Avatar
jillzA
e563fd595ed15c6b468c9de915e14bfa376524f714f7f4fa9da45c049a48351b
Replying to Avatar Bitmania

"ทำงานและใช้ให้น้อย วินัยในการการถือและยึดมั่น คือหนทางของความยั่งยืน และมั่นคงโดยแท้จริง..." นี้คือมุมมองของผมที่ตัวเองมีต่อพ่อตัวเอง

การจะมี Low time perference ได้ มันคงถูกซึบซับมาตั้งแต่เด็ก จนได้เข้าใจคำนี้ จึงรู้ว่าตัวเอง ก็มีความโหยหาระยะสั้นต่ำเหมือนกันนะ

และนี้คือเรื่องเล่าของตัวเองที่โตมา โดยมี พ่อตัวเองเป็น Idol... (ทำงาน ทำงาน และประหยัดแบบขั้นสุด พร้อมกับเก็บออม)

ผมโตมายุคต้มยำกุ้ง ในช่วงที่ฐานะบ้านปานกลาง ไม่มีหนี้ และที่บ้านใช้ชีวิตแบบทำงานทั้งพ่อและแม่ ทำอาหารกินเอง ประหยัดอดออม 6 โมงเย็นเข้านอน (ผ่านต้มยำกุ้งมาแบบงงๆ)

ไม่เคยรู้ว่า พ่อและแม่ได้เงินเดือนเท่าไหร่... ไม่ว่าจะมีแบบฟอร์มจากโรงเรียน พ่อจะให้ใส่ค่าแรงขั้นต่ำยุคนั้นเข้าไป ในช่องอาชีพจะบอกแค่ว่า รับจ้าง....

ในมุมมองของผมคือไม่ได้ฐานะจนละมั้ง ผมก็ต้องประหยัดเลือกเดินกลับบ้านเอง หรือไม่กินน้ำหวานหลังเลิกเรียนแล้วดื่มน้ำเปล่า เพื่อเอาเงินไปหยอดกระปุก

แม้กระทั่งการกินก๋วยเตี๋ยว พ่อยังสามารถสอนเรื่องของการอดเปรี้ยวไว้กินหวานได้เลย!!!

พ่อ: เส้นกับลูกชิ้น อะไรอร่อยกว่า...

ผม: ลูกชิ้น

พ่อ: แล้วถ้ากิน จะกินอะไรก่อน

ผม: ลูกชิ้น

...พ่อก็บอกว่า ต้องกินเส้นก่อนสิ ถ้ากินของที่อร่อยหมดแล้วเราจะทานของที่อร่อยน้อยกว่าหมดได้ยังไง ลำบากบอกก่อนเพื่อสบายทีหลัง แม้ตอนนั้นไม่เข้าใจขนาดนั้นแต่โตมาเรื่อยๆถึงเข้าใจ

สิ่งที่ผ่านมาในวัยเด็กจนโตมาจากการซึมซับจากพ่อตัวเองล้วนๆ.... พอโตขึ้นมาเวลาพ่อไปเจอเพื่อนเก่า ฟังๆมาพ่อตัวเองคือจนมาก วัยเด็กไปเรียน เลิกเรียนต้องไปทำงานที่โรงไม้ แบกไม้ ตั้งแต่เด็ก ไม่มีแม้กระทั้งเงินกลับบ้าน ต้องโบกรถสิบล้อ, รถข้างทางเพื่อขอนั่งรถกลับบ้าน ชีวิตมันทรหดมาก

ตัดภาพมาปัจจุบัน พ่อมีที่ดิน มีบ้าน ทำงานทุกอย่างล้วนเพื่อเก็บออมให้ลูกทุกคน ลูกทุกคนรวมถึงตัวผมได้ใช้ชีวิตแบบดีจริงๆ

ผมตั้งคำถามนึงกับพ่อตัวเองว่า

ผม: กว่าป๊าจะมีวันนี้ได้ ป๊ามีเก็งกำไร ขายที่ดินไปบ้างไหม

พ่อ: ไม่เลย ทำงานและซื้อเก็บอย่างเดียว ไม่เคยขาย

ผมได้แต่อึ้ง 55 บางทีแค่ทำงานและใช้ให้น้อย วินัยในการการถือและยึดมั่น คือหนทางของความยั่งยืน และมั่นคงโดยแท้จริง...

#Siamstr

ลูกชิ้น ลูกสุดท้ายเป็นอะไรที่

พี่สาวผมแย่งกินตลอด 😰

สวัสดีครับ ชาวโลก 🌼

Replying to Avatar U

เก็บเอาส่วนที่ได้จากไลฟ์เมื่อคืนช่วง 2 ชั่วโมงแรกมา Note เก็บไว้

Bitcoin don't care everything about you

bitcoin มันโคตรโหดร้าย กับ คนที่ไม่เข้าใจ

มันไม่สนว่าใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

มันไม่สนใจมึง มึงต่างหากที่ต้องสนใจมัน

.

The "single truth" is a monopoly that destroys everything.

ความจริงหนึ่งเดียวไม่มีพื้นที่ให้ความหลากหลาย พวกมันจะถูกทำลาย เพื่อให้ความจริงหนึ่งเดียวนั้นกลายเป็นพื้นฐาน

และความหลากหลายใหม่จะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ภายใต้ความจริงหนึ่งเดียวนั้น

.

We are here because we dared to question the things around us.

.

ทำไมบิทคอยน์ถึงทำให้ทุกคนรวยเท่ากันไม่ได้ มันไม่แฟร์

แล้วมันไม่ยุติธรรมตรงไหน มันยุติธรรมดีแล้วคนที่อดออม กินน้อย ทำงานอย่างหนัก

เสียสละเวลามาศึกษาและเก็บออมก่อนจะได้รับประโยชน์

.

Trustless in Bitcoin is designed to restore trust among us.

.

อีก 1 ชั่วโมงที่เหลือเดี๋ยวตามฟังอีกรอบ ช่วงนี้ป่วยซะแล้ว ติดหวัดเด็กจิ๋วมา

แถมอากาศก็สวิงเหลือเกิน ดึกหนาว เช้าอุ่น บ่ายร้อน

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

#siamstr

หายไว ๆ ครับ 💪🏼💪🏼💪🏼

Replying to Avatar Johnny Jun

GM #siamstr ตอนเที่ยงๆไทยครับ

วันนี้ผมอยากมาแชร์อะไรไม่สั้นไม่ยาว เกี่ยวกับเรื่อง งานวิจัย การเงิน ของมหาลัยในโลก FIAT เกี่ยวกับงานวิจัยเชิงการแพทย์ ที่เรียกว่า Randomized Controlled Trial (RCT) ซึ่งเป็นงานวิจัยในระดับสูงสุดของทางการแพทย์ที่มักจะทำในผู้ป่วยจริง และมีการ random ผู้เข้าร่วม และ Control ปัจจัยต่างๆ จนน่าเชื่อถือที่สุด

ทำ RCT ด้วยเงินสิบกว่าล้าน แพงมากกก? 🤣 กับข้อสงสัยว่าแล้วที่ไทยเราจะเอาเงินที่ไหนมาสู้เขา และมหาลัยใน UK ถ้าเขาตลาดหุ้นไทยน่าจะใหญ่ประมาณไหน ?? (ขอตามเทรนด์ ไทยงานวิจัยเยอะจนผิดสังเกต)

-> เมื่อวานนี้ได้เรียนเรื่อง การทำวิจัยทางคลินิก (Clinical Trials) ด้วยการใช้ EHR (Electronic Health Records) หรือก็คือโปรแกรมที่เราใช้ตรวจรักษากันในชีวิตประจำวัน

ด้วยความที่ผมไม่เคยมีส่วนร่วมในการทำ Clinical Trial เลย เลยไม่เคยรู้เลยว่ามันมีค่าใช้จ่ายอะไรยังไง และผมเปิดสไลด์ดูก่อนคร่าวๆก่อนเรียน ก็พบกับ slide ที่บอกว่า การทำ Randomized Controlled Trial โดยใช้ EHR อันนึงมีค่าใช้จ่ายที่ 3แสนปอนด์ ในใจก็คิดว่า เชี่ย โคตรรรรรแพงเลย ตีเป็นเงินไทยสิบกว่าล้านนนน

แต่พอเขาสอนมาถึงสไลด์นี้ ผมช้อค เพราะคนสอนเขาบอกว่า เห็นไหมทุกคน มันถูกมากกกกกกก 555555555

-> วันนี้เลยลองเซิชดูว่าค่าใช้จ่ายในการทำ RCT มันเท่าไหร่กัน ก็เจองานวิจัยที่พูดถึงเรื่องนี้หลายฉบับ แต่ส่วนใหญ่ก็พูดตรงกันว่าประเมินแน่นอนไม่ได้ งานวิจัยมักไม่บอกตรงๆ แต่ก็พอหาข้อมูลได้ว่า

ในปี 2005 ใน UK ค่าเฉลี่ยของเงินที่ใช้ทำ RCT ต่อโปรเจคคือ 1,200,000 ปอนด์ ตีเป็นเงินไทยปัจจุบันก็ 50-60ล้าน อันนี้คือเมื่อ 18ปีก่อน ก่อนที่เงินจะเฟ้อกันมากๆซะด้วย

ส่วนในปี 2018 ก็มีคนทำ Systematic review ไว้ว่าค่าเฉลี่ยในการทำ RCT คิดเป็นต่อคนไข้ 1 คน ที่ Recruit เข้ามาอยู่ที่ 409 Usd (range 41-6990 usd) หรือก็คือประมาณ 14000 thai B ต่อหัว เลยทีเดียว

และมีอีกหนึ่งเปเปอร์ที่ดูว่า ค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการ"เตรียม"โปรเจค RCT ในสวิสแลนด์ มีค่าใช้จ่ายอยุ่ที่ราวๆ หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือก็คือ แค่ขั้นตอนการเตรียม งานแอดมิน เตรียมโปรเจค ทำ conceptualization ก็ ฟาดไปราวๆ 2 ล้านไทยซะแล้ว

ผมอ่านดังนี้แล้วก้เกิดข้อสงสัยว่า แล้วมหาลัยในไทยเราจะทำวิจัยสู้ต่างชาติได้อย่างไร ถ้างบประมาณทำวิจัยแต่ละเรื่องมันเยอะขนาดนี้ 🙁 มาที่นี่แปปเดียวก็พอจะสัมผัสได้ว่าเงินทุนที่ไหลเข้ามาเพื่อวิจัยของที่นี่มันเยอะมากๆ แบบคนละโลกกับเงินทุนของบ้านเราเลย ....

-> ถ้ามองต่อในมุมมองที่มหาลัยจะหาเงินเองได้ ผมดูข้อมูลของที่นี่แล้วอึ้ง อย่างเช่น UCL เอง ในปี 2020-2021 มีรายได้รวม (ค่าเทอม ทุนวิจัย และงบอื่นๆ) คือ 1.75 Billion GBP หรือราวๆ 7.8หมื่นล้ายไทย หรือถ้าเป็น Oxford ปีทืี่ผ่านมาก้มีรายได้ทั้งหมด 2.78 Biliion GBP หรือก็คือ เกินกว่าแสนล้านไทย เลยทีเดียว เรียกได้ว่ามหาลัยพวกนี้ ถ้าไปอยู่ไทย อยู่ในตลาดหุ้นน่าจะระดับ Set50 สบายๆ เพราะ Global House ปีก่อน ก็มีรายได้อยู่ที่ 3.5หมื่น ล้านเท่านั้นเอง น้อยกว่าสองมหาลัยที่ผมกล่าวมาซะอีก 😭

แต่จะว่าไปผมเปิดดูรายได้สุทธิของ จุฬาก็ไม่น้อยเลยอยุ่ที่ 2หมื่นล้าน และของ มข เองก็ราวๆ 1.7หมื่นล้าน จริงๆก็คงจะมีปัจจัยอิ่นอีกมากนอกจากเรื่องรายได้ 🤔

การศึกษา การวิจัย สุดท้ายก็หนีไม่พ้นโลกทุนนิยม เงินมางานเกิด ยังคงเป็นจริงเสมอ

https://void.cat/d/T5eS79DwrVQZuDN2fWtjPP.webp

ขอบคุณที่แชร์ ครับ

สวัสดีครับ อย่าลืม กระเป๋า ครับ

## What is Siamstr? Siamstr คืออะไร?

เมื่อ Nostr มันคือ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพียงหนึ่งเดียวที่มอบประสบการณ์แห่งอิสรภาพของการแสดงออกทางความคิด บนความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นเพียงหนึ่งเดียว ท่ามกลางแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่เต็มไปด้วยการเซ็นเซอร์ชิฟ และระบบหุ่นยนต์อัลกอริทึมค่อยควบคุมความประพฤติของผู้ที่ใช้งานอยู่เบื้องหลัง

สำหรับผู้ที่มองหาและแสวงหาความจริงจากคำโกหกทั้งปวง มันคือโลกของการสื่อสารที่สามารถแสดงออกทางความคิดความสงสัยได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ถ้าหากว่าคุณนั้นเคยตั้งขอสงสัยขึ้นภายในใจ คำถามที่มีอยู่มากมายภายในใจของคุณที่ไม่เคยได้เอื้อนเอ่ยคำถามเหล่านั้นกับใคร ๆ เพียงเพราะว่าคุณกำลังหวาดกลัวว่าคำถามเหล่านั้นจะทำให้คุณดูเป็นคนที่แปลกแยกจากสังคมที่คุณกำลังอยู่รวมกับพวกเขา

คำถามเช่นว่า ทำไมรัฐถึงต้องมีการพิมพ์เงิน ทำการมีเงินเฟ้อถึงเป็นสิ่งที่เป็นปกติ ทำไมรัฐถึงต้องเป็นผู้ออกกฎหมายมาควบคุมความประพฤติของผู้คน ทำไมพวกเราถึงต้องเข้ารับการศึกษาภาคบังคับ ทำไมพวกเราถึงพูดในสิ่งที่อยากพูดไม่ได้ อะไรคือคำโกหก อะไรคือความเป็นจริง

สิ่งเหล่านี้คุณสามารถถามคำถามกับมันได้บน Nostr ไม่ใช่ที่อื่น

แรกเริ่มเดิมที่ สำหรับหัวข้อการสนทนาใน “ภาษาไทย” สำหรับคนไทยบน Nostr ที่แทบจะไม่มีผู้ใช้งานที่เป็นชาวไทย และระบบของ Client ที่ยังไม่ได้มีฟังก์ชันต่าง ๆ สำหรับการใช้งานเทียบเท่ากับในปัจจุบันนี้ ในเวลานั้น Nostr ด้วยระบบที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้มีอัลกอริทึมคอยจับคู่ให้กับผู้ใช้งานแต่ละคน หรือพวกที่อยู่ใน location ใกล้เคียงกันได้มาเจอกันอย่างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ การ notes ข้อความต่าง ๆ ที่ถ้าไม่ได้เป็นผู้ที่กำลัง follow ติดตามกัน หรือหา follow จากเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์ที่เป็นที่รู้จัก มันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครคนอื่น ๆ จะมองเห็นการ notes ข้อความเหล่านั้นของเรา

### แฮชแท็ก Thainostr, Siamstr ถือกำเนิดขึ้น

เป็นเพราะใครสักคนหนึ่งในทีมงาน @Rightshift ที่เป็นคนริเริ่มการติดแฮชแท็คทั้งสองอันนี้ #Thainostr #Siamstr พวกเราเริ่ม notes ด้วยการติดแฮชแทคทั้งสองอันนี้ใน notes ของพวกเรา และมันทำให้พวกเราได้เชื่อมโยงเขาหากัน “สวัดดีครับ ผมมาใหม่” “Hi Nostr" ของเมื่อหลายเดือนก่อนที่ไม่มีใครมองเห็นเริ่มมีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น การต้อนรับจากผู้คนที่อยู่มาก่อน ทีมงานจาก @Rightshift พวกเราเริ่มคุยกัน zap ให้กัน แลกเปลี่ยนมุมมองของกันและกัน ผ่านแฮชแท็กทั้งสอง

ถึงแม้จะเริ่มมีการสนทนาเกิดขึ้นกันในกลุ่มคนที่ใช้แฮชแท็กภายใต้ภาษาไทยนี้ไม่กี่สิบคน พี่ @JakkGoodday ที่คอยทักทายตาม notes ของเพื่อน ๆ พี่ @Pong ที่เริ่ม notes เรื่องการลบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ เช่น facebook ที่สร้างแรงบรรดาลใจให้คนอื่น ๆ ตามไปลบมันออกไปจากมือถือกันบ้าง พี่ @Jingjo ที่คอยมากด Like และร่วมแจมการพูดคุยใน notes หัวข้อต่าง ๆ อาจารย์ @Piriya ที่คอยแชร์ notes ต่าง ๆ ของช่าวต่างชาติ หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ อีกหนึ่งแฮชแท็กที่ทรงคุณค่าที่นำพาให้พวกเรามารวมกลุ่มอยู่ด้วยกันมาขึ้นก็เกิดขึ้น

### Zapathon to Thailandzapathon

ในคอมมูนิตี้ของชาวต่างชาติ มีการสร้างแฮชแท็กอันหนึ่งขึ้นมาเพื่อใช้ในการทำกิจกรรม #Zapathon ที่จะเป็นการกำหนดเวลาที่คนที่เข้าร่วมกิจกรรมจะทำการ notes โดยการติดแฮชแท็กนี้ โดยไม่ว่าจะเป็นการ notes ที่เป็นสาระ meme รูปภาพ หรืออะไรก็ได้ คนที่เข้าไปเห็น notes เหล่านั้นในเวลานั้นก็จะมีการ zap ส่ง sats ให้กันและกัน เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ให้กับผู้คนในคอมมูฯ และร้อยยิ้มความเฮฮาจาก notes ต่าง ๆ ที่ได้เห็น เป็นการจำลองคุณค่าของ V4V (Value for Value) และอีกทางหนึ่ง ผู้คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนสามารถเห็น notes ของกันและกันผ่านกิจกรรมนี้ มันสร้างการติดตามและก่อให้เกิดกลุ่มคนที่จะไปต่อยอดการสนทนาในหัวข้ออื่น ๆ หลังจากนั้น

ต้องขอบคุณ คุณ @U ที่นำเอากิจกรรมของแฮชแท็กนี้มานำเสนอในคอมมูฯของชาวไทย แฮชแท็ก #ThailandZapathon ที่จะมีการจัดกิจกรรม สาด zap เหมือนกับสาดน้ำในเทศกาลสงกรานต์ให้กับทุก ๆ คนที่เข้ารวมในกิจกรรมในทุก ๆ วันเสาร์เว้นเสาร์ ช่วงบ่ายสี่โมงถึงห้าโมงเย็น (เวลาไม่แน่นอน) ทุก ๆ คนที่ notes ด้วยแฮชแท็กนี้จะได้รับการ zap ด้วย sats กลับไปอย่างแน่นอน

จูงใจกันขาดนี้ใครละจะไม่เข้ารวม (แม้แต่พวก Introvert ที่ปกติไม่ค่อยจะสุงสิงกับใคร ๆ ก็อดใจไม่ไหวที่จะต้องการเข้าร่วมกิจกรรมนี้)

มันทำให้พวกเราที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้รู้จักกันและกันโดยผ่านกิจกรรมนี้ คุณลองนึกภาพดูสิ จะมีบิตคอยน์เนอร์สักกี่คนพวกที่หวงแหนบิตคอยน์ยิ่งกว่าชีวิต จะเอา sats มายิง zap เล่นให้กับคนอื่น ๆ ที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตากันมาก่อน เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยจนกระทั้งเราได้เห็น notes รูป meme ข้อความขำขันตลกโปกฮา ไปจนถึง Long-Form บทความ ที่แต่ละคน notes มันขึ้นมาโดยที่ติดแฮชแท็ก #ThailandZapathon นี้เอาไว้

ถ้าหากว่าไม่มีกิจกรรมนี้เกิดขึ้น มันก็คงจะอีกนานเลย กว่าที่เราแต่ละคนจะได้เห็นการมีอยู่ของกันและกัน ขอบคุณจริง ๆ นะ สิ่งนี้มันทำให้พวกเราได้กลายมาเป็นเพื่อนกัน

### Long-Form Content Fever

ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที่ผมก็ notes บทความ Long-Form เรื่อง “Martyrs of Songkhon : มรณสักขีแห่งสองคอน“ จากการที่ได้ฟังสภายาส้ม EP.13 หัวข้อการสนทนาในรายการเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนาไปแล้วในกิจกรรม #ThailanZapathon ครั้งที่ 2 และแน่นอนผมเป็นผู้ชนะที่ได้รับ zap มากที่สุดในกิจกรรมครั้งนั้น

หลังจากนั้น Long-Form Content that the way ก็แทบจะมีให้เสพกันในทุก ๆ วัน ผมบ้าง คนอื่น ๆ บ้าง คนที่เขียน Long-Form ได้มันที่สุดและยาวที่สุดคงหนี้ไม่พ้นพี่ตั้ม @Jakkgoodday ที่ทำให้พวกเราแทบไม่เงียบเหงากันเลยในเวลานั้น จริง ๆ มีอีกหลาย ๆคนเลยที่ notes บทความ Long-Form ดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่จิงโจ้ @Jingjo กับการลง Long-Form แรกบน Client Yakihonne และ Habla (ที่เป็นการทดสอบการลงบทความก่อนการมาของ #FuckIMF หลังจากนั้น) พี่ป้ำ @Panai เจ้าของบทความใจฟูที่ช่วยฮิลใจทุกครั้งที่ได้อ่าน และเนื้อหาการเล่าเรื่องในแง่มุมของการดำเนินธุรกิจบน PoW ของครอบครัว คุณ @Rinna บทความ Long-Form ที่ใช้ภาษาในการเขียนได้น่าอ่านมาก ๆ และ ซีรีย์ #บันทึกคุณปู่ ที่นำเอาข้อความของคุณปู่ของเธอนำมา notes ให้กับพวกเราได้อ่านกัน

มันเป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการอัดอั้นในสิ่งที่ต้องการแสดงออกมาทางภาษา บทความลึก ๆ ที่มีความยาวที่ปกติแล้วเมื่อนำไปโพสลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ มันจะถูกลดทอนคุณค่าจากการเข้าถึง และถูกปิดกันการมองเห็น ความผิดเดียวของผู้ที่โพสข้อความยาว ๆ ก็คือ

“คุณคือต้นเหตุของการลดทนการสร้างผลกำไรของแพลตฟอร์ม จากการฉุดรั้งเวลาของสายตาผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ที่เขาอาจจะเอามันไปใช้เพื่อดูโฆษณาต่าง ๆ ที่มีการ Sponsor ให้กับแพลตฟอร์ม”

คุณลองนึกภาพดูสิ ใน Nostr ที่ไร้ซึ่งการปิดกันใด ๆ ใครใคร่เสพอะไรก็เสพ ใครใคร่ลงผลงานอะไรก็ปล่อยของกันได้เลยตามใจชอบ สำหรับพวกเราที่มีความนิยมความดิบความลึกของการเขียนหรือการเสพบทความทำไมจะไม่รู้สึกรักมัน

การลง notes บทความ Long-Form ที่ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้มีใครเข้ามาอ่าน ไม่ได้มีคนมากด Like ให้ ไม่ได้มีใครมา zap มันยังเป็นดัชนีชี้วัดที่แท้จริงว่าผลงานของเรามันอาจจะยังไม่เข้าตา มันยังไม่เป็นที่ถูกใจของใครคนอื่นๆ แต่มันก็ไม่ได้กำลังถูกลงทอนคุณค่าด้วยการปิดกันการมองเห็น เพียงแค่ว่าเราผิดที่เราลงข้อความยาว ๆ ที่ไปลดทอนผลกำไรของแพลตฟอร์ม

สำหรับ Nostr การลงบทความแล้วมันยังไม่ดีพอ หรือมันเป็นที่ยอมรับมันถูกพิสูจน์ได้ด้วยมนุษย์ด้วยกันเอง คุณค่าของมันที่ถึงแม้ว่าจะมีหรือไม่มีคนที่อ่านคุณค่าของมันก็ไม่ได้หายไป เราได้สร้าง Long-Form Content ตามที่ใจเราปรารถนาแล้ว

### Escape The Matrix, Exit The Matrix

กิจกรรมสุดเจ๋งของน้องเทนโด้ ที่ให้ผู้ที่รับฟังรายการสภายาส้ม (จำไม่ได้ว่า Ep. ที่เท่าไร ขออภัยด้วย) ให้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านการ notes ประสบการณ์ชีวิตในการเอาตัวเองออกจากโลก The Matrix โดยผู้ที่ชนะจะได้รับแก้วกาแฟสุดเฟี้ยวจากน้องเทนโด้ ที่มีลายสกรีนคำว่า ESCAPE THE MATRIX สีส้มติดอยู่ที่แก้วเป็นของรางวัลกิจกรรม

เริ่มเรื่อง จากในรายการสภายาส้ม เทนโด้พูดถึงหัวข้อของกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีความใกล้เคียงกันกับแนวคิดของบิตคอยน์เนอร์ แต่กลับมีความสุดโต่งในการพยายามพาตัวเองออกจากระบบ (The Matrix) ด้วยวิธีการเสี่ยง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าไปทำธุรกิจขายตรง ธุรกิจสีเทา การลงทุน การเทรดฟอเร็กซ์ และอื่น ๆ การพยายามจะหนีออกจากระบบแย่ ๆ นี้ไปให้ได้เร็วที่สุด โดยไม่คำนึงว่าตัวเองอาจจะต้องเจอกับอันตรายอะไรบ้างจากการกระทำเหล่านั้น และมันคงจะดีถ้าหากว่าพวกเราจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเหลือพวกเขาให้เข้ามารู้จักกับบิตคอยน์

มันเป็นอีกหนึ่งแฮชแท็กที่ยังช่วยสร้างกระแสความร้อนแรงของ Long-Form Content มี notes ต่าง ๆ มากมายของเพื่อน ๆ ในคอมมูฯชาวไทย ได้ช่วยกันส่งเรื่องของตัวเองผ่านประสบการณ์การออกจากโลก TheMatrix ในมุมมองของตนเองไม่ว่าจะเป็นบทความของคุณ @Pikanet เรื่อง “เมื่อผมตื่นรู้เรื่องรอบ ๆ ตัวมาขึ้นจากการศึกษาบิตคอยน์” ของคุณ @AdlerNS เรื่อง ”ทฤษฏีลำดับขั้นของมาสโลว์“ ที่พูดไปถึงปรัชญาทางศาสนา และ คนอื่น ๆ อีกหลายคนรวมถึงผมด้วยที่เข้ารวมกิจกรรมนี้ หากใครกำลังสนใจที่จะตามเข้าไปย้อนอ่านบทความ สามารถค้นหาได้จากแฮชแท็ก #EscapeTheMatrix และ #ExitTheMatrix

และจากกิจกรรม Long-Form Content เหล่านี้ มันทำให้พวกเราลบล้างความคิดที่ว่า ”คนไทย 8 บรรทัด“ อาจจะไม่ได้มีอยู่จริง ในความเป็นจริงแล้วที่พวกเราอ่านหนังสือกันน้อยลงในเวลานี้ มันอาจจะเป็นเพราะแพลตฟอร์มฯ​ หรือสื่อต่าง ๆ แม้แต่ช่องทางข่าวสารบ้านเมืองที่มักจะนำเสนอมุมมองที่ตื้นเขินจนใครหาย ๆ คน เลิกที่จะสนใจในความเป็นจริงอันลึกซึ้ง การ Low Time Preference ในการพิจาณาความเป็นจริงต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ตัว การคิดอย่างมี Critical Thinking จากข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้รับ มันทำให้พวกเรามีสกิลของการมีสมาธิจดจ่อกับตัวอักษรหลายหน้ากระดาษได้เป็นเวลานาน ๆ โดยที่ไม่ได้รู้สึกเบื่อ

เรากำลังสร้างอีกหนึ่ง PoW ให้กับตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว ทั้งผู้ที่เขียน และผู้ที่อ่าน ประโยชน์ที่ได้รับที่สมควรค่าแก่การเป็น V4V มันมากพอที่คนที่ได้รับจะส่งต่อมอบคุณค่าเหล่านี้จากประสบการณ์ที่ได้รับ ส่งมันต่อ ๆ ไปให้กับผู้อื่น

Long-Form มันโคตรจะทรงพลังเลย

### เมื่อความหลากหลายมากขึ้น Market Share ก็จะถูกแบ่งไปให้กับความสนใจใหม่ ๆ

หลังจาก Long-Form Content Fever การเข้ามาของผู้คนที่เริ่มสนใจใน Nostr ผ่านการโปรโมทมันผ่านรายการ BitcoinTalk ของ RightShift จากการป้ายยาใน facebook - Siamese Bitcoiners ผ่านบทความของน้องหลาม @123 และจากคุณอาร์ม @Notoshi ที่คอยไลฟ์สตรีมวีดิโอสอนการใช้งาน Client ต่าง ๆ ของ Nostr ช่วยให้ผู้ที่เขามาใช้งานใหม่ ๆ สามารถที่จะเข้าใจการใช้งาน Client ต่าง ๆ การผูกกระเป๋า LN Wallet เพื่อการรับ zap ที่เป็นอีกหนึ่งจุดขายและแรงจูงใจให้กับคนหน้าใหม่ ๆ หลาย ๆ คนเข้ามาใช้งานกันอย่างสนุกสนานและไม่เบื่อไปกันไปก่อนจากการใช้งานที่ค่อนข้างจะต้องมีสกิลทางด้านเทคโนโลยีอยู่บ้าง เพราะมันไม่มีระบบอัลกอฯคอยช่วยเหลือ

และใช่ ก็เป็นพวกเรากันเองอีกนั้นแหละที่คอยช่วยซึ่งกันและกัน ค่อยเข้าไปสวัสดีและต้อนรับมือใหม่หลาย ๆ คนที่เริ่มจะเข้ามาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นพี่ตุ๊ก @Tukjedsadatik พี่หมู @เฮียหมู ผู้ที่เรียกเสียงฮาน้ำตาไหลอย่างคุณสมนึก @Somnuke และคนอื่น ๆ ที่ผมอาจจะกล่าวถึงได้ไม่หมด แต่ขอให้รู้ไว้ว่ามันคือพวกคุณ มันคือพวกเราที่ทำให้จำนวนของผู้ใช้งานคนไทยมันโตขึ้นจนแฮชแท็ก #Siamstr มันโตขึ้นจนแซงชาวต่างชาติประเทศอื่น ๆ ภาษาอื่น ๆ ที่ใช้บน Nostr

ในเวลานี้ต่อให้ไม่ได้ติดแฮชแท็ก #Siamstr เวลาที่ notes คุณลองเข้าไปใน Global ดูสิ ภาษาอะไรที่มักจะมีให้เห็นอยู่แทบตลอดเวลา ขึ้นแทรกอยู่กับภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาสากลของโลก ทั้ง ๆ ที่หลายเดือนก่อนเราแทบจะไม่เห็นกันเลย ภูมิใจสิวะ อยู่บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ถึงจะเป็นคนมีของก็ปล่อยมันออกมาไม่ได้แบบนี้นะเว้ย

และแน่นอนเมื่อมีผู้คนเพิ่มมากขึ้น ความหลากหลายก็มากขึ้น สิ่งที่เคยครองตลาด #Siamstr อย่าง Long-Form Content ก็เริ่มโดนแย่งส่วนแบ่งของ Market Share ความสนใจที่มีหลากหลายทำให้เวลาของสายตาถูกชิงส่วนแบ่งออกไปให้กับสิ่งอื่น ๆ ที่น่าสนใจ การ GM กันในตอนเช้า รูปภาพวิวสวย ๆ การคุยกันถึงเรื่องราวของการใช้ชีวิตประจำวันอย่างเป็นกันเอง การ notes ข้อความข่าวสารจากภายนอก Nostr ข้อความ short-Content ต่าง ๆ ไปจนถึง +18 Content เป็นสิ่งที่ผู้เสพจะต้องเลือกที่จะเสพ เมื่อเวลาของแต่ละคนมีอยู่อย่างจำกัด

แต่พวกเราก็ยังได้เลือกมันว่าจะอ่าน Long-Form Content หรือเก็บไว้อ่านทีหลัง จะคุยเล่นกันแล้วออกไปใช้ชีวิตจริงทำอย่างอื่นภายนอก Nostr สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้มีใครมาค่อยบงการหรือบังคับเหมือน ๆ กับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เราจากมันมา หน้าฟีดที่เกิดจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ โฆษณาที่แสดงโชว์เพื่อหลอกล่อใจให้เราใช้เงินซื้อในสิ่งที่ไม่จำเป็น ทุก ๆ สิ่งเราเลือกได้เอง Nostr มันเป็นแพลตฟอร์มอิสรภาพที่แท้จริง

สำหรับผู้เขียน Long-Form Content นี้ก็ไม่ใช้สิ่งที่เลวร้าย ถ้าเทียบกับว่า นี่คือการจำลองตลาดเสรีที่ในเวลานี้ Long-Form Content กำลังถูกแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไป แต่ด้วย Network Effect ที่มาจากผู้ใช้งานใหม่ ๆ ที่กำลังเต็บโตขึนไปเรื่อย ๆ สิ่ง ๆ นี้จะค่อย ๆ ทดแทนส่วนแบ่งที่หายไป และอาจจะเปิดทางใหม่ ๆ ไอเดียใหม่ ๆ ทักษะการจูงใจใหม่ ๆ ที่จะใช้ในการดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ ๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับ Long-Form Content ได้

### What is "Siamstr" ?

สิ่งที่เขียนทั้งมาทั้งหมด คงไม่อาจจะบรรยายความเป็น Siamstr ของพวกเราได้ทั้งหมดในทุก ๆ มิติ มันเป็นมุมมองแคบ ๆ แต่ฝ่ายเดียวของผมผู้เขียนที่ได้ใช้เวลาอยู่กับทุก ๆ คนในเวลาที่ผ่านมา มันไม่อาจจะเล่าได้ไม่ครบถึงทุก ๆ คนที่อยู่ด้วยกัน เรื่องราวทุก ๆ เรื่อง

ผมยึดถือหลักของการรับรู้ประสบการณ์ โดยที่ผู้ที่จะรับรู้กับประสบการณ์ต่าง ๆ ของเหตุการณ์นั้น ๆ จะเป็นของตัวปัจเจกเท่านั้นที่จะตีความความหมายของสิ่งต่าง ๆ ที่ได้ประสบพบเจอว่าอย่างไร

Siamstr สำหรับผมมันคือ “พลังของ User Network Effect ของชาวไทย บนความจริงเดียวของบิตคอยน์” พลังแห่งการทวีคูณเมื่อจำนวนถูกเพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จาก 4 เป็น 16 จาก 16 เป็น 256...65536...จนอาจเป็นอนันต์ ทุก ๆ ครั้งที่มีพวกเรา Siamstr เพิ่มมากขึ้น มันก็จะสร้างกลุ่มคนที่รับรู้และเข้าใจในบิตคอยน์เพิ่มมากขึ้น นอกจากประชากรบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้น คอมมูฯของพวกเรามันก็จะมี Value ที่ทวีเพิ่มมากขึ้น พลังงานและเวลาที่ต่างคนต่างก็เอาใส่ไว้ร่วมกันก็จะทวีมากขึ้น ความปลอดภัยจากการอยู่ร่วมกันก็จะทวีมากขึ้น บนพื้นฐานของความจริงเดียวของบิตคอยน์

จากการไม่เชื่อใจกัน พวกเราก็กลับมาเชื่อใจกัน เราเคยไว้ใจอะไรไม่ได้เลยเพราะว่าเราเคยอาศัยอยู่ในโลกที่มีแต่การโกหก อยู่กับพวกขี้ขโมยที่คอยปล้นพลังงานและวันเวลาของพวกเราไปอย่างหน้าด้าน ๆ ในโลกที่ไร้ซึ่งความหวังจากการมีชีวิตที่ไม่สามารถเก็บออมพลังงานเหลือใช้ของเราเพื่ออนาคตของเราเอาไว้ไม่ได้

แต่ความจริงเดียวของบิตคอยน์ ที่พวกเราทั้งหลายได้เข้ามามีส่วนร่วมในมัน Network Effect ที่เราช่วยกันสร้างบนมัน Siamstr ถ้าหากว่าบิตคอยน์มันคือการที่เราได้กลับไปเชื่อใจในอะไรสักอย่างหนึ่ง การมีความหวัง ในรูปแบบของปัจเจก Siamstr มันคือการที่เราได้กลับไปเชื่อใจในผู้คนที่เป็นเหมือน ๆ กับเรา ผู้คนที่มีความหวัง ในรูปแบบของการอยู่ร่วมกัน

ความแข็งแกร่งของระบบ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการสมทานบิตคอยน์แบบปัจเจก แยกกันอยู่แบบตัวใครตัวมัน

แต่ความแข็งแกร่งของระบบ มันมาจากการสร้างคุณค่าขึ้นมาด้วยกันของชุมชน โดยที่ให้ User Network Effect มันขยายตัวอยู่บนความจริงเดียวคือ “บิตคอยน์” ไม่ใช้บนความจริงเดียวของระบบ "Fiat"

ดังนั้นคุณรู้กันแล้วนะ ว่าเรากำลังสู้อยู่กับอะไร? แล้วจะเอาชนะมันได้ยังไง? ทำไมถึงต้องทำให้ผู้คนเขาใจบิตคอยน์กันมากขึ้น?

และนี้แหละคือนิยามของ Siamstr ในความคิดเห็นของผม

I'm HIPKNOX.

ปล. อาจจะเรียบเรียงออกมาได้ไม่ค่อยดี เขียนทิ้งเอาไว้หลังไลฟ์เมื่อคืนจบ แล้วก็อย่างที่รู้ ๆ กัน ผมก็เมาเหมือน ๆ กับหลาย ๆ คนที่ได้ดูไลฟ์เมื่อคืนนั่นแหละ เดี๋ยวต้องตามเก็บย้อนหลัง 555

ปล.2 กด note อีกรอบ รอบแรกเมนชั่นถึงคนที่ใส่ @ ไว้ใน note แล้วมัน note ไม่ไป ถ้ามันขึ้นซ้ำขออภัยด้วยครับ

#Siamstr

#SiamstrOG

#WhatisSiamstr

ซาบซึ้งใจ ชอบมากครับ

Replying to Avatar siamstr.com

# เกียรติ คิอความภาคภูมิใจ

> บทความต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผมตกผลึกได้จากสภายาม่วง : สัมภาษณ์ Wichit Saiklao เมื่อคืนนี้

## เกียรติ

"มันคืออิสระ มันคือตัวเรา อะไรก็ช่างแม่ง มันคือตัวเรา"

การที่เรามีความภาคภูมิใจในตนเอง มีความคิดที่สร้างประโยชน์ต่อตนเอง และหลังจากนั้นมันจะมีประโยชน์ต่อผู้อื่นเช่นกัน

สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการสร้างฉันทามัติ จากสังคมที่เป็นอยู่ ผู้ที่มีเกียรติมีความภาคถูมิใจ มีควาามรักในอิสระภาพ

จะไม่ขายศักดิ์ศรีของเขา และมองเห็นเพียงกำไรระยะสั้น พวกเขาจะตระหนักถึงผลกระทบต่อตนเอง และผู้อื่นในระยะยาว ไม่กระทำการฉาบฉวยฉ้อฉล แต่จะเป็นการสร้างคุณค่า และส่งต่อมันอย่างไม่หวงแหน

> สำหรับผมแล้ว เกียรติ คือ ความภาคภูมิใจ คือ POW ที่สะท้อนให้เห็นตัวตนของเรา

### แล้วมันจะได้อะไร?

"Return ของเราคือ Appreciation"

มันคือการสร้างคุณค่า การส่งต่อคุณค่า การมองเห็นคุณค่า และเกิดเป็นประโยชน์จากคุณค่านั้น ทั้งประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น

เมื่อเราอิ่มแล้วเกิดความ fullness ในจิตใจแล้ว ถึงตอนนั้นเราอยากจะแบ่งปันคุณค่าดี ๆ เหล่านี้อย่างแน่นอน

## ความจริงของจักรวาล

"A single truth is the bedrock foundation for diversification"

มันเกิดจากรากฐานฝืนเดียวที่สร้างธรรมชาติอันหลายบนโลกใบนี้

ฝืนดิน และแม่น้ำ ต่างเกิดจากแรงโน้มถ่วงของธรรมชาตินำพาให้เป็นไป

ระบบ Network ่ต่าง ๆ เกิดจาก protocal เดียวที่วางมาตรฐานของโลกอินเตอร์เน็ต

Client Nostr หลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นโดยมีมาตร Nips เป็นกฏเกณฑ์

อย่างที่เห็น เราจะมีกฏเกณฑ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และกฏเกณฑ์ที่่มนุษย์เราสร้างขึ้น

ในเมื่อมนุษย์เราเคยสร้างฉันทามัติในการใช้ทองคำมาแล้ว และในปัจจุปันหลายคนก็ประสบกับความทุกข์ทรมาน จากกฏเกณฑ์ของสกุลเงิน ที่มีเพียงคนไม่กี่คนเป็นคนกำหนดกฏเกณฑ์เหล่านั้น มันจะแปลกตรงไหน ถ้ามนุษย์มีฉันทามัติใหม่ ที่จะนำเอา Bitcoin มาเป็นมาตรฐานการแลกเปลี่ยนแทนสกุลเงิน

## Bitcoin is sucking, yes!

Bitcoin is slowly sucking energy saved on other markets into itself.

จะค่อย ๆ ดึงพลังงานจากตลาดอื่น มาเก็บไว้ที่ตัวเอง

เพราะสุดท้ายแล้วมันคือ Zero-Sum Game ที่

ผู้ชนะ × รางวัล - ผู้แพ้ × ค่าเสียหาย = 0

สุดท้ายนี้อย่าลืมว่า เรือโนอาร์ไม่ได้มีที่พอสำหรับทุกคน

#siamstr #siamstrOG

GM ครับบ อิ่มเอม อบอุ่น

GM 🌼🍺 เช้าของวันนั่งยิ้ม 😄

ไล่อ่าน บทความดี ๆ ทั้งนั้น 🔖📖 👍

#siamstr