5555 ขำ
เชื่อไหมในบทความ
ก็กล่าวถึงเงินเฟ้อ ทำให้ความสามารถ
ในการจับจ่ายลดลง
แต่ก็อ้อมไป อ้อมมา วิจัยข้ามไปข้าม
สุดท้ายผลวิจัย ออกมาดันกลายเป็น
คนไม่ชอบออม
แม่มเอ้ยยย
จะมองข้ามเงินเฟ้อ กันไปถึงใหน
เงินเฟ้อออ่อนๆ ที่บอกว่าดี
ที่แท้มันคือ โจรที่คอยขโมยความมั่งคั่ง
เลิกโยน บาปไปที่เงินฝืดได้แล้ว!!!
#siamstr
#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=UqL%7Bncxs%3DqIs%7D*oet6R-M%7DWDNLs%2CR%3AWERks%2C&x=090e01c87b5c50f3de6d7a3ee1fbcffd1fd7d6869850cbb8f8d60d0bc4ec464b
555 นึกถึงสมัยก่อนครับอาจารย์
แล้วตัวที่ชอบพิมพ์ซ้อนๆ คือไม้โท ้้้้
รู้ทั้งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ช้างอยู่กลางห้อง
ก็ยังจะมองข้ามมันไป
Bitcoin fixes this
GN #siamstr
#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1080&blurhash=UQPjMpi_%7EqSKTIoMVtWB%7EXR%25E0t7w1NGX7xa&x=e740f635aab568a938cfda6a7ec3307159d3b5b7288deba68d92958278557aae
ผมคิดไม่ตกเรื่อง ตลาดเสรีกับยาเสพติด คือถ้าเราปล่อยให้ยาเสพติดเป็นตามกลไกตลาดเสรีไม่มีกฎหมายมาห้ามผลจะเป็นยังไง
ใครมี idea ช่วยแชร์หน่อยครับ
nostr:npub1mqcwu7muxz3kfvfyfdme47a579t8x0lm3jrjx5yxuf4sknnpe43q7rnz85
nostr:npub1z7k4pffj7250eaydd3ya0v07mmzecylcq9cw5af68zu39q0k4u3qj6xre4
nostr:npub1a8wreeghu0j8g4zqgzex53sq38gjwjdp5czxnu3rfydnz8n8yu2spqkavy
nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk
ผมคิดว่าปัจจุบัน มันก็เกือบๆเสรีแล้ว
แค่ว่าเอ่อเราไม่เห็น
แต่ถ้าเราสนใจจริงๆเราหามันได้
จริงๆมันอยู่ที่นิยาม
ของคำวว่าเสรี
สำหรับผมคือมีอิสระ
ไม่เบียดเบียนคนอื่นก็ใช้ได้
ถ้าเสพแล้ว มันเกิดอาการ ที่ไร้สติ
ผมว่าหลังจากนั้นมันก็จะไปเบียดเบียนคนอื่น เพราะงั้นมันไม่ควรเสรีสำหรับยาเสพติด
เสื้อลดครึ่งนี่ ต้องโชวพุงแล้ว
โคตรชอบชื่อโครงการ
ไม่รู้ว่าจะน๊อคใคร
ระหว่างเงินเฟ้อ
หรือคนฝาก กับการอัดหมัดจุกๆ
1.89% ต่อปี กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ
8 เดือน 555555
GN ฝันดี มีหมัดอัดปลายคาง
#siamstr
#m=image%2Fjpeg&dim=593x479&blurhash=%23GBM%23*-pIA%252M%7BM%7BRjIoNGQ%2Ci%7B%252njs%3AofWokVSe8%5Ei%7B%25MV%40xuofoyf%2BW.%7EVxbRPs%3BWBR*WVNGR*%3FFn%2Bn%2Bs%3Aaej%5BRjf%2BWo-ooLV%5Bo2WBfPj%5BWUWoROe%3AogjZj%5Bj%5BozaykB&x=a25d9b21b4c2f10f55ff504c92cfe119a916279bcc1f1e2314362774adc3e894
เจออะไรที่เป็นเรื่องทั่วไป
เฮฮา ขำขัน
นอกจากเรื่อง bitcoin
สุขภาพ เศรษฐกิจบ้างน่ะครับ
ผมเป็นขาจร ครับ
ถ้าไม่มาอ่านข่าวในนี้
ก็จะมี social. ปกติบ้าง
ไม่ก็ช่องmoymod ในtelegram
ช่วงนี้รู้สึกว่า มันจะหนักBTC มากไปหน่อย
อยาก balance รับอะไรอย่างอื่นบ้างง
พัก social media บ้างครับ
ช่วงนี้ระหว่างรองาน thaimobile
เราก็นั่งดู review ถือไปเรื่อยเปื่อย
ล่าสุด มาเจอ s24 AI phone
AI นู่นนั่นนี่ ดูไปดูมา รู้สึกว่า
มันยัดเยียดความเป็น AI มากเกินไปรึเปล่า
บางอันมันก็ดี บางอันมันก็อิหยังว่ะ
สุดท้ายก็เลยคิดว่า ...
แค่ smart phone ก็เพียงพอแล้วรึเปล่า
เว้นที่ว่างไว้ให้สมองทำงาน มั่งก็ดี...
กลัวเป็นอัลไซเมอร์ ลืมพาสHW ขึ้นมา
ชิปหายแน่...
น่ากลัวมาก สิ่งสำคัญก่อนที่
จะคาดหวังว่า BTC จะทำอะไร
ต้องคุ้มครอง BTC ในมือตัวเองให้รอด ก่อน
ปวดหัวกับพวกบ้าอำนาจจริงๆ
สิ่งนึงที่ผมยังได้จาก social กระแสหลัก
คือ คนยังรู้น้อยมาก หรือรู้แกล้งไม่รู้
มาแค่ปั่นๆ ก็ไม่ทราบ
วันนี้ก็เป็นอีกวัน ที่เออพอมีคนถาม
แล้วเราได้ตอบ ทุกครั้งที่ผมตอบก็จะเหมือนได้ตกผลึกกับตัวเอง ได้ทบทวนความรู้ไปด้วย
ไม่งั้นเราคงไม่กล้าตอบมั่วๆออกไป
จริงๆ ผมมีความรู้เกี่ยวกับBTC
ค่อนข้างน้อยเลยก็ว่าได้
หลักการทำงานจริงๆของมันก็เรียกว่าเบาบาง
ส่วนสำคัญที่ผมชื่นชอบ
คือรู้ว่า มันส่งผลอะไร
ถ้าให้เทียบผมอาจจะไม่รู้ว่ารถยนแม่ม
เครื่องจักร ขับเคลื่อนจุดระเบิด
เร่งความเรวขนาดนี้ยังงัย เสียแล้วต้องซ่อมยังงัย แต่ผมขับมันได้แล้วรู้ว่ามันจะพาผมไปที่ใหน อย่างน้อยผมก็เป็นเซลขายรถได้ล่ะนะ
กลับมาที่ประเด็น วันนี้มีคนตั้งคำถาม
เกี่ยวกับ bitcoin 2 ว่าถ้ามันมี
จะเกิดอะไร จริงๆ อาจารย์ตั๊มเคยตอบไว้แล้วล่ะ สักคลิปนึง ผมก็ถือว่ามาทำการบ้านส่งอีกรอบ ผมคิดว่านอกจาก ไม่มีใครมาแทนBTC ในแง่ของ network effect มันยังมี value ที่ทำให้เราถือครอง BTC แล้วเราไม่อยากใช้อย่างอื่น ยกตัวอย่าง social network ที่วันนี้มีหลาย platform เหลือเกิน nstr เองผมก็ว่าใช่ network effect มันยังทำงานอยู่
แต่ มันก็มี platform อื่นขึ้นมาซ้ำๆ กันได้
ถึงแม้ว่ามันแย่งเวลาในการเข้าใช้ไป
(แบ่งความมั่งคั่งของคุณไป)
แต่ผมว่ามันก็ยังอยู่ร่วมกันได้
แต่bitcoin มันให้ความรู้สึกเป้นส่วนนึง มี value ที่คุณไปข้องเกี่ยวโดยตรงอยู่ การที่คุณจะไปถือ bitcoin 2 นอกจากคุณจะแบ่ง ความมั่งคั่งของตัวเอง(กระจายความเสี่ยง) มันยังกึ่งๆลด value ของbitcoin ของเงินในมือคุณเองด้วย มันทำให้พอคุณเข้าร่วมแล้ว
บางทีก็ออกยากนะ
กินยาส้มแล้วก็ไปนอนได้ GN
#siamstr
(หาคำพูดมาอธิบายในส่วนความเป็นส่วนนึง
การถือครองสินทรัพย์ที่ต่างจาก network
ไม่ได้ เหมือนติดปลายสมอง)
#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=UHJZ%40%7B0jlV%251m%2BozvfM%7DCS%24%7E.7xWR6SeMcsk&x=eb390d32802337fe48342a389db0acc3e77f9dc5c1f7442ea3ff961fa45fcaf7
พี่ริ พี๊รี พิริ ยู๊วววววว like พิรี พิ๊ริ พิริย๊าาาาาาา
"ความล้มเหลวของระบบการศึกษา" อาาาา...อ่าา
#m=image%2Fjpeg&dim=1041x586&blurhash=i6Cr_%5B%5EQ74HXvy9%5BVr%7D%40Io5SwJ%5E0%25KJRNz9%5ES1%3Dv00vzs9PBTe-o%3D%7BIoJC%23nrqrq%23%2C-6SdEkV_%3Dwr%5E%24*%24y%25LE3Ipw%5BxsJU&x=53a02d24ef53238a9a1694b56ac66f6f3f9830aae07603230ee52d42157dbecb
https://youtu.be/XjDgHJ0Iy6Y?si=fuIJ8Frw8FLFe8It
หวังว่าเวรกรรมคงไม่มีจริงครับ
#Siamstr
1 วัน พันทรงผม
เป็นอีก 1 วันที่รู้สึกโชคดี ที่มี bitcoin
ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเกิดเจออะไรที่
มันหดหู่แล้วหมดหวัง กับอนาคต
แล้วไม่มี BTC จะเป็นยังงัย
บางทีก็สงสัย เมื่อไหร่คนอื่นจะคิดได้มั่งวะ
แค่ เก็บBTC เอาเงินออกจากมือรัฐ
นี่คือการโหวต เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก
ง่ายๆ แค่นี้....
จริงๆชอบคำที่เขาบอกว่า
กฏหมายสร้างจากมือมนุษย์
ทำไมมนุษย์ถึงจะแก้ไม่ได้
การเมืองไทยแม่มมม โคตรเฮงซวย
เวลาเจอ อะไรที่มันห่วยและดูเฮงซวย
ก็เดินหน้า stack sats ต่อไป
ช่วยได้เยอะ .....
The Crimes of the Pharmaceutical Industry
อุตสาหกรรมยา เป็นการผลิตยาเพื่อผลทางการแพทย์ อุตสาหกรรมนี้เน้นการรณรงค์เรื่องของสิทธิบัตรทั่วโลกเป็นส่วนใหญ่ ...ถึงแม้ว่านักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักจะวิจารณ์หนักมากในเรื่องของสิทธิบัตรยา ...ยาที่มีสิทธิบัตรมักจะขายได้ราคาสูงกว่ายาที่ไม่มีสิทธิบัตรนับพันเท่า
Researching The Wrong Problems
วิจัยเฉพาะเรื่องที่มีกำไร
การทำวิจัยส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศที่ร่ำรวยที่มีกำลังซื้อ มียาเพียง 21 ตัวจาก 1,556 ตัวซึ่งออกสู่ตลาดโลกตั้งแต่ปี 1975 ถึงปี 2004 ที่เล็งเป้าไปต่อสู้กับโรคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวตะวันตกนัก ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศยากจน
บริษัทเหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการวิจัยยาที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เช่นไวอากร้ามากกว่ายารักษาวัณโรค เพราะกำไรมันอยู่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่เราสามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพของประเทศยากจนได้โดยใช้ทุนต่ำกว่ามาก
Social Costs, Private Profits
เงินวิจัยจากสาธารณชน แต่กำไรเป็นของเอกชน
ในช่วงต้น ๆ ของการวิจัยและพัฒนามักจะได้รับทุนสาธารณะ ทั้งจากมหาวิทยาลัยและรัฐบาลหลายแห่งทั่วโลก บริษัทยักษ์จะเข้ามาร่วมด้วยหลังจากรู้ชัดว่าการทดลองขั้นต้นแสดงให้เห็นแล้วว่า..ยาตัวนี้น่าจะต้องมีอนาคตแน่
อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทไหนได้ถือสิทธิบัตรเอาไว้ ก็จะได้กำไรส่วนใหญ่ไป เพราะเมื่อมีสิทธิบัตรอยู่ในมือ พวกเขาก็จะชาร์จราคาสูงสุดได้ตามใจ พูดอีกอย่างก็คือ ราคาที่คนร่ำรวยจะจ่ายให้ได้
ถ้าเป็นไปตามนี้ การปล่อยให้บริษัทเอกชนเก็บกำไรทั้งหมดจากยาที่ได้รับสิทธิบัตร..ก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก มันคืออีกช่องทางหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่ถูกวางแผนครอบไว้ ในการดูดเอาความมั่งคั่งเข้ากระเป๋าพวกนักบริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ...แค่นั้นเอง
Depriving Poor Countries of Medicines
คนจนไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ยา
ยาที่จะทำประโยชน์ให้คนนับล้านได้ในประเทศยากจน จำเป็นต้องมีราคาที่คนจนจะจับต้องได้ แต่พวกบิ๊กฟาร์ม่าที่ถือสิทธิบัตรยาเหล่านั้น..ต้องการควบคุมการเข้าถึง และชาร์จที่ราคาสูงสุดเท่าที่จะทำได้
World Trade organization (WTO) มีการบังคับใช้สิทธิบัตรผ่านข้อตกลง ที่เรียกว่า TRIPS (Trade Related Aspects of Intellectual Property) ...แต่ TRIPS ก็ยังมีข้อดีอยู่นิดหน่อยที่อนุญาตให้ประเทศยากจนหลายประเทศสามารถก้อปปี้การผลิตยาเฉพาะตัวที่สำคัญ ๆ และมีข้อบังคับทางกฏหมายให้บาง
More Spent on Marketing Than on Research
ใช้เงินไปกับการตลาดมากกว่าใช้กับการวิจัยซะอีก
ถ้ายาได้ผลดีจริง มันก็ไม่ต้องการ การตลาดเลย ถ้ามันให้ผลดีจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จริงแล้ว แพทย์และเครือข่ายการแพทย์ทั่วโลกย่อมจะต้องนำมาใช้อยู่แล้ว ...แต่จริง ๆ แล้ว ยาส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผลนัก บริษัทจึงจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลในการ "ชักชวน" ให้แพทย์ทั้งหลายให้มาสั่งใช้ยานั้น ...ทั้งหมดนี้หมายความรวมถึง ของขวัญ การจัดท่องเที่ยววันหยุด หรือการสร้างสิ่งจูงใจ (ฟังดูไพเราะกว่า "สินบน" เยอะเลย) แพทย์จำนวนมากก็ยินดีที่จะร่วมเล่นด้วย ...ค่าใช้จ่ายการตลาดเหล่านี้น่ะ มันรวมอยู่ในราคายาแล้วแหละ
Fraud and Deception are Widespread
การฉ้อฉลมันกระจายวงไปกว้างไกลมาก
อุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด บิ๊กฟาร์ม่าหลายแห่งถูกกล่าวหาว่าขายยาที่เป็นอันตราย หรืออาจถึงชีวิตได้ ...อุตสาหกรรมนี้เคยถูกสั่งปรับมาแล้วถึงมากกว่า $5 หมื่นล้านในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา ...เมื่อปี 2012 Glaxo Smith Kline (GSK) ก็ถูกปรับไป $3 พันล้านในสหรัฐที่ขายยาผิดประเภท และจ่ายสินบนแก่แพทย์ และปิดบังผลวิจัย นอกจากนี้ GSK ยังถูกปรับที่อินเดีย อัฟริกาใต้และอังกฤษ
แต่บริษัทนี้ขายยาแค่รายการเดียวก็อาจเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าค่าปรับหลายเท่าตัวก็ได้สบาย
อุตสาหกรรมยามีประวัติการโฆษณายาเกินจริง..ไม่บอกถึงผลด้อยของคุณภาพ..และปิดบังผลร้ายของยามานานแล้ว ...จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นว่า เวชภัณท์มีผลร้ายมากกว่าที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ถึง 4 เท่าส่งผลให้มีผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสองแสนกว่าคนในอังกฤษ และอีกสองล้านคนในสหรัฐในแต่ละปี
นอกจากนี้ยังมีกรณีเสียชีวิตอีกถึง 55,000 รายจากยาแก้ปวด แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกปิดบังโดย Merck ผู้ผลิตยา ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจ จากผลของยารักษาเบาหวาน ตอนนี้มีหลักฐานว่าบริษัทยาเหล่านี้มีการจัดการยักย้ายงานวิจัยของตน พวกนี้ทดสอบยาของตนเอง และออกผลทดสอบที่แสดงแต่ส่วนดีและซ่อนส่วนที่เป็นโทษ
อุตสาหกรรมยาใช้เงินล้อบบี้รัฐบาลสหรัฐมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ..ปี 2018 มีการใช้เงินถึง $2.8 แสนล้าน นี่แสดงให้เห็นถึงการไร้กฏระเบียบของอุตสาหกรรมนี้ ถึงแม้สหรัฐจะมี Food and Drug Administration (FDA) แต่หน่วยงานนี้ก็มีงบประมาณไม่พอ ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ...เจ้าหน้าที่ในสต้าฟมีสัมพันธภาพกับอุตสาหกรรมนี้ อดีตผอ. FDA ก็ออกไปทำงานกับ Pfizer ...ส่วนอดีตสมาชิกสภาคองเกรสจำนวนไม่น้อยก็ไปรับจ้อบเป็นล้อบบี้ยิสต์ให้กับอุตสาหกรรมยา
Not Fit For Purpose
แทบทุกประเทศที่มีหน่วยงานเกี่ยวกับอาหารและยามักจะตายใจไม่นึกว่าอุตสาหกรรมยาน่ะมันเลวแค่ไหน พวกสื่อเองก็เงียบไม่พูดถึงกำ ไรมหาศาลของบริษัทยาเพราะรับทรัพย์ไปเยอะ ...อุตสาหกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสนองจุดประสงค์แท้จริงของสาธารณชน (not fit for purpose) มันทำความล้มเหลวทั้งในประเทศร่ำรวยและยากจนถ้วนหน้า
ถ้าอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องที่ดำเนินงานไปโดยหน่วยงานของชาติ ยาทุกชนิดจะมีราคาเป็นแค่เศษเสี้ยวของราคาปัจจุบัน ไม่ต้องมีปัญหายาปลอม ไม่ต้องมีการล็อบบี้ ไม่ต้องมีการแย่งชิงสิทธิบัตร ประเทศยากจนเข้าถึงยาได้ง่าย ๆ ที่ราคาต่ำมาก ๆ จนอาจให้เปล่าได้เลย
https://medium.com/elephantsintheroom/42-the-crimes-of-the-pharmaceutical-industry-5fee08225cbb
#siamstr #dentistr


