เวลาที่เราพูดถึงคนที่เป็นโรคซึมเศร้า

หลายคนจะนึกถึงภาพของคนที่ inactive ในการใช้ชีวิต

.

.

.

ยกตัวอย่างเช่น

คนที่นอนอยู่บนเตียงทั้งวัน

ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำ

เป็นต้น

.

.

.

ภาพดังกล่าวสะท้อนความเป็นจริงของหลายคนที่เป็นโรคซึมเศร้าก็จริง

แต่ภาพดังกล่าวไม่ใช่ “ทั้งหมด” ของคนที่เป็นโรคซึมเศร้า

.

.

.

หลายคนที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยด้วย…มีชีวิตที่ active มากๆครับ

.

.

.

พวกเขาตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาออกกำลังกาย

พวกเขาทำงานไม่ต่ำกว่า 8-9 ชั่วโมง

พวกเขาเล่นกับลูกหลังจากที่ลูกกลับมาจากโรงเรียน

พวกเขาทำอาหารและทานข้าวกับคนในครอบครัว

ฯลฯ

.

.

.

พวกเขา active ในการใช้ชีวิตแต่ละวันมากๆ

แต่พวกเขาก็เป็นโรคซึมเศร้าด้วยเช่นกัน

.

.

.

ผมคิดว่านี่คือ “ความน่ากลัว” อย่างหนึ่งของโรคซึมเศร้าครับ

.

.

.

กล่าวคือ

โรคซึมเศร้ามี “หน้าตา” ที่หลากหลายมาก

.

.

.

ตั้งแต่ “หน้าตา” ของคนที่นอนซึมอยู่บนเตียงทั้งวัน

ไปจนถึง “หน้าตา” ของคนที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่าง ‘productive’ สุดๆ

.

.

.

หลายคนอาจจะรู้สึก “เอะใจ” ขึ้นมา

หากคนใกล้ตัวมี “หน้าตา” แบบแรก

ส่งผลให้คนใกล้ตัวได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ (เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์) อย่างทันท่วงที

.

.

.

แต่ถ้าหากคนใกล้ตัวมี “หน้าตา” แบบหลังล่ะก็

เราอาจจะไม่ได้รู้สึก “เอะใจ” เลยแม้แต่นิดเดียว

.

.

.

จนกระทั่ง…มัน “สายเกินไป” แล้วครับ

#จิตวิทยา #siamstr

แบบหลัง เนี่ย เราจะรับรู้ได้ยังไงครับ นอกจากสอบถาม สังเกตุ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ผมมองว่ามันจำเป็นต้องเข้าไปสัมผัสพูดคุยใกล้ชิดระดับหนึ่งเลยครับ ไม่มีทางอื่นที่ดูได้ง่ายๆจริงๆครับ