Avatar
R0PE
e4cd9ea1d22fe6e01f09c0557a7b4b9c5b9ce31221ee2cb0b707e49000b369b8

5555 ขำ

เชื่อไหมในบทความ

ก็กล่าวถึงเงินเฟ้อ ทำให้ความสามารถ

ในการจับจ่ายลดลง

แต่ก็อ้อมไป อ้อมมา วิจัยข้ามไปข้าม

สุดท้ายผลวิจัย ออกมาดันกลายเป็น

คนไม่ชอบออม

แม่มเอ้ยยย

จะมองข้ามเงินเฟ้อ กันไปถึงใหน

เงินเฟ้อออ่อนๆ ที่บอกว่าดี

ที่แท้มันคือ โจรที่คอยขโมยความมั่งคั่ง

เลิกโยน บาปไปที่เงินฝืดได้แล้ว!!!

#siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=UqL%7Bncxs%3DqIs%7D*oet6R-M%7DWDNLs%2CR%3AWERks%2C&x=090e01c87b5c50f3de6d7a3ee1fbcffd1fd7d6869850cbb8f8d60d0bc4ec464b

รู้ทั้งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ช้างอยู่กลางห้อง

ก็ยังจะมองข้ามมันไป

Bitcoin fixes this

GN #siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1080&blurhash=UQPjMpi_%7EqSKTIoMVtWB%7EXR%25E0t7w1NGX7xa&x=e740f635aab568a938cfda6a7ec3307159d3b5b7288deba68d92958278557aae

ผมคิดว่าปัจจุบัน มันก็เกือบๆเสรีแล้ว

แค่ว่าเอ่อเราไม่เห็น

แต่ถ้าเราสนใจจริงๆเราหามันได้

จริงๆมันอยู่ที่นิยาม

ของคำวว่าเสรี

สำหรับผมคือมีอิสระ

ไม่เบียดเบียนคนอื่นก็ใช้ได้

ถ้าเสพแล้ว มันเกิดอาการ ที่ไร้สติ

ผมว่าหลังจากนั้นมันก็จะไปเบียดเบียนคนอื่น เพราะงั้นมันไม่ควรเสรีสำหรับยาเสพติด

โคตรชอบชื่อโครงการ

ไม่รู้ว่าจะน๊อคใคร

ระหว่างเงินเฟ้อ

หรือคนฝาก กับการอัดหมัดจุกๆ

1.89% ต่อปี กับเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ

8 เดือน 555555

GN ฝันดี มีหมัดอัดปลายคาง

#siamstr

#m=image%2Fjpeg&dim=593x479&blurhash=%23GBM%23*-pIA%252M%7BM%7BRjIoNGQ%2Ci%7B%252njs%3AofWokVSe8%5Ei%7B%25MV%40xuofoyf%2BW.%7EVxbRPs%3BWBR*WVNGR*%3FFn%2Bn%2Bs%3Aaej%5BRjf%2BWo-ooLV%5Bo2WBfPj%5BWUWoROe%3AogjZj%5Bj%5BozaykB&x=a25d9b21b4c2f10f55ff504c92cfe119a916279bcc1f1e2314362774adc3e894

เจออะไรที่เป็นเรื่องทั่วไป

เฮฮา ขำขัน

นอกจากเรื่อง bitcoin

สุขภาพ เศรษฐกิจบ้างน่ะครับ

ผมเป็นขาจร ครับ

ถ้าไม่มาอ่านข่าวในนี้

ก็จะมี social. ปกติบ้าง

ไม่ก็ช่องmoymod ในtelegram

ช่วงนี้รู้สึกว่า มันจะหนักBTC มากไปหน่อย

อยาก balance รับอะไรอย่างอื่นบ้างง

พัก social media บ้างครับ

ช่วงนี้ระหว่างรองาน thaimobile

เราก็นั่งดู review ถือไปเรื่อยเปื่อย

ล่าสุด มาเจอ s24 AI phone

AI นู่นนั่นนี่ ดูไปดูมา รู้สึกว่า

มันยัดเยียดความเป็น AI มากเกินไปรึเปล่า

บางอันมันก็ดี บางอันมันก็อิหยังว่ะ

สุดท้ายก็เลยคิดว่า ...

แค่ smart phone ก็เพียงพอแล้วรึเปล่า

เว้นที่ว่างไว้ให้สมองทำงาน มั่งก็ดี...

กลัวเป็นอัลไซเมอร์ ลืมพาสHW ขึ้นมา

ชิปหายแน่...

Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

บทความจาก อ.นิรันดร์ ที่กล่าวถึงว่า

#bitcoin จะมีมูลค่าได้อย่างไร?

มันขึ้นกับปัจจัยอะไรบ้าง?

การที่ "สินทรัพย์จะมี value" ได้นั้นจะต้องมีจำนวนจำกัด (หรือเรียกอีกมุมว่า scarcity) และ trust

ทองคำในอดีต มีทั้ง scarcity และ trust

รูปภาพของ Van Gogh ในช่วงที่เค้ายังมีชีวิตนั้นมี scarcity แต่ก็ขายไม่ได้ราคา ไม่มีใครยอมซื้อเพราะขาด trust

แต่หลังจาก Van Gogh ตาย ยุคหลังรูปภาพของเค้ามี scarcity และก็มี trust ด้วย ราคาเลยพุ่งทะลุร้อยล้านดอลล่าร์ (ปรับตามเงินเฟ้อ)

ส่วนเงินดอลล่าร์ก่อนล้ม bretton woods ก็มีทั้ง scarcity (จากการอิงกับทองคำ) และ trust

ส่วนเงินดอลล่าร์ยุคนี้ มีปัญหาคือไม่ scarcity แล้ว (เพราะ QE หนัก แต่คนส่วนใหญ่ไม่รับรู้) แต่ trust ยังคงอยู่

ผมเคยเล่าให้ฟังว่าในยุคสมัยที่โรมันเรืองอำนาจ ทองคำถูกใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน และเหรียญทองคำของโรมันถูกนำไปใช้แพร่หลายถึงประเทศอินเดีย

คนอินเดีย trust เหรียญทองคำจากโรมันมาก จนไม่ยอมใช้ทองคำของประเทศตัวเอง (ทั้งๆ ที่มันก็ทองเหมือนกัน) trust มากถึงขนาดไปทำเหรียญทองคำโรมันของปลอมออกมา คือใช้ทองคำจริง แต่ไปปั้มรูปกษัตริย์โรมันลงในเหรียญทองคำของอินเดีย เพื่ออยากให้คนเชื่อถือ..

ตัวทองคำเอง มี scarcity แต่เหรียญทองคำโรมัน กลับมี trust มากกว่าทองคำทั่วไป

คนอินเดียจึงให้ value เหรียญทองคำโรมัน มากกว่าทองคำอินเดีย

scarcity (ในบางสินทรัพย์) ก่อให้เกิด trust และ trust ก่อให้เกิด value

แต่ถ้า trust หาย value ก็หาย แม้ scarcity จะยังคงอยู่

แต่ถ้าคิดในแง่มุมกลับครับ สินค้าที่มีจำนวนไม่จำกัด จะยังคงมี value หรือไม่ ?

ลองดูสินค้าจำพวก soft commodity อย่างข้าวโพด น้ำตาล กาแฟล่ะ

สินค้าเหล่านี้มีจำนวนไม่จำกัด เพราะปลูกเพิ่มได้เรื่อยๆ แต่กลับกันมี demand ความต้องการบริโภคอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน ดังนั้น ถึงมันจะผลิตได้ไม่จำกัด แต่เมื่อ demand > supply มันก็จะมี value เสมอ

ดังนั้น value มันไม่ได้มาจากการที่มีจำนวนจำกัด หรือ limited supply เสมอไป

มันมี value จากการที่มี high demand ด้วย

limited supply but no demand >> no value

unlimited supply but high demand >> high value

พูดมายืดยาว ตัว Bitcoin เอง การ halving ช่วง Q2 นี้ จะทำให้ supply ใหม่ลดลงอีก คนก็เชื่อกันว่า เฮ้ย ขุดยากขึ้นเท่าตัว ราคาต้องพุ่งแน่ๆ

halving >> limited supply แต่สุดท้ายคำตอบว่าราคาจะวิ่งหรือไม่ ต้องมาดูว่า high demand มันมาจริงหรือเปล่า

ผมคาดการณ์ว่า halving รอบนี้อาจจะไม่เหมือนรอบก่อนๆ เพราะประเด็นคือ demand อาจจะจำกัด จากเม็ดเงินบนโลก ที่ไม่ได้คล่องตัวเหมือนยุคดอกเบี้ยต่ำ FED ก็ยังคงทำ QT เศรษฐกิจโลกก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ารอบนี้ราคา Bitcoin มีโอกาสแปรผันตาม money supply ของ FED มากกว่า halving และ Bitcoin อาจจะกลับสู่ภาวะกระทิง ในกรณีที่ FED ลดดอกเบี้ย และกลับลำมาเริ่ม QE ใหม่อีกรอบ

#siamstr

ผมมองว่ามันก็แปรผันตาม เงินที่ FED จะพิมพ์เพิ่มแต่แรก halving. หรือไม่มันแค่ ความรู้สึกหลังจากลดจำนวนที่ขุด เพราะสุดท้าย ทุกคนต่างรู้ว่า มันมีแค่นี้แหละ 21 ล้าน BTC

Replying to Avatar LATES

มีพรรคพวกที่อยู่ในเยอรมันใช้ lightning ของ binance ไม่ได้นะครับ

สอบความไปมาจึงได้ความว่า EU ไม่ยอมให้ binance อนุญาตให้ลูกค้าใช้ lightning เพราะว่า track ตามยาก

อันนี้สมควรรับทราบและเฝ้าระวังในไทยนะครับ เพราะว่าผมว่าของไทยเนี่ยมักตาม regulatory rules ของทางฝั่งยุโรปมากกว่าอเมริกา เผลอๆที่ว่าจะเปิดให้บริการแล้วยืดเยื้อมาไม่เปิดสักทีอาจจะเพราะรอดูทางฝั่งยุโรปนี่แหละครับ

ในยุโรปนี่หนักข้อขึ้นทุกวัน บางประเทศกำลังจะออกกฎหมายลงทะเบียนผู้ถือครอง bitcoin แล้วนะครับ

ก่อนจะมาเถียงมาตีกันเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วยังมาลากผมไปเถียงด้วยอีกต่างหาก พวกท่านทั้งหลายกรุณาใส่ใจเรื่องที่มีผลกระทบต่อเราโดยตรงไม่ดีกว่าเหรอครับ ช่วยกันหาข้อกฎหมายที่สามารถคุ้มครองการใช้งานตรงนี้ของเราได้ดีกว่าไหม กลต.ไทยจะมีสิทธิ์ทำอะไรอย่างนี้เหรอเปล่า ถ้าเกิดขึ้นเราฟ้องศาลปกครองได้มั้ย? ผมไม่รู้อ่ะ ไม่รู้ห่าอะไรเลยสักอย่าง มีใครมีความรู้ไหม

นะพวกหอยว่างงาน..

#siamstr #binance #binanceeu #lightning #regulation

น่ากลัวมาก สิ่งสำคัญก่อนที่

จะคาดหวังว่า BTC จะทำอะไร

ต้องคุ้มครอง BTC ในมือตัวเองให้รอด ก่อน

ปวดหัวกับพวกบ้าอำนาจจริงๆ

Replying to Avatar SunnyMoo

เศรษฐกิจไทยวิกฤตจริง แต่แก้ด้วยการพิมพ์เงินเข้าระบบ มันจะได้ผลตามหวัง หรือไม่

ใคร ๆ ที่ติดตามสถานการณ์สภาพสังคมและเศรษฐกิจ ต่างก็รับรู้และสัมผัสได้ว่าเศรษฐกิจไทย เปรียบดุจ "กบอยู่ในหม้อที่กำลังต้มอยู่" เพราะไม่เห็นการลงทุนอะไรในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เลย สินค้าต่าง ๆ ที่ผลิตกันอยู่ก็มีแต่สินค้าตกรุ่น จะขายแบบโก่งราคาเพื่อหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ ก็ทำไม่ได้

เราลองมานึก ๆ ดูกันว่าสินค้าและบริการที่เราใช้เพื่อดำรงชีพในชีวิตประจำวัน ในปี ร.ศ. 242 ยังมีสิ่งใดที่ผลิตขึ้นในขอบขัณฑสีมาของกรุงเทพทวารวดีศรีอยุธยา หรือไม่

โทรศัพท์เคลื่อนที่/ คอมพิวเตอร์/ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่ผู้เขียนกำลังใช้เพื่อเขียนบทความนี้ ล้วนมีชิ้นส่วนที่เกิดขึ้นในขอบขัณฑสีมาแห่งนี้เป็นจำนวนน้อยมาก อีกทั้ง หากเดินเข้าไปยังร้านค้าของผู้ประกอบการที่มีทุนขนาดใหญ่ซี่งได้มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ก็พบว่ามีสินค้านำเข้าที่ผลิตจากต่างประเทศล้นทะลักเข้ามาจำนวนมาก รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ ก็มีสินค้าจากต่างประเทศที่มีกลวิธีในการหลีกเลี่ยงมาตรการทางภาษี ทำให้ราคาถูกกว่าสินค้าชนิดเดียวกันที่ผลิตในประเทศ หรือมีผู้ประกอบไทยนำเข้ามาแบบถูกต้องตามกฎหมาย

ทุกวันนี้ เศรษฐกิจไทย ขับเคลื่อนด้วยภาคบริการ ซึ่งก็มาพังเพราะทัวร์ศูนย์เหรียญ และวิกฤตโควิด อีกทั้งภาคบริการส่วนใหญ่ ก็ถูกครอบครองด้วยผู้ประกอบการที่มีทุนขนาดใหญ่ซึ่งได้มาจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

การยัดเงินเข้าระบบด้วยโครงการแจกเงินหมื่น ด้วยอ้างว่าเหล่าผู้ประกอบการขนาดจิ๋วขาดแคลนแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ประกอบกิจการ เพราะเหล่าบรรดานายธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้ให้ ด้วยกังวลว่าจะเกิดปัญหาหนี้เสียจากภาวะเศรษฐกิจไทย ที่ตอนนี้ใคร ๆ ก็มองไม่เห็นอนาคต หากโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจยังคงสภาพเดิมเช่นปัจจุบัน

แต่สหายรุ่นน้องคนนี้ ขอถามพี่หมอมิ้ง สหายรุ่นพี่ พคท. ด้วยความสัตย์ว่า การแจกเงินหมื่นเข้าระบบจะทำให้ผู้ประกอบการขนาดจิ๋วได้เงินทุนเพิ่มขึ้นอย่างไร เมื่อผู้ประกอบการเหล่านั้นไม่มีทุนในการไปสั่งซื้อสินค้ามาจำหน่ายเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคที่พุ่งสูงขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดังนั้นเหล่าผู้บริโภคก็จะหันไปซื้อสินค้าจากร้านค้าสาขาของเหล่าผู้ประกอบการที่มีทุนขนาดใหญ่ซึ่งได้มาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศนี้

อีกทั้ง หากผู้ประกอบการขนาดจิ๋ว เข้าร่วมโครงการแจกเงินหมื่น จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบฉับพลัน จนทำให้อาจต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการขนาดจิ๋ว ทั้งที่ก่อนจะมีการดำเนินโครงการนี้ เหล่าผู้ประกอบการมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์เข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

ทว่า หากผู้บริโภค 180 คน แห่กันนำเงินหมื่นมาซื้อสินค้ากับร้านค้าของผู้ประกอบการเหล่านี้ จะทำให้เหล่าผู้ประกอบการขนาดจิ๋วต้องเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มทันที (ผู้เขียนไม่ได้คำนวณถึงรายได้ปกติของร้านค้าเมื่อไม่มีการดำเนินโครงการ ซึ่งหากคำนวณไปด้วยจำนวนผู้บริโภคที่นำเงินหมื่นมาซื้อสินค้าก็จะลดลง)

ส่วนประเด็นเรื่อง "เศรษฐกิจของประเทศมีลักษณะตกท้องช้าง" พี่หมอมิ้ง คิดว่า การพิมพ์เงินเข้าระบบทันที 500,000 ล้านบาท จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระโดดลุกขึ้นมาทันที หลังจากกระโดดข้ามไม้กั้นไม่ผ่านจนหัวทิ่มบ่อ แล้ววิ่งต่อไปจนพลิกคว้าเหรียญทองได้ในการแข่งขันวิ่งวิบาก 5,000 เมตร ได้ (หรือไม่)

อีกทั้ง หากเราไม่จับกบที่โดนต้มออกจากหม้อ แม้เราจะเติมปริมาณน้ำเพิ่มเข้าไปในหม้อเพื่อให้น้ำล้นหม้อ แล้วกบตัวนั้นก็หล่นออกจากหม้อ แต่พี่หมอ ลืมอะไรบางอย่างไปหรือไม่ การเติมปริมาณเพิ่มเข้าไป ต้องเติมเป็นปริมาณเท่าใดเพื่อให้น้ำล้นหม้อ

อีกทั้งหากน้ำล้นหม้อแล้ว แต่กบตัวนั้น มันดื้อเพราะไม่รู้สึกว่าน้ำมีอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป มันจะยอมหล่นออกจากหม้อ หรือไม่

รวมถึง แม้ว่า กบตัวนั้น หล่นออกจากหม้อแล้ว แหล่งความร้อนที่ใช้ต้มกบตัวนั้น คืออะไร หากเป็นกองเพลิงขนาดมหึมา กบตัวนั้น แม้นจะออกมาจากหม้อ แต่คงกลายเป็นเถ้าธุลีอยู่ในกองเพลิงนั้น

ดังนั้น วิธีการจับกบออกจากหม้อที่กำลังต้ม ให้กบออกไปอยู่ที่อื่น ที่มีสภาพแวดล้อมปกติ ซึ่งก็คือ "การปฏิรูปเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทย" จะเป็นวิธีการที่ทำให้เศรษฐกิจไทย ฟื้นคืนชีพและดำรงค์อยู่อย่างยืนยงสถาพร หรือไม่

ปล. บทความชิ้นนี้ เขียนในฐานะนักเรียนรัฐศาสตร์คนหนึ่ง โดยพยายามเปรียบเปรยอย่างไม่ยึดโยงทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อสื่อสารกับสหายรุ่นพี่ ซึ่งแม้ท่านจะเป็นแพทย์ แต่ก็มีความรู้ทางรัฐศาสตร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้เขียน​ (อาจจะ) ผลิตบทความลักษณะนั้นในคราถัดไป

#กบต้ม #ตกท้องช้าง #หมอมิ้ง #ตระบัดสัตย์ #วันนี้เพื่อไทยโกหกอะไร

#Politics #Political #Politician #Policy #PolicyMaker

#แจกเงินหมื่น #ดิจิมอนออมเล็ต #DigitalWallet

https://www.thansettakij.com/business/economy/587499

เป็นโครงการขายผ้า..

เอาหน้ารอดอย่างแท้จริง

นอกจากแก้ปัญหาระยะสั้นไม่ได้แล้ว

ยังสร้างปัญหาระยะยาวเพิ่มขึ้นไปอีก

สิ่งนึงที่ผมยังได้จาก social กระแสหลัก

คือ คนยังรู้น้อยมาก หรือรู้แกล้งไม่รู้

มาแค่ปั่นๆ ก็ไม่ทราบ

วันนี้ก็เป็นอีกวัน ที่เออพอมีคนถาม

แล้วเราได้ตอบ ทุกครั้งที่ผมตอบก็จะเหมือนได้ตกผลึกกับตัวเอง ได้ทบทวนความรู้ไปด้วย

ไม่งั้นเราคงไม่กล้าตอบมั่วๆออกไป

จริงๆ ผมมีความรู้เกี่ยวกับBTC

ค่อนข้างน้อยเลยก็ว่าได้

หลักการทำงานจริงๆของมันก็เรียกว่าเบาบาง

ส่วนสำคัญที่ผมชื่นชอบ

คือรู้ว่า มันส่งผลอะไร

ถ้าให้เทียบผมอาจจะไม่รู้ว่ารถยนแม่ม

เครื่องจักร ขับเคลื่อนจุดระเบิด

เร่งความเรวขนาดนี้ยังงัย เสียแล้วต้องซ่อมยังงัย แต่ผมขับมันได้แล้วรู้ว่ามันจะพาผมไปที่ใหน อย่างน้อยผมก็เป็นเซลขายรถได้ล่ะนะ

กลับมาที่ประเด็น วันนี้มีคนตั้งคำถาม

เกี่ยวกับ bitcoin 2 ว่าถ้ามันมี

จะเกิดอะไร จริงๆ อาจารย์ตั๊มเคยตอบไว้แล้วล่ะ สักคลิปนึง ผมก็ถือว่ามาทำการบ้านส่งอีกรอบ ผมคิดว่านอกจาก ไม่มีใครมาแทนBTC ในแง่ของ network effect มันยังมี value ที่ทำให้เราถือครอง BTC แล้วเราไม่อยากใช้อย่างอื่น ยกตัวอย่าง social network ที่วันนี้มีหลาย platform เหลือเกิน nstr เองผมก็ว่าใช่ network effect มันยังทำงานอยู่

แต่ มันก็มี platform อื่นขึ้นมาซ้ำๆ กันได้

ถึงแม้ว่ามันแย่งเวลาในการเข้าใช้ไป

(แบ่งความมั่งคั่งของคุณไป)

แต่ผมว่ามันก็ยังอยู่ร่วมกันได้

แต่bitcoin มันให้ความรู้สึกเป้นส่วนนึง มี value ที่คุณไปข้องเกี่ยวโดยตรงอยู่ การที่คุณจะไปถือ bitcoin 2 นอกจากคุณจะแบ่ง ความมั่งคั่งของตัวเอง(กระจายความเสี่ยง) มันยังกึ่งๆลด value ของbitcoin ของเงินในมือคุณเองด้วย มันทำให้พอคุณเข้าร่วมแล้ว

บางทีก็ออกยากนะ

กินยาส้มแล้วก็ไปนอนได้ GN

#siamstr

(หาคำพูดมาอธิบายในส่วนความเป็นส่วนนึง

การถือครองสินทรัพย์ที่ต่างจาก network

ไม่ได้ เหมือนติดปลายสมอง)

#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1024&blurhash=UHJZ%40%7B0jlV%251m%2BozvfM%7DCS%24%7E.7xWR6SeMcsk&x=eb390d32802337fe48342a389db0acc3e77f9dc5c1f7442ea3ff961fa45fcaf7

เป็นอีก 1 วันที่รู้สึกโชคดี ที่มี bitcoin

ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเกิดเจออะไรที่

มันหดหู่แล้วหมดหวัง กับอนาคต

แล้วไม่มี BTC จะเป็นยังงัย

บางทีก็สงสัย เมื่อไหร่คนอื่นจะคิดได้มั่งวะ

แค่ เก็บBTC เอาเงินออกจากมือรัฐ

นี่คือการโหวต เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก

ง่ายๆ แค่นี้....

จริงๆชอบคำที่เขาบอกว่า

กฏหมายสร้างจากมือมนุษย์

ทำไมมนุษย์ถึงจะแก้ไม่ได้

การเมืองไทยแม่มมม โคตรเฮงซวย

เวลาเจอ อะไรที่มันห่วยและดูเฮงซวย

ก็เดินหน้า stack sats ต่อไป

ช่วยได้เยอะ .....

Replying to Avatar KORsiroj🦷👄

The Crimes of the Pharmaceutical Industry

อุตสาหกรรมยา เป็นการผลิตยาเพื่อผลทางการแพทย์ อุตสาหกรรมนี้เน้นการรณรงค์เรื่องของสิทธิบัตรทั่วโลกเป็นส่วนใหญ่ ...ถึงแม้ว่านักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักจะวิจารณ์หนักมากในเรื่องของสิทธิบัตรยา ...ยาที่มีสิทธิบัตรมักจะขายได้ราคาสูงกว่ายาที่ไม่มีสิทธิบัตรนับพันเท่า

Researching The Wrong Problems

วิจัยเฉพาะเรื่องที่มีกำไร

การทำวิจัยส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศที่ร่ำรวยที่มีกำลังซื้อ มียาเพียง 21 ตัวจาก 1,556 ตัวซึ่งออกสู่ตลาดโลกตั้งแต่ปี 1975 ถึงปี 2004 ที่เล็งเป้าไปต่อสู้กับโรคที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวตะวันตกนัก ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศยากจน

บริษัทเหล่านี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการวิจัยยาที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ เช่นไวอากร้ามากกว่ายารักษาวัณโรค เพราะกำไรมันอยู่ตรงนั้น ทั้ง ๆ ที่เราสามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพของประเทศยากจนได้โดยใช้ทุนต่ำกว่ามาก

Social Costs, Private Profits

เงินวิจัยจากสาธารณชน แต่กำไรเป็นของเอกชน

ในช่วงต้น ๆ ของการวิจัยและพัฒนามักจะได้รับทุนสาธารณะ ทั้งจากมหาวิทยาลัยและรัฐบาลหลายแห่งทั่วโลก บริษัทยักษ์จะเข้ามาร่วมด้วยหลังจากรู้ชัดว่าการทดลองขั้นต้นแสดงให้เห็นแล้วว่า..ยาตัวนี้น่าจะต้องมีอนาคตแน่

อย่างไรก็ตาม ถ้าบริษัทไหนได้ถือสิทธิบัตรเอาไว้ ก็จะได้กำไรส่วนใหญ่ไป เพราะเมื่อมีสิทธิบัตรอยู่ในมือ พวกเขาก็จะชาร์จราคาสูงสุดได้ตามใจ พูดอีกอย่างก็คือ ราคาที่คนร่ำรวยจะจ่ายให้ได้

ถ้าเป็นไปตามนี้ การปล่อยให้บริษัทเอกชนเก็บกำไรทั้งหมดจากยาที่ได้รับสิทธิบัตร..ก็ไม่น่าจะถูกต้องนัก มันคืออีกช่องทางหนึ่งของระบบเศรษฐกิจที่ถูกวางแผนครอบไว้ ในการดูดเอาความมั่งคั่งเข้ากระเป๋าพวกนักบริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ...แค่นั้นเอง

Depriving Poor Countries of Medicines

คนจนไม่มีสิทธิ์ได้ใช้ยา

ยาที่จะทำประโยชน์ให้คนนับล้านได้ในประเทศยากจน จำเป็นต้องมีราคาที่คนจนจะจับต้องได้ แต่พวกบิ๊กฟาร์ม่าที่ถือสิทธิบัตรยาเหล่านั้น..ต้องการควบคุมการเข้าถึง และชาร์จที่ราคาสูงสุดเท่าที่จะทำได้

World Trade organization (WTO) มีการบังคับใช้สิทธิบัตรผ่านข้อตกลง ที่เรียกว่า TRIPS (Trade Related Aspects of Intellectual Property) ...แต่ TRIPS ก็ยังมีข้อดีอยู่นิดหน่อยที่อนุญาตให้ประเทศยากจนหลายประเทศสามารถก้อปปี้การผลิตยาเฉพาะตัวที่สำคัญ ๆ และมีข้อบังคับทางกฏหมายให้บาง

More Spent on Marketing Than on Research

ใช้เงินไปกับการตลาดมากกว่าใช้กับการวิจัยซะอีก

ถ้ายาได้ผลดีจริง มันก็ไม่ต้องการ การตลาดเลย ถ้ามันให้ผลดีจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จริงแล้ว แพทย์และเครือข่ายการแพทย์ทั่วโลกย่อมจะต้องนำมาใช้อยู่แล้ว ...แต่จริง ๆ แล้ว ยาส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ผลนัก บริษัทจึงจำเป็นต้องใช้เงินมหาศาลในการ "ชักชวน" ให้แพทย์ทั้งหลายให้มาสั่งใช้ยานั้น ...ทั้งหมดนี้หมายความรวมถึง ของขวัญ การจัดท่องเที่ยววันหยุด หรือการสร้างสิ่งจูงใจ (ฟังดูไพเราะกว่า "สินบน" เยอะเลย) แพทย์จำนวนมากก็ยินดีที่จะร่วมเล่นด้วย ...ค่าใช้จ่ายการตลาดเหล่านี้น่ะ มันรวมอยู่ในราคายาแล้วแหละ

Fraud and Deception are Widespread

การฉ้อฉลมันกระจายวงไปกว้างไกลมาก

อุตสาหกรรมยาเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด บิ๊กฟาร์ม่าหลายแห่งถูกกล่าวหาว่าขายยาที่เป็นอันตราย หรืออาจถึงชีวิตได้ ...อุตสาหกรรมนี้เคยถูกสั่งปรับมาแล้วถึงมากกว่า $5 หมื่นล้านในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา ...เมื่อปี 2012 Glaxo Smith Kline (GSK) ก็ถูกปรับไป $3 พันล้านในสหรัฐที่ขายยาผิดประเภท และจ่ายสินบนแก่แพทย์ และปิดบังผลวิจัย นอกจากนี้ GSK ยังถูกปรับที่อินเดีย อัฟริกาใต้และอังกฤษ

แต่บริษัทนี้ขายยาแค่รายการเดียวก็อาจเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าค่าปรับหลายเท่าตัวก็ได้สบาย

อุตสาหกรรมยามีประวัติการโฆษณายาเกินจริง..ไม่บอกถึงผลด้อยของคุณภาพ..และปิดบังผลร้ายของยามานานแล้ว ...จากการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ แสดงให้เห็นว่า เวชภัณท์มีผลร้ายมากกว่าที่ผู้ผลิตแจ้งไว้ถึง 4 เท่าส่งผลให้มีผู้ป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสองแสนกว่าคนในอังกฤษ และอีกสองล้านคนในสหรัฐในแต่ละปี

นอกจากนี้ยังมีกรณีเสียชีวิตอีกถึง 55,000 รายจากยาแก้ปวด แต่ข้อมูลเหล่านี้ถูกปิดบังโดย Merck ผู้ผลิตยา ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจ จากผลของยารักษาเบาหวาน ตอนนี้มีหลักฐานว่าบริษัทยาเหล่านี้มีการจัดการยักย้ายงานวิจัยของตน พวกนี้ทดสอบยาของตนเอง และออกผลทดสอบที่แสดงแต่ส่วนดีและซ่อนส่วนที่เป็นโทษ

อุตสาหกรรมยาใช้เงินล้อบบี้รัฐบาลสหรัฐมากกว่าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ..ปี 2018 มีการใช้เงินถึง $2.8 แสนล้าน นี่แสดงให้เห็นถึงการไร้กฏระเบียบของอุตสาหกรรมนี้ ถึงแม้สหรัฐจะมี Food and Drug Administration (FDA) แต่หน่วยงานนี้ก็มีงบประมาณไม่พอ ทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน ...เจ้าหน้าที่ในสต้าฟมีสัมพันธภาพกับอุตสาหกรรมนี้ อดีตผอ. FDA ก็ออกไปทำงานกับ Pfizer ...ส่วนอดีตสมาชิกสภาคองเกรสจำนวนไม่น้อยก็ไปรับจ้อบเป็นล้อบบี้ยิสต์ให้กับอุตสาหกรรมยา

Not Fit For Purpose

แทบทุกประเทศที่มีหน่วยงานเกี่ยวกับอาหารและยามักจะตายใจไม่นึกว่าอุตสาหกรรมยาน่ะมันเลวแค่ไหน พวกสื่อเองก็เงียบไม่พูดถึงกำ ไรมหาศาลของบริษัทยาเพราะรับทรัพย์ไปเยอะ ...อุตสาหกรรมนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสนองจุดประสงค์แท้จริงของสาธารณชน (not fit for purpose) มันทำความล้มเหลวทั้งในประเทศร่ำรวยและยากจนถ้วนหน้า

ถ้าอุตสาหกรรมนี้เป็นเรื่องที่ดำเนินงานไปโดยหน่วยงานของชาติ ยาทุกชนิดจะมีราคาเป็นแค่เศษเสี้ยวของราคาปัจจุบัน ไม่ต้องมีปัญหายาปลอม ไม่ต้องมีการล็อบบี้ ไม่ต้องมีการแย่งชิงสิทธิบัตร ประเทศยากจนเข้าถึงยาได้ง่าย ๆ ที่ราคาต่ำมาก ๆ จนอาจให้เปล่าได้เลย

https://medium.com/elephantsintheroom/42-the-crimes-of-the-pharmaceutical-industry-5fee08225cbb

#siamstr #dentistr