อยู่กับลมหายใจมาทั้งชีวิต

ลองสนใจมันสัก 5.5 วินาทีดีมั้ยครับ ?

อ่านโพสต์ผมสองนาที

เพื่อไม่ให้ลมหายใจทั้งชีวิต

สูญเปล่าอีกต่อไป ⁉️ #ไม่ใช้AIเขียน

James Newston ( ผมจะเรียกว่าคุณเจมส์ ) อธิบาย

ถึงความสำคัญของลมหายใจ

เคียงคู่กับประวัติศาสตร์มนุษย์ไว้

ผ่าน Breath : The New science of lost art

ได้ความสั้น ๆ ดังนี้ครับ

-----

มนุษย์กำลังวิวัฒนาการถอยหลัง 🙊🐒

-----

คุณเจมส์บอกว่า โครงกระโหลกของมนุษย์เปลี่ยนไปตั้งแต่ยุคปฏิวัติเกษตรกรรม มนุษย์เคี้ยวอาหารนุ่มขึ้น ทำให้ใบหน้าเรียว " ยู่" เข้ามา

ไอ่การเรียวนี่แหละปัญหา มันดันไปเรียวตรงทางเดินหายใจพอดี วันเวลาผ่านไป จนถึงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อาหารแปรรูปมากขึ้น ใบหน้าก็ยิ่งเรียวขึ้น ทุกคนเข้าไปเป็นแรงงาน ถวายเวลาให้กับงาน ไม่มีเวลาอยู่กับตัวเอง

--

จนในที่สุด ทุกคนก็ลืมวิธีการหายใจ 😭

ในที่สุดทุกคนก็ใช้ปากหายใจมากกว่าจมูก เพราะวิวัฒนาการทางกระโหลกทำให้ทางเดินอากาศในจมูกตีบตันไปแล้ว

--

มีอะไรแปลกปลอมเข้ามาในจมูกนิดหน่อย ระบบภูมิคุ้มกันก็ตกใจฟ้าถล่ม เป็นชื่อโรคประจำตัวยอดฮิตแลกลดแจกแถม " ภูมิแพ้ " กำเริบที จมูกแดงกันเป็นแถบ

หนักสุดถ้าคุณมีภาวะอ้วน คุณก็เสี่ยงเป็นโรคภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เลือดเป็นกรดอีก

เฮ้ย... แค่หายใจผิดนะนี่ ทำไมเป็นหนักจัง...

-----

พวกคุณไม่รู้ตัวหรอก

ว่าตอนนี้พวกคุณกำลังหายใจอย่างไร

แต่ให้ผมเดาว่าก่อนที่จะอ่านโพสต์ผม

ก่อนที่จะมีสติรับรู้ว่าเราคุมการหายใจได้

การหายใจคุณถี่ สั้น ไม่เต็มอิ่ม ไม่เต็มปอด ไม่กลั้น ไม่พัก ไม่กักเก็บ ไม่หายใจออกมากพอ ลมเก่าที่ค้างในปอด คุณยังไม่เอาออกเลยด้วยซ้ำแล้วคุณก็วนรอบหายใจใหม่ซะละ

แล้วถ้าเทียบในอัตราหายใจ 1 นาที คุณคิดว่าทุกรอบคุณหายใจทางไหน ? ทางจมูกเหมือนกันทุกรอบมั้ย ก็ไม่ เดี่๋ยวก็ปากบ้างจมูกบ้าง เดี๋ยวก็ลืมหายใจบ้างก็มี

---

ถ้าวิธีนำอากาศเข้าไปไม่ดี ฟังก์ชั่นร่างกายคุณจะใช้งานเต็มประสิทธิภาพได้ยังไง ?💀

--

ในหนังสือ คุณเจมส์เล่าว่า

เขาใช้เวลาเป็นสิบปีเพื่อออกทำการทดลอง

ออกตามหาผู้เชี่ยวชาญศาสตร์การหายใจ

จนในที่สุดเขาก็ได้วิธีการหายใจ

ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ชื่อ กฎ5.5วินาที🖐🏻.🖐🏻

--

5.5 วินาทีหายใจเข้า ( ทำตามเดี๋ยวนี้ )

5.5 วินาทีกลั้นลม

5.5 วินาทีหายใจออก

ใน 1 นาที คุณจะพบว่า

คุณหายใจด้วยอัตรา 5.5 ครั้ง / นาที

คุณหายใจเข้าไปได้ทั้งหมด 5.5 ลิตร

--

นี่เป็นตัวเลขที่สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ว่าทำแล้วมันจะรักษาหายได้ทุกโรค แต่สมบูรณ์เพราะมันง่ายที่จะเริ่มต้นทำ เพื่อทวงคืนทางเดินหายใจที่ตีบตันจากวิวัฒนาการถอยหลังของพวกเราทุกคนกลับมา เพื่อทวงคืนสุขภาพของมนุษยชาตกลับมาให้เข้าที่เข้าทาง

เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่พวกเราละเลยคือ...

การหายใจ.....

--

ศาสตร์แห่งการหายใจ อยู่คู่อารยธรรมมนุษย์ในทุกยุคสมัย ตั้งแต่ปฐมกาลไบเบิล คัมภีร์เต๋า โยคี โยคะ ทุมมา ทิเบต พุทธะ สุดาจันกริยะ

ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็ตาม ทุกศาสตร์ต่างดึงจิตใจอันฟุ้งซ่าน จิตใจอันกังวลในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

จิตใจอันโกลาหลของคุณ กลับมาควบคุมในสิ่งที่ควบคุมได้อย่างง่ายที่สุดก่อนจะแก้ปัญหาใด ๆ

คือการควบคุมลมหายใจ

--

เรียกสติกลับมาที่ตัว เรียกออกซิเจนเข้าไปในทางเดินอากาศในทางที่ถูกต้อง ( จมูก ) เมื่อร่างกายควบคุมการเข้ามาของก๊าซที่จำเป็นในการดำรงชีวิตได้ถูกต้อง สมองก็จะเห็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องตามมาเช่นกัน

-----

ผู้ใดควบคุมลมหายใจได้

ผู้นั้นย่อมควบคุมโลกใบนี้ได้

ขอบคุณครับ ( มีเรื่องน่ารู้ต่อในเม้น )

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

เรื่องน่ารู้**

คุณเจมส์ยังบอกอีกว่า จมูกสองฝั่งนั้นต่างกัน

ถ้าคุณอยากสดชื่น กระปรี่กระเปร่า ให้คุณหายใจเข้าด้วยข้างขวา เพราะกระตุ้นซิมพาเทติก( ห้ะ !? )

ถ้าคุณอยากผ่อนคลาย หลับง่าย ลดความดัน ให้กระตุ้นพาราซิม ให้หายใจด้วยข้างซ้าย ( โอ้ !!? )

นอกจากนี่มีการทดลองพบว่า คนที่หายใจด้วยข้างซ้าย นั่นคือสมองซีกขวาทำงาน เป็นซีกที่ทำเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ น่าสะพรึง ! คุณเจมส์พบว่าคนเป็นโรคจิตเภทที่ flight of ideas ( หลุดจากความจริง ) มีการหายใจด้วยจมูกซ้ายมากกว่าคนทั่วไป !

--

ในคนที่ถูกตัดสมองส่วนลิมบิก ที่ควบคุมความกลัว จะไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย แต่เมื่อทำการทดลองให้สูดดมอากาศที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ กลับได้เห็นความกลัวปรากฎขึ้นอีกครั้ง !? นี่อาจจะอธิบายได้ว่า ความกลัวยังมีอีกพาทเวย์นึงที่ซ่อนไว้ ไม่ต้องผ่านลิมบิกก็ได้ " มนุษย์มีความกลัวที่จะไม่ได้หายใจอยู่ในเบื้องลึกจิตใจ "

--

ในคนที่เป็นนักกีฬา ลองฝึกการหายใจแบบทุมโม ( คนท้องกับโรคหัวใจห้ามทำ ) จะสามารถควบคุมระบบประสาทอัติโนวัติทางอ้อมได้ ดีมากในสภาวะแข่งขัน

nostr:npub1e0vgtvve8c8lnahnfz42ng34cynfxtqsc479wg648e233gpnlpqsm7qdsx กราบขอบคุณมากๆเลยครับ 🥹