Avatar
jillzA
e563fd595ed15c6b468c9de915e14bfa376524f714f7f4fa9da45c049a48351b

วันกินเนื้อ 🍺 #siamstr

ทุ่งม่วงมีไหม ครับ 😍

ไม่ได้ทำนาน คิดถึง🍺

#siamstr

ผมได้กำเนิด “ลูกชาย”

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568

ด.ช.มัธยัสถ์ สร้อยขุนทด

ชื่อเล่น P’Save (พี่เซฟ)

น้ำหนักแรกคลอด 3,312 กรัม

ที่มาของชื่อจริง “มัธยัสถ์” พ่ออยากให้น้องรู้จักพอประมาน การใช่เงินให้รู้จักพอ อดเปรี้ยวไว้กินหวาน อดทนให้เป็น เห็นประโยชน์ในอนาคตให้มาก หาเงินใช้เงินให้พอมีเหลือ แล้วก็ Saving First (เก็บออมก่อน) และก็เป็นที่มาของชื่อเล่นน้องคือ ”P’Save“

ตอนนี้แม่พักฟื้นที่โรงพยาบาล การดีขึ้นตามลำดับ

ส่วน ลูกมีอาการ ออกซิเจนในเลือดต่ำ และมีอาการน้ำตาลเล็กน้อยเนื่องจากแม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรถ์ และตัวเหลือง ตอนนี้อยู่ในห้องเฝ้าระวังกึ่งวิกิต เลยยังไม่สามารถถ่ายรูปน้องมาได้

แต่ตอนนี้อาการน้องอาการดีขึ้น ถอดเครื่องให้ออกซิเจนแล้ว ถอดสายน้ำเกลือแล้ว หมอให้ท่านนมเองแล้ว ยังเหลืออาการตัวเหลือง

สู้ๆน่ะครับ P’Save พ่อจะพาลูกมาผจญภัยโลกที่กว้าง พ่อจะสอนให้หนูทุกเรื่อง จงเชื่อมั่นในตัวเอง จงเรียนรู้ พึงพาตนเอง และรักตัวเอง

#เฮียบอลปรัชญาชีวิต

#เฮียบอลหมูปิ้งโบราณbykitchenrai

#Siamstr

#Psave

#มัธยัสถ์

ยินดีด้วยครับบ 😍

ผมก็ใช้อยู่ก็โอเค นะครับ

ใช่ครับ ผมนี้ชอบ eng pale ale

เชคกันด้วยนะครับ คืนตังแล้ววว

#siamstr #lifpayrefund

Replying to Avatar Eddie Paradorn

จนกว่าจะเจอกันใหม่ ดีใจได้เจอเพื่อน ๆ พี่ ๆ #siamstr หลายคน ได้เห็นการ x collab กันระหว่าง อ.ต๊ำ RightShift กับโค้ชพี่หนุ่ม The Money Coach เชื่อว่าจะเกิดประโยชน์อีกมาก จากที่มากอยู่แล้ว 😊

คนหนึ่งสอนเรื่องการเงิน การออม มาตั้งแต่ปี 47 48 จำได้ว่าตอนนั้นตัดสินใจลาออกมาทำงาน เลยได้หลักคิดจากหนังสือที่พี่หนุ่มแปลและเขียนเองเป็นหลักยึด ทำให้รอดปลอดภัยจากกับดักหนี้ (เลว) สุขภาพการเงินพอใช้ ไร้หนี้ มีเงินออม เหลือไปลงทุนทำธุรกิจ กิจกรรมอีกหลายอย่าง

หลายปีให้หลังมาเจอ อ.ต๊ำ ก็ยิ่งตอกย้ำ ทำให้เห็นถึงความสำคัญ ของการเก็บออมให้ถูกที่, ทำยังไงสิ่งที่ออมไว้ถึงจะไม่หลุดรั่วเสื่อมค่า, วิธีเก็บที่ปลอดภัย ฯลฯ

มุมมอง ความเข้าใจ วิธีถ่ายทอดความรู้ของทั้งคู่ มีคุณค่ามาก แต่เจาะยาก ในประเทศที่เต็มไปด้วยชนชั้นปกครอง ระบบแปลก ๆ ที่พยายามปิดกั้นผู้คนไว้จากความรู้ ความเจริญ อาจเพราะเกรงจะปกครองยาก เหมือนที่พี่หนุ่มพูด

ในไทยมีแค่ไม่กี่คน ไม่กี่องค์กรที่จะทำได้ ดังนั้นส่วนตัวจึงเชื่อว่า การร่วมงานกันครั้งนี้จึงเป็นอะไรที่น่าสนใจ, น่าติดตาม, น่าสนุก มากแน่ ๆ 😇🥰😊🎉🚀✨️🌈🌱🚀🚀🚀

#ExitTheRatRace #RightShift #siamstr #MoneyCoach #MakeSavingGreatAgain

🔥🔥🔥 ไฟลุกเลย

สำหรับผมแล้ว แต่ความอยากเลยครับ สนุกเดือดมันคนละแบบ อิอิ

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr The Fearless Organization องค์กรไม่กลัว ของ Amy C. Edmondson สร้างองค์กรที่เปี่ยมประสิทธิภาพ สร้างสรรค์และมีความเป็นมนุษย์ด้วยแนวคิด “Psychological Safety(ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยา)” เป็นหนังสือที่ดีอีกเล่มหนึ่ง ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยามีนิยามกว้างๆว่า เป็นบรรยากาศที่เรารู้สึกสบายใจที่จะแสดงออกเป็นตัวเอง เมื่อคนเรามีความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาในที่ทำงาน ก็จะรู้สึกสบายใจที่จะบอกเล่าความกังวลและความผิดพลาดโดยไม่กลัวความอับอายหรือการลงโทษ พวกเขามีแนวโน้มจะเชื่อใจและเคารพเพื่อนร่วมงาน จะมีสิ่งดีดีเกิดขึ้น เช่น การรายงานความผิดพลาดอย่างรวดเร็วทำให้ลงมือแก้ไขปัญหาได้ท่วงที การประสานงานข้ามกลุ่มหรือแผนกเป็นไปอย่างราบรื่น ทำให้เกิดแนวคิดนวัตกรรมในองค์กรได้ ฯลฯ ขอสรุปเนื้อหาดังนี้

บทที่1 ฐานราก: เปิดด้วยเรื่องที่เกิดจริงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการที่พนักงานรีรอ ไม่บอกเล่าความกังวลหรือข้อสงสัยจึงเห็นเรื่องปกติธรรมดาจนสร้างปัญหาในอนาคต ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการสื่อสารอย่างเปิดเผยทั้งในเรื่องความท้าทาย ความกังวล และโอกาสต่างๆ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดอย่างยิ่งของผู้นำในศตวรรษที่ 21

บทที่2 เส้นทางวิจัย: นำเสนอข้อค้นพบหลักๆ แสดงภาพรวมว่า งานวิจัยเรื่องความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาได้ให้หลักฐานสนับสนุนประเด็นหลักของหนังสือเล่มนี้คือ ไม่มีองค์กรในศตวรรษที่ 21 องค์กรใดอยู่ได้ถ้าแต่วัฒนธรรมแห่งความกลัว องค์กรที่ปราศจากความกลัว เท่านั้นที่จะอยู่รอด และยังเป็นที่ให้พนักงานก่อเกิดนวัตกรรม เกิดการเติบโตในการทำงาน

บทที่3 ความล้มเหลวที่หลีกเลี่ยงได้: เจาะลึกกรณีศึกษาที่ความกลัวในที่ทำงานเปิดช่องให้เกิดภาพลวงตาถึงความสำเร็จทางธุรกิจกลายเป็นปัญหาสำคัญที่ซ่อนเร้น สุดท้ายปัญหาจะถูกค้นพบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่กลับไม่มีผู้รายงานและไม่ได้รับการจัดการแก้ไขอยู่ระยะหนึ่ง และท้ายที่สุดดาวเด่นในอุตสาหกรรมนั้นๆ ก็จะร่วงจากบัลลังก์จนได้

บทที่4 ความเงียบที่อันตราย: เน้นให้เห็น สถานที่ทำงานที่พนักงาน ลูกค้า หรือชุมชน ต้องพบกับอันตรายทางกายภาพหรือทางอารมณ์ทั้งๆ ที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เนื่องจากพนักงานที่อยู่ในวัฒนธรรมความกลัวนั้นลังเลที่จะ พูด ตั้งคำถาม หรือขอความช่วยเหลือ มันจะส่งผลร้ายต่อองค์กร ลูกค้า หรือชุมชนในอนาคตได้

บทที่ 5 ทำงานที่ปราศจากความกลัว: นำเสนอเรื่องราวของบริษัทต่างๆ ที่มีงานสร้างสรรค์เป็นหัวใจสำคัญโดยตรงต่อผลประกอบการทางธุรกิจ เป็นบริษัทที่สร้างความปลอดภัยจึงจิตวิทยาตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ธุรกิจเติบโตงอกงามไปพร้อมๆกับพนักงานที่เติบโตงอกงามเช่นกัน

บทที่6 โดยสวัสดิภาพ: พิจารณาสถานที่ทำงานที่ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาช่วยรับรองความปลอดภัยและศักดิ์ศรีของทั้งพนักงานและลูกค้าได้ การสื่อสารต้องชัดเจน ตรงไปตรงมา และจริงใจ ผู้นำต้องใส่ใจพนักงาน จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนทุ่มเททำงานเป็นพิเศษ ความปลอดภัยของพนักงานเริ่มจากการกระตุ้นและส่งเสริมให้พนักงานพูดแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงและความกังวลอื่นๆ

บทที่7 ทำให้เป็นจริง: จะบอกวิธีทำอย่างไรให้ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาคืนกลับมาหากสูญเสียมันไปแล้ว จะมีชุดเครื่องมือสำหรับผู้นำ และกรอบแนวคิดพร้อมกิจกรรมเรียบง่าย สามอย่างที่ผู้นำสูงสุดไปจนถึงผู้นำในทุกระดับขององค์กร สามารถนำไปใช้สร้างทีมงานที่มุ่งมั่นทุ่มเทและมีพลังมากขึ้น การสร้างความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาต้องอาศัยความพยายามและทักษะ แต่ความพยายามนั้นจะให้ดอกผลเมื่อความเชี่ยวชาญหรือการร่วมมือกันเป็นเงื่อนไขที่มีผลสำคัญต่อคุณภาพงาน

บทที่8 แล้วงัยต่อ: บทนี้สรุปเนื้อหาของหนังสือเล่ม การสร้างความปลอดภัยเชิงจิตวิทยาเป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่ช่วยเสริมให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ต้องบ่มเพาะสภาพแวดล้อมไร้ความกลัวที่ส่งเสริมให้กล้าแสดงความคิดเห็น ผู้นำต้องตั้งใจฟัง โดยมีความเข้าใจลึกซึ้งว่าคนในองค์กรเป็นทั้งผู้ที่คอยส่งสัญญาณถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง และเป็นทั้งแหล่งความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่จะนำองค์กรให้ก้าวหน้าและเติบโตไปด้วยกัน

ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้จะบอกเราว่า “ สร้างบรรยากาศให้สบายใจในการคุย เปิดใจที่จะบอกปัญหา ให้นำมาซึ่งการแก้ไขโดยมีเป้าหมายเดียวกัน สำเร็จและเติบโตไปด้วยกัน🙂”…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

GM 🤩 ขอบคุณครับ ☕️

Replying to Avatar Jingjo

"..เงินเฟ้อไม่ได้แก้ไขปัญหาอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา แต่เป็นการใช้ภาพลวงตาหลอกเรา ความจริงคือภาวะเงินเฟ้อนั้นสร้างม่านหมอกแห่งมายาปกคลุมไปทั่วทุกกระบวนการทางเศรษฐกิจ มันสร้างความสับสนและหลอกลวงเกือบทุกคน รวมไปถึงผู้คนที่ต้องทนทุกข์เพราะมัน

"พวกเราทั้งหมดต่างเคยชินกับการประเมินรายได้และความมั่งคั่งของเราในหน่วยของตัวเงิน อุปนิสัยนี้ฝังแน่นมากเสียจนกระทั่งเหล่านักเศรษฐศาสตร์มืออาชีพและนักสถิติก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ มันไม่ง่ายเลยที่จะมองให้เห็นความสัมพันธ์เทียบเป็นสวัสดิภาพที่แท้จริงและสินค้าจริง ๆ ได้ตลอดเวลา จะมีพวกเราคนใดบ้างเล่าที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองร่ำรวยขึ้นและภาคภูมิใจมากขึ้นเลยหากได้ยินว่ารายได้ประชาชาติของเราเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า (แน่นอนว่าในหน่วยดอลลาร์) เมื่อเทียบกับช่วงก่อนภาวะเงินเฟ้อ?

"แม้แต่เสมียนที่เคยได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 75 ดอลลาร์และตอนนี้ได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 120 ดอลลาร์ ก็ย่อมคิดว่าชีวิตเขาต้องดีขึ้นในทางใดทางหนึ่งเป็นแน่ ต่อให้แม้ว่าตอนนี้ค่าครองชีพของเขาจะเพิ่มเป็น 2 เท่าจากเมื่อก่อนก็ตาม แน่นอนว่าเขาก็เห็นอยู่ตำตาว่าค่าครองชีพนั้นสูงขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้ตระหนักถึงสถานะที่แท้จริงของตัวเองอย่างเต็มที่ เหมือนอย่างที่ควรจะตระหนักได้หากค่าครองชีพยังเท่าเดิม และหากเงินเดือนของเขานั้นลดลงจนเหลือกำลังซื้อเท่ากับที่เป็นอยู่ตอนนี้จากการที่ราคาข้าวของแพงขึ้น (แม้ตอนนี้เงินเดือนของเขาจะเพิ่มขึ้นก็ตาม)

"ภาวะเงินเฟ้อนั้นคือการหลอกตัวเอง คือการสะกดจิต คือยาชาระงับความเจ็บปวดระหว่างที่ร่างกายของเขากำลังถูกลงมีดผ่าตัด เงินเฟ้อนั้นคือยาฝิ่นสำหรับประชาชน"

- บางส่วนบางตอนจาก " #เศรษฐศาสตร์เล่มเดียวจบ (Economics in One Lesson)"

//////////

หนังสือที่ nostr:npub1a8wreeghu0j8g4zqgzex53sq38gjwjdp5czxnu3rfydnz8n8yu2spqkavy ให้นิยามว่าเป็น "คู่มือสอนเถียง" เพราะประเทศของเราต้องการคนขี้เถียงที่มีความรู้ เพื่อให้สังคมรู้เท่าทันความชั่วช้าของอำนาจรัฐและเหล่าเด็กดีย์ที่พร้อมจะปกป้องรัฐเต็มง่ามใจ

กำหนดคลอดเล่ม 3-4 เมษายนนี้ ที่งานสัปดาห์หนังสือ จะทำทันมั้ยไม่รู้ เพราะอัดยับ ๆ ต่อเนื่องกับการปิดเล่มมาหลายวี้กแล้ว เริ่มหมดแรงเหมือนกัน

แต่อยากให้ทัน อยากให้ได้อ่านกัน โดยเฉพาะคนที่อ่าน #เงินเฟ้อคือคดีอาญา ไปแล้ว อยากบอกว่าเล่มนี้คือแม้จะคลาสสิก แต่เนื้อหาของจารย์เฮนรีก็เร่าร้อนข้ามกาลเวลา จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเงินเฟ้อคือคดีอาญา 1946 Edition เลยทีเดียว

//////////

เบรกมาทักทายชาวทุ่งม่วงสักครู่ เดี๋ยวกลับเข้าถ้ำลุยกันต่อกับ 3 บทสุดท้ายของเล่ม

LFG!

#siamtr

#bookstr

ชื้อครับ 🍺💪