กำลังจะปรับแผนการเงินส่วนตัวใหม่ ที่ตอนนี้เป็นหนี้บ้านอยู่ด้วย แบบสรุปเลย อยู่ที่ย่อหน้าแรกนี้ ส่วนเหตุผลอยู่ด้านล่าง
จากเดิมที >> โป๊ะนิดหน่อยตามโอกาส เงินเก็บในหุ้น 90%, BTC 10%
จะเปลี่ยนเป็น >> จ่ายหนี้แต่ตามเกณฑ์ แล้วรีไฟแนนซ์บ่อยเท่าที่ทำได้ เริ่มเก็บ BTC ให้ได้ยอดตามที่ต้องการก่อน (ที่คิดในใจคือ 10% ของยอดหนี้บ้าน) หลังจากนั้น แบ่งเก็บในหุ้น 50%, BTC 50%
เพื่อนๆ คนไหนคิดยังไงมาแชร์กันนนน
แผนนี้คิดภายใต้ระยะเวลาจากนี้ไปอีก 10 ปี คิดคร่าวๆ แบบเงินก้อนใหญ่ก้อนเดียวเริ่มเก็บวันนี้ (แต่ความเป็นจริงเงินเก็บจะถยอยเข้ามาในแต่ละเดือน) มีปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- คำนวณเงินเฟ้อราวๆ 7% ถ้าเป็นการออมเงินเฉยๆ เวลาผ่านไป 10 ปี เงินต้นจะมูลค่าลดเหลือครึ่งนึง (48%)
- เงินในระบบ Fiat เสื่อมค่าลง ไม่มีเหตุผลในการออมเป็นเงินบาทเลย เลยจะเก็บบาทไว้แค่เท่าที่พอใช้ 6 เดือน
- ยอดหนี้ คำนวณแบบง่ายๆ ว่าไม่จ่ายหนี้เลย คิดดอกเบี้ยที่ 7% เวลาผ่านไป 10 ปี ดอกทบต้น ยอดหนี้จะขึ้นไปเกือบ 2 เท่า (196%)
- แต่เราผ่อนตามปกติ จ่ายหนี้แล้วลดต้นลดดอก มันก็จะไม่ขึ้นไปถึงเลข 2 เท่านี้ และจากการรีไฟแนนซ์ เรทดอกเบี้ยก็จะต่ำกว่านี้
- จากระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เราถือหุ้น INTUCH และตัวอื่นๆ ราคาแทบไม่ไปไหนเลย ยังดีว่าได้ดอกเบี้ยบ้าง
- กับผลประโยชน์ด้านลดหย่อนภาษี
- นี่คือเหตุผลที่ยังมีส่วนที่จะออมในหุ้น
- แต่ที่ลดสัดส่วนในหุ้น เพราะเราไม่ชอบการแทรกแซงต่างๆ จากรัฐบาล มาตรการต่างๆ ในอนาคต เช่น เพิ่มการเก็บภาษี
- ไม่ชอบกลโกงในตลาด การครอบงำของกลุ่มทุนใหญ่ GULF ซื้อ INTUCH
- เชื่อมั่นในเงินสร้างยาก และจำนวนที่จะปั้มเพิ่มขึ้นไม่ได้ 21m BTC แนวคิดต่างๆ ของ BTC
- ดังนั้นเมื่อเทียบ BTC กับเงิน Fiat ที่เสื่อมค่าในอนาคต มูลค่า BTC ก็ควรสูงขึ้น
- เงินเฟ้อ 7% (คิดเรทเดียวกับดอกเบี้ยบ้าน) มูลค่า BTC ก็น่าจะขึ้นด้วยเรทพอๆ กัน
- ถ้าคิดเป็นเงินก้อนใหญ่เริ่มเก็บ BTC วันนี้ 10 ปีผ่านไปมูลค่าน่าจะขึ้น 2 เท่า แต่ความเป็นจริงเงินเก็บจะทยอยเข้ามาในแต่ละเดือน ดังนั้นช่วงแรกของแผนนี้คือรีบเก็บ BTC ให้ได้ตามที่ต้องการให้ได้เร็วที่สุดก่อน
สุดท้าย เราคิดว่าเมื่อครบ 10 ปี ยอดหนี้เงินต้นเราน่าจะเหลือน้อยมากแล้ว ถึงตอนนี้ค่อนคิดว่าจะเอายังไงกับยอดหนี้ที่เหลือ!!
#siamstr