Avatar
Code Name C
ee1f5407f9b7bdbf40bfdcb8ce00c84b234ffdf0ed0c6bfb5b2181104f54b986
User,SKY,Bitcoin,craft beer,Sharing economy 🏴‍☠️🧭☮️⚡🔑 🩵💚🦜🌻🐒🌈🍭🪐🔭🚀📷🎞️🎙️🍻💡

แล้วผมก็ได้เป็นศิลปินเต็มตัว

ศิลปินเลี้ยงหมู แฮ๊ะ!!! 😂😂😂

“การเลี้ยงหมูแบบไบโอไดนามิก

เลี้ยงหมูแบบธรรมชาติ”

จริงๆแล้วเกษตรกรรมธรรมชาตินั้น

ไม่ใช่เรื่องที่สลับซับซ้อนเข้าใจยากอะไรมากมาย มันก็คือความเป็นจริงตามธรรมชาตินั่นแหละ

สิ่งที่ยากไม่ใช่การทำความเข้าใจธรรมชาติ

แต่คือการวางความเชื่อของภาพจำเก่าๆเรื่องการเกษตร ที่เราถูกฉาบทาไปด้วยมายาคติลงเสียให้ได้

“เมื่อคิดจะเพาะปลูก”

อย่าคิดเรื่องการไถพรวน อย่าคิดเรื่องการใส่ปุ๋ยเคมี อย่าคิดเรื่องการฉีดยาฆ่าหญ้า อย่าคิดเรื่องการฉีดยาฆ่าแมลง

จงจำไว้ว่า ในป่าก็ไม่มีใครไถพรวนดินให้ต้นไม้ ทำไมดินในป่าถึงร่วนซุย ในป่าก็ไม่มีใครใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้ ทำไมต้นไม้ในป่าก็ยังเติบโตและผลิดอกออกผล

“เมื่อคิดจะเลี้ยงไก่”

อย่าคิดเรื่องกรงตับ อย่าคิดเรื่องโรงเรือนราคาแพง จงเลี้ยงไก่แบบปล่อยตามธรรมชาติ ปล่อยให้ไก่ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ได้โบยบินได้คุ้ยเขี่ยหากินหญ้ากินหนอนกินแมลงตามสัญชาตญาณของมัน สร้างโรงเรือนอย่างธรรมดาๆ ให้พอกันแดดกันฝนหลับนอนป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายก็พอแล้ว

“เมื่อคิดจะเลี้ยงหมู”

ก็เช่นกัน ทำลายภาพจำเก่าๆของการเลี้ยงหมูลงเสียให้ได้ แล้วกลับไปดูที่ธรรมชาติ....

#หมูดำภูพาน คุโรบัตะเมืองไทย เลี้ยงง่ายโตเร็ว น่ารัก น่าอร่อย น่าหันแกล้มเหล้า อู๊ดๆ

🐷🐷🐷

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#เกษตรกรรมธรรมชาติ

#เกษตรเชิงนิเวศ

#siamstr

เห็นแล้วหมั่นเขี้ยวอยากจกพุงหมูด้วยเลยครับ

Nostr ตอนนี้เริ่มมีคนเยอะกว่าตอนที่ผมเริ่มเข้ามาเล่นเมื่อช่วงหลายเดือนก่อนแล้ว, ระบบจำลองตลาดเสรีแพลตฟอร์มนี้เมื่อหลายเดือนก่อน พวกเราหลายคนในที่นี่ช่วยกันอัด longform คอนเทนกันจนคนที่อยู่ด้วยกันในตอนนั้น ตามอ่านกันไม่หวาดไม่ไหวกันเลยทีเดียว 555

ผมเริ่มรู้สึกได้ว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนรูปแบบของเนื้อหา จากที่ ๆ มีแต่คอนเทนหนัก ๆ longform ยาว ๆ เราเริ่มใช้มันเป็นที่ ๆ ใช้ในการคุยเล่นกันในทุก ๆ เรื่องที่เราต้องการ รูปภาพ เนื้อหาตลกขำขัน มีม GM สวัสดีกันตอนเช้า หลาย ๆ คนใช้มันเพื่อพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง เป็นธรรมชาติของการติดต่อสื่อสารกัน ใน #Siamstr เวลานี้ไม่ต่างกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ที่พวกเราต่างก็เคยใช้กันมา แต่มันดีกว่ามาก ๆ เมื่อพวกเรามีการปฏิสัมพันธ์ต่อกันอย่างที่มนุษย์ปกติควรจะเป็น โดยที่ไม่ได้มีระบบอัลกอริทึมค่อย Manipulate อยู่เบื้องหลัง เราอยู่กันเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นปกติแล้ว ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราช่วยกันทำให้มันเป็นแบบนั้น เพราะมันจะดีและเป็นธรรมชาติต่อคนที่จะตามเข้ามากันทีหลัง ไม่ให้พวกเขารู้สึงเกร็ง ๆ ไม่ค่อยกล้าที่จะคุยกัน เหมือนเมื่อหลายเดือนก่อนที่ผมเพิ่งจะเข้ามา

ไม่มีอะไรหรอก ผมแค่คิดว่าจะแยกแอคเคาน์ในการ notes จะใช้แอคเคาน์นี้เอาไว้ใช้เหมือนกับใช้ในสื่อโซเชียลทั่ว ๆ ไป พูดคุยตอบ notes กับเพื่อน ๆ และจะแยกอีกแอคเคาน์นึงเอาไว้ลง longform ดิบ ๆ ลึก ๆ ปวดกะบาล ยาว ๆ พอประมาณ อาจจะไม่สู่พี่ตั้ม Jakk Gooday ผมคงจะแยกไว้ต่างหากอีกที่นึง เพื่อที่มันจะได้อยู่เป็นที่เป็นทางสักหน่อย เป็นที่เก็บสะสม notes ที่ออกมาจากความคิดที่ไม่เคยได้เขียนมันไว้ในที่ไหน ๆ

จริง ๆ ผมค่อนข้าง Introvert เลยแหละ ในแพลตฟอร์มโซเชียลอื่น ๆ ผมไม่เคยคุยกับใคร ทั้งนั้นผมใช้มันเพื่อตามอ่านอย่างเดียว แต่ใน Nostr นี่เป็นที่ของผมในฝั่งของ Extrovert ได้ดีเลยทีเดียว เพราะว่ามันรู้สึกได้เวลาที่ผมเขียนอะไรในฝั่งของ Introvert ภายในหัวออกมา มันมีคนที่เขาใจและรับฟังมันได้ดีกว่าที่จะเอาไปป่าวประกาศลงบนโซเชียลแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่ใครหลายคนรู้สึกว่ามันสุดแสนจะ friendly แต่ผมว่าแม่งโคตร toxic เต็มไปด้วยความตื้นเขิน เสพแค่เพียงผิวเผินและก็ตัดสินมันในทันทีที่ได้อ่าน

ตลาดเริ่มเปลี่ยนแล้ว ผมเองก็ต้องจัดการอะไรบางอย่างในฝั่งของผู้ใช้งานอย่างตัวผมเองด้วยเหมือนกัน จะรอให้ฝั่งผู้พัฒนาออกฟีดเจอร์ล้ำ ๆ มาให้ มันก็จะไม่ได้ฝึกการปรับตัวในตลาดเสรีนี้นะสิ นี่มันตลาดเสรีนะเว้ย..จะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่จะได้ทดลองตลาดเสรี ก่อนที่จะได้เจอกับของจริงที่มันอาจจะเกิดขึ้นจริง ๆ ในชีวิตนี้

ว่าไปก็เร็วมากเลยนะ 4 เดือนที่แล้วเมื่อสิงหาคม เรายังเงียบเหงากันอยู่เลย ดูพวกเราในตอนนี้สิ :)

Have a hope, We're early in the bitcoin age.

ยังจินตนาการ Nostr หลังจากนี้ไม่ได้ แต่ผมมองว่าน่าตื่นเต้นดีครับ

17.11.2023

#siamstr #skystr #sky

Replying to Avatar STAMP

โพสนี้เมื่อ 1 ปีที่แล้วใน Mainstream

Espresso ที่ยังกดช็อตยังไม่ค่อยสวย วางคู่กับหนังสือ The Bitcoin Standard ฉบับภาษาไทยแล้วนำไปขอลายเซ็นกับ อ.พิริยะ 😅

ขอถือโอกาสเล่าเลยละกัน ผมเริ่มรู้จักและได้ซื้อ Bitcoin ครั้งแรกตอนนั้นผมเรียนอยู่ชั้นปี 2-3 ซื้อที่ www.bx.in.th ที่ราคาประมาณ 3 แสนบาท

ซื้อด้วยเงิน 300 บาทถ้วน ถือได้ไม่นาน

ผมก็ขายด้วยมูลค่าประมาณ 700 กว่าบาท

ผมซื้อเหมือนลุ้นหวย ไม่มีความเชื่อมั่นเพราะยังยึดติดกับความรู้เดิมๆว่า สิ่งใดจะมีค่าได้ก็ต้องมีหลักประกันอะไรสักอย่างค้ำหลังไว้

พอมาถึงช่วงปลายปี 2020 (กำลังทำงานจะครบ 1 ปีด้วย) ผมกลับมาสนใจ Bitcoin อีกรอบ ด้วยบรรยากาศอันยั่วยวน ราคา Bitcoin ดีดขึ้นเรื่อยๆ แต่การกลับมาของผมในรอบนี้ ผมไปซื้อเหรียญ Ca daa nooooo ~(ลากเสียงแบบลุงนิค ต้องเรียกพี่นิคนะครับ แหะๆ)

จริงๆผมก็เริ่มศึกษา Bitcoin ผ่านคลิปของ อ.พิริยะ ไปด้วย แล้วผมก็มีความย้อนแย้งในตัวเองเกิดขึ้น เพราะผมกำลังถือเหรียญ ADA ที่ผู้สร้างนั้นเขาชอบเที่ยวขี่อูฐ

และผมก็ติดตาม Nick Ragan แกก็พูดถึง Bitcoin ได้ดีอยู่นะ แต่กับ ADA แกเล่นเดิมพันลูกกระโปกซ้ายของแก มันเร้าใจผมมากสำหรับตอนนั้น

ผมได้กำไรทิพย์ประมาณ 100% พอดี แล้วราคาก็เริ่มไหลไม่หยุด จนผมตัดสินใจขายออกมาโดยได้กำไรอยู่ประมาณ 10%

หลังจากนั้นผมก็ไปลุยต่อกับ Game-Fi De-Fi ไปๆมาๆจนเหมือนกลับเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ถึงมันจะกลับมาที่จุดเดิม จนแอบคิดไปว่า ถ้าเราอยู่เฉยๆ ไม่ไปแตะมันก็คงอยู่สบายๆ มีความสุขดี

จริงๆมันก็ไม่แย่นะ เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้เห็นตัวเองที่อยู่กับความโลภ ความกลัว ความสุขสุดๆ และความว่างเปล่าเวลาที่โดน Rug pull

ถึงยังไงผมก็ยังขิงคนอื่นได้นะ ว่าเหรียญแรกที่ผมซื้อในชีวิตก็ยังเป็น Bitcoin อยู่ 🤣

ผมได้อ่าน Note ที่เล่าถึงการเริ่มรู้จัก Bitcoin ของแต่ละคน ผมก็ยังแอบตกใจว่า บางคนเข้ามาเพียง 2 ปี แต่สามารถถ่ายทอดความรู้ต่างๆได้ดีจนนึกว่าเขาผ่านตลาดมาหลาย Cycles

มันเลยไม่สำคัญหรอกว่าใครจะมาก่อนหรือมาหลัง หรือเคยถือเหรียญอะไรมาก่อน สุดท้ายแล้วการที่จะเข้าใจ Bitcoin ของแต่ละคนนั้น ต่างคนต่างใช้เวลาไม่เท่ากัน

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มักจะมีคนฉวยโอกาสสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ประมาณว่า ฉันน่ะเคยซื้อ Bitcoin ตั้งแต่ราคาไม่กี่บาท ฉันเข้าใจมันดี อยากรู้จักมันมากขึ้นมั้ยล่ะ มาสิฉันจะสอนเธอเอง (สุดท้ายพวกเขาก็หายไป)

และวันนี้ก็เป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่ผมทำ E-Book ให้ความรู้เกี่ยวกับ Bitcoin ปัจจุบันก็ครบ 1 ปีนิดๆ

จุดประสงค์คือ อยากให้คนในครอบครัวและคนที่รู้จักเรา ทั้งเพื่อนและที่ทำงานได้รับความรู้แบบที่ง่ายและเป็นกันเองมากที่สุด

เพราะถ้าผมส่งวิดีโอของ อ.พิริยะ ให้เขาดู

ถึงเนื้อหาจะดีแค่ไหน ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะดูจนจบ

แต่ด้วยความพยายามทำให้มันง่าย และผมที่เข้าใจ Bitcoin มากขึ้น(ณ ตอนนี้) พอได้กลับมาอ่านก็รู้สึกว่ามันมีเนื้อหาที่ผิดอยู่ ไม่ถึงกับทำให้คนอ่านเข้าใจไปคนละแบบ แต่มันขาดรายละเอียดไปหน่อย

พยายามพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน

เทียบกับ Bitcoin ที่จะมาแก้ไขปัญหาอะไรได้บ้าง

แค่อยากให้คนในครอบครัวรับทราบว่า ผมกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเขาอยากรู้ เห็นว่าสำคัญหรือว่าพร้อมศึกษาเพิ่ม เดี๋ยวเขาก็คงจะเข้าหาเราเอง 😅

#stayhunble

#stacksats

#siamstr

ตอน BX ปิดตัวไปได้ถอนออกมาไหมครับ ส่วนตัวผมตอนนั้นยัง ยังคงจำมาถึงตอนนี้ ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ครับ

GM ครับ บรรยากาศดีมากๆครับ

Replying to Avatar Somnuke

การเริ่ม Stack sats เราควรให้ความสำคัญกับ "ราคา" มากแค่ไหน?

มองเผินๆ เราอาจจะคิดว่าการออมบิตคอยน์ตอนราคาต่ำๆ ถ้าเริ่มแถวๆ จุดราคาต่ำสุดมันน่าจะให้ผลตอบแทนมากกว่าตอนออมแถวยอดดอยมากนะ

จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ในกรณีที่เราออมระยะยาวโดยใช้จำนวนเงินและความถี่เท่าเดิม

"ราคา" แทบไม่มีผลเลย จากรูปจะเห็นว่าเริ่มออมที่ยอดดอยปี 2013 ได้บิตคอยน์มากกว่าเสียอีก

ส่วนนึงเป็นเพราะใช้เงินทุนและเวลาเยอะกว่า แต่ที่สำคัญคืออัตราผลตอบแทนเป็น % ก็สูงกว่าการเริ่มออมตอนราคากลางๆ หรือแถวจุดราคาต่ำสุดนะครับ

สถิติไม่เคยโกหก ถ้าเรามีวินัยทำได้ตามระบบ เราก็จะได้ผลลัพธ์ตามนั้นแน่นอน

ดังนั้น สถิติเหล่านี้กำลังบอกเราว่าสิ่งที่มีผลที่สุดสำหรับผลตอบแทนจากการ Stack sats

คือ "ระยะเวลา" ซึ่ง ระดับราคา จะมีผลแค่ระยะสั้น และแทบจะไม่มีผลอะไรเลยในระยะยาว

ใครที่เข้าใจบิตคอยน์ดีแล้ว ซื้อๆ ไปเถอะ ไม่ต้องคิดมาก ค่อยๆ สะสม Proof of Work จากการออมไป ทำให้มันเรียบง่ายที่สุด แล้วสุดท้ายมันจะผลิดอกออกผลเอง การเพิ่มความยุ่งยากซับซ้อนรังแต่จะทำให้ผลตอบแทนลดลงและยากที่จะทำตามได้จริง เมื่อวันนึงที่เราสะสมความอดทนได้มากพอ ราคาไหนๆ ก็ไม่มีทางทำให้เราหวั่นไหวใจสั่นได้ ยกเว้นร้อนเงิน

Stay Humble and Stack Sats ขอให้ทุกคนโชคดีท่ามกลางตลาดขาขึ้นนะครับ

#Siamstr #SiamesBicoiners