Avatar
Jakk Goodday
d830ee7b7c30a364b1244b779afbb4f156733ffb8c87235086e26b0b4e61cd62
#Siamstr
Replying to Avatar Nutty_DK

ขอบคุณพี่ nostr:nprofile1qqsdsv8w0d7rpgmykyjykau6lw60z4nn8laceper2zrwy6ctfesu6cspz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduq3vamnwvaz7tmjv4kxz7fwdehhxarj9e3xzmnyqythwumn8ghj7un9d3shjtnwda6x7umgdyh8w6tw5tgsr6 สำหรับข้อคิดดี ๆ อ่านแล้วได้คิดตาม ได้ฝึกจิตใจตัวเองให้ตื่นรู้อยู่เสมองับงับ 🙏💖🫰

.

.

ขอแถมมารุ 1 รูปคร้าา

ขอบคุณจ้า แม่มารุ

ชีวิตไม่ได้ถามว่า ‘คุณต้องการอะไร’ แต่ถามว่า ‘คุณพร้อมจะตอบสนองอย่างไร?’

นี่คือหนึ่งในแนวคิดสำคัญจากหนังสือ Man’s Search for Meaning ของ ดร. วิกเตอร์ แฟรงเกล (Dr.Victor Frankl) นักจิตแพทย์ที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของค่ายกักกันนาซี และค้นพบว่า

“ชีวิตไม่ได้ถูกกำหนดโดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา แต่ถูกกำหนดโดยวิธีที่เราตอบสนองต่อมัน”

แต่เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของ "การอยู่รอด" ในค่ายกักกัน แต่มันมีเรื่องของ “เรามองโลกผ่านกรอบแบบไหน” และ “เมื่อไหร่กันที่เราหยุดเลือก?”

เราเห็นโลกอย่างที่มันเป็น หรืออย่างที่เราถูกสอนให้เชื่อ? อีกด้วย

ลองคิดดู เวลาคุณมองใครสักคนที่ขับรถช้า คุณคิดว่าอะไร?

- "ไอ้นี่ต้องเป็นพวกขับรถห่วยแน่ๆ"

- "ทำไมแม่งอืดขนาดนี้ ไม่มีสมองหรือไง?"

หรือเวลาคุณเห็นใครสักคนแต่งตัวแบบที่คุณไม่เข้าใจ

- "แต่งแบบนี้ต้องเป็นพวกไม่เอาไหนแน่ๆ"

- "พวกนี้ก็คือพวกแบบนี้แหละ"

เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ทำไมเราถึงคิดแบบนี้?

เราเห็นโลกตามที่มันเป็นจริง หรือเราเห็นโลกตามสิ่งที่เราเคยถูกสอนให้เชื่อมาตลอด?

ดร.แฟรงเกล เองก็เคยอยู่ในโลกที่ถูกกำหนดกรอบไว้ให้เขาเชื่อ

ก่อนสงคราม เขาเป็นจิตแพทย์ที่ศึกษาเกี่ยวกับ “อะไรทำให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อ”

แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกอย่างที่เขาเคยมี ถูกพรากไปหมด

ครอบครัว ภรรยา อาชีพ ผลงานที่เขาทำมาทั้งชีวิต

เหลือเพียงสิ่งเดียว... ตัวเขาเอง

และมันนำไปสู่คำถามที่เปลี่ยนชีวิตเขาตลอดไป

เมื่อคุณถูกพรากทุกอย่างไป คุณยังมีอะไรเหลือให้ยึดถือ?

ค่ายกักกัน.. โลกที่ไม่มีความหมาย... หรือยังมีอยู่?

ในค่ายกักกัน ความโหดร้ายเกิดขึ้นทุกวัน

- คนจำนวนมากตายจากความหนาว ความหิว หรือแม้แต่เพียงเพราะทหารนาซี "เลือก" ว่าคุณจะตายวันนี้หรือไม่

- บางคนยอมแพ้ตายไปทั้งที่ร่างกายยังแข็งแรง

- บางคนอดทนได้ทั้งที่ร่างกายอ่อนแอจนแทบยืนไม่ไหว

แฟรงเกลเริ่มสังเกตเห็นสิ่งหนึ่ง...

"คนที่มีชีวิตรอด ไม่ใช่แค่คนที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็น คนที่พบความหมายในสิ่งที่เขากำลังเผชิญ"

- เขาเห็นนักโทษบางคนยังคง ให้ขนมปังชิ้นสุดท้ายของตัวเองแก่เพื่อน

- บางคนเลือกที่จะ ปลอบโยนคนที่สิ้นหวัง แม้ว่าตัวเองก็แทบจะไม่รอด

- บางคน แม้ต้องเผชิญกับสิ่งเลวร้ายที่สุด ก็ยังเลือกที่จะ "มีชีวิต"

และมันทำให้เขาตระหนักว่า...

"ทุกอย่างสามารถถูกพรากไปจากเรา ยกเว้นสิ่งเดียว... อิสรภาพในการเลือกว่าคุณจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร"

ตัวอย่างจากค่ายกักกันที่เปลี่ยนมุมมองของแฟรงเกล

ในคืนหนึ่งที่อากาศเย็นจนกระดูกแทบแตก นักโทษคนหนึ่งที่ชื่อ โอโต้ (Otto) นอนหนาวสั่นอยู่ข้างๆ แฟรงเกล ในสภาพที่ร่างกายอ่อนล้าเกินกว่าจะขยับตัวได้

แต่แทนที่จะหมดหวัง โอโต้ พูดว่า

"คืนนี้พระอาทิตย์ตกสวยดีนะ ดร.แฟรงเกล"

แม้ว่าชีวิตของพวกเขาจะอยู่ในขุมนรกที่โหดร้ายที่สุด แต่ โอโต้ ยังเลือกที่จะมองหาความงามในโลก

นั่นเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้แฟรงเกลเริ่มเข้าใจว่า

มนุษย์สามารถมีอิสรภาพในจิตใจของตัวเองได้เสมอ แม้ว่าทุกสิ่งจะถูกพรากไป

"ความหมายของชีวิต" ไม่ใช่สิ่งที่ต้องหา แต่มันถูกสร้างขึ้น

หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตพยายามหา "คำตอบที่ตายตัว" แต่แฟรงเกลบอกว่า ชีวิตไม่ได้มีคำตอบเดียว

มันเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาของเรา

- บางคนพบความหมายจาก ครอบครัว

- บางคนพบจาก งานที่ช่วยทำให้โลกดีขึ้น

- บางคนพบจาก ความท้าทายที่ต้องก้าวผ่าน

และบางครั้ง... ความหมายของชีวิต อาจอยู่ใน "สิ่งที่เรากำลังเผชิญ" อยู่ตอนนี้

มันมีนักโทษอีกคนที่แฟรงเกลไม่มีวันลืม..

มีชายคนหนึ่งในค่ายกักกันที่เคยบอกกับแฟรงเกลว่า

"ผมเชื่อว่าสงครามจะจบภายในสามเดือน"

แฟรงเกลถามว่า "ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้น?"

ชายคนนั้นตอบว่า..

"ผมฝันเห็นมัน"

และเขายึดมั่นในความหวังนั้น

แต่เมื่อสงครามยังไม่จบภายในเวลาที่เขาตั้งไว้

ร่างกายเขาก็เริ่มอ่อนแอลง และในที่สุด... เขาก็จากไป

แฟรงเกลเห็นชัดว่า

คนที่หมดหวัง คือคนที่ร่างกายอ่อนแอลงตามจิตใจของพวกเขา

แล้วเราล่ะ?

ในค่ายกักกัน แฟรงเกลมีเหตุผลที่ต้องอยู่ต่อ

- เขา อยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับสิ่งที่เขาค้นพบ

- เขา อยากช่วยคนอื่นให้ค้นพบความหมายในชีวิต

เขาไม่รอดเพราะโชค แต่เพราะ เขามีเหตุผลที่ใหญ่พอจะทำให้เขายืนหยัด

แต่ เราล่ะ?

เรากำลังใช้ชีวิตแบบ มีเป้าหมาย หรือแค่ ใช้ชีวิตไปวันๆ?

เราตื่นขึ้นมาเพราะ "ต้องตื่น" หรือเพราะ "มีเหตุผลให้ตื่น"?

ถ้าเราต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรายืนหยัดอยู่ได้?

บางที... คำตอบอาจอยู่ในสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

บางที... เราไม่ต้อง หา ความหมายของชีวิต

แต่เรา สามารถเลือกสร้างมันขึ้นมาเอง

และที่สำคัญกว่านั้น…

เมื่อไหร่กันนะ.. ที่เราเริ่มเชื่อว่า "นี่คือทั้งหมดที่เป็นไปได้?"

จำได้ไหม ตอนเด็กๆ เราเคยเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้

แต่เมื่อไหร่กัน...

- ที่เราเริ่มยอมรับว่าชีวิตต้องเป็นไปตาม "เส้นทางที่ถูกกำหนดมา"

- ที่เราเริ่มคิดว่า "เราทำอะไรไม่ได้"

- ที่เราเริ่มปล่อยให้สิ่งรอบตัวมากำหนดว่าเราจะรู้สึกยังไง

บางที คำถามมันไม่ใช่แค่ “ชีวิตกำลังถามเราอะไร”

แต่มันคือ... “เราเคยหยุดฟังคำถามนั้นไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”

ชีวิตกำลังถามคุณอยู่ คุณจะตอบมันอย่างไร?

ถ้าสิ่งที่อ่านวันนี้น่าสนใจ ลองหา "Man’s Search for Meaning" มาอ่านดูครับ เราอาจจะเจอสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราได้เหมือนที่เปลี่ยนชีวิตคนมาแล้วทั่วโลก

#LifeShift #Siamstr

#ยิงใยคือคดีอาชกรรม

หนีปายยยยยย!!! #Siamstr

Replying to Avatar SandRock46

วันนี้ฉันขอบคุณ nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85 เพราะบทความของเขาช่วยฉันในเวลาที่ย่ำแย่ไว้หลายครั้งมากๆ

ขอบคุณครับ 🙏🏻

ขอบคุณแซนด์ร็อคน้องรัก ติดตามคอยให้กำลังใจพี่เสมอ

หิ้งเท่านั้น

#เงินเฟ้อคือคดีอาญา

#Siamstr

ทำไม "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" ถึงพูดได้ยากกว่าที่คิด?

เราเคยรู้สึกกันไหมว่า…

บางครั้งเราอยากพูด "ขอโทษ" แต่ก็ลังเล กลัวเสียหน้า กลัวโดนมองว่าอ่อนแอ

บางครั้งเราอยากพูด "ขอบคุณ" แต่กลับรู้สึกอึดอัด ไม่กล้าพูดออกไป

แล้วสุดท้ายเราก็เลือกที่จะเงียบ...

ทำไม?

มันเป็นเพราะ "เราไม่จำเป็นต้องพูด"

หรือจริงๆ แล้ว "เราพูดออกมาไม่ได้"

หรือบางที… เรื่องนี้มันเกี่ยวกับ “เสียงในหัว” ที่เราไม่ได้ยิน? (อีกแล้ว)

ลองคิดถึงสถานการณ์เหล่านี้...

"ขอบคุณ" แต่พูดไม่ออก

"ถ้ากูขอบคุณไป มันจะทำให้กูดูอ่อนแอรึเปล่านะ?"

"ขอบคุณแล้วไงต่อ? มันก็แค่เรื่องปกติ ใครๆ ก็ต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว"

"กูไม่อยากให้เขาคิดว่ากูติดหนี้บุญคุณ"

"ขอโทษ" แต่กลืนลงคอ

"ทำไมกูต้องขอโทษก่อน? กูไม่ผิดซะหน่อย"

"ถ้ากูพูดไป เดี๋ยวเขาก็ได้ใจ"

"ขอโทษไปแล้วมันก็เปลี่ยนอะไรไม่ได้อยู่ดี"

มีอะไรคุ้นๆ บ้างไหม?

แล้วถ้ามันคุ้น… เราแน่ใจเหรอว่า "เสียงในหัว" เหล่านี้เป็นของเราจริงๆ?

"ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" อาจไม่ได้เกี่ยวกับคำพูด แต่มันเกี่ยวกับ "ตัวตน" ที่เราอาจแบกไว้อยู่

ลองคิดดูนะครับ…

- บางคนขอโทษยาก... เพราะพวกเขาโตมาในครอบครัวที่ "การผิดพลาด = ความอ่อนแอ"

- บางคนขอบคุณยาก... เพราะพวกเขาถูกสอนมาว่า "ต้องเป็นคนพึ่งพาตัวเอง"

- บางคนทั้งชีวิต... ไม่เคยได้ยินใครพูดคำเหล่านี้ในบ้านเลย

มันไม่ใช่แค่ "นิสัยส่วนตัว" แต่มันคือ "กรอบความคิด" ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

เสียงในหัวของคุณอาจไม่ใช่เสียงของคุณเลย... แต่มันคือเสียงของ สังคม ครอบครัว หรือประสบการณ์ในอดีต

// การขอโทษที่ "ผิด" กับการขอโทษที่ "แท้จริง"

การขอโทษไม่ใช่แค่การพูดว่า "ขอโทษนะ" แล้วเรื่องจบ

แต่การขอโทษที่แท้จริง ต้องมาพร้อมกับ การรับผิดชอบ

❌ การขอโทษที่ผิด..

"ขอโทษก็ได้..." (พูดเพราะต้องพูด ไม่ได้รู้สึกจริงๆ)

"ขอโทษนะ แต่..." (มีข้ออ้างต่อท้าย เพื่อลดความผิดของตัวเอง)

"ขอโทษนะ ถ้าเธอรู้สึกไม่ดี" (โยนความรู้สึกผิดไปให้คนฟัง)

✅ การขอโทษที่แท้จริง..

"ผมเสียใจที่ผมพูดแบบนั้น ผมเข้าใจว่ามันทำให้คุณรู้สึกแย่ และผมจะระวังให้มากขึ้นครับ"

"ฉันยอมรับว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด ฉันอยากแก้ไข และอยากให้คุณรู้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก"

การขอโทษที่ดี = การรับผิดชอบ + การเรียนรู้ + ความตั้งใจที่จะแก้ไข

// "ขอบคุณ" ที่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือ "การยอมรับ"

บางครั้ง… การพูดขอบคุณมันยาก ไม่ใช่เพราะเราไม่อยากพูด

แต่เพราะเราต้อง ยอมรับว่าเรามีวันนี้ได้ รู้สึกแบบนี้ได้ เพราะคนอื่นด้วย

และนั่นทำให้ "อีโก้" ของเราสั่นคลอน

"กูทำเอง กูไม่ต้องขอบคุณใคร"

"เขาแค่ทำตามหน้าที่ ไม่เห็นต้องขอบคุณ"

"กูไม่อยากให้เขารู้สึกว่าเขามีอำนาจเหนือกู"

แต่ความจริงก็คือ…

ไม่มีใครสำเร็จได้ด้วยตัวเองล้วนๆ

แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่าง…

- ขอบคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงเรามา

- ขอบคุณคนขายข้าวที่ทำให้เรามีอาหารกิน

- ขอบคุณเพื่อนร่วมงานที่ช่วยให้โปรเจกต์สำเร็จ

- ขอบคุณตัวเอง ที่ผ่านมาได้จนถึงวันนี้

และบางครั้ง…

ขอบคุณคนที่เคยทำให้เราล้ม

เพราะพวกเขาทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น

ถ้าเราลองพูดมันออกมาดูล่ะ?

วันนี้ ลองพูด "ขอบคุณ" ให้กับใครสักคนที่เราอาจไม่เคยพูดมาก่อน

ลองพูด "ขอโทษ" กับใครสักคนที่เรารู้ว่าเราควรพูดมันออกมา

แล้วลองสังเกตว่า…

มันรู้สึกยังไง?

มันยากกว่าที่คิด หรือจริงๆ แล้ว มันปลดล็อกอะไรบางอย่างในตัวเรา?

// Challenge สำหรับวันนี้ //

ผมชวนมาลองพิมพ์ในคอมเมนต์ว่า..

"วันนี้ฉันจะขอบคุณ ______ เพราะ _______"

หรือ..

"วันนี้ฉันจะขอโทษ ______ เพราะ _______"

แล้วดูว่า… มันเปลี่ยนอะไรในตัวเราบ้าง?

เราอาจจะตกใจว่า แค่สองคำนี้... มันทำให้โลกของเราเปลี่ยนไปได้แค่ไหน

#LifeShift #Siamstr

Whoa, I see you’ve got about a million tabs open there. Not even gonna ask how much RAM you’re rockin’.

But seriously, what’re you researching?

Do you mean is it feasible, or is it worthwhile?

It’s definitely possible, but it’s more of a niche hobby nowadays.

If you love the craft (Sure, i guess), I’d say go for it.

ให้เลือก 1 หัวข้อ หนังสือ Original อ.พิริยะ ขยี้เรื่องอะไรดี?? #Siamstr