจในแลกเปลี่ยนที่ไม่จำกัด

Benefits of money

- Division of Labor เกิดการแข่งขัน

- Economics Calculation ตั้งราคาง่าย เพราะใช้หน่วยเดียวกัน

- Low Time Preference เรามีแหล่งเก็บพลังงานที่ดี ใครก็ Dilute ไม่ได้ เกิด secure และ มองการไกล สละความสุขตอนนี้ เพื่อให้ลูกหลานเกิดความสุขในอนาคต

#siamstr

ปอลอ1 ตกหล่นตรงไหนขออภัยเนื่องจากเมา + ไม่มีเนื้อหา Q&A นะคะ

ปอลอ2 ไฟลุกเว่อคลาสนี้ อาจจะไม่ได้ใส่มาทุกคำ แต่เต็มสองรูหู

ปอลอ3 เอนจอยค่า :3 🍻

สุดยอดอีกแล้วหมอแป้ง

nostr:note15js4q0y65qa6x04nahuz85wll6mtcnkgen97t38ncw0ncxrtl6xsar0vc5

การศึกษาประวัติศาสตร์เพื่อทำความเข้าใจอดีตเป็นเรื่องสำคัญ แต่การยึดติดกับ​อดีตหรือรูปแบบรัฐชาติในอดีตโดยไม่พิจารณาถึงทางเลือกอื่น อาจเป็นการจำกัดกรอบความคิดของเราได้ ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่าอำนาจมักนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด ไม่ว่าอำนาจนั้นจะอยู่ในมือของรัฐหรืออยู่ในมือของใครก็ตาม การมุ่งหวังให้ใครสักคนเป็นคนที่ดีและเสียสละเพื่อส่วนรวมเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เพราะที่ผ่านมาล้วนมีแต่การละเมิดความไว้ใจเราเสมอมา

เรามองเห็นความหวัง ท่ามกลางบทเรียนอันขมขื่นเหล่านี้ หากเราศึกษาและพิจารณาทางเลือกอื่น เช่นการจำกัดอำนาจรัฐ ส่งเสริมเสรีภาพและความรับผิดชอบของปัจเจก สังคมที่เราหวังไม่ใช่ยูโทเปีย แต่เป็นการวางรากฐานอยู่บนความเป็นจริงของธรรมชาติมนุษย์ ที่แต่ละคนต่างเป็นเจ้าของชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง มีสิทธิที่จะแสวงหาความสุขในแบบของตนเอง โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น

.

เพราะเรามองเห็นศักยภาพของมนุษย์ ในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมจากรัฐบาล เราเชื่อว่าการจำกัดอำนาจรัฐ การส่งเสริมเสรีภาพในการเลือก การค้าเสรีและการพึ่งพาตนเอง ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมที่เจริญรุ่งเรืองและสันติสุขอย่างแท้จริง

.

การสร้างสังคมที่ยุติธรรมและมีเสรีภาพไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การยึดมั่นในหลักการเหตุผลของสิทธิส่วนบุคคลและการจำกัดอำนาจรัฐ จะเป็นเหมือนเข็มทิศที่นำทางเราไปสู่เป้าหมายนั้นได้

ปล่อยคลิปแรกแบบเงียบๆ กับรายการรูปแบบใหม่ เราจะพยายามทำคลิปสั้นๆ พร้อมสาระแบบแน่นๆ แต่ย่อยง่ายๆ แบบนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ ทั้งแบบเดี่ยวแบบคู่ เป็นการนำทุกเรื่องมาคุย มาเล่า ให้เข้าใจง่ายๆ ตามชื่อรายการว่า "คุยทุกเรื่องกับ Right Shift"

เช่นเคย กับการยิงใยโดย nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 คนเดิม 🤣

#Siamstr

#ส้มทั้งแผ่นดิน คือบิตคอยน์ทั้งแผ่นดินนะ 5555

nostr:note1qqqrf9p8p3cxwvtnx8ufqzpy2swzkl8nk0wg906y3st2f3v4plpqwu7t7l

ทำออกมาดูดีกว่าตัวจริงอีกครับพี่แชมป์ ขอบคุณครับพี่ มากอดที 55555

พร้อมไหม #ThailandZapathon ⚡ #Siamstr

nostr:note16s7emvw96g7qwyga30et2zse8w5nu8fhz02qnp9lsc2r22mw3l2s50529j

อ่าวลืม555

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์ช่างเลือกที่มีเหตุผล และตระหนักได้ถึงความขาดแคลนของสิ่งต่าง ๆ เราจึงให้คุณค่ากับสิ่งที่หายาก และสิ่งที่หายากที่สุดในโลกก็คือ เวลา

สารคดีเรื่อง God Bless Bitcoin เป็นสารคดีที่ทรงพลังมาก ที่ได้พาเราไปสำรวจโลกของ Bitcoin ตั้งแต่จุดเริ่มต้น จากปัญหาของระบบเงินตรา (ผมจะเรียกมันว่า "เงินเฟียต" แล้วกันนะ) ไปจนถึงศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลก ดูจบแล้วบอกเลยว่าเลเซอร์ออกจากตาแน่นอน (ตาสว่างของแทร่)

เปิดฉากมา สารคดีเริ่มเรื่องราวด้วยการพาเราย้อนกลับไปในอดีต ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของระบบเงินเฟียตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ (เงินที่รัฐใช้กฎหมายบังคับว่ามันคือเงิน) สารคดีได้อธิบายถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของประธานาธิบดีนิกสันในปี 1971 ที่ยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ (หลายคนยังคิดว่าเงินของรัฐยังหนุนหลังด้วยทองคำอยู่เลย) เปิดทางให้รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินได้ตามใจชอบ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาเงินเฟ้อที่กัดกินอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง (เงินเสื่อมค่า ของแพงขึ้น เก็บออมไม่ได้) สารคดียังวิพากษ์วิจารณ์การควบคุมระบบเงินตราโดยรัฐบาล ที่นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และการใช้อำนาจในทางมิชอบ เช่น การอายัดเงินของประชาชนโดยง่าย ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับระบบเงินเฟียตที่เราคุ้นเคย และมองเห็นถึงความไม่มั่นคงของมันได้อย่างชัดเจนและเข้าใจง่ายมาก

จากนั้นครับ สารคดีก็พาเราไปรู้จักกับ Bitcoin เงินสดดิจิตอลไร้ศูนย์กลาง ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของระบบเงินเฟียต ที่ได้อธิบายถึงเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังที่ทำให้ Bitcoin ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทำให้มันเป็นระบบการเงินแบบกระจายอำนาจ ที่ไม่มีใครสามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง และได้มอบความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ ที่สำคัญคือสามารถใช้ได้ทั่วโลกอย่างไร้พรมแดนอีกด้วย รวมถึงข้อดีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวก รวดเร็ว และค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ (สำหรับการโอนเงินข้ามทวีป) ทำให้เราเห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของระบบการเงินที่ยุติธรรม

ในสารคดียังได้พาเราไปเห็นผลกระทบเชิงบวกของมันต่อโลกของเราอีกด้วย กับเรื่องราวของผู้คนในประเทศต่างๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้ ไม่ว่าจะเป็นการที่ Bitcoin ช่วยให้ผู้คนเข้าถึงระบบการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่ประชาชนจำนวนมากไม่มีบัญชีธนาคาร ช่วยให้ผู้คนในประเทศยากจนสามารถเก็บออมเงินและสร้างความมั่งคั่งได้ รวมถึงช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ต้องหนีออกจากประเทศของตนเอง สารคดียังชี้ให้เห็นว่า Bitcoin สามารถส่งเสริมให้โลกเกิดสันติภาพ โดยการทำให้การทำสงครามมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะรัฐบาลไม่สามารถพิมพ์เงิน(กู้)มาใช้จ่ายได้ตามใจชอบ สงครามจึงเกิดได้ยากขึ้นเมื่อเราใช้บิตคอยน์เป็นเงิน เพราะมันเป็นเงินที่สร้างยาก (มีตุ้นทุนในการผลิตเหมือนทองคำ) ทำให้เราเห็นว่าบิตคอยน์ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่มันคือเครื่องมือในการสร้างโลกให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

สิ่งที่น่าสนใจมากๆ ก็คือการเชื่อมโยง Bitcoin เข้ากับหลักคำสอนทางศาสนา อันนี้โคตรดีชอบมาก (ชอบทุกตอนแหละ 5555) เพราะในสารคดีชี้ให้เห็นว่าหลายศาสนา สอนเรื่องความยุติธรรม ความซื่อสัตย์และการไม่เบียดเบียนกัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ Bitcoin ที่มันเป็นเงินที่เป็นกลางไม่เลือกข้าง นอกจากนี้ Bitcoin นำเสนอทางเลือกใหม่ของระบบการเงินที่อาจช่วยลดความจำเป็นในการกู้ยืมเงินเพราะบิตคอยน์เก็บรักษามูลค่าได้ในระยะยาว ทำให้ผู้คนมีแรงจูงใจในการออมมากกว่าการฝากเงินในธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่ำ เมื่อผู้คนมีเงินออมมากขึ้น ความจำเป็นในการกู้ยืมเงินก็จะลดลง ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาเรื่องดอกเบี้ย ที่บางศาสนาต่อต้านการคิดดอกเบี้ย ทำให้เราเห็นว่า Bitcoin ไม่ได้ขัดแย้งกับหลักศาสนา แต่ในทางกลับกันมันสามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมคุณธรรมและความดีงามทางศาสนาได้อย่างลงตัวและสวยงาม (สาธุ)

สารคดีปิดท้ายด้วยการมองไปยังอนาคตของ Bitcoin ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงการที่บริษัทขนาดใหญ่เริ่มนำ Bitcoin มาใช้ ในสารคดียังบอกอีกว่า Bitcoin อาจกลายเป็นสกุลเงินของโลกในอนาคต และจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และทิ้งท้ายด้วยความหวังที่ว่า Bitcoin สามารถสร้างสังคมที่ยุติธรรม เจริญรุ่งเรืองและมีความสุข

ส่วนตัวผมชอบหลายฉากในสารคดีเรื่องนี้มาก ภาพสวย จัดแสงโคตรดี effect กำลังกลมกล่อม แต่ที่ชอบที่สุดคือฉากที่ Robert Kiyosaki ยกหนังสือ The Communist Manifesto ขึ้นมา ผมตกใจเลย 55555 เข้าท่าดีนะเพราะเป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจและแฝงไปด้วยนัยยะทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมได้อย่างลึกซึ้ง เพราะโดยทั่วไปแล้ว The Communist Manifesto เป็นหนังสือที่วิพากษ์วิจารณ์ระบบทุนนิยม และเสนอแนวคิดเรื่องการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพเพื่อสร้างสังคมคอมมิวนิสต์ที่ทรัพย์สินเป็นของส่วนรวม แต่ในสารคดีป๋า Kiyosaki ใช้หนังสือเล่มนี้เพื่อเปรียบเทียบกับระบบเงินเฟียต ที่ถูกควบคุมโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง ซึ่งเขามองว่าระบบเงินเฟียตต่างหากที่เอื้อประโยชน์ให้กับชนชั้นนำและกำลังกดขี่ชนชั้นแรงงานอยู่ (อันจริง ๆ น่าจะหมายถึงว่าเราทุกคนทุกชนชั้นนี่แหละ ที่กำลังถูกกดขี่) ทำให้เห็นว่าการที่ป๋า Kiyosaki ยกหนังสือ The Communist Manifesto ขึ้นมา พร้อมกับพูดว่า "บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นจากประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชน" บ่งบอกว่าป๋าเขากำลังมองว่า Bitcoin เป็นเครื่องมือในการต่อต้านระบบรวมศูนย์ (Collectivism) รวมถึงป๋าได้วิพากษ์วิจารณ์ว่า CBDC (Central Bank Digital Currency) เป็นเหมือนลัทธิมากซ์ ก็คือการใช้อำนาจรวมศูนย์จากธนาคารกลาง เป็นกาารสะท้อนให้เห็นถึงพลังของ Bitcoin ในการท้าทายอำนาจรัฐ และคืนอำนาจให้กับประชาชน ป๋า Kiyosaki บอกว่า CBDC เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการควบคุมประชาชน เพราะรัฐบาลสามารถติดตามธุรกรรมทางการเงินของทุกคนได้ และสามารถอายัดหรือจำกัดการใช้จ่ายเงินของประชาชนได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับลัทธิมากซ์ที่เน้นการควบคุมเศรษฐกิจโดยรัฐ ที่รัฐบาลมีอำนาจควบคุมทรัพยากรและเศรษฐกิจ (ผู้ใดควบคุมเงิน ผู้นั้นควบคุมโลก) แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่าง Bitcoin กับแนวคิดเรื่องการกระจายอำนาจ อิสรภาพทางการเงิน และการต่อต้านการควบคุมโดยรัฐบาล แน่นอนว่าเมื่อใครศึกษาบิตคอยน์จะพบคำตอบที่เป็นจุดร่วมเดียวกันกับที่ผมชอบพูดติดปากเป็นประจำในรายการสภายาส้มนั้นก็คือ เราต้องแยกอำนาจทางการเงินออกจากมือรัฐ

เอาจริงๆ ใครที่ได้ติดตาม อ.ตั๊ม พิริยะ เนื้อหาในคลิปเราคงเคยฟังอาจารย์พูดไปหมดแล้ว แต่สำหรับ God Bless Bitcoin เป็นสารคดีที่น่าสนใจ ดูง่าย เข้าใจง่ายด้วยลำดับภาพและเนื้อหา เหมาะกับใครที่กำลังสนใจ Bitcoin หรืออยากรู้ว่าเทคโนโลยีนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร แนะนำว่าไม่ควรพลาดครับ #Siamstr

สำหรับใครที่ยังไม่จุใจ วันที่ 14-15 กันยายน 2567 เรากำลังจะมีงาน Thailand Bitcoin Conference 2024 ปีนี้เราจัดขึ้นมาภายใต้แนวคิด “Bitcoin Fixes This” งานบิตคอยน์ ที่จัดโดยบิตคอยเนอร์ เพื่อบิตคอยเนอร์ มาเจอกันพบปะพูดคุยกันต่อได้ที่งาน รายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.thailandbitcoinconference.com/