Avatar
FaBellgas
dbdd9e75a021812c988fccd28b57f19a5022f2cc43ddaacac5cb556cd889b3f9
Proof of work, Math, Diversity and City pop.

Fiat money has been produced by proof of “ชาติหมา” นะครับ ฮ่าๆๆๆ

#siamstr nostr:note1x2ljs9mgxk6zx2zemkuu2jt7xp89my4d6su28h3dewp4e3skvvjqqp2sry

Replying to Avatar Somnuke

เงินเฟ้อ คือ ภัยคุกคามสูงสุดของอารยธรรมมนุษย์

มันมีมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้เพิ่งเคยเกิดขึ้น ประวัติศาสตร์กำลังซ้ำรอยเดิม เพียงแต่ครั้งนี้ มันเลวร้ายยิ่งกว่าครั้งไหนๆ

โรมันกลายเป็นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เพราะเหรียญทองคำตราจักรพรรดิ และล่มสลายเพราะมันเช่นกัน

ยุคแรกๆ ของการใช้ทองคำเป็นเงิน การค้าขายยังไม่ได้ขยายขอบเขตมาก เนื่องจากความยุ่งยากเสียเวลาในการแลกเปลี่ยน เพราะทองคำแต่ละก้อนมีขนาดไม่เท่ากันก้อนเล็กบ้างใหญ่บ้าง

ทำให้ในยุคสมันนั้นจะซื้อขายกันแต่ละที จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักทองตามมูลค่าสินค้า ซึ่งค่อนข้างยากโดยเฉพาะการใช้จ่ายยอดเล็กๆ

ร้านค้าใหญ่ๆ จะมีหม้อสำหรับหลอมทองไว้คอยบริการ เวลาลูกค้าจ่ายเงินมาก็เอาทองไปหลอม แล้วรินเฉพาะค่าสินค้าออกไป

กว่าจะจบการซื้อขายมันหลายขั้นตอน ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างเชื่องช้า

แต่ข้อดีของระบบทองคำก้อนนี้ คือ ทองคำมันยากสำหรับทุกคน ประชาชาชนทั่วไปสามารถเป็นผู้ผลิตเงินได้ ผ่านการค้นหาตามแหล่งธรรมชาติ เพียงแต่ว่าด้วยความหายากของมัน ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะทำงานมาแลก เพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายกว่าการขุดทองในถ้ำ หรือร่อนทองตามแม่น้ำด้วยตัวเอง

แม้การผลิตทองเข้าสู่ตลาดหลักๆ จะมาจากคนร่ำรวยที่มีบริวารมาก แต่มันไม่มีการผูกขาดการผลิต ใครที่มีศักยภาพและคุ้มค่าพอที่จะทำ ก็สามารถเป็นผู้ผลิตทองคำได้

แต่หลังจากที่จักรพรรดินำทองคำและแร่เงินไปหลอมเป็นเหรียญ ออเรียส และ ดีเนเรียส เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน มาตรฐานของระบบการเงินจึงเกิดขึ้น เศรษฐกิจก็เริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้โรมันกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจสุดๆ

เหรียญเหล่านี้มีคุณสมบัติดีเยี่ยมในการเป็นเงิน มันมีมูลค่าและขนาดเท่าๆ กันโดยไม่ต้องมานั่งชั่งตวงวัด พกพาสะดวก เก็บรักษามูลค่าได้ ทุกคนให้การยอมรับและเชื่อมั่นว่ามันเป็นของแท้ เพราะจักรวรรดิเป็นคนทำ

แต่สิ่งที่ต้องแลกมา คือ อำนาจผูกขาดในการควบคุมระบบการเงินแบบเบ็ดเสร็จ

การผลิตเงินถูกย้ายจากประชาชนไปอยู่ในมือของจักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียว คนอื่นไม่มีสิทธิ์ผลิต ใครหาทองคำมาได้ก็ต้องเอาไปขายให้โรงกษาปณ์ของจักรวรรดิ เพราะเอาไปใช้จ่ายตรงๆ แล้วไม่มีใครรับ ไม่มีใครอยากมานั่งเสียเวลาชั่งตวงวัด ทุกคนเชื่อใจในเหรียญตราจักรพรรดิเท่านั้น

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยมนุษย์นั้นโลภมากเสมอ และเมื่อเงินถูกผูกขาดมันก็นำมาซึ่งการ "โกง" ทุกครั้ง

จักรพรรดิเริ่มสั่งให้มีการหลอมเหรียญทองใหม่โดยผสมโลหะราคาถูกลงไป เพื่อให้ผลิตได้จำนวนมากขึ้น กาลเวลาผ่านไปจากเหรียญทองความบริสุทธิ์ 95% ค่อยๆ ถูกยัดไส้จนเหลือเพียง 5% ตอนที่อาณาจักรพบกับการล่มสลาย

ซึ่งปรากฏการณ์นี้แหละที่เรียกว่า "เงินเฟ้อ" สร้างความพังพินาศในระบบเศรษฐกิจของอาณาจักร รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่ใช้เหรียญนี้เป็นเงิน

เกิดเงินเฟ้อรุนแรง ข้าวยากหมากแพงไปทั่วทุกหัวระแหง ราคาสินค้าถีบตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ จนรายได้ประชาชนวิ่งตามไม่ทัน

ผ่านไปหลายปี ผู้คนก็เอาตัวไม่รอด รายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ชีวิตยากขึ้นและยากขึ้นตามการเสื่อมค่าของเงิน (คุ้นๆ มั้ย) สุดท้ายก็ยากจนข้นแค้นกันทั้งบาง

...ความวิบัติก็เกิดขึ้น

ผู้คนต้องดิ้นรนมากขึ้นและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อเิาตัวรอด แม้ว่ามันจะไปทำร้ายใครก็ตาม สังคมค่อยๆ เสื่อมทรามลง กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เกิดอาชญากรรม ใช้ความรุนแรงเพื่อแย่งชิง เกิดความไม่พอใจและความเคียดแค้นในจักรวรรดิ รวมตัวกันต่อต้าน เกิดสงครามกลางเมือง เกิดความแตกแยก ผู้คนเสื่อมศรัทธา

จักรวรรดิที่เคยยิ่งใหญ่ก็อ่อนแอลงสุดขีด ประชาชนต่างพากันย้ายหนีเพื่อเอาตัวรอด จนสุดท้ายถูกคนนอกเข้ามารุกรานจนนำไปสู่การล่มสลาย หลายบันทึกประวัติศาสตร์บอกว่า ประชาชนต่างพากันยินดีด้วยซ้ำ ที่จักรวรรดิถูกยึดครองและเปลี่ยนผู้นำ แม้จะเป็นกลุ่มคนเถื่อนก็ตาม

มันสะท้อนให้เห็นว่าความหวังและอนาคตของผู้คนมันหมดสิ้นแล้วจริงๆ

หลังจากนั้นก็เกิดอาณาจักรใหม่ที่รุ่งเรืองและล่มสลายซ้ำๆ มากมาย ทั้งหมดล้วนมีการทำลายมูลค่าเงินตัวเองของผู้ปกครอง

และสกุลเงินเฟียตที่เราต้องใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ เรียกได้ว่าเป็นเงินที่ "ชาติหมา" ที่สุดที่โลกนี้เคยมีมา แม้ว่าในอดีตผู้ที่ผูกขาดอำนาจการผลิตเงินจะแอบโกงได้ แต่มันยังต้องมีทองคำที่เสกไม่ได้ในการผลิต

แต่ ณ วันนี้ ไม่มีเหี้ยอะไรเลย ใครจะอยู่ก็อยู่ กูไป

#Siamstr

Proof of work มีได้ฉันใด Proof of KUYISUSYEDMAMCHATMAR ก็มีได้ฉันนั้น

Replying to Avatar Saba

เกือบลืมไปแล้ว ว่าเนื้อเรื่องจริงๆมันไม่ได้แค่ ปล้นคนรวย มาช่วยคนจน

เฮ้ยผมลืมไปแล้วจริงๆ ว่าเนื้อเรื่องRobinhood มันคือไปดักของ ที่เป็นส่วย เครื่องเซ่น เครื่องปัณณาการ ที่ประชาชนโดนขูดรีด และ corruptจากนายอำเภอ จากบิชอป จากเซอร์ริชาร์ด โดยที่ต้องการการล้มล้างพวกคอรัปชั่น กลุ่มปกครองชั้นสูง และเจ้าหน้าที่รัฐที่ขูดรีดภาษีเกินเหตุ ต่างหาก

ทำไมผมถึงไปจำแค่ว่าปล้นคนรวย มาช่วยคนจน แค่นั้นนะ?

- มันง่ายกว่าที่จะโทษคนรวย (หรือรวยกว่า) มันอาจอันตรายที่จะไปโทษรัฐปาวๆ โต้งๆ แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้ว่า คนรวยก็คือคนใกล้รัฐนั่นล่ะ wealth distribution มันก็อยู่กับพวกขุนนาง ชนชั้นสูง ผู้มีอิทธิพล

- บางทีก็อยากจำแค่นั้น เพราะต้องเอาเวลาไปหาเลี้ยงปากท้องวันๆ ฟังแล้วมันใจฟูดี

- ข้อมูลมันโดนกร่อน ในส่วนของการขูดรีดจากรัฐ ออกไปจาก main idea

เราชอบหยิบยกความเหลื่อมล้ำ มาปลุกอารมณ์ แต่ตัดเรื่องสาเหตุที่แท้จริงออกไป และหยิบมาพูดง่ายๆ แค่คนรวยกับคนจน (มันเข้าใจยาก อารมณ์เดียว กับการที่เราถูกทำให้เข้าใจยาก และไม่อยากให้เราเข้าใจในเรื่องต่างๆ เช่น Inflation, CPI, Banking system, Monetary system, etc.) —>อันนี้ขอโยง

- คนเขียนบทversionใหม่ๆ ก็ไปเน้นความเป็นฮีโร่ ความโรแมนติก ของ โรบินฮู้ด ซะมากกว่า ใจฟูกว่ามาพูดเรื่องรัฐ เรื่องภาษี เรื่องcorruption หนังก็ขายยากสิ :D

โอเคๆ… ดูเพื่อความบันเทิง ผมแค่ลืมไปเองแหละ ก็แค่ ปล้นคนรวย มาช่วยคนจน 😛

”ปล้นคนรวยมีที่ไหน โดนเธอปล้นใจสิของจริง“ ขอบคุณครับ

ใช่ครับ

เพราะถ้าคิดในกรอบของโลกก่อนบิทคอยน์ ทองคำคือเงินที่ดีที่สุดจริง แต่ salability across space มันช้า ยาก ลำบาก มี loss การ confirm unit of account ใช้เวลานาน เพราะต้องช่างตวงและตรวจสอบว่าทองคำ 1 g คือทอง 1 g รวมถึงยังเฟ้อปีละ 2-4% สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณเคนส์ลูบปาก แผลบ ๆ ฮั่นแน่ เสร็จพรี่ ทฤษฎีแกจึงผงาดขึ้นมาได้ กลายเป็นหลักสูตรที่สอนในมหาลัย พรี่รู้ว่าน้อง ๆ ทุกคนชอบบริโภค TP สูง ต้องให้เศรษฐกิจโตไว ๆ อยากให้เศรษฐกิจมันโตเร็ว เราต้องปรับสปีด การปรับสปีดต้องมีผู้ควบคุมสิ่งที่เรียกว่าเงิน เงินเฟียตจึงกำเนิดขึ้นมา สะตงสะตอออฟแวลู่อะไร ที่ดินที่ปลูกสะตอได้ของน้อง ๆ นั่นแหละคือสะตอออฟแวลู่สำหรับหลักสูตรพรี่ เราต้องสร้างเงินเฟ้อ (สักฮิดๆ) เพื่อให้คนปาเงินพ้นตัวให้ไวที่สุด เงินฝืดทำให้เศรษฐกิจไม่ดี ท่องกันตามตำรา ไร้จินตนาการถึงโลกที่ดีกว่านี้

แล้วยังหน้าด้านหลอกตัวเองว่าเราไม่ใช่สังคมนิยม เราไม่ได้คุมทรัพย์สิน..เราแค่คุมปริมาณเงิน 55555

But it's over เมื่อเรามีเงินที่แก้ข้อเสียของทองคำได้ จากเงินพุ่งช้า to เงินที่พุ่งเร็วและแรง และปรับปรุงข้อดีโดยการทำให้มีจำกัดซะ หลักสูตรเศรษฐศาสตร์ในมหาลัยของเราจะได้เขียนต่อให้จบสมบูรณ์สักที หลังจากตันที่บทที่ 1 มาตั้งนาน (มือที่มองไม่เห็น, Demand-Supply) และปล่อยให้นิยายไซไฟดิสโทเปียสอดไส้ในหลักสูตรมาเกือบ 100 ปี

#siamstr

เริ่มถาม->ทำความเข้าใจ->ตรวจสอบ->คิดถึงมัน->Action with product-> บอกต่อ

It's proving of proof of work !

ผลลัพธ์มันเวิร์ค เมื่อมีคนเริ่มถามรายละเอียดกับงานที่เราทำ

#TrustTheProcess

#Siamstr nostr:note1qqqvzdvtz89a5hxpjfmdh870fk4m5f4jmxec0cp8dtt0wmd898vqgcl29x

Replying to Avatar Gawyn ⚡

JAN3 and Thai

👀

เพิ่งได้ฟัง #BitcoinTalk191 จบไป 
รู้สึกสะดุดพาร์ทนึงที่ Samson Mow บอกจารย์ว่า เขากำลังมีแพลนจะเข้ามาคุยกับไทย..

.

อย่างที่ทุกคนรู้ งานของ JAN3 คือ เข้าไปให้ความรู้ความเข้าใจผู้นำประเทศ เกี่ยวกับประโยชน์ที่ประเทศนั้นๆ พึงได้ หาก Adopt Bitcoin
ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงที่พวกเราๆ ใน Community ทำอยู่คือ เราสร้างจากรากฐาน แต่งานของ Samson จะเป็นในแบบ Top down เข้าหารัฐบาลไปเลย / ส่วนตัวมองว่าสำคัญมาก หากอยากจะเห็นบิทคอยน์ชนะ เราจำเป็นต้องมีคนที่ทำเรื่องใหญ่ๆ แบบนั้นบ้าง

Anyway, JAN3 เข้าหาหลายๆ ประเทศ ที่ส่วนใหญ่เป็นประเทศโลกที่สามในแถบละตินอเมริกา (เช่น El Salvador) ไปจนถึงแอฟริกากลาง ซึ่งโดยมากเป็นประเทศที่ระบบการเงินล่มสลายไปแล้ว และ มีปัญหาอื่นๆ มากมายในประเทศ จน “ไม่มีอะไรจะเสีย” อยู่แล้วหาก Adopt Bitcoin

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยืนอยู่ในจุดที่ “มีอะไรจะเสีย” อยู่บ้าง , ด้วย Location ใจกลางอาเซี่ยน หันขึ้นบนเป็นจีน มองซ้ายเป็นอินเดีย มองล่างเป็นอินโด เราอยู่ท่ามกลางประเทศที่ประชากรมากที่สุด(AKA ตลาดที่ใหญ่ที่สุด) TOP 3 ใน 5 ของโลก โดยเป็นเพื่อนทุกขั้ว เอาด้วยทุกฝ่าย ไผ่ลู่ลมของเรายังใช้ได้ดีตั้งแต่ยุคล่าอณานิคมจนถึงปัจจุบัน

ขนาดเศรษฐกิจโตประมาณหนึ่ง เงินบาทยังใช้ได้ดี ทองคำในคลังยังพอมี เงินเฟ้อไม่เท่าอีกหลายที่ แม้อนาคตดูน่าจะลำบาก จากปัญหาสังคมผู้สูงอายุ และ การรับจ้างผลิตที่ไม่มีนวัตกรรมเป็นของตัวเอง แต่ไทยที่กำลังมองหา New S Curve ใหม่ของประเทศ อาจจะค้นพบบางอย่างได้จากการ Adopt Bitcoin..

.

ไทยอาจจะเหมาะบิทคอยน์ 🤔 ?

- ประชาชนคนไทยเข้าถึง อินเตอร์เน็ท และ Smart phone ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับโลก อาจมองได้ว่าประชากรมี Digital literacy พอสมควร พร้อมจะเรียนรู้การใช้งานบิทคอยน์ได้ไม่ยาก แม้ว่าบิทคอยน์อาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการส่งเงินระหว่างกันในไทยเพราะเรามีพร้อมเพย์ที่โคตรเทพ แต่การเป็น Store of value ในประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลางมาช้านานอาจดึงดูดให้คนสนใจไม่มากก็น้อย

- การท่องเที่ยว เป็นเครื่องจักรหลัก 1 ใน 4 ตัวที่พยุงเศรษฐกิจไทยไว้มาตลอด เรารับนักเดินทางมากที่สุดจากทุกมุมโลกทั้งคนที่มาเที่ยวและทำงาน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างไว้รองรับคนหลักหลายสิบล้านต่อปี ทำให้มี ถนนหนทาง น้ำ ไฟ เน็ต โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ ที่ยอดเยี่ยมกระจายตัวอยู่ทุกภูมิภาค , ถ้าไทยใช้บิทคอยน์ได้ (อย่างน้อย As a legal currency) กำแพงทางการใช้จ่ายเงินของชาวต่างชาติในไทยจะถูกทลายลงทันที ไม่ต้องแลกเงินไปๆ มาๆ แล้วเสียพรีเมี่ยมให้ Exchange อีกต่อไป

- ศูนย์กลางทางการเงินในเอเชียหลักๆ อยู่ที่ สิงค์โปร์ และ ฮ่องกง ถ้าไทยฉวยโอกาสในศึกบิทคอยน์ครั้งนี้ได้ อาจจะทำให้เราเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ในเอเชีย (หรือโลก) ด้วยธนาคารเอกชนของเราที่มีความเข้มแข็งพอสมควร , อยู่ที่ภาครัฐ และ ผู้คุมกฏทั้งหลายว่าจะปล่อยบิทคอยน์ให้เติบโตตามธรรมขาติในไทยได้มากแค่ไหน

- สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของ Gulf , Binance TH , เป็นนายทุนใหญ่ฝั่งรัฐบาลปัจจุบัน และ Gulf เองเป็นธุรกิจที่เกี่ยวของกับพลังงานโดยตรง จึงน่าสนใจว่าเมื่อ Bitcoin คือ The buyer of first and last resort ของพลังงานทั้งหลาย การ Adopt ของ รัฐไทยอาจให้ผลประโยชน์กับฝั่งทุนได้มหาศาลเช่นกัน

- พ่อนายกคนปัจจุบันมี Blockclock ตั้งอยู่ข้างหลังตอนไลฟ์ 555 อาจจะอนุมานได้ว่ามีความเข้าใจเรื่อง Bitcoin ไม่มากก็น้อย

ปล. เขียนเล่นๆ เท่าที่นึกออกในหัว ผิดถูกอย่างไรขออภัยครับ

#Siamstr

ผมละงง มี blockclock รู้จัก Bitcoin แต่แจกเงินแทน หรือแกแค่รู้จัก Blockchain แต่ไม่เข้าใจ Bitcoin กันนะ

แกเป็นคนแรก ๆ ในไทยที่เข้าใจเรื่องระบบเทคโนโลยีของบิทคอยน์ตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน แต่ผมว่าแกไม่เข้าใจระบบการเงิน (เดานะครับ) เหมือนมาเริ่มเข้าใจว่าเงินทำงานอย่างไรตอนคิดซื้อบ้านหรือเปล่า แถมมีแนวคิดชอบให้รัฐควบคุมด้วย 555

ขอบคุณที่ย้ำเตือนครับ เมื่อถึงเวลาที่มันไปไม่ได้แล้ว แสดงว่าตอนนั้นคงมีสิ่งอะไรที่เวิร์คกว่าเกิดขึ้นมา และหวังว่าตอนนั้นผม (ถ้ายังอยู่) หรือลูกหลานผมในอนาคตจะได้ค้นพบมันเช่นกัน เหมือนที่พวกเราได้ค้นพบเจอบิทคอยน์ตอนนี้

คำตอบง่าย ๆ สำหรับคำถามที่ว่า “ออมบิทคอยน์ 100% ไม่กลัวเป็น 0 เหรอ ? ไม่กลัว Rug เหรอ ?“

คือผมเลิกกลัวตั้งแต่รู้ว่าเกือบทุกประเทศในโลกรวมถึงกองทุนใหญ่ ๆ ถือมันเป็น Strategy asset แล้วแหละครับ 555

หลักคิดของผมง่าย ๆ

ถ้าปริมาณของตัวใหญ่ 100% ใช้งาน/ซื้อ/ถืออะไรบางอย่างจำนวน 1%

อะไรบางอย่างตัวนั้นมีค่า 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แค่พวกกลัวกันไปเอง กลัวกันเพื่อรอจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกคุณ ๆ ทั้งหลายจะเฉลยกันเองว่า “คุณก็ใช้มันเหรอ” “อ้าวมึงก็ซื้อเหรอ” “อ่าาามันเจ๋งใช่มั้ยละพวกมึงถึงยอมรับมัน” “อ้าว ไอ้เหี้ยแล้วหลอกกูทำไมตั้งนานว่ามันจะเป็นอากาศธาตุ” (คำพูดของเฮดด์ฟันด์ 80% ในอีก 20 ปีข้างหน้า)

บิทคอยน์คือสิ่งที่ทุกคน “เห็นเหมือน ๆ กัน” แต่เขินอาย ที่จะถือในสัดส่วนที่เยอะกว่านี้ ได้แค่ท่องตามตำราว่า ”พะพะพะเพราะมันผันผวน ระระเราเลยต้องถือติดพอร์ทแค่สะสะสะสามเปอร์เซ็นต์อะครับ“

ความเป็นปัจเจกชนของเราจึงได้เปรียบ เพราะเรามองเห็นความจริง มองจากมุมมองข้างบน ไม่ได้มองจากมุมมองของแก๊งสถาบันทางการเงินที่คุยกันเองในระนาบเดียวกันและแชร์มุมมองแบบง่อย ๆ ว่า “ควร allowcate bitcoin ติดพอร์ท 1-3%”

แต่ #ความจริงแม่งช้า 55555

#siamstr nostr:note12v8knmva3l9562h5j27lg89txs3t9qzwu337aku8twaltut26ffsyv3l5n

Post ผิดรูป 55 nostr:note1x9erd3pwsv95t8d6t0twpmq8j6q5chhp4r54xa4ggt73zw6wmq8spr2q3j

ถูกหวยเพราะ Bitcoin...

เมื่อวานแฟนถามผมว่าจะซื้อเลขอะไร ผมไม่มีไอเดียในหัว เลยซื้อตามเลข Block heigh ณ ตอนนั้นไป

ถูก 3 ตัวเฉย

อันนี้ No need to trust และ Do not verify เด็ดขาด 5555

#siamstr

แม้แต่พี่ต้น นักข่าวตัวเล็กตัวน้อยในประเทศยังโดนถึงขนาดนี้ มันไม่แปลกเลยที่เขาจะทำได้มากกว่า ด้วยอำนาจที่แรงกว่านี้ ด้วยจำนวนคนที่เยอะกว่านี้ในการละเมิดไพรเวซี่ผู้อื่นเพื่อคีย์เวิร์ด “ความมั่นคงของชาติ”

เอาเป็นว่าแม้แต่ในสามจังหวัดที่ผมเคยอยู่ตอนเด็ก มิตรสหายผมที่โดนต้องสงสัยยังโดนขึ้นลิสต์จาก กอรมน. และคนพวกนี้ลิสต์กันเป็นแรงค์ ใคร “น่าจะ” เป็น “ภัยคุกคาม” มากถึงน้อยตามเทียร์ที่เข่กำหนด และวิธีการละเมิดไพรเวซี่ก็จะมาหน้อยแตกต่างกันไป แค่ในอำเภอเมืองเล็ก ๆ ยังโดนลิสต์กันไปเป็นหมื่นกว่ารายชื่อ

รัฐไทยหรือแม้แต่ทุกรัฐในโลก “ส้นตีน” กว่าที่เราคาดคะเนเยอะกว่าที่เราเข้าใจอย่างคาดไม่ถึงครับ

#siamstr