ที่อาจารย์พูดใน ep. ล่าสุด ว่าเราอาจจะเคยได้ลิ้มลองการใช้ชีวิตเหนือบันใดขั้นที่สองของ Maslow มาแล้วในช่วงการเรียนมหาวิทยาลัย ที่ได้อิสระทางการเงินจากค่าขนมที่พ่อแม่ให้ , แม้ไม่ได้เยอะ แต่เราไม่ได้มีภาระหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบในเวลานั้น เหมือนได้อยู่ในห้องทดลองชีวิตว่าจริงๆ แล้วเรามีความฝันอยากทำอะไร
ช่วงมหาลัย ผมเป็นเด็กกิจกรรม ไม่เน้นเรียน เน้นเล่นซะเยอะ ทำสโมสรนิสิต ทำค่ายอาสา ทั้งไปสร้างและไปสอน , ตอนที่ไม่มีค่ายให้ออกก็ไปอาสาช่วยนู้นนี่ตามองค์กรที่ขาดแคลนแรงงาน ไปสร้างบ้านให้คนประสบภัย ไปก่อกระสอบทรายช่วยวัดที่น้ำท่วม
จำได้ว่าอินมาก รู้สึกเลยว่านี่เป็นสิ่งที่อยากทำจริงๆ คือช่วยเหลือสังคมแบบเต็มตัว ฟูลไทม์ , เคยพูดกับที่บ้านแล้วว่าหลังเรียนจบอยากไปทำงานด้านนี้ แต่ขณะเดียวกัน ก็รู้ตัวเหมือนกันตั้งแต่ตอนนั้น ว่าอีกความฝันนึงคือการมีบ้านเป็นของตัวเอง(เพราะที่บ้านพ่อแม่เป็นบ้านหลวง) มีครอบครัวที่อบอุ่น(เพราะครอบครัวเรามีปัญหา)
พอเรียนจบมา เลยได้รู้ว่าชีวิตจริงนั้นไม่ง่ายและการทำสังคมสงเคราะห์นี่ไม่พอที่จะเติมเต็มบันใดสองขั้นแรกได้เลยซ้ำ สุดท้ายเลยต้องมาจบที่งานประจำ ละทิ้งความฝันวัยหนุ่มตอนนั้นไปเสีย...
-
บิทคอยน์ ทำให้เราเห็นภาพอนาคตอันไกล มองเห็นความฝันอีกครั้ง , ตอนนี้เมื่อเติบโตขึ้น ความคิดเริ่มเปลี่ยนไปตามวัย ถึงแม้ไม่ได้อยากทำงานด้านสังคมสงเคราะห์แบบเดิมแล้ว แต่ยังอยากทำอะไรที่สร้างประโยชน์ต่อชุมชนอยู่ดี
ผมอยากกลับไปเปิดร้านเล็กๆ ที่จังหวัดตราด บ้านเกิดของภรรยา จังหวัดที่ไม่มีร้านหนังสือเลยแม้แต่ร้านเดียว เลยอยากกลับไปสร้าง community นักอ่านที่นั่น (และแน่นอน community Bitcoin !)
-
“ความฝันของชีวิตที่แท้จริงหลังบันใดขั้นที่สองนี่มันมีอะไรสนุกๆ อีกเยอะเลยนะ”
Anytime soon, with all my sweat and tears, I will be there 🙂
#Siamstr